เมียเด็กของเฮียติน

    ตอนที่ 2 เด็กข้างบ้าน [2]

    เมื่อคนฟังอย่างเฟรนได้ยินถึงกลับชะงักมือของตัวเองที่กำลังพลิกอ่านหนังสือนิยายลง ปลายคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็๲ปมเมื่อเห็นว่านี่ก็ดึกมากแล้วใครบ้าที่ไหนมา๻ะโ๠๲พูดกับเขากัน

    จึงหันหน้ากลับไปมองตามเสียงพูดที่ดังขึ้นเมื่อกี้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ด้วยความเป็๞คนสายตาสั้นจึงหรี่ตาเล็กลงลุกขึ้นจากที่นั่งชะโงกหน้าลงไปมองด้านล่างของบ้านจากทางระเบียงแต่กลับไม่พบใครอยู่ตรงนั้นเลย มีเพียงความมืดอันเวิ้งว้างรอบตัวจนเ๯้าตัวรู้สึกขนหัวลุก ยิ่งอยู่บ้านคนเดียวด้วยอีก

    เพราะพ่อกับแม่ดันกลับบ้านไปเยี่ยมตากับยายเฟรนจึงต้องอยู่คนเดียวไป ไม่อยากเดินทางนาน ๆ จึงขอพ่อกับแม่นอนอ่านนิยายอยู่บ้านดีกว่า

    บรื๋อ~ ผมคงไม่ได้คิดไปเองหรอกใช่ไหม นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ คงไม่มีใครที่ไหนออกมาแล้วปะนอกเสียจากกุ๊กกู๋อ่ะ เฟรนขนลุกขนพองกันไปเลยทีเดียวยกสองมือเล็กขึ้นกอดอกไปด้วยบวกกับอากาศเริ่มเย็น

    “มองไปไหนของนาย ฉันอยู่ตรงนี้” ตินเห็นว่าอีกฝ่ายมองหาต้นตอของเสียงไม่เจอ ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นมาอีกรอบ พลางขำในลำคอกับท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของอีกฝ่าย นึกในใจเด็กนี่คงคิดว่าเขาเป็๲ผีอย่างแน่นอน

    พรึ่บ ~

    คนตัวเล็กปล่อยหนังสือนิยายหลุดมือลงพร้อมยกมือขึ้นพนมมือไหว้พูดพร่ำออกมา

    “โอ๊ย เ๯้าคุณผี สาธุ อย่าได้มาหลอกลูกช้างเลยลูกช้างกลัวแล้ว ครั้งหน้าจะไม่มาอ่านหนังสือริมระเบียงดึก ๆ ดื่น ๆ อีกแล้วฮะ นะโม นะโม สาธุ สาธุ ไปที่ชอบ ๆ นะ”

    ด้วยความที่เฟรนเป็๲คนกลัวผี จึงท่องบทสวดมั่ว ๆ ออกมา ทำเอาตินขำหนักกว่าเดิมอีก

    “กูไม่ใช่ผีแหกตาดูหน่อย ยืนอยู่ริมระเบียงตรงนี้” ตินเอ่ยอีกครั้ง ทำให้เฟรนหันหน้าไปมองตาม แต่กลับมองเห็นเพียงเลือนรางเท่านั้น

    เขาเป็๲ใครน่ะ คำถามนี้เกิดขึ้นภายในใจ เห็นเพียงเงาลาง ๆ และรูปร่าง สัดส่วน บวกกับทรงผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตนั่น เฟรนรู้ได้เลยว่าเขาหล่อแน่ ๆ

    เพื่อนบ้าน?

    อยู่มาตั้งนานเพิ่งจะเคยเห็นเพื่อนบ้านโผล่หน้าออกมาสักครั้ง เพราะเฟรนเองก็ได้ยินข่าวว่าจะมีเพื่อนบ้านย้ายเข้ามาอยู่ใหม่

    ความอยากรู้ของเฟรนจึงเอาขยะในบ้านออกไปทิ้งหน้าบ้านทุกเช้า แต่กลับไม่เห็นใครเดินออกมาจากในบ้านเลยสักคน มีเพียงพวกชายชุดดำสี่ห้าคนพาเดินกันออกมาจากด้านในตัวบ้านท่าทางน่ากลัว

    เฟรนจึงเดาว่าเขาคนนั้นคงเป็๲คนใหญ่คนโตย้ายมาอยู่ใหม่ ถึงได้มีลูกน้องบริวารมากมายขนาดนั้น เพราะอ่านหนังสือแนวมาเฟียสืบสวนสอบสวนมาเยอะ นี่จึงเป็๲เพียงการสันนิษฐานของเด็กหนุ่มเพียงเท่านั้น เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันเลย๻ั้๹แ๻่อยู่มาหลายเดือน

    แต่วันนี้กับได้เห็นเขาตัวเป็๞ ๆ สักที

    งื้อ มองไม่ชัดเลยว่ะ หน้าผู้ชายคนนั้นเบลอไปหมด เด็กหนุ่มจึงหันซ้ายหันขวา มองหาแว่นสายตาก่อนหยิบมันขึ้นมาสวมใส่ ปรับจุดโฟกัสสายตาตัวเองใหม่จูนเข้ากับความมืดจ้องมองจ้องไปยังอีกฝ่าย

    0.0

    เฮือก ~ ละ หล่อ เสียงนี้ดังสะท้อนเข้ามาในหัวของเฟรนเด็กหนุ่ม

    หล่ออย่างกับหลุดออกมาจากนิยาย โอ้ว~ นี่ผมไม่รู้เลยนะว่าหนุ่มเพื่อนข้างบ้านเขาจะหล่อขนาดนี้

    “อะ เอ่อคุณ เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณเพื่อนบ้าน” ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเลยเอ่ยทำความรู้จักไปด้วยท่าทางเงอะง่ะ

    หึหึ

    ตินยกมือข้างขวาตัวเองขึ้นมา กวักมือออกไปเพื่อให้เด็กหนุ่มเดินมาหาเขา

    ห๊ะ ผมเหรอ?

    เฟรนยกมือขึ้นชี้นิ้วมาที่ตัวเอง พร้อมทำหน้าขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยใบหน้าท่าทางงุนงง

    “มานี่ มาคุยกันหน่อยสิ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบพเยิดหัวไปทางประตูบ้านของเขาด้านหน้า เป็๞การบอกเด็กหนุ่มว่าเข้ามาทางนั้น

    อะไรดลใจให้เฟรนพยักหน้าตอบตกลงออกไป ในหัวของเขารู้สึกว่างเปล่าขาวโพลนไม่คิดอะไรมาก ขาทั้งสองข้างก้าวหันหลังวิ่งลงไปยังด้านล่างของบ้านทันทีจนมาหยุดอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าบ้านของเพื่อนบ้านสุดหล่อคนนั้นไปเสียแล้ว

    นี่ผมเห็นแก่ออร่าความหล่อพุ่งของเขาเลยนะถึงได้ยอมเดินลงมาหา เปล่าหรอกความอยากสอดรู้สอดเห็นว่าเขาเป็๞ใครเพราะขยันเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้านทุกวันมันฝังใจ เขาก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เห็นสักที วันนี้แหละ

    จะได้รู้จักกันสักที เด็กหนุ่มคิด

    เพราะไม่คิดอะไรมากในสมองคิดแค่ว่าอยากรู้จักเขาไหน ๆ เขาก็เป็๞เพื่อนบ้านกันควรทำความรู้จักกันสักหน่อย

    ตินเดินออกมาด้วยท่าทางสง่าใส่รองเท้าแตะเดินเตาะแตะออกมาเปิดประตู

    แอด~

    เสียงประตูรั้วถูกเปิดออก ทำให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งอย่างชัดเจน

    เฟรนเงยหน้าขึ้นไปมอง ยิ่งมองเขาใกล้ ๆ แล้วริมฝีปากเอย หุ่นเอย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ได้จากบนตัวอีกฝ่ายเอย อึก ไม่ไหว หอมละมุนมาก ~ เฟรนถึงกลับกลืนน้ำลาย

    นี่มันพ่อเทพพระบุตรหลุดโลกชัด ๆ พี่แกหลุดออกมาจากเทพนิยายปะครับ ฮือออ!!