“แล้วปกติใช้รูปแบบในการสู้แบบไหนกัน”
ดอนถามขึ้นมาระหว่างที่พวกเขาเดินกันไปเรื่อยๆ เขาอยากรู้ว่าปกติแล้วพวกเขาใช้เทคนิคอะไรในการสู้เพราะพวกเขาเป็ทหารรับจ้าง อย่างน้อยก็คงได้สู้กับพวกโจรอะไรพวกนี้บ้างล่ะนะ
“ไม่มีค่ะ ปกติก็โดดเข้าไปตะลุมบอนกันเลย”
เลย์อาตอบกลับมาด้วยสีหน้านิ่งราวกับเป็เื่ปกติ ดอนก็ได้แค่ยักไหล่ขึ้นมาเพราะมันก็สมกับเป็พวกไม่มีหัวคิดดี ไร้แผนไร้รูปแบบ อาศัยกำลังของตนเท่านั้นในการต่อสู้
“แล้วปกติพวกนายรับงานแบบไหนกัน”
คำถามที่สองเขาก็หวังว่าจะได้คำตอบที่มันฟังดูปกติ
“ปกติพวกเราก็รับหมดแหละที่มันได้ต่อยตีน่ะ แต่ส่วนมากก็เป็กำลังเสริมตอนไล่จับพวกกองโจร พวกพ่อค้าน่ะไม่ค่อยจ้างพวกเราหรอก พวกเราน่ะไม่ได้เกี่ยงเื่ค่าจ้างน้อยซะหน่อย”
เป็เออซัสที่ตอบคำถาม จากที่พูดคุยกันมาก่อนหน้านี้เขานี่แหละคนที่พอจะคุยด้วยกันรู้เื่มากที่สุด เลยทำให้ดอนรู้ว่าพวกนี้ยังไงมันก็ต้องต่อยตีอยู่ดี ผนวกกับท่าทางของคนอื่นๆก็พอเป็คนตอบให้ได้ว่าไอ้พวกนี้มันไม่เคยรับงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่เื่ต่อยตี
“พูดแล้วก็น้อยใจ ไม่ใช่ว่างานคุ้มกันไม่มีเื่ให้สู้ซะหน่อย ขนาดต่อรองค่าจ้างจนเหลือแค่นิดเดียวแท้ๆ กระซิก”
เออซัสยังคงพูดต่อพร้อมท่าทางร้องไห้เสียใจ เขาพยายามแล้วทุกวิถีทางเพื่อให้พวกพ่อค้าจ้างงานพวกเขา แม้จะเสนอเงินค่าจ้างถูกกว่าพวกมนุษย์ให้พวกพ่อค้าแล้วก็ตาม ราวกับกลัวพวกเขาปล้นมากเสียกว่าพวกโจรเสียอีก
“เอาน่า ยังไงซะตอนนี้พวกนายก็ไม่ต้องรับงานอีกแล้ว”
ดอนที่เดินนำหน้าหันกลับมาพร้อมโชว์เหรียญทองที่อยู่บนมือ ทำให้เดเวน มาช่า เลย์อาแสดงสีหน้าตกตะลึง เออซัสกับทีน่าตาเป็ประกาย ส่วนลูซกับทูซก็ตัวดีดเด้งกันราวกับขาติดสปริง นั่นก็เพราะพวกเขาไม่เคยจับเหรียญทองกันมาก่อน แม้แต่อาวุธที่ใช้กันอยู่นั้นก็ปล้นมาจากโจรอีกที หรือจะพูดว่าโจรปล้นโจรก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว
“สุดยอดไปเลยลูกพี่!”
ลูซที่เด็กที่สุดในกลุ่มพวกนั้นก็นับถือดอนเป็ลูกพี่ไปเสียแล้ว หากนับลำดับของพวกเขาก่อนมาเจอดอนแล้วล่ะก็ เดเวนกับมาช่าก็เปรียบเสมือนลูกพี่กับเจ้ใหญ่ เลย์อานั้นเธอเป็น้องสาวแล้วก็รองหัวหน้าด้วยไปในตัว เออซัสเป็คนที่คอยเจรจาเื่งานให้มาโดยตลอด ทีน่าทำหน้าที่ดูแลการเงินที่มีเพียงน้อยนิด ส่วนลูซกับทูซฝาแฝดนรกใช้กำลังพวกอย่างเดียว เื่การต่อสู้ฝีมือพวกนี้ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าร่วมมือกันแล้วก็ไม่ต่างจากหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง
“แล้วลูกพี่จะไปที่ไหนหรอคะ”
ทูซวิ่งมาอยู่ข้างๆแล้วถามดอนที่ทำหน้ามึนไม่รู้เื่เพราะตัวเองก็ไม่รู้จะไปที่ไหนก่อนเหมือนกัน
“ก็ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆน่ะ”
ดอนพูดขึ้นพร้อมกางแผนที่ออกมาดูว่าพวกเขาจะเดินไปติดที่ไหนก่อนเป็ที่แรก โดยมีทูซชะเง้อหน้าเข้ามาดูจนหัวไปจนหน้าของดอน ทำหน้าเขาต้องดันหัวของเธอออกไปไม่ให้มันมาชน
“โฮ่~ เราไปเติมเสบียงที่ป่าทอร์เทียดีมั้ยคะ? ยังไงเราก็ขึ้นไปทางเหนือกันอยู่แล้วด้วย”
เมื่อทูซเห็นแผนที่พร้อมกับทิศทางที่พวกเขาเดินไป เธอจึงเสนอให้แวะป่าทอร์เทียที่จะไปถึงอีกไม่ช้า เพื่อแก้ปัญหาเล่นปากท้องที่พวกเป็อยู่ เพราะมีเพียงแค่ดอนกับแฝดนรกที่กินเนื้อคนกัน ทำให้เสบียงสำรองในถุงกระดาษใช้ได้เพียงแค่พวกเขาสามคน ที่เหลือห้าคนนั้นกันเนื้อแห้งกัน
“อร่อยนะพี่เลย์อา ไม่สนใจหน่อยหรอ”
ลูซยื่นเนื้อสดหนึ่งชิ้นที่ได้จากดอนไปทางเลย์อาที่เดินอยู่ด้านหลัง โดยที่ตัวเองกำลังเคี้ยวเนื้ออยู่เต็มปาก
“พอเถอะลูซ พวกเราต้องทำงานกับมนุษย์นะ จะให้เอามากินแบบนั้นได้ยังไง”
เลย์อาปฏิเสธพร้อมกับดันมือที่ยื่นชิ้นน้อยมาให้ออกทันที พวกเขานั้นไม่เหมือนฝาแฝดที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันสองคนจนอะไรที่เอาเข้าปากแล้วไม่ตายก็กินหมด
“ตามใจ ผมเหมาเลยละกัน”
ลูซยักไหล่ก่อนยกเนื้อชิ้นนั้นหย่อนเข้าไปในปาก และอีกเหตุผลที่พวกเขาไม่กินก็เพราะถ้ากินเนื้อดิบแถมไม่สดมันเสี่ยงต่อการท้องเสียด้วย ต่างจากพวกกระเพราะทองคำสามคนนั้นที่กินได้แทบทุกอย่าง
“เอาน่าลูซ ให้พวกกินเนื้อแห้งไปเถอะ เรากินอะไรได้ก็กินอันนั้นแหละ”
ดอนหันไปบอกกับลูซที่กำลังเคี้ยวอยู่ตุ้ยๆ เ้าตัวก็พยักหน้าหงึกๆตอบรับคำของดอน
“ว่าแต่รู้พี่ไม่ใช้ดาบหรอ ผมเห็นพี่มีแค่สนับอะ มันต้องเจ๋งมากๆเลยใช่มะ?”
ด้วยความสงสัยั้แ่เมื่อก่อนหน้านี้ พอได้โอกาสลูซเลยถามออกมาเมื่อสิ่งที่อยู่ในปากลงไปแล้ว
“เพราะมันทำแบบนี้ได้ไง”
ฟุ่ม!
ดอนสวมสนับมือไว้ข้างนึงแล้วจุดไฟจนลุกท่วมมือ พร้อมรอยยิ้มที่พยายามจะบอกว่า ‘ของมันดีย์ไอ้น้อง’ ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงตามเคย
“เจ๋งเป็บ้าเลยลูกพี่”
ลูซพูดออกมาด้วยสายตาที่เป็ประกาย ทูซก็เช่นเดียวกัน
พวกเขาเดินไปคุยกันตลอดทาง โดยฝาแฝดมักจะเป็คนเปิดหัวข้อก่อนเสมอ ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น พร้อมกับเสบียงที่ร่อยหรอจนถึงขั้นที่ดอนต้องเอาเหล่าอาหารแห้งในกระเป๋าเดินทางออกมากินจนหมด
“ถึงแล้ว ป่าทอร์เทีย ว่าแต่ได้ยินเสียงอะไรคุ้นๆมะลูกพี่”
เมื่อถึงป่าทอร์เทียทูซก็พูดขึ้นมาทันที และเสียงกระทบกันของโลหะที่คุ้นเคยก็หันไปหาดอนที่บนหน้ามีคำว่า ‘อาหาร’ เขียนติดไว้ทันที
“ไป อย่างนั้นมันก็ต้องมีอาหารแบ่งให้บ้างแหละ”
เมื่อสิ้นสุดเสียงที่เปล่งออกมา ร่างของลิซาร์ดแมนเจ็ดตนก็เริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่งในทันที พวกเขารีบพุ่งตัวเข้าไปในป่าทันที ตามเสียงของโลหะปะทะกันที่เลยมาตามสายลม
ส่วนดอนก็วิ่งตามไปพร้อมดมกลิ่นอยู่ตลอดเวลา จนทำให้สดุดเข้ากับกลิ่นที่ทำให้ท้องร้องเสียงดังโครกคราก จนไปถึงจุดที่เกิดการปะทะช้ากว่าพวกเดเวนที่พุ่งไปก่อนเขา
“พวกโจรห้าคนปะทะกับทหารรับจ้างสองคน พวกเรามาช้าไปเลยทำให้ทหารรับ้างสองคนตายไปเสียก่อน แต่ยังโชคดีที่สาวน้อยคนนี้ไม่ได้รับาเ็อะไร”
เออซัสรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ดอนฟัง ร่างของพวกโจรตอนนี้ถูกค้นหาของมีค่ากับเสบียงที่มันมีติดตัวอยู่และถูกชำแหละเป็เสบียงโดยฝีมือของฝาแฝดไปด้วย ก่อนชี้ไปทางหญิงสาว
ใบหน้าของเธองดงามราวกับมีมนต์สะกด เรือนผมสีทองแดงตัดกับผิวสีขาวนวล ั์ตาเธอสีน้ำตาลยิ่งทำให้ใบหน้านั้นยิ่งน่าลุ่มหลง เรือนร่างงามไม่สูงไม่ผอมเกินจำเป็ พร้อมกับชุดที่ทำจากผ้าลินินสีครีมไข่ไก่ ซึ่งตอนนี้ดอนได้ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว
“ขอบคุณมากนะคะที่ฉะ- อ๊า”
หญิงสาวที่พอเดาได้ว่าลิซาร์ดแมนทีอยู่ตรงหน้าของเธอคือผู้นำของพวกที่มาถึงก่อนหน้า เธอจึงกล่าวคำขอบคุณ แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คิดก็เกิดขึ้น ดอนจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของเธอแล้วกดบริเวณไหปลาร้าเข้าไปจนมีเสียงกระดูกแตกตามมา พร้อมกับเสียงกรี๊ดร้องของหญิงสาวที่แสดงออกถึงความ…
‘ฟิน’ งั้นหรอ?
แต่มันก็มากพอจะทำให้คนอื่นตื่นใการกระทำที่มันไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้