“หากท่านอ๋องทรงโปรดของสวยงามของสตรี เหตุใดจึงไม่บอกกระหม่อมเล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะได้ทูลถวาย ไม่เห็นต้องทรงลำบากบุกมาในยามวิกาลเช่นนี้เลย”
เตี๋ยเฟิงหันขวับไปทางเ้าเมืองที่เดินเข้ามาพร้อมชายชุดดำ
“นี่เ้าคือผู้อยู่เื้ัชายชุดดำพวกนี้รึ”
เ้าเมืองแสร้งทำท่าปัดมือ ปัดไม้
“เื่จุกจิกเช่นนี้พระองค์อย่าได้ใส่พระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่พระองค์โปรดคืนของมาให้กระหม่อมเถิด ม้วนหนังสือไร้ค่าเช่นนี้ไม่ควรค่ากับพระองค์”
พูดไปพลางก็พยักหน้าส่งสัญญาณให้ชายชุดดำเข้ามาคว้าเอาม้วนบัญชีไปจากมือ และอีกคนทำท่าจะมาค้นตัวเฉินฟางเหนียง
“นี่เ้ากล้าค้นตัวชายาของข้ารึ”
“ฮ่า ๆ ๆ พระชายางั้นรึ พระองค์ทรงเข้าพิธีอภิเษกเมื่อใดกัน นี่ถ้าสหายในวังหลวงไม่ส่งข่าวกลับมา กระหม่อมก็คงโง่งมอยู่เช่นนี้”
เป็อย่างที่เตี๋ยเฟิงคิดไว้ไม่ผิด ว่าพวกชุดดำที่ลอบสังหารเขาต้องเกี่ยวข้องกับคนในวังเป็แน่ แต่ไม่คิดว่าเ้าเมืองเยี่ยจะมีส่วนรู้เห็นด้วย เห็นทีผู้อยู่เื้ัผู้นี้คงไม่ธรรมดา
“นางเป็แค่ชนเผ่านอกด่าน เ้าปล่อยนางไปซะ แล้วเราค่อยมาว่าธุระของเรากัน ว่าเ้า้าเช่นไร”
“ฮ่า ๆ ๆ หากกระหม่อมปล่อยคนที่สำคัญต่อพระองค์ไปเช่นนี้ก็ถือว่าโง่เต็มที ชายชาติทหาร ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตายเช่นพระองค์ จะหาอะไรมาบีบได้เท่ากับหญิงงามเล่ากระหม่อม ดูอย่างคืนนี้ หากไม่ติดที่นาง ฝีมืออย่างพระองค์มีหรือจะฝ่าวงล้อมนี้ออกไปไม่ได้”
เฉินฟางเหนียงที่ยืนนิ่งอยู่นั้น ไม่ได้สนใจฟังบรรดาพวกผู้ชายที่กำลังพูดถึงเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะสายตาของเธอกำลังเพ่งไปยังเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างพุ่มไม้นอกเรือนใหญ่
แสงจันทร์เสี้ยวส่องสว่างพอให้เห็นเป็ร่างท้วมของอาอี้ ผู้ช่วยมืออาชีพของเธอ เมื่อสบจังหวะเหมาะที่ไม่มีใครมองเธออยู่ ก็ส่ายหน้าส่งสัญญาณให้อาอี้หนีไป หญิงวัยกลางคนผู้นี้สูญเสียมามากเกินไปแล้ว นางควรมีชีวิตรอดต่อไป
เตี๋ยเฟิงและเฉินฟางเหนียงถูกมัดมือ และคุมตัวไปขังไว้ในคุกใต้ดิน
“เ้า...เป็เช่นไรบ้าง?”
เขาร้องถามในขณะพยายามแก้มัดให้ตัวเอง หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ หากไม่ใช่เพราะเธอดื้อดึงจะตามมาด้วย เื่คงไม่เป็แบบนี้ องครักษ์ทั้งสองคนนั้นคงไม่จบชีวิตลงเพราะความคะนองนึกสนุกของเธอ
‘นี่มันไม่ใช่ในซีรี่ส์นะเฉินฟางเหนียง ตัวประกอบที่ถูกฆ่าในฉาก พอผู้กำกับสั่งคัทพวกเขาก็ลุกขึ้นไปรับเงินค่าตัวแล้วกลับบ้านได้ แต่นี่มันของจริง ชีวิตคนจริง ๆ’
“องครักษ์ทั้งสองคนนั้นมีครอบครัวหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวถามเสียงเบาขณะที่เขากำลังแก้มัดเชือกให้เธอ เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบออกมา
“องครักษ์ของข้าล้วนเป็เด็กกำพร้าจากชายแดนเหนือที่ติดตามข้ามาั้แ่เด็ก”
ยิ่งได้ยิน น้ำตาแห่งความสำนึกผิดก็รื้นขึ้นมาคลอหน่วย เธอเป็หนี้ชีวิตพวกเขาทั้งสองคน
“พรุ่งนี้เราเองก็จะตายตามพวกเขาไปใช่ไหม”
“ข้าว่ายังไม่ใช่ในวันสองวันนี้หรอก”
คำตอบของเขาดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาเลย
“ดูจากที่เ้าเมืองชั่วนั้นยังไว้ชีวิตข้า มันเองคง้าอะไรบางอย่าง เพียงแต่...”
เมื่อเขามองสบกับดวงตาที่แวววาวด้วยรื้นน้ำตา ก็ได้แต่เบือนหน้าหนี พรุ่งนี้นางจะต้องถูกทรมานเพื่อบีบเขาเป็แน่ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นนี้จะทนได้แค่ไหน และเขาเองจะทนเห็นนางถูกทรมานได้นานเท่าใด เขาไม่น่าดึงนางเข้ามาเสี่ยงด้วยเลย นางควรได้กลับเผ่าของนาง
“หากองครักษ์ที่ดูแลชาวบ้านบนเขา และทหารที่ค่ายพยัคฆ์ไม่ได้ข่าวจากข้า ก็คงจะตามมาช่วยในอีกไม่กี่วัน เพียงแต่…”
เขามองร่างบางที่นั่งกอดเข่าอย่างคนสิ้นหวัง ตัวนางก็เล็กถึงเพียงนี้ แค่แส้ฟาดลงมาทีเดียวก็คงแทบหักเป็สองท่อน
“เพียงแต่คงไม่เร็วนัก เ้า…” ‘คงจะทนไม่ไหว’
เขาได้แต่พูดต่อในใจ
“เ้านอนพักเอาแรงก่อนเถิด”
ตอนนี้เขาคงได้แต่ปลอบใจ และหวังว่าพรุ่งนี้นางคงไม่ต้องทรมาน หากเขาจะลงมือปลิดชีพนางด้วยตัวเองเสียก่อน
เฉินฟางเหนียงได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนพลางกอดตัวเองไว้แน่น น้ำตาไหลเป็ทาง
แม้อากาศภายนอกจะเย็นสบาย แต่ในคุกใต้ดินที่เย็นเยียบเช่นนี้ ทำให้เฉินฟางเหนียงหนาวเยือกจนปากสั่น ฟันกระทบกันกึก ๆ
เตี๋ยเฟิงจึงล้มตัวลงนอนข้าง ๆ แล้วดึงหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด อย่างน้อยนี่คือสิ่งที่เขาจะทำให้นางได้ ก่อนจะต้องปลิดชีพนางในวันพรุ่งนี้
เฉินฟางเหนียงหันกลับมาซุกหน้าในอกอุ่นนั้น พรุ่งนี้ชีวิตเธอจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ยังไม่รู้ ดังนั้นตอนนี้ขอความอุ่นจากอกกว้างนี้ปลอบใจก่อนตายก็แล้วกัน
หัวหน้าแผนกบัญชีที่ย้อนเวลามาสองพันกว่าปีเพียงเพื่อจะมาตายในคุกใต้ดิน
‘พ่อคะ แม่คะ ฟางเหนียงบุญน้อยยิ่งนัก ไม่ทันได้ตอบแทนคุณก็กลับต้องมาตายเสียแล้ว’
ชายหนุ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หน้าอกจากน้ำตาอุ่นของหญิงสาว ใจเขายิ่งเจ็บร้าวไปด้วยความรู้สึกผิด เขาก้มหน้าลงมาใช้นิ้วค่อย ๆ ปาดน้ำตาออก
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาที่กำลังซับน้ำตาให้เธอ สายตาหวานสบซึ้งกับแววตาคมลึก เขาก้มหน้าลงมาจูบซับน้ำตาที่ข้างแก้ม
แล้วขยับมาประทับนิ่งอยู่ตรงมุมปาก ััแ่เบา หวานซึ้งทำให้หญิงสาวใจเต้นรัว