หลินหลานตื่นมาอีกครั้งยามแสงอาทิตย์กระทบใบหน้า การที่นางได้นอนพักผ่อนแม้จะไม่ได้หลับสนิทนัก แต่ก็พอทำให้ร่างกายนางเริ่มมีกำลังวังชาเพิ่มมากขึ้นหาววว.....อึบนางขยับร่างบิดตัวไปมาคลายความเมื่อขบจากการที่ต้องนอนบนพื้นและการนอนขดตัวอยู่ทั้งคืนก็ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกยึดติดไปหมด หลังจากที่ขยี้ตาคลายความง่วงออกไป นางก็เริ่มทำตามแผนการที่ได้วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืนอีกครั้ง
นางกำลังมองหาเป้าหมายที่พอจะให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางได้ และแล้วสายตาก็ชายที่น่าจะอายุประมาณสีสิบปี กำลังถูมือไปมาไล่ความหนาว ดูท่าแล้วคงจะเป็นคนที่คุยง่ายเอาล่ะ!! หญิงสาวให้กำลังใจตนเองก่อนที่จะค่อยๆ เดินฝ่าผู้คนบางส่วนที่ยังนอนหลับใหลอยู่เข้าไปหาเป้าหมาย"ท่านลุงข้ามีเรื่องบางอย่างจะถามท่านได้หรือไม่?"คุณลุงเป็นคนที่ดีอย่างที่นางคิดจริงเสียด้วย เมื่อได้ยินคำถามนางคุณลุงท่านนั้นก็ส่งยิ้มพร้อมทั้งพยักหน้าเป็นการส่งสัญญาณว่าให้นางพูดมาได้เลย นางจึงไม่เกรงใจอีกรีบถามคำถามที่ต้องการทันที"ข้าอยากจะทราบว่า พอจะมีทางออกจากเมืองแห่งนี้ไปยังที่ที่อบอุ่นกว่านี้หรือไม่?"ท่านลุงทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะ ก่อนที่จะเสนอการเดินทางที่พอจะนึกออกให้นาง"หากเจ้าต้องการออกจากเมืองนี้ เจ้าต้องลงใต้ไปกับขบวนค้าขาย หรือไม่ก็เดินเท้าเอาไปเป็นกลุ่ม เพราะมีผู้คนไม่น้อยที่กำลังจะเดินทางลงใต้หนีความหนาวเช่นกัน""ขอบคุณมากเจ้าค่ะ"นางค้อมศีรษะคารวะท่านลุงผู้นั้นก่อนที่จะเดินกลับมายังที่เดิม เรื่องการเดินทางนี้นางต้องใช้เวลาใคร่ครวญสักเล็กน้อย หากนางเดินทางต่อไปพร้อมกับชาวบ้าน แน่นอนเมื่อมีคนเยอะก็ย่อมต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ และนางก็ไม่รู้จักผู้ใดจึงเป็นการตัดสินใจที่ไม่น่าจะดีเท่าไหร่หากนางสามารถติดไปกับขบวนเดินทางได้ เช่นนั้นนางก็สามารถขอไปเป็นลูกมือคอยช่วยทำงานเล็กๆ น้อยในคณะเดินทางเพื่อแลกอาหารเช่นนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามากเอาล่ะ!!...ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะต้องขอเดินทางไปกับคณะพ่อค้าเมื่อหญิงสาวตัดสินใจได้นางจึงออกเดินไปตามเส้นทางที่ท่านลุงชี้บอกว่าจะมีขบวนรถม้าที่ขนสัมภาระของพ่อค้าที่จะไปค้าขายยังต่างเมืองเดินทางผ่านมาเรื่อยๆนางเดินไปได้ไม่นานก็พบกับขบวนรถม้าที่กำลังเร่งเดินทางเข้าพอดี นางรีบโบกมือพร้อมส่งเสียงตะโกนด้วยความยินดี"เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้าขอติดขบวนไปด้วย!! "ทางด้านชายแก่ที่มีหนาวเครายาวสีเงินยวงน่าจะเป็นผู้ที่คอยควบคุมขบวนอยู่เห็นหญิงสาวที่นุ่งห่มด้วยผ้าเนื้อหยาบเหมือนบุคคลเร่ร่อน คราแรกคิดจะผ่านเลยไป แต่มีบางสิ่งฉุกใจขึ้นมาชายชราจึงตัดสินใจหยุดรถม้ารถม้าค่อยๆ จอดสนิทเบื้องหน้า หลินหลานรีบเดินตรงเข้าไปหาชายชราที่อยู่ด้านหน้าสุด ก่อนที่จะกล่าวแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น "ท่านผู้เฒ่าข้าอยากจะขอติดขบวนเดินทางไปกับท่านด้วย ไม่ว่าท่านจะให้ข้าทำงานอะไรข้าก็ยินดีทำทุกสิ่ง"ผู้เฒ่าเห็นเด็กสาวใกล้ๆ ก็พบว่านางมิได้มีท่าทางเหมือนขอทานหรือคนสติไม่ดี จากประสบการณ์ที่เจอผู้คนมามากกว่าค่อนชีวิตก็พอจะดูคนออกอยู่บ้าง หญิงสาวเช่นแม่นางน้อยนี้ไม่น่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพเช่นกันเมื่อประมาณคร่าวๆ แล้วจึงได้พยักหน้าตอบตกลง "เจ้ารีบขึ้นมาเสีย เราต้องเร่งเดินทางหนีภัยหนาวนี้""ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ข้าจะขยันขันแข็งช่วยงานเพื่อเป็นการตอบแทน"หลินหลานรู้สึกยินดีมาก นางรีบปีนขึ้นรถม้าก่อนที่ขบวนสินค้าที่มิได้ใหญ่นักจะออกเดินทางต่อภายในรถม้าแม้จะมิได้สะดวกสบายนักเพราะต้องขนสินค้าเป็นจำนวนมากทำให้พื้นที่เหลือให้นางเพียงนั่งเท่านั้น ไม่มีที่ให้เอนหลังนอนแต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะสิ่งของที่อยู่ภายในช่วยบังลมหนาวและทำให้นางที่สวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบอบอุ่นขึ้นมาอย่างมากขบวนพ่อค้าวิ่งผ่านพื้นที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยหิมะสุดลูกหนูลูกตา ข้าทอดตามมองรอยเท้าที่รถม้าวิ่งผ่านพร้อมทิ้งรอยล้อมเอาไว้ก่อนที่คันหลังที่ตามมาจะวิ่งกลบทับรอยนั้นไปการเดินทางเป็นไปอย่างเร่งรีบ เพราะไม่มีพื้นที่ที่ พอจะหยุดพักได้เลย ไม่มีบ้านคน ไม่มีร่มเงา ข้าคิดว่าหากข้าเดินเท้าพร้อมกับชาวบ้านที่กำลังอพยพลงมาข้าลงจะไปไม่รอดเป็นแน่ ช่างเป็นการตัดสินใจที่โชคดีนักเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานนางจึงคิดจะนอนหลับเอาแรงเสียก่อน ร่างนางโยกส่ายไปมาตามการขยับของรถม้า ก่อนที่จะหลับไปอย่างง่ายดาย
"ตื่นได้แล้ว"เสียงแหบๆแก่ชรานั้นปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาทันที ด้วยการที่รู้สึกว่าตนเองไม่ปลอดภัยทำให้หญิงสาวต้องฝึกฝนประสาทสัมผัสด้านการนอนขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงอะไรผิดปกติจึงได้ตื่นอย่างรวดเร็ว"ตื่นแล้วก็ช่วยตักน้ำไปให้ม้า และเอาฟางแห้งที่ใช้เป็นอาหารไปให้ด้วย"หลินหลานรีบลุกลงมาจากหลังรถเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายมาอย่างรวดเร็วชายชราที่มองดูอยู่เงียบๆ ลอบพึงใจที่เด็กสาวที่ตนรับเข้าขบวนมาด้วยดูเอาการเอางาน มิได้โง่งม "เสร็จแล้วก็รีบมาช่วยข้ากางกระโจมและก่อไฟ"หลินหลานให้หญ้าแห้งแก่ม้าก่อนที่จะเดินกลับไปหาชายชรา รอบๆ มีคนที่กำลังกางกระโจมอยู่อีกสามหลัง เมื่อเดินมาถึงนางก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดตามความจริงน้ำเสียงละอายใจ "ท่านผู้เฒ่าคือว่าข้ากางกระโจมไม่เป็นเจ้าค่ะ"ผู้เฒ่าส่ายหน้าจนหนวดเคราสีขาวขยับไปมาดู "มานี้ทำตามที่ข้าบอก"ไม่นานกระโจมหลังหนึ่งก็กางออก เมื่อจัดการเรียบร้อย ชาวคณะเดินทางที่มีแต่ชายฉกรรณ์โดยมีผู้เฒ่าที่รับนางมาเป็นผู้คอยควบคุมก็มาล้อมวงกันที่กองไฟทุกคนต่างจ้องมองนางด้วยความสนใจ แต่ก็เพียงไม่นานนัก เพราะทุกคนต่างรู้ว่ามักจะมีผู้ที่ขอติดขบวนรถมาประจำอยู่แล้ว แต่นางอาจจะแปลกที่เป็นหญิงสาวอายุยังน้อยเท่านั้นแป้งที่ถูกปั้นเป็นก้อนถูกนำออกมาย่างไฟ เมื่อเริ่มมีสีเหลืองปนน้ำตาลก็เป็นอันใช้ได้ ก้อนแป้งนั้นถูกตัดแบ่งให้ทุกคนและข้าก็ได้รับเช่นกันทุกคนนั่งสนทนากันพลางกัดกินก้อนแป้งนั้นอย่างเอร็ดอร่อย ผักดองที่อยู่ในไหถูกคีบออกมาใส่ไว้ในภาชนะชายวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคนที่นับได้เจ็ดคน คีบผักดองเข้าปากก่อนที่จะกัดชิ้นแป้งตามเข้าไปคำใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าติดคอก็มีกาน้ำที่คาดว่าจะเป็นน้ำชาเอาไว้ดื่มท้องที่ไม่มีสิ่งใดล่วงเลยเข้าไปตั้งแต่เมื่อเช้าร้องโคกคราก หลินหลานรีบกัดก้อนแป้งที่อยู่ในมือรสชาติมันจืดสนิท เหมือนกินก้อนแป้งธรรมดายิ่ง ลองคีบผักดองที่ดูสีสันจัดจ้านที่ถูกวางไว้เป็นกับเข้าปากผักดองมันมีรสชาติเผ็ดร้อนรสเค็มและเปรี้ยว ทำให้ต้องกัดก้อนแป้งเข้าไปอีกคำใหญ่ ก้อนแป้งค่อนข้างแข็งกระด้างและหนักท้องรสชาติของผักดองถูกบั้นทอนลงไม่น้อยเมื่อกินพร้อมกับก้อนแป้ง เมื่อฝืนกินไปจนหมดก็รู้สึกอิ่มจนแน่น เมื่อดื่มน้ำชาขมๆ ตามลงไปตอนนี้ในท้องของนางถูกเติมเต็มไปด้วยก้อนแป้งผักดองและน้ำทุกคนในขบวนพูดคุยกันหลังมื้ออาหาร เด็กสาวก็ทำเพียงนั่งก้มหน้าฟังเสียงสนทนาเงียบๆ พยายามเอาตัวเองเข้าไปให้ใกล้กองไฟที่สุดเพื่อที่จะได้อุ่น ไม่นานชายทั้งเจ็ดคนก็แยกย้ายกันกลับเข้าไปในกระโจม ข้าลังเลเล็กน้อยตัดสินใจไม่ถูกว่าต้องนอนที่ใด หากนับรวมข้ากับท่านผู้เฒ่าเข้าไปด้วยแล้วในขบวนเดินทางนี้มีด้วยกันทั้งสิ้นเก้าคน"เจ้าก็รีบเข้ามานอนหลับพักผ่อนเสีย"เป็นท่านผู้เฒ่าเช่นเดิมที่ส่งเสียงเรียกนางเข้าไปในกระโจม ตอนนี้นางยินดีจนแทบน้ำตาไหลชายชราช่างเป็นผู้ที่มีจิตเมตตานักหลินหลานเข้าไปในกระโจมที่จุดตะเกียงเอาไว้ ชายชรานอนอยู่ที่มุมหนึ่ง แม้ภายในกระโจมจะมิได้กว้างนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับคนแก่และหญิงสาวที่ยังไม่เติบโตเต็มที่นักเช่นนางคืนนี้คงจะเป็นคืนที่ข้านอนหลับได้อย่างมีความสุขที่สุดกระมัง หลินหลานล้มตัวลงนอนช้าๆ ก่อนที่ท่านผู้เฒ่าจะโยนผ้าห่มที่ทำจากขนสัตว์บางชนิดมาให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกายและใจของหลินหลาน แม้ว่าชายชราจะมิได้พูดคุยสิ่งใดกับนางนัก แต่ก็ดูเอาใจใส่นางพอสมควรนางนับว่าโชคดีแล้วที่ได้เจอผู้มีจิตใจอารีเช่นนี้ค่ำคืนมืดมิดมีเพียงเสียงลมเย็นพัดใส่ผืนผ้าของกระโจมกระพือไหว และบางครั้งก็มีเสียงเห่าหอนของสัตว์ป่าดังขึ้นมาในความมืด ม้าที่ผูกไว้ส่งเสียงหายใจฝืดฝาด เสียงเหล่านี้ดังสลับกันไปมาช่วยขับกล่อมร่างกายที่เมื่อยล้าของนางให้หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย
*************************ตอนนี้ยาวหน่อยเพราะไรท์ขยัน 555