หลินหงเริ่มเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้หลินเจิ้งฉีฟัง ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่หลินอี้ ต้าหวั่นเฉิน และซ่งเยว่เจินวิ่งมาถึงพอดี
เื่ก็คือวันนี้หลังจากส่งเพื่อนบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดีกลับจนหมด หย่งลี่อันก็ยังไม่เป็ป้าจงกับจงเว่ยมาร่วมแสดงความยินดีเหมือนเพื่อนบ้านคนอื่น หย่งลี่อันจึงชวนอาหง เพื่อที่จะนำอาหารไปให้ป้าจงกับจงเว่ยที่บ้านของพวกเขา เพราะหลังจากนี้ป้าจงกับจงเว่ยก็จะมาทำงานที่บ้านของตน การแสดงน้ำใจในวันนี้จะเป็สิ่งที่ละเลยไม่ได้
หย่งลี่อันและอาหงจึงเดินไปที่บ้านป้าจงเพียงสองคน แต่ระหว่างทางมีผู้ชายประมาณสี่ห้าคนใส่ผ้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้อย่างมิดชิดมาขวางทางไว้ อาหงเห็นท่าไม่ดีก็ผลักหย่งลี่อันให้วิ่งหนีไป ส่วนเธอก็ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้ชายเ่าั้ อาหงโดนผู้ชายกลุ่มนั้นตบอยู่หลายที ซึ่งเธอก็ทั้งเตะและต่อยพวกเขากลับไปเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรแรงผู้หญิงก็ไม่สู้แรงผู้ชาย สุดท้ายอาหงก็ถูกหนึ่งในคนร้ายใช้ผ้าคลุมหัวไว้แล้วอุ้มเธอออกไปจากที่เกิดเหตุ
ตอนนั้นหย่งลี่อันก็พาป้าจงกับจงเว่ยวิ่งมาทันเห็นหลังของคนร้ายกลุ่มนั้นพอดี อาเว่ยบอกให้ป้าจงไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน ส่วนตัวเขากับหย่งลี่อันรีบวิ่งตามคนร้ายกลุ่มนั้นไป ซึ่งจงเว่ยก็เดาได้ทันทีว่าคนร้ายกลุ่มนั้นเป็ใคร เพราะเส้นทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปนั้นคือกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน
จงเว่ยรอให้กลุ่มคนร้ายเข้าไปในกระท่อมจนหมด ส่วนตัวเขากับหย่งลี่อันก็ซุ่มรออยู่ด้านนอก ไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงคนในกระท่อมพูดกัน
“ลูกพี่ พวกผมจับคนมาได้แล้ว นังนี่มันเตะต่อยเก่งชะมัด ถ้าหลานชายยายเฉาเสร็จธุระ ผมขอจัดการนังนี่ต่อได้ไหม ผมอยากปราบผยศผู้หญิงคนนี้สักหน่อย”
“พวกแกเปิดผ้าคลุมหน้าหล่อนออกซิ” เสี่ยวซือสั่งลูกน้อง เมื่อมองเห็นคนที่นอนอยู่ตรงหน้าชัดๆ เขาก็ะโขึ้นเสียงดังอย่างโมโห “พวกแกไปจับใครมา ฉันให้พวกแกไปจับนังหย่งลี่อัน แล้วนี่พวกแกไปจับนังหลินหงมาทำไม”
อันธพาลกลุ่มนั้นได้แต่ทำหน้าตื่น เพราะพวกเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในกลุ่มของเสี่ยวซือแทนคนเก่าได้ไม่นาน ทำให้พวกเขาไม่รู้จักหน้าค่าตาของคนในหมู่บ้านมากเท่าไหร่นัก อีกอย่างหนึ่งพวกเขาก็มักจะเห็นหย่งลี่อันและหลินหงอยู่ด้วยกันตลอด พวกเขาจึงคิดว่าพวกเขาจับคนมาไม่ผิดตัวแน่
“จะเป็ไปได้ยังไงลูกพี่ ก็นังคนนี้ใส่เสื้อสีชมพูเหมือนกับที่ไอ้เป๋มันบอก” ชายคนที่พูดชี้ไปที่เพื่อนขาพิการทันที
“ผมบอกว่าเป้าหมายของเราเป็ผู้หญิงใส่เสื้อสีชมพูลายดอกไม้ ไม่ใช่สีชมพูดเฉยๆ สักหน่อย ผมบอกพี่แล้วก่อนที่นังนั่นมันจะวิ่งหนีไป แต่พี่ก็ไม่ฟัง” ชายขาพิการรีบพูด
“ลูกพี่ เราจะเอายังไงกันดีล่ะ ป่านนี้นังหย่งลี่อันไม่ไปตามคนในหมู่บ้านมากันหมดแล้วหรือ”
“ตอนที่พวกแกจับนังนี่มา มีคนเห็นเหตุการณ์ไหม” เสี่ยวซือรีบถาม
“ไม่มีนะลูกพี่ ที่นั่นไม่มีใครอยู่เลย”
“พวกเรารีบเก็บของแล้วก็รีบหนีกันเถอะ เงินค่ามัดจำเราก็ไม่ต้องเอาไปคืนด้วย ส่วนนังนี่ก็ปล่อยไว้ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวพอมันฟื้น มันก็คงจะะโเรียกให้คนมาช่วยมันเอง” เสี่ยวซือรีบบอกให้ลูกน้องเก็บของเพื่อเตรียมตัวหนี
หลินหงที่นอนฟังเื่ราวทั้งหมดอยู่ก็รู้ที่มาของเหตุการณ์วันนี้ทันทีว่าอันธพาลกลุ่มนี้ถูกเปาหยวน หลานชายยายเฉาว่าจ้างมาให้จับตัวหย่งลี่อันเพื่อมาทำมิดีมิร้าย แต่คนร้ายเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็หย่งลี่อัน จึงจับตัวเธอมาแทน
หลินหงรีบลุกขึ้นโดยไม่ทันให้กลุ่มอันธพาลได้ตั้งตัว เธอสาดพริกไทยที่พกติดตัวไว้ใส่หน้าคนร้ายทันที หลังจากนั้นเธอก็วิ่งไปคว้าเอาไม้หน้าสามที่พิงอยู่ข้างผนังมากระหน่ำตีกลุ่มอันธพาลไม่ยั้ง เพราะหลินหงเป็คนแข็งแรงและมักจะฝึกการต่อสู้กับหลินอี้อยู่เป็ประจำ ทำให้น้ำหนักมือที่เธอตีลงไป แรงกว่าน้ำหนักมือของผู้หญิงปกติอยู่มาก
จงเว่ยกับหย่งลี่อันได้ยินเสียงเอะอะอยู่ในกระท่อม พร้อมกับเสียงโอดโอยของกลุ่มอันธพาลดังมาเป็ระยะ ทั้งสองคนจึงรีบหาไม้ขนาดเหมาะมือวิ่งเข้าไปในกระท่อมทันที ต่อสู้กันอยู่พักใหญ่เสียงในกระท่อมก็เงียบลง พร้อมกับกลุ่มของลุงหลี่ก็พาชาวบ้านมาถึงหน้ากระท่อมท้ายหมู่บ้านพอดี
ลุงหลี่และชาวบ้านผู้ชายอีกสองคนเดินเข้าไปดูด้านในก็เห็นสภาพในกระท่อมเละเทะไปหมด รวมไปถึงกลุ่มอันธพาลที่นอนาเ็อยู่ที่พื้นในสภาพที่เรียกได้ว่าแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ทั้งเสื้อผ้าขาดกระจุยกระจาย ทั้งเืออก บางคนดูเหมือนว่าจะถูกตีจนแขนขาหักไปแล้วด้วยซ้ำ
หลินหงรีบเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ ให้ลุงหลี่ฟัง ก่อนที่เธอกับหย่งลี่อันจะขอตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน เพราะสภาพของพวกเธอก็ดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่เหมือนกัน
“เื่มันก็เป็อย่างที่ฉันเล่ามาทั้งหมดนี่ล่ะค่ะ ลุงหลี่รีบให้คนไปพาตัวหลานยายเฉามาที่นี่ก่อนที่พวกเขาจะหนีดีกว่านะคะ” หลินหงรีบบอก
“เป็แค่คนนอกที่มาอาศัยในหมู่บ้าน พวกเขายังกล้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้านเรา อย่างนี้เอาไว้ไม่ได้นะหัวหน้าหลี่ ผมว่าจับเฒ่าเฉากับยายเฉามาด้วยเลยดีกว่า ไม่แน่พวกเขาอาจจะรู้เห็นกับการกระทำของหลานพวกเขาด้วยก็ได้” หนึ่งในชาวบ้านบอกกับลุงหลี่
ชาวบ้านที่ได้ฟังต่างก็เห็นด้วย ทั้งหมดต่างก็แยกกันพูดกับลุงหลี่ จนลุงหลี่รีบยกมือขึ้นห้าม และสั่งให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งไปพาเฒ่าเฉา ยายเฉา และหลานชายหลานสาวของพวกเขามาที่กระท่อมร้างทั้งหมด
“หัวหน้าให้คนไปพาพวกฉันมาทำไม เสียเวลาคนจะพักผ่อน” เฒ่าเฉาเริ่มพูด
“ใช่ ไม่เห็นใจคนแก่กันบ้างเลย รู้ไหมว่าคนสูงอายุต้องมีเวลาพักผ่อนตอนกลางวัน” ยายเฉาเริ่มพูดบ้าง
“เก็บแรงไว้พักผ่อนในห้องขังดีไหมยายเฉา ฟังหัวหน้าหลี่พูดก่อนเถอะ ฉันว่าหลังจากนั้นแกคงจะหลับไม่ลงแล้ว” เสียงชาวบ้านะโกลับ
ตอนนี้กลุ่มอันธพาลถูกชาวบ้านพาตัวออกมานั่งอยู่ด้านหน้ากระท่อมหมดแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่เปาเยี่ยนกับเปาหยวนอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่เขาก็หันไปพูดกับเฒ่าเฉาและยายเฉาในฐานะญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองคนแทน
“ลุงเฉา อันธพาลพวกนี้สารภาพมาหมดแล้วว่าพวกเขาถูกคุณเปาเยี่ยนกับคุณเปาหยวนหลานของลุงจ้างให้ไปลักพาตัวหย่งลี่อันภรรยาของหลินเจิ้งฉีเพื่อมาทำมิดีมิร้าย แต่พวกเขากลับจับมาผิดตัว กลายเป็ไปจับอาหงมาแทน ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน ผมขอถามแทนชาวบ้านทุกคนก็แล้วกันว่าลุงจะจัดการกับเื่นี้ยังไง”
“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาผมว่าผมไปว่าจ้างอันธพาลพวกนี้ ผมเพิ่งมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้ไม่นาน ผมจะไปรู้จักกับพวกมันได้ยังไง แล้วหย่งลี่อันนั่นอีก ผมจะไปสนใจผู้หญิงที่มีสามีมาแล้วได้ยังไงกัน ผู้หญิงมีตำหนิอย่างนั้นจะคู่ควรกับคนเมืองอย่างผมหรือ” เปาหยวนรีบพูดขึ้นก่อนที่เฒ่าเฉาจะยายเฉาจะพูดให้เสียเื่
“ใช่ แค่คำพูดของอันธพาลกลุ่มหนึ่ง คุณก็มากล่าวหาพวกเราแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นจนกว่าเ้าหน้าที่ตำรวจจะมา” เปาเยี่ยนพูดสนับสนุนพี่ชาย แต่ในใจก็เกิดกลัวขึ้นมา
“หัวหน้าหลี่ ฉันรู้นะว่าคุณสนิทกับคนบ้านหลิน แต่คุณจะมาใส่ร้ายหลานของฉันอย่างนี้ไม่ได้” ยายเฉาเริ่มร้องไห้ “โถ...อาเยี่ยน อาหยวน ย่าเล็กสงสารพวกเธอจริงๆ พอเห็นว่าบ้านหลินร่ำรวยเข้าหน่อย ทุกคนก็เข้าข้างพวกเขาไปหมดแล้ว”
“หัวหน้าหลี่ ฉันเคยนับถือในความซื่อสัตย์และจริงใจในการทำงานของเธอมาก ั้แ่เธอเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากพ่อของเธอ ฉันก็สนับสนุนเธอมาตลอด แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด เธอมันก็แค่คนเห็นแก่เงิน เห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียวเท่านั้น หัวหน้าหมู่บ้านที่ไม่มีความยุติธรรมอย่างนี้ ฉันต้องร้องเรียน ฉันจะไม่ยอมให้คนอย่างเธอมาดูแลหมู่บ้านของเราอีกต่อไปแล้ว” เฒ่าเฉาสนับสนุนคำพูดของภรรยา
“ลุงเฉา พยานและหลักฐานก็อยู่ตรงหน้า ทำไมลุงถึงบอกว่าผมกล่าวหาหลานชายของลุงล่ะครับ...” ลุงหลี่ยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงชาวบ้านะโดังขึ้นเสียก่อน
“ตำรวจมาแล้ว ตำรวจมาแล้ว พวกเราหลีกทางให้เ้าหน้าที่หน่อย”
เปาเยี่ยนกับเปาหยวนต่างก็หันไปที่ต้นเสียงอย่างใ เมื่อทั้งสองคนเห็นเ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาพร้อมกันหลายนาย สองพี่น้องก็แทบเข่าทรุดลงกับพื้นเลยทีเดียว