ตอนที่ 25 การปรับตัวของเอกภพ [ตอนพิเศษ #1]
โดยปกติแล้ว คุณต่อพงษ์จะออกงานสังสรรค์ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเป็คนที่มีหน้ามีตาในสังคม โดยงานอีเว้นต์ต่างๆจะส่งการ์ดเชิญมาสม่ำเสมอ หลายๆงานก็ไปเอง บางครั้งก็พ่วงพนักงานคนอื่นไปบ้างถ้ามันเกี่ยวข้องกัน หลังๆก็จะมีคุณกรไปด้วย เพราะว่าดูแลเื่การตลาด รวมไปถึงภาพลักษณ์องค์กร งานที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับบริษัทเช่น งานเดินแบบ งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ก็ไปบ้าง คำว่าบ้างนี่คือ 85% เลยนะครับ เพราะส่วนใหญ่คนที่เชิญมาก็คือเพื่อนคุณต่อเองบ้าง เพื่อนท่านประธานและคุณนายบ้าง หรือไม่ก็งานที่คุณตงฉินไปเดินแบบบ้าง...มีส่วนน้อยถึงน้อยมากที่เ้านายหนุ่มจะไม่ไป
วันนี้ก็เช่นกัน เป็งานเปิดตัวสินค้าของเครื่องประดับยี่ห้อดังที่โรงแรมแถวสาทร บัตรเชิญส่งตรงถึงคุณต่อพงษ์โดยมีการต่อสายมากำชับอีกครั้งว่าอยากให้ไปร่วมงานเป็อย่างมาก คงเพราะว่าปีที่แล้วทางบริษัทได้เหมาเครื่องประดับมาเป็ของขวัญปีใหม่กับลูกค้ากระมัง ชื่อของคุณต่อพงษ์เลยกลายเป็ลูกค้าวีไอพีโดยปริยาย...ทุกอย่างมันก็คงดำเนินไปตามที่มันควรเป็หรอก หากไม่ใช่...
“พี่เอก ไทเบี้ยวแล้วครับ” โอย ั้แ่เกิดมาไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ครับ ทั้งสูทสีเข้มเข้ารูปติดกระดุมล่างหนึ่งเม็ดและเชิ้ตแบบพอดีตัวสีครีมไข่ผูกเน็คไทสีน้ำเงินที่เป็ตีมของงาน แถมยังโดนลากไปตัดผมจนสั้น ใส่เจลจัดทรงซะแข็งโป๊ก ยังไม่รวมกับรองพื้นที่โปะจนหน้าเรียบเหมือนไม่ใช่หน้าตัวเองอีกนะ
“ไม่ใส่ชุดนี้ได้มั้ยอะครับ พี่ไม่ชินอะ” ผมประท้วง
“ไม่ได้ครับ งานนี้เป็งานแรกที่ผมควงพี่ไปด้วย จะต้องเปิดตัวพี่เอกให้ทุกคนตะลึง” ถามหรือยังว่าอยากเปิดตัวไหม...ตะลึงเนี่ย เพราะใของแปลกหรือเปล่าครับ
“พี่เอกไม่ชอบเหรอครับ” เสียงน้อยใจเริ่มมา ดราม่าเก่ง เอะอะทำเสียงอ่อย...หน้าจ๋อย แพ้ ... แพ้ทางทุกรูปแบบ
“ปะ เปล่าครับ พี่แค่ไม่ชินน่ะ เกิดมายังไม่เคยแต่งตัวไปงานอะไรแบบนี้เลย” ผมสารภาพตามตรง
“พี่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ งานนี้ไม่มีอะไร แค่มีสินค้าจัดแสดง ชอบชิ้นไหนก็สั่งซื้อ ไม่ชอบก็เดินดูไปเรื่อยๆ ในงานก็มีของกินเล่นมีการพบปะพูดคุยกับคนรู้จัก มีดาราไปเดินโชว์ มีนักข่าวไปทำข่าว ไม่มีอะไรมากหรอกครับ”
“นี่เรียกว่าไม่มีอะไรมากเหรอ” ผมกลืนน้ำลาย โว้ยยยยย นี่มันงานระดับชาติชัดๆ ไอ้คนพูดก็บรรยายซะไม่กล้าไปเลย
“งั้น เอางี้ ไม่ผูกไทก็ได้ แล้วก็จัดเชิ้ตให้ดูหลวมๆนิดนึง” แล้วกระดุมเม็ดบนสุดก็ถูกปลดออก ผมหายใจโล่งขึ้นเยอะเลย
“พี่กลัวไปแล้วทำตัวไม่ถูกน่ะสิครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับ พี่แค่เดินไปกับผม ยิ้มให้กับคนที่มาทักทาย ใครถามอะไรมาเดี๋ยวผมตอบให้เอง”
“มันก็ยัง...”
“พี่เอกครับ อย่าคิดมาก ผมอยู่ข้างๆพี่ตลอดงานนะครับ” แฟนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดคล้ายกันกุมสองมือผมไว้แล้วเอาไปจูบแ่เบา ... หวานตลอดจริงๆ “งานแรกมันก็ตื่นเต้นแบบนี้แหละ แต่งานต่อไปพี่จะชินเอง”
“ห๊ะ งานต่อไป”
“ใช่ครับ พี่เป็แฟนผมแล้วนะ จะให้ผมออกงานคนเดียวเหรอ” เสียงน่ะจะกระเง้ากระงอดไปไหน ช่วยดูรูปร่างตัวเองด้วย ยังกับั์วัดพระแก้ว
“...” กรรมหรือเวรของไอ้เอกกันวะเนี่ย ผมได้แต่รับสภาพแหละ
บีบ...
“คุณต่อ” ผมสะดุ้งโหยง เมื่อมือใหญ่บีบแก้มก้นอย่างแรงตอนที่หันหลังให้
“เลิกเครียดได้แล้ว ไปออกงานนะครับ ไม่ใช่ไปรบ”
....ผมอยากขอกลับเข้ากรมและย้ายตัวเองไปชายแดนจังเลยตอนนี้ ฮื้ออออ อยากย้อนกลับไปตอนอายุ 21
เมื่อจอดรถที่หน้าโรงแรมหรูแล้ว คุณต่อให้พนักงานมารับรถไปไว้ในที่จอดเพราะอยากให้เดินไปด้วยกัน ล็อบบี้ของโรงแรมกว้างขวางและน่าอยู่ มีโซฟาหลากสีท่าทางน่านั่งประดับด้วยหมอนขนาดย่อมมีตัดกันวางไว้อย่างลงตัวมั่วบริเวณ มีแขกของโรงแรมบางตาเนื่องจากเป็่ค่ำ มีผู้หญิงสวยหลายคนแต่งตัวในชุดราตรีหรูหราเดินไปมา บ้างก็คุยโทรศัพท์ บ้างก็มองหาใครบางคน หรือไม่ก็นั่งที่โซฟารับแขกของโรงแรมคุยกันอย่างออกรส
เ้านายหนุ่มพาเดินไปขึ้นลิฟต์และไปที่ชั้นสามตามข้อมูลที่ติดป้ายไว้ที่ทางเดิน ผมประหม่าไปหมด แข้งขาสั่นเหมือนเดินเข้าป่าช้าตอนตีสามก็ไม่ผิด ในลิฟต์มีแต่เราแค่สองคน ...
“ไม่ต้องกังวลนะพี่เอก” เหมือนจะรู้ใจนะ แต่ถ้ารู้ใจจริงๆก็ไม่ต้องพามาไหม “ผมอยู่ตรงนี้แล้วไง” มือใหญ่ที่แนบกันมีความเคลื่อนไหว นิ้วก้อยของคุณต่อเขี่ยมาที่นิ้วก้อยของผมจนรู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก ... เป็ไงเป็กันล่ะวะไอ้เอกเอ๊ย...
ตึ๊ง! เสียงลิฟต์บ่งบอกว่ามาถึงที่หมายแล้ว ผมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่คิดในใจว่ามันคงเป็งานธรรมดาเท่านั้น พอประตูลิฟต์เปิด พรมสีแดงก็มารอรับแล้ว พวกเราต่างเดินไปตามทางที่ปูไว้ จากลิฟต์ไปที่งานก็ประมาณ 40 เมตร มีคนเดินไปมาประปรายเพื่อเข้าห้องน้ำ พอเดินผ่านไปก็จะเจอจุดลงทะเบียนที่งานนี้มีพนักงานสาวสวยของบริษัทเครื่องประดับชั้นนำมาไหว้ทักทายและส่งยิ้มหวาน เ้านายหนุ่มไม่ต้องแสดงบัตรเชิญ เพราะทุกคนจำหน้าได้ เมื่อลงชื่อเสร็จ ผมก็ถูกคุณแฟนดันตัวให้เดินตามเข้าไปข้างใน
ตอนนั้นตาผมแทบจะปรับสภาพไม่ได้ นอกจากแสงไฟที่สาดส่องแล้ว แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปโผล่มาจากมุมไหนก็ไม่รู้กรูเข้ามาถ่ายรูปคุณต่ออย่างเนืองแน่น นี่ถ้าไม่รู้จักคิดว่าเป็ดารามาเอง...แต่ เอ๊ะ ... ก่อนหน้านี้คุณต่อก็เคยเป็ดารานี่นา ผมพยายามทำตัวลีบเพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกต แต่กลับถูกมือใหญ่ของเ้านายจับที่เอวด้านหลังไว้ให้ต้องเขยิบมาอยู่หน้ากล้อง มีนักข่าวสายบันเทิงที่ทำรายการสัมภาษณ์พวกไฮโซออกทางทีวีก็ยื่นไมโครโฟนมาสัมภาษณ์เ้านายหนุ่มที่คุยกันอย่างออกรส ผมเคยเห็นพิธีกรคนนี้แต่ในทีวี ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาเจอตัวเป็ๆ
“พี่ๆนักข่าวคะ เดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว ขอตัวคุณต่อไปประจำที่ก่อนนะคะ” แล้วพนักงานสาวสวยคนเดิมก็แหวกทางให้พวกเราไปประจำที่นั่งของวีไอพี ซึ่งเป็เก้าอี้ออกแบบแปลกตาอยู่มุมหนึ่งของงาน มีแขกวีไอพีหลายคนจับจองที่นั่งกันอยู่แล้ว ในมือก็ถือเครื่องดื่มหลากสีสัน
“ผมขอบลูฮาวายกับบลัดดี้แมรี่อย่างละแก้วนะครับ” คุณต่อแจ้งกับพนักงานต้อนรับที่สอบถามเื่เครื่องดื่ม ... ใจคอจะไม่ให้ผมชิมอย่างอื่นเลยใช่มั้ย นอกจากไอ้บลูฮาวายเนี่ย
ั้แ่ออกจากลิฟต์จนมานั่งตรงนี้ พวกเราทั้งคู่ยังไม่ได้คุยกันเป็เื่เป็ราว คงเพราะเสียงเพลงและเสียงพูดคุยกันอื้ออึงทำให้ไม่สะดวกที่จะสนทนา บวกกับภายในงานยังมีเครื่องประดับหลากหลายชิ้นวางเรียงรายในตู้กระจกใสบนโพเดี้ยมปูทับด้วยผ้าสีขาว เมื่อเครื่องดื่มมาบริการ เ้านายก็ชวนไปเดินดูสินค้า ซึ่งเอาตรงๆว่า...ไม่รู้จัก
ภายในงานคนเริ่มทะยอยมาจนเรียกว่าเกือบจะแน่น แต่ยังดีที่พวกเรามีโต๊ะวีไอพีให้นั่ง ไม่ต้องยืนหรือเดินไปมาเหมือนคนส่วนมากของงาน ของว่างหลากหลายก็มีคนคอยบริการ ผมที่ไม่สันทัดเื่สินค้าก็จ้วงของกินจนพุงกางเลยตอนนี้ รู้สึกแน่นท้องเพราะสูทมันรัด
“เอาล่ะค่ะ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ขอเชิญพบกับการเดินแบบแสดง....” พิธีกรในงานที่ทำหน้าที่บนเวทีมาสักพักก็แจ้งเื่การเดินแบบ ส่วนหนึ่งที่คุณต่ออยากให้มาก็เพราะคุณตงฉินมาเดินแบบในงานด้วย นางแบบหน้าตาสวยหุ่นดีเดินวนไปมาหลายคนสลับกับนายแบบหนุ่มกล้ามแน่นที่หล่อตะลึงต่างนำเสนอเครื่องประดับหลากชิ้นอย่างมืออาชีพ จนกระทั่งคนที่เรามาเชียร์เดินออกมา
คุณตงฉิน น้องชายคุณต่อพงษ์ เ้าของใบหน้าหล่อตี๋ ผิวสีแทนมาในชุดกึ่งลำลอง กางเกงขายาวพริ้วสีขาว เปลือยท่อนบนเผยแผงกล้ามลีนแน่นขนัด ที่คอมีสร้อยคอประดับไว้ มันเหมาะกับคุณตงฉินจนเรียกได้ว่าคนอื่นใส่อาจจะหมอง ผมจับจ้องน้องชายของแฟนตัวเองตาเป็มัน ในหัวแอบคิดแว้บหนึ่งว่าถ้าคุณตงเป็คนมาจีบ ผมจะตกหลุมแบบพี่ชายเขาไหม
“คิดอะไร ฮึ ... มองขนาดนี้ห่อกลับบ้านด้วยเลยมั้ย” นั่นไง จะเสียงใครล่ะ แค่มองนิดเดียวเองตาขวางค้อน
“เปล่าซะหน่อย ผมก็แค่ให้กำลังใจคุณตงเฉยๆ”
“ไม่ต้องหรอก แฟนคลับมันเยอะแยะ พี่เอกอยู่กับผมก็พอ” อะหะ...นี่คือหึงแม้กระทั่งน้องตัวเองเลยเรอะ ... แต่ที่คุณต่อพูดก็ไม่ใช่เื่แปลก ในงานนี้มีแฟนคลับคุณตงฉินมาหลายคนเลย ทั้งที่เป็งานแบบปิด ไม่ได้เชิญแขกทั่วไป ต้องเป็ลูกค้าของยี่ห้อนี้เท่านั้นจะได้บัตรเชิญมา และนั่นหมายความว่าแฟนคลับคุณตงฉินจะต้องทุ่มเงินไม่น้อยเพื่อให้มาในงานได้
“พูดยังกะผมหล่อน่าแย่งงั้นแหละ”
“หึหึ พี่ไม่รู้ตัวไง ดูโน่นสิ ค่อยๆหันนะ โต๊ะซ้ายมือสิบสี่นาฬิกา ... เกย์สองสามคนมองพี่ตาเป็มันเชียว” ผมค่อยๆหมุนใบหน้าไปทางซ้ายตามเข็มนาฬิกาที่คุณต่อบอก ผู้ชายแต่งตัวฉูดฉาดจับจ้องมาทางพวกเราจริงๆ แถมตอนที่ผมหันไป มียิ้มและพยักหน้าให้ด้วย
“คะ เค้าอาจจะมองคุณต่อก็ได้มั้ง”
“ไม่ใช่แน่นอน เพราะผมนั่งจ้องสามคนนั้นนานละ ไม่มีทีท่าจะสนใจ แต่แค่พี่หันไปกลับยิ้มให้เฉ้ย เสน่ห์แรงนักนะ” โอย คุณต่อ ผมอยู่เฉยๆเองงงงง
“เอ่อ ขอโทษนะครับ พอดีว่า เพิ่งเคยเห็นหน้าคุณครั้งแรก ไม่แน่ใจว่าเพิ่งเคยมางานแนวนี้หรือเปล่าครับ” เอาไงล่ะกู หนึ่งในสามเก้งเดินมาประชิดแบบไม่ทันตั้งตัวก็พุ่งคำถามใส่ ผมมองหน้านั้นอย่างเหรอหรา ถึงแม้จะไม่ใช่คนหล่อจัด แต่ก็ดูดี สะอาดสะอ้าน การแต่งกายนั้นเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้า กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปะทะมาอย่างจัง ควรจะตอบยังไงไม่ให้เค้ารู้ว่าเป็บ้านนอกเข้ากรุงกันวะเนี่ย
“ครับ คระ ครั้งแรก” ผมตอบไป
“ผมเทพบดินทร์ หรือเทพนะครับ นี่นามบัตรผม” ผมหยิบมาอย่างเกรงใจ (เกรงใจแฟน ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำหน้ายังไง ไม่กล้ามอง) อ่านชื่อในนามบัตร อื้อหือ มันเขียนว่าซีอีโอบริษัทนำเข้าแห่งหนึ่ง
“ผะ ผม เอกภพครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเอกภพ ขออนุญาตชนแก้วหน่อยนะครับ” คุณเทพบดินทร์ยิ้มหวานจนผมขนลุกยื่นแก้วเครื่องดื่มมาเพื่อขอชน ผมจำเป็ต้องทำตามมารยาท “คุณต่อด้วยนะครับ พี่ขออนุญาต”
“ได้ครับ ขอบคุณมากครับคุณเทพที่ให้เกียรติ”
“แหม พูดเว่อไป คนกันเองทั้งนั้น” จีบปากจีบคอจนลืมเก๊กไปซะละ “ว่าแต่ คนนี้ใครเหรอ ถึงได้มากับน้องต่อได้ ..”
“...”
“หน้าตาหล่อเชียว แถมหุ่นแน่น สเป๊กมาก เพื่อนคุณต่อเหรอ พี่ขอจีบได้ปะ” หมดกัน ความแมนที่คุณเทพบดินทร์เก๊กไว้ สายตากรุ้มกริ่มทำผมอึดอัด นี่แสดงว่าหน้าตาเราดึงดูดเพศเดียวกันแล้วจริงๆใช่มั้ย
“พี่สนใจพี่เอกจริงๆเหรอครับ” นั่นไง ถามเสียงเข้ม
“ใช่จ้ะ ชอบมาก ชายในฝัน” อื้ออออ อย่าเอามือมาลูบแขนสิครับ ไอ้เอกทำตัวไม่ถูก
“คุณเอกภพว่าไงครับ” โห จู่โจมรุนแรงมาก ต่อหน้าแฟนกูอี๊ก... คุณต่อช่วยด้วย ... ไปไม่ถูก
...ทำหน้ากร้าวแบบนี้ ไม่พอใจแหงๆ...
“คือ เอ่อ...ผะ ผม...” จะบอกไงดี จะบอกว่าไม่ชอบผู้ชายก็ไม่ได้ ตอนนี้มีแฟนแล้ว แฟนหล่อมากด้วย แถมเป็ผู้ชายตัวใหญ่เท่าั์อีกต่างหาก แต่จะบอกปัดยังไงดีล่ะ ไอ้คุณต่อก็ไม่ช่วยอะไรเลย นั่งกอดอกหน้ามุ่ยไปซะงั้น ไอ้คุณเทพบดินทร์ก็ทำหน้าตาแพรวพราวอย่างมีความหวัง ...
“ผมขอไลน์คุณเอกภพได้มั้ยครับ จะได้เอาไว้ติดต่อ...” นั่นไง จู่โจมเข้าไป ทำไมวะ หน้ากูเนี่ยเหมือนเกย์ขนาดนั้นเลยเรอะ
“คือผม...” เอาวะ เป็ไงเป็กัน “ผมขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมมีแฟนแล้ว”
“อ๊ะ” เสียงอุทานของคุณเทพบดินทร์ดังขึ้น หน้าเสียเลยงานนี้
“ใช่ครับ ผมนี่แหละแฟนพี่เอก” เ้านายหนุ่มหน้ายิ้มร่าเลยจ้า แถมอยู่ๆเอื้อมมือมาโอบไหล่จนตัวเซเกือบไปซบอีกต่างหาก
“คุณต่อ” ผมประท้วง พยายามดันตัวออก ผิดกับคุณเทพบดินทร์ที่ใตาเบิกโพลงไปแล้วนั่น
“อะ อ่อ อุ่ย” คุณเทพบดินทร์ไปไม่ถูกเลย “พอดีนึกได้ว่าเพื่อนอยากคุยงาน พี่ขอตัวก่อนนะครับ”
...แล้วเ้าของร่างสูงใหญ่กล้ามแน่นก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองแทบทันทีโดยที่พวกเราไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ร้ายนักนะ”
“ร้ายอะไรคุณต่อ” ผมปรับท่านั่งหลังจากหลุดจากแขนใหญ่ที่คว้าไปโอบ
“ก็ที่บอกว่ามีแฟนแล้วไง” นั่นยิ้ม แหม...ทีเมื่อกี้หน้าบูดเป็ตูดไก่ต้มอยู่เลย
“แล้วจะให้ผมบอกว่าไงล่ะครับ” ออกงานครั้งแรกก็แทบจะบ้าตายเลยเห้ย
“ผมไม่รู้” ไอ้เ้านายตอบหน้าตาเฉย “ผมก็ลุ้นอยู่ว่าพี่เอกจะตอบยังไงเหมือนกัน”
...ลองคิดดูสิ ถ้าตอบอย่างอื่นไป กลับบ้านมีงอนยาวแน่ๆ... ดีนะ งานยังไม่กร่อย ... เราหันไปโฟกัสกับแฟชั่นโชว์จนจบ นางแบบนายแบบก็เดินกลับมาวนโชว์ตัวอีกครั้งก่อนเดินไปหลังเวที ผมจิบบลูฮาวายแก้วแรกอย่างช้าๆ เพราะคืนนี้ต้องขับรถอีก ในงานก็ไม่มีอะไรอีก ดีเจกลับมาเปิดเพลงครึกครื้น แเื่ในงานก็คุยกันราวกับเป็เพื่อนสนิทกันนมนาน นักข่าวต่างกรูไปสัมภาษณ์คนโน้นคนนี้ก่อนจะไปรุมสัมภาษณ์พระเอกนางเอกชื่อดังที่มาร่วมเดินแบบคืนนี้ด้วยอย่างคับคั่ง
“คุณต่อพงษ์คะ ขอเชิญที่แบ็กดรอปด้วยได้ไหมคะ” เสียงเ้าของงานมาเชื้อเชิญเ้านายหนุ่มถึงที่ “เดี๋ยวจะมีถ่ายรูปรวม ขอเชิญเป็เกียรติกับเราด้วยนะคะ”
“ยินดีครับ” เ้านายหนุ่มลุก ร่างสูงสง่าน่าดึงดูด คนในงานต่างจับจ้องมาทางนี้เพราะว่าสปอร์ตไลต์สาดแสงมา ผมนั่งมองอย่างบรรยายอารมณ์ตัวเองไม่ถูก มันช่างต่างกับชีวิตจริงของเราเหลือเกิน
“พี่เอก พี่เอก” ผมสะดุ้งเมื่อโดนเขย่าตัว
“ไปเร็ว จะเหม่ออีกนานมั้ย”
“ปะ ไปไหนครับ” ผมถามเ้านายหนุ่มที่ยืนประจัญหน้า
“อ้าว ก็ไปถ่ายรูปไง เ้าภาพเค้ามาเชิญแล้ว”
“ห๊ะ พี่ต้องไปด้วยเหรอ” ผมชี้มาที่ตัวเอง
“ไม่ถ่ายได้ไง พี่มาในฐานะอะไร อย่าลืมสิ” หึ ย้ำจัง
“ตะ แต่...”
“ไปเร้ว อย่าช้า คนอื่นรออยู่” ชิบ..หาย...แล้ว
ผมค่อยๆลุกยืนจนสุดสองขาที่กำลังสั่น มือเย็นเฉียบอย่างตื่นเต้น อยู่ๆก็โดนลากไปกลางงานเพื่อถ่ายรูปร่วมกับแขกคนอื่นๆและดาราชื่อดังที่เคยเห็นแต่ผลงานละครที่กำลังออกอากาศ ไม่คิดว่าจะมาอยู่ใกล้ระยะประชิดขนาดนี้ เ้าภาพแหวกที่ให้เ้านายหนุ่มยืนชิดกับนางเอกสาวคนสวย ผมมองอย่างตะลึงเลยครับ ไม่คิดเลยว่าจะมีวาสนาขนาดนี้
“อ้าว พี่เอก มาด้วยเหรอ” คุณตงฉินนั่นเอง ตอนนี้เปลี่ยนชุดแล้ว ดูหล่อจนกลบออร่าผมมิดเลย ซ้ายก็คุณต่อ ขวาก็คุณตง ...
...กูนี่หลุมดำชัดๆ... ผมยืนเกร็งเลยครับตอนที่รอทางเ้าภาพจัดแจงท่าก่อนถ่ายรูป ััอุ่นๆของมือใหญ่โอบเอวมาทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะ แต่...มันไม่ได้มีแค่มือเดียวน่ะสิ
“ไอ้ตง เอามือมึงออกไป” คุณต่อพยายามโน้มตัวไปกระซิบไล่น้องชายตัวเอง
“โห พี่ต่อแค่นี้ทำหวง” กวนประสาทกันเองอีกละ
“คุณต่อนะ นิ่งๆค่ะ เดี๋ยวจะถ่ายรูปแล้วนะคะ” ทางเ้าภาพขอร้อง แต่เ้านายหนุ่มยังไม่พอใจที่น้องชายตัวเองยังโอบเอวผมอยู่
“มานี่”
“อ๊ะ” ผมใสิครับ เมื่อคุณต่อสลับตัวผมให้มาชิดกับนางเอกสาวแทน วินาทีนี้ไอ้เอกไม่คิดอะไรแล้วครับ เพราะมายืนข้างคนสวยระดับนี้ทำให้หน้ามือตามัวไปหมดแล้ว กลิ่นก็ห๊อมหอม หน้าก็ส๊วยสวย ขอลืมไอ้ผู้ชายตัวใหญ่สองคนที่กำลังตีกันอยู่ข้างๆแป๊บ...
