หนึ่งเดือนต่อมา....
คมกริชเปิดไอแพดดูแนวโน้มตลาดหุ้นฆ่าเวลาก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องอยู่พักใหญ่
"นายนี่เหมาะสมกับตำแหน่งประธานใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จริงๆ เลยนะ"
คทาธรเอ่ยแซวแฝดผู้พี่ที่ยังคงวุ่นอยู่กับตลาดหุ้นจนถึงนาทีสุดท้ายทั้งที่จะถึงเวลาออกเดินทางแล้วแท้ๆ
"นายเองก็เหมาะสมกับตำแหน่งประธานใหญ่บริษัทอัญมณีเหมือนกันนะ"
"ได้ข่าวว่าชอบออกแบบจี้เพชรแจกให้สาวๆ ในสังกัดนี่" คมกริชอดที่จะเหน็บแหนมน้องชายจอมเพลย์บอยไม่ได้
"ก็ฉันไม่ได้ไร้ความรู้สึกเหมือนนายนี่..."
"เอ่อ...ไม่สิวะ วันก่อนนายยังพูดอยู่เลยว่าจะจับเด็กทอมทำเมีย"
"รสนิยมนายนี่มัน...โอ๊ย! "
คทาธรยังพูดไม่ทันขาดคำก็ร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บเพราะจู่ๆ คมกริชก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินเหยียบเท้าเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย
ที่สำคัญตัวมันหนักชิบหายเลย!
"ฉันต้องไปแล้ว ฝากนายลาพ่อกับแม่แทนฉันด้วย"
คมกริชบอกน้องชายแล้วเดินละลิ่วเข้าไปในห้องผู้โดยสาร
ชายหนุ่มต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเร็วกว่ากำหนดเพราะมีธุระสำคัญต้องไปจัดการซึ่งมันก็เป็เวลาเดียวกันกับที่พ่อพาแม่ไปฉลองครบรอบวันแต่งงานที่เกาะส่วนตัวพอดี
.ด้านเกวลินนั่งมองซองจดหมายที่ได้มาจากทางโรงเรียนด้วยความหนักใจเพราะมันเป็เอกสารที่ส่งมาแจ้งว่าเธอได้ทุนเรียนฟรีและค่าที่พักให้ตลอดการเรียนจนจบการศึกษาชั้นปริญญาตรี
มันก็ดีอยู่หรอกที่เธอได้ทุนเรียนต่อขนาดนี้เพราะเอาจริงๆ หญิงสาวคงต้องปากกัดตีนถีบแทบตายเลยทีเดียวกว่าจะได้เงินได้ค่าเทอมและค่ากินอยู่ในแต่ละเดือน แต่ปัญหามันติดอยู่ที่ว่ามหาลัยที่เกวลินได้ทุนนั้นมันอยู่ในกรุงเทพ เธอต้องห่างไกลจากพ่อที่ดูแลตัวเองไม่ได้ไว้ให้น้าเพ็ญต้องแบกรับแต่เพียงผู้เดียว
"ไปเถอะลูก โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ เลยนะ"
"อีกอย่างน้าเองก็รู้สึกผิดกับแม่ของเกวมากเลยนะที่ไม่สามารถเลี้ยงดูหลานเพียงคนเดียวให้ดีกว่านี้ได้ ทั้งๆ ที่น้าสัญญากับพี่พรไว้ก่อนตายแล้วว่าจะเลี้ยงเกวให้มีความสุขที่สุด"
น้าเพ็ญเช็ดน้ำตาตัวเอง เธอสงสารหลานมากเพราะเมื่อก่อนเกวลินมีชีวิตที่ดีอยู่ในจุดสูงสุดแล้วแต่สุดท้ายตอนนี้หลานสาวกับมีชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบ หล่อนสงสารหลานเหลือเกิน
"อย่าคิดแบบนี้สิคะ เกวรักน้าเพ็ญเหมือนแม่แท้ๆ เลยนะ" เกวลินกอดน้าเพ็ญไว้
"เกวรู้ว่าน้าเพ็ญทำเต็มที่แล้ว น้าเพ็ญดูแลพ่อกับเกวมาอย่างดีตลอดเลย"
"แล้วจะให้เกวทิ้งภาระทั้งหมดให้น้าเพ็ญแล้วหนีไปเรียนต่อได้ยังไงล่ะคะ" เกวลินตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่รับทุนนี้
"น้ายังทำขนมขายเวลาที่คุณพี่หลับได้นี่ อีกอย่างโอกาสดีๆ มาหาแบบนี้แล้วถ้าเกวไม่รับไว้ ไม่ใช่แค่น้าที่เสียใจ แต่คุณพี่ชินกับพี่พรต้องเสียใจมากแน่ๆ ที่เกวยอมตัดอนาคตตัวเองง่ายๆ แบบนี้
.
.
.
สามปีต่อมา....
สุดท้ายเกวลินก็ตัดสินใจรับทุนและมาเรียนต่อในกรุงเทพตามคำขอร้องของน้าเพ็ญ แต่หญิงสาวก็ต้องทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยเพราะต้องหาเงินมาเป็ค่ากินค่าใช้ในแต่ละวันและช่วยส่งเงินไปให้ที่บ้านเพื่อช่วยน้าเพ็ญด้วย
เกวลินยืนมองร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในใจกลางห้างดังแต่เต็มไปด้วยเหล่าบรรดาคู่รักและพวกนั่งศึกษาที่แวะเวียนกันเข้ามานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ เครื่องดื่มและขนมอร่อยๆ ภายในร้าน
หวังว่าวันนี้เธอจะโชคดีได้งานใหม่ทำที่นี่นะ...
เกวลินดูใบประกาศรับพนักงานพาร์ทไทม์ที่แปะอยู่ด้านหน้าของร้าน เธอมาที่นี่เพื่อสมัครงานพาร์ทไทม์จากที่ต้องออกจากงานเดิมที่ทำอยู่เพราะถูกเ้าของร้านเฒ่าหัวงูลวนลาม หญิงสาวพยายามขัดขืนร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็ว่าเมียเ้าของร้านจอมขี้หึงกล่าวหาว่าเธอยั่วยวนสามีตัวเองและไล่เกวลินออกโดยไม่มีการไต่สวนแถมยังไม่ยอมจ่ายเงินเดือนรายวันที่เธอทำมาเกือบเดือนอีกต่างหาก
"สวัสดีค่ะ หนูเห็นประกาศรับสมัครงานพาร์ทไทม์"
"ไม่ทราบว่าตอนนี้รับคนไปรึยังคะ"
เกวลินเดินเข้ามาในร้านและถามผู้หญิงผมยาวสลวยหน้าตาสระสวยคนหนึ่งที่กำลังเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าอยู่
"ยังจ้ะ พี่เพิ่งติดป้ายรับสมัครไปเมื่อเช้าน่ะ"
"เธอเป็คนแรกที่มาสมัครเลยนะ" เธอบอกกับเกวลินด้วยรอยยิ้ม
"นั่งก่อนสิจ้ะ"
เธอบอกกับเกวลินแล้วยื่นใบสมัครให้หญิงสาวกรอกข้อมูลลงไป เกวลินจึงรับมันมากรอกจนเสร็จแล้วยื่นให้เธอ
"ชื่อเกวหรอ" เธออ่านชื่อของหญิงสาวในข้อมูลที่กรอกลงไป
"พี่ชื่อปัทมาเป็เ้าของร้านที่นี่ เกวเรียกพี่สั้นๆ ว่าพี่ปัทก็ได้จ้ะ" ปัทมาบอกเธออย่างเป็กันเอง
"ค่ะพี่ปัท" เกวลินรู้สึกโล่งใจกับความเป็มิตรของเ้าของร้าน
"บ้านเกิดอยู่แม่ฮ่องสอน แต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยนี้ด้วยหรอ"
ปัทมาอ่านข้อมูลของเธอพร้อมกับขมวดคิ้วเพราะมหาวิทยาลัยที่เกวลินเรียนอยู่เป็มหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ นักศึกษาที่เข้าเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ฐานะที่บ้านจะเป็ระดับเศรษฐีเท่านั้น เธอไม่ได้ดูถูกเกวลินแต่หญิงสาวแปลกใจว่าทำไมเกวลินถึงยังต้องมาทำงานพาร์ทไทม์ให้ลำบากอีก
"แล้วทำไมถึงอยากทำพาร์ทไทม์ล่ะ ดูจากคณะที่เรียนแล้วเธอต้องเรียนหนักเลยนี่? " ปัทมาสัมภาษณ์หญิงสาว
"คือว่าเกวได้ทุนเรียนฟรีที่นี่น่ะค่ะ"
"ไม่รู้ว่าคนที่ให้ทุนคือใครแต่เกวอยากขอบคุณเขามากเลยค่ะที่ให้โอกาสกับเด็กจนๆ อย่างเกวได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ดีแบบนี้"
"นอกจากค่าเทอมแล้วเกวยังได้ค่าที่พักฟรีด้วย แต่ถึงจะได้ทุนเกวก็ต้องหางานพิเศษทำอยู่ดีเพราะยังมีค่ากินค่าใช้แล้วก็ส่งเงินกลับไปช่วยที่บ้านอีกน่ะค่ะ" เกวลินบอกเธอ
"คงลำบากน่าดูเลยนะ" ปัทมาส่งยิ้มให้เธอ
"พร้อมจะเริ่มงานวันไหนล่ะ? " ปัทมาถามหญิงสาว
"นะ...นี่พี่ปัทรับเกวทำงานแล้วหรอคะ" เกวลินดีใจมาก
"ใช่จ้ะ" ปัทมาพยักหน้าให้
"งั้นเกวขอเริ่มงานวันนี้เลยนะคะ"
..
.
.
@สนามบิน
คมกริชลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากทางออกผู้โดยสารพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นแม่และน้องสาวยืนรอรับเขาอยู่
ไลลาโผเข้ากอดลูกชายคนโตทันทีที่คมกริชมาถึงพร้อมกับหอมซ้ายหมอขวา
"คุณแม่คงคิดถึงพี่เคนมากเลยอะ" ครองขวัญเอ่ยแซวพี่ชายและแม่ของตน
"รู้ไว้นะคะว่าคุณแม่อะนับวันรอพี่เคนกลับมาเลยนะคะ"
"เดินทางมาเหนื่อยๆ หิวมั้ยลูก แม่จองร้านอาหารไว้ให้"
"เราไปกันทานเลยดีกว่านะ"
ไลลารวบรัดแล้วรีบจูงมือลูกชายออกไปโดยมีครองขวัญเดินตามหลังไปอย่างรู้ทันแผนการของผู้เป็แม่
"จริงๆ แม่ไม่ต้องเลือกร้านหรูๆ ขนาดนี้ก็ได้นะครับ"
คมกริชบอกผู้เป็แม่เพราะไลลาพาเขามานั่งในร้านอาหารหรูพร้อมกับบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกจนชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดใจ ส่วนครองขวัญนั้นก็ถูกแม่ของเขาไล่กลับไปทำงานที่มหาวิทยาลัยต่อน้ำขุ่นๆ
"พี่เคนไม่รอดแน่" นั่นคือคำที่น้องสาวตัวแสบบอกกับเขาก่อนกลับ
............................................