ใช้เวลาอยู่สักพักเพื่อรวบรวมสติและเรียบเรียงสิ่งที่ตนจะทำ เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนเสร็จแล้ว เต้ก็แต่งตัวออกเดินทางเพื่อไปยังศูนย์ใหญ่ของสำนักงานสำหรับนักผจญภัย
ด้วยเพราะเป็นักผจญภัยแรงค์ F ทำให้เต้นั้นเปรียบเสมือนกับคนที่ไร้ตัวตนและไม่ได้รับความสนใจ “มารับค่าตอบแทนครับ” เต้เอ่ยขณะที่ยื่นบัตรประจำตัวนักผจญภัยให้กับพนักงานสาว
“รอสักครู่นะคะ" พนักงานสาวประจำกิลรับเอาบัตรประจำตัวของเต้ไปตรวจสอบ “ยอด 10,000 บาทนะคะ โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยบอกพร้อมกับที่ส่งยื่นบัตรประจำตัวนักผจญภัยกลับคืนให้กับเต้
แน่นอนว่า เงิน 10,000 บาทที่เต้ได้รับมานี้ย่อมเป็ค่าจ้างในการที่เต้ทำหน้าที่กุลีแบกหามเศษแร่โอริคัลคุมจากงานเมื่อวันก่อน ดูไปค่าจ้างหนึ่งหมื่นบาทต่อครั้งเพียงเพื่อการทำงานเป็กรรมกรแบกหามสิ่งของภายในดันเจี้ยนอาจจะดูผิวเผินว่าเป็รายได้ที่มากและสูงพอแก่การดำรงชีพ ทว่างานในลักษณะนี้นั้นมีความเสี่ยงสูง ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นภายในดันเจี้ยน มันย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพยสินขึ้น อีกทั้งงานในลักษณะนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีมาแบบวันต่อวัน หากแต่ในหนึ่งเดือนนั้นจะมีทีมนักผจญภัยซึ่งสนใจจะว่าจ้างเต้เพียง 4-5 ครั้งเท่านั้น
เมื่อได้รับเงินค่าแรงอย่างที่ตั้งใจแล้ว เต้ก็เดินมายังส่วนของโรงอาหารภายในสำนักงานสำหรับนักผจญภัย หลังจากสั่งอาหารสำหรับตนเองมาชุดหนึ่ง เต้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาเพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือที่มีอยู่ภายในบัญชี “รวมกับเงินที่พึ่งจะได้รับมา..ก็มีอยู่ทั้งหมด 60,000 หลังจากจ่ายค่ายาและเงินสำหรับเดือนนี้ของโบกับกิ๊บแล้ว เราก็เหลือเงินที่ใช้ได้อยู่จริงๆประมาณสองหมื่นบาท” เต้นึกคิดหักลบกลบรายจ่ายกับเงินในบัญชีคงเหลือของตน “แทบขยับตัวไปทำอะไรไม่ได้เลยแฮะ” เต้นึกคิดกับตัวเอง ด้วยเงินฉุกเฉินที่เหลืออยู่เพียงสองหมื่นบาทย่อมไม่มากพอที่จะให้เต้ใช้เพื่อจับจ่ายซื้อชุดเกราะและอาวุธซึ่งจำเป็สำหรับการตะลุยดันเจี้ยน
“ด้วยความสามารถของเราที่ใช้ปราณได้ในตอนนี้..จะเทียบได้กับนักผจญภัยแรงค์อะไรนะ” เต้ครุ่นคิดเฝ้าถามตัวเองอย่างรู้สึกสงสัยใจ “ขืนทำอะไรผลีผลามไปโดยที่ยังไม่เข้าใจถึงขีดความสามารถของตนเองดีพอ แบบนั้นคงไม่ดีแน่ ถ้าอย่างนั้น..นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้เข้ายิมสำหรับนักผจญภัยน่ะ” เต้นึกคิดอย่างตัดสินใจกับตัวเอง
ภายในยิมสำหรับนักผจญภัย เต้ที่ลงทะเบียนเข้าใช้ในฐานะนักผจญภัยเดินเข้ามาจัดเตรียมกระสอบทรายสำหรับฝึกซ้อมออกแรง ผ่านไปพักใหญ่เต้ก็พร้อมที่จะทดสอบ “เริ่มจากออกแรงไปตามปกติก่อนก็แล้วกัน” เต้นึกคิดขณะที่ออกแรงต่อยเข้าใส่กระสอบทรายที่ตนพึ่งจะจัดเตรียมยกขึ้นแขวน
ถึงแม้ว่าจะมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงกว่ามาตราฐานของมนุษย์ทั่วไปถึงสามเท่า ทว่ากระสอบทรายที่ถูกเต้ต่อยและเตะเข้าใส่ก็เพียงแค่โยกเยกไปมาตามแรงที่ถูกส่งผ่านเข้าไปเท่านั้น “ด้วยสภาพร่างกายของเราในตอนนี้ก็คงได้ประมาณนี้สินะ” เต้นึกคิดขณะที่กลับมาตั้งท่ายืนหยัดอยู่ในท่วงท่าปกติ ยื่นมือออกไปจับให้กระสอบทรายซึ่งโยกเยกอยู่หยุดลงเสร็จ เต้ก็นึกคิดกับตัวเองใหม่ “แล้วถ้าแบบนี้ล่ะจะเป็ยังไง"
เร็วเท่าความคิด เต้ก็หน่วงรั้งรีดเร้นดึงเอาพลันปราณจากภายร่างออกมารวมศูนย์ไว้ยังบริเวณกำปั้นจากนั้นจึงออกแรงต่อยกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณซึ่งรวบรวมไว้เข้าใส่กระสอบทราย
ทันที่กำปั้นของตนซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณระดับปราณแรกก่อกำเนิดปะทะเข้าใส่กระสอบทราย ม่านตาของเต้ก็ขยายออกอย่างรู้สึกใเนื่องเพราะผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเหนือกว่าความคาดหมายของตัวเองไปไกล “เฮ้ย!” เต้ส่งเสียงร้องอุทานออกมาพร้อมกับที่ขยับร่างหลบกระสอบทรายที่หมุนคว้างโยกเยกไปตามแรงต่อยของตน
หลังจากความวุ่นวายสงบลง เต้ก็พบว่านักผจญภัยซึ่งกำลังใช้ยิมในส่วนอื่นๆอยู่ต่างหันมองมายังทิศทางของตนเป็การใหญ่ แน่นอนว่าการต่อยกระสอบทรายจนปลิวว่อนในลักษณะนี้ไม่ใช่ความสามารถที่น่าทึ่งหรือยากจะมีคนทำได้ เนื่องเพราะนักผจญภัยระดับสูงหลายคนนั้นย่อมมีขีดความสามารถที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติไปไกล หากแต่ที่ทุกคนหันมองมายังเต้ก็เพราะความวุ่นวายที่เต้ก่อให้เกิดขึ้น
“นี่คุณ…ระวังหน่อยสิ ทีนี่ไม่ใช่สถานที่ซึ่งจะมาโชว์ออพกันหรอกนะ” ผู้ดูแลยิมสำหรับนักผจญภัยเดินเข้ามาทำเสียงดุเอ่ยบอกกับเต้
“ครับ..” เต้รีบหันกลับมาผงกศีรษะน้อมรับผิดอย่างว่าง่าย
เห็นว่าเต้ค้อมศีรษะลงยอมรับผิดแต่โดยดี ผู้ดูแลยิมสำหรับนักผจญภัยก็ผ่อนคลายสีหน้าลง “จัดการให้กลับมาเข้าที่เข้าทางด้วยล่ะ..ถ้าอยากจะออกแรงทดสอบอะไรอย่างเต็มที่ก็ให้ไปลงทะเบียนใช้ยิมพิเศษทางด้านนั้น ที่ตรงนี้มันสำหรับนักผจญภัยมือใหม่ เื่นี้คุณก็น่าจะรู้นี่” ผู้ดูแลยิมสำหรับนักผจญภัยเอ่ย
สำหรับเื่ของยิมพิเศษสำหรับนักผจญภัยระดับสูงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะนั้น ไม่ใช่ว่าเต้ไม่รู้ หากแต่สิทธิในการลงชื่อเข้าใช้นั้นถูกมอบให้สำหรับนักผจญภัยที่มีระดับ C ขึ้นไปเท่านั้น อีกทั้งการที่จะเข้าใช้ในแต่ละครั้งยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษ ซึ่งสำหรับเต้ในตอนนี้ เงินคือปัจจัยหลักที่ยังขาดแคลนอยู่ เพราะแบบนั้นตัวเลือกในการใช้ยิมพิเศษสำหรับนักผจญภัยระดับสูงจึงไม่ได้อยู่ในความคิดของเต้ั้แ่แรก
มองดูเงาหลังของผู้ดูแลยิมที่เดินจากไปแล้ว เต้ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับที่หันมองกลับมาดูยังกระสอบทรายที่บุบผิดรูปไปจากแรงต่อยของตน หากสังเหตุให้ดีจะพบว่านอกจะรอยบุบแล้วยังมีหนังที่หุ้มกระสอบทรายนั้นอยู่ก็ปริแตกจนปรากฎเม็ดทรายที่อยู่ภายในรั่วซึมออกมา “หาเื่เสียเงินจนได้ บ้าชิบ” เต้นึกคิดสบภกับตัวเอง จากนั้นจึงกลับมานึกคิดถึงอานุภาพของพลังปราณที่พึ่งจะถูกจนปลดปล่อยออกมา “ไม่คิดเลยว่าแค่ระดับปราณแรกก่อกำเนิดจะทรงอนุภาพถึงขนาดนี้..ถ้าอย่างนั้นปราณยุทธระดับราชันซึ่งเป็ระดับขีดขั้นสูงสุดนั้นจะทรงพลังถึงขนาดไหน?” เพียงแค่คิดตั้งคำถามนี้ขึ้นมากับตนเอง เต้ก็อยากที่จะโบยบินกลับไปเพื่อฝึกฝนปราณยุทธของตนให้ก้าวหน้าแล้ว
จัดการเก็บกวาดสิ่งซึ่งตนทำเละเทะไว้จนหมด และออกมาจ่ายค่าเสียหายสำหรับกระสอบทรายที่ชำรุดเสร็จ เต้ก็ถอนหายใจออกมา ถึงจะอยากกลับไปหลับฝันเพื่อเข้าสู่โลกแห่งยุทธจักรมากสักเพียงไร หากแต่ในตอนนี้เต้ย่อมไม่สามารถที่จะบังคับตนเองซึ่งพึ่งจะตื่นนอนขึ้นมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงให้หลับลงได้ อีกทั้งตนเองก็ยังมีน้องสาวทั้งสองคนที่ต้องสงเสียเลี้ยงดู ยังมีผู้เป็แม่ที่ป่วยออดๆแอดๆและต้องมีค่ารักษาอีก
“จะยังไงเราก็สมควรที่จะมีเงินฉุกเฉินเก็บไว้สักก้อน” เต้นึกคิดได้อย่างนั้นก็เกิดคำถามตามมาอีกมากมาย เช่น “แล้วตนในตอนนี้จะไปหาเงินที่้ามาจากไหน?”
“การทำหน้าที่เป็คนแบกของภายในดันเจี้ยนเพียงอย่างเดียว..มันก็ปลอดภัยอยู่หรอก แต่รายได้ที่ได้มา..แค่ใช้จ่ายได้แบบเดือนชนเดือนมาจนถึงตอนนี้มันก็เหลือเชื่อมากแล้ว ถ้าเกิดมีเหตุสุดวิสัยอะไร เราแย่แน่” เต้นึกคิดพร้อมกับถอนหายใจออกมา หากแต่พอนึกคิดหน้าของผู้เป็น้องสาวทั้งสองเต้ก็เกิดความรู้สึกฮึดสู้ขึ้นมา “ไม่ ตอนนี้เราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราสามารถเติมโตได้ในฐานะนักผจญภัย และในฐานะผู้ฝึกพลัง แต่ถึงอย่างนั้นเราจะรีบร้อนไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราต้องมีก่อนก็คืออุปกรณ์ทั้งเกราะและอาวุธ” พอนึกมาถึง่ท้าย เต้ก็ต้องแอบถอนหายใจออกมากับตัวเองอีกครั้ง สาเหตุก็เพราะทั้งอาวุธและชุดเกราะที่เต้นึกถึงนั้นล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น
เมื่อไม่มีเงินอย่างนั้นจะทำอย่างไร? วิธีที่เต้นึกขึ้นได้จึงมีแต่การกู้ยืมเท่านั้น “บ้าเอ้ย ต่อให้เราตัดสินใจอยากจะกู้เงินจริงๆก็เถอะ แต่นักผจญภัยแรงค์ F อย่างเราจะกู้ได้สักขนาดไหนเชียว” เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เต้ก็ไม่รอช้าและเดินตรงดิ่งไปยังส่วนที่ให้บริการเกี่ยวกับสวัสดิของนักผจญภัยในทันที
ใช้เวลาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการกู้เงินจากพนักงานอยู่พักใหญ่ เต้ก็ได้รู้ว่าตนสามารถกู้เงินในฐานะนักผจญภัยได้เป็จำนวนสูงสุด 150,000 บาท เพราะแบบนั้นตลอดทั้งวันที่เหลืออยู่ เต้จึงยุ่งอยู่กับการวิ่งเต้นจัดเตรียมเอกสารจำเป็ที่จะใช้ในการยื่นกู้เงินจำนวนนี้
“เอาวะแค่ 150,000 ถ้าทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดี แล้วเราสามารถเลื่อนระดับนักผจญภัยของตัวเองให้สูงขึ้นได้ แปบเดียวก็หาคืนได้แล้ว ต้องได้แน่ ได้แน่ๆ” เต้นึกคิดกับตัวเองขณะที่ส่งเอกสารที่ลงลายมือชื่อของตนเองทั้งหมดออกไปเพื่อขอกู้เงิน