“ในโลกที่ผู้คนมีร่างกายที่ทรงพลังมีเวทมนตร์ที่เหนือจินตนาการคุณคิดว่าโลกจะออกมาเป็แบบไหนคำตอบของคำถามนี้เป็อะไรที่เรียบง่าย แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมากเพียงใดผู้คนจะไม่เปลี่ยน ดังนั้นมันคงไม่ต่างจากสิ่งที่คุณเห็นอยู่ในตอนนี้เท่าใดนัก”
คำกล่าวเปิดของหนังสือ”เวทมนตร์แห่งการสร้างโลก”ที่อาคอนในวัยสี่ขวบสูญเสียเงินเก็บทั้งกระเป๋าของเขาเพื่อที่จะซื้อมันมาด้วยหวังว่าอยากจะเรียนรู้เวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่แต่น่าขำที่หนังสือทั้งเล่มเป็เพียงหนังสือปรัชญาว่าด้วยโลกในอุดมคติในแบบของแต่ละคน
ในวัยเด็กคงต้องบอกว่าเขาค่อนข้างจะผิดหวังอย่างมากกับกับหนังสือปรัชญาธรรมดาๆเล่มหนึ่ง อย่างไรตามในปัจจุบันคงพูดได้ยากว่าเขาว่าเขารู้สึกเสียใจที่ซื้อมันมา
‘ไม่ว่าอดีตจะเป็อย่างไรอดีตสร้างตัวตนของเราในปัจจุบัน และมันสร้างโลกที่เรามองเห็นเช่นกัน’ บางทีอาจจะเป็เพราะว่าเขาอ่านหนังสือเล่มนี้มากไปมันจึงทำให้เขาเห็นด้วยกับมันอย่างช่วยไม่ได้
อาคอนหนึ่งในนักเวทย์ยอดเยี่ยมที่ผู้คนขนานนามให้เขาว่า “anti mage” ด้วยวิธีการต่อสู้ที่เป็เอกลักษณ์ทำให้เขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในดินแดนมาโทรเดีย ดินแดนที่ในปัจจุบันใกล้เคียงกับคำว่าบ้านป่าเมืองเถื่อนมากที่สุดในเก้ามหาทวีป
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นอาคอนนั้นมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นักเวทที่ทรงพลังั้แ่ในวัยเด็กอย่างไรก็ตาม ก้าวแรกของการเดินทางบนเส้นทางของโลกเวทมนตร์คือ การที่เขาถูกหลอกขายหนังสือปรัชญาเล่มหนึ่งที่มีปกหนาสีดำพร้อมกับลวดลายที่ดูลึกลับจั่วหัวว่า“เวทมนตร์แห่งการสร้างโลก”
เขาเป็เพียงเด็กข้างถนนที่มีความหวังว่าจะเปลี่ยนชีวิตที่น่าอัปยศอดสูของตัวเองโดยการกลายเป็นักเวทผู้มีเกียรติหลังจากที่เขาเก็บเงินมาอย่างยาวนานเขาก็มีเงินพอที่จะซื้อหนังสือเพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์
เมื่อเขาได้หนังสือมาเขาเปิดอ่านมันอย่างกระตือรือร้นโดยหวังว่ามันจะช่วยเติมเต็มความฝันของเขาแต่จนกระทั่งเขาอ่านจนครบทั้งเล่มเขาก็ยังไม่เห็นว่าหนังสือเล่มนี้จะแนะวิธีการใช้เวทมนตร์แต่อย่างใด
เขายังคงไม่หมดหวังเพราะเวทมนตร์ในสายตาของเขานั้นเป็ศาสตร์ที่ลึกลับและไม่ง่ายที่จะเรียนรู้เขาจึงอ่านซ้ำอีกหลายครั้งโดยหวังว่ามันจะมีบางอย่างที่เขาพลาดไปเขาทำแม้กระทั่งการขูดตามผิวของหน้าหนังสือเพราะคิดว่ามันอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่หรือแม้แต่ประพรมน้ำเพื่อหาข้อความลับที่ถูกวางไว้แต่มันก็ไม่มีอะไรเลย
เขายอมแพ้มันสักพักแต่ก็ยังไม่ได้ตัดใจจากหนังสือเล่มนี้เขาทำงานและใช้เวลาที่เหลือศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวทมนตร์จนกระทั่งวันนี้เขาอายุยี่สิบเอ็ดปี เขามีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์มากพอที่เขาจะสรุปได้ว่าหนังสือที่เขาซื้อมาตอนสี่ขวบนั้นเป็เพียงหนังสือปรัชญาธรรมดาไม่ใช่หนังสือเวทมนตร์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเขายังคงพกมันติดตัวเสมอเพราะเขาคิดว่าหนังสือปรัชญาที่ธรรมดาเล่มนี้มันให้อะไรหลายอย่างกับเขาเหลือเกินไม่ต้องกล่าวถึงข้อความภายในหรือประโยคเปิดเื่แค่บทเรียนที่ได้มาตอนที่ไปซื้อมันก็มากพอที่มันจะมีค่าแล้วสำหรับเขาอย่างน้อยมันก็ทำให้เขาไม่ไปซื้อหนังสือเวทมนตร์จอมปลอมหลังจากนั้น อย่างน้อยมันก็ทำให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญเมื่อเผชิญหน้ากับฝั่งตรงข้ามเขาปรับใช้สิ่งนี้กับทุกสิ่งที่เขาเผชิญหลังจากวันนั้น
บางทีเขาอาจจะสร้างโลกในมุมมองของตัวเองั้แ่วันนั้น
บางทีหนังสือเล่มนั้นอาจจะสร้างเขาในวันนี้
อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับหนังสือที่เขาได้ซื้อมาในวันนั้น
ถ้าเป็เช่นนั้นจริง บางทีมันอาจจะเป็หนังสือเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกสำหรับเขา
และในวันนี้เขามีรูปแบบการต่อสู้ที่ผู้คนมองว่าเป็เอกลักษณ์และจดจำชื่อของเขาได้antimage อาคอน กาลาแฮด