1 สองเราบนเตียงนอน
เอ๊กอีเอ๊กเอ้กๆ
เสียงไก่ขันปลุกธราเทพให้ตื่นจากนิทรารมย์อากาศยามเช้าตรู่่เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวของชาวบ้านป่าบ้านไร่เย็นฉ่ำชื่นใจโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศชายหนุ่มควานหาคนที่อยู่ในอ้อมกอดเข้ามาแนบอก
ธราเทพคิดถึงความรู้สึกของตัวเองพร้อมรอยยิ้มขนาดว่าพาแม่ตัวดีเข้ามานอนบนเตียงแล้ว เขายังกลัวอยู่เลยว่าแม่ที่นอนหลับแล้วจะตื่นขึ้นมาโหย...ไม่อยากคิดเลย จะเป็ยังไงถ้าแม่ตื่นขึ้นมาพบจริงๆมีหวังไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนแน่
เฮ้อ...ไม่ใช่อะไรหรอกเขาไม่อยากตอบคำถามเท่านั้นเอง เพราะแม่เป็คนที่เข้าใจอะไรยาก...ไปนิด กว่าจะรู้เื่จะต้องถามให้ได้ความั้แ่ต้นเหตุเื่ราวเป็มาอย่างไร แล้วเลยไปไหนต่อ จนมาถึงปลายเหตุทำไมเขาต้องพาเกร็ดแก้วมาอยู่ที่บ้านในฐานะ...ภรรยาด้วย
ชายหนุ่มมองใบหน้างามสมองก็คิดประมวลเื่ราวที่เกิดขึ้น เขาจะอธิบายกับแม่ยังไงดีแม่ถึงจะให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด และเขาก็จะต้องเคลียร์กับผู้หญิงที่นอนอยู่ด้วยถูกเอาตัวมาทำไม จะต้องอยู่ที่นี่สักกี่วัน และอยู่ในฐานะใดถ้าเป็น้องสาวอกหักหนีรักมาพักร้อนก็ได้นะ แต่ไม่รู้ทำไมใจถึงได้บอกว่าไม่ดีให้เป็เมียนั่นแหละดีแล้ว
คิดแล้วก็สนุกดีเหมือนกันได้เมียมาตั้งคน รูปร่างหน้าตาก็สวยดีใช่หยอก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกนั่นแหละสาวเ้าจะยินยอมหรือเปล่า แล้ว...เขาจะไม่มีวิธีจัดการหรือไงกันในเมื่อเื่ยากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว แค่เื่หญิงไม่ยอมนี่น่าจะเล็กอยู่นะ
ชายหนุ่มสอดมือประสานกันรองไว้ใต้ท้ายทอยนึกถึงตอนที่ได้เห็นหน้าเกร็ดแก้วชัดๆ ครั้งแรกในงานเดินแฟชั่นโชว์ใจที่แข็งแกร่งก็เกิดหวั่นไหว เมื่อจูบที่เ้าของไม่ได้พอใจจะให้นั่นอีกทำให้หัวใจเขาถึงกับเต้นไม่เป็จังหวะ คิดแล้วก็น่าขำ อายุเขาสามสิบกว่าไปแล้วใช่ว่าจะเป็เด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบเสียเมื่อไหร่ แต่กลับตื่นเต้นเหมือนเด็กประถมที่ต้องออกไปแสดงอะไรหน้าชั้นเป็ครั้งแรกและคนแรกเสียได้
ธราเทพเปลี่ยนจากการนอนหงายเป็นอนตะแคงมองคนที่นอนหลับสนิทใกล้ตัวอย่างอิจฉานิดๆ สำหรับเขาเพียงแค่หูได้ยินเสียงไก่ขันแม้จะนอนดึกเพียงใดก็รู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่เกร็ดแก้วยังคงอยู่ในนิทรารมย์ แต่ก็ดีมันทำให้เขามองเธอได้เต็มๆ ตาอีกครั้ง
เค้าโครงหน้าเกร็ดแก้วเป็รูปไข่ดวงตากลมโตล้อมด้วยขนตายาวงอนจนอยากรู้ว่าถ้าเอาปากกาไปตั้งไว้จะหล่นหรือเปล่าจมูกเล็กโด่งขึ้นสันรับกับริมฝีปากรูปกระจับเป็สีแดงระเรื่อผิวพรรณก็ผุดผ่องเป็ยองใย
ตอนที่เธอเดินออกมาจากด้านหลังเวทีด้วยชุดสีราตรีสีขาวทั้งสวยและงามสง่า กิริยาท่าทางก็คล่องแคล่ว ใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างดีเชิดขึ้นสูงเธอยกมือเรียวขึ้นทาบบนเนินอกโชว์สร้อยข้อมือที่ทำจากเพชรเม็ดงามก่อนจะสะบัดหน้าหนีพอประมาณ ดูแล้วไม่น่าเกลียดใดๆ เลยสักนิด แต่กลับยิ่งเสริมให้มีเสน่ห์และเรียกร้องความสนใจจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่รอบเวทีได้เป็อย่างดี
เทียบความสวยแล้วเปรมมิกาแพ้หลุดลุ่ยทีเดียวความงามของน้องสาวนอกไส้เขาคือผู้ชายมองผ่านเลยไปก่อนแล้วถึงค่อยย้อนกลับมามองใหม่แต่สำหรับเกร็ดแก้วแล้ว ผู้ชายทุกคนจะต้องหยุดมองเพียงแค่แรกเห็น และจะต้องมอบหัวใจให้เพียงได้สบกับดวงตากลมโต
เกร็ดแก้วยังได้เปรียบเื่ของฐานะทางบ้านอีกด้วยเพราะเธอคือลูกสาวคนเดียวของเ้าของร้านเพชรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังจะมีธุรกิจหลายชนิด เขายังแว่วๆ ได้ยินข่าวมาก็คือ ในตอนนี้บิดาของหญิงสาวเปิดร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์ดังให้ลูกสาวได้บริหารดูแลด้วย
ในขณะที่เปรมมิกาแม้จะเป็น้องสาวของการัณย์พิริยะสนิทชัยวงศ์ แต่ก็ไม่ใช่ลูกสาวเมียหลวงแต่เป็เมียน้อยลำดับที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ไร้ทรัพย์สินมรดกพอกกายเขาจึงไม่ได้แปลกใจมากสักเท่าไหร่ เมื่อได้รู้ข้อมูลทุกสิ่งจากปากเพื่อนรักเื่น้องสาวโดนสลัดรักแต่ถึงเปรมมิกาจะไม่ใช่ทายาทสายตรงของพิริยะสนิทชัยวงศ์แต่การัณย์ก็รักน้องสาวคนนี้มากกว่าญาติคนอื่นๆเพราะความน่ารักบวกกับการเข้าอกเข้าใจพี่ชายนั่นแหละแต่อย่าให้แม่โกรธขึ้นมาเชียวนะ พี่ชายก็เถอะ แม่ด่าไม่ไว้หน้าเหมือนกัน
ใบหน้าธราเทพเปื้อนยิ้มดวงตาแพรวพราวระยับ เมื่อคืนกว่าจะเดินทางมาถึงบ้านก็ดึกเอาการอย่างแรกไม่ใช่เพราะการเดินทางที่ไกลแต่เพราะเขาแอบจอดรถข้างทางหากำไรจากแก้มนุ่มหอมนี่บ่อยๆ ต่างหากละไม่รู้ผู้หญิงอะไร กลิ่นกายหอมจนเขาอดใจไม่ไหว ไอ้เขาก็ดันร้างผู้หญิงมานาน ถึงจะมีวนเวียนแจกขนมจีบจนหัวบันไดบ้านไม่แห้งแต่ก็ไม่ตรงใจเขาเอาเสียเลย และก็คิดเป็น้องเป็นุ่งเสียมากกว่าก็เห็นกันมาั้แ่เด็กๆ บางคนถึงกับเคยแก้ผ้าวิ่งเล่นและอาบน้ำคลองด้วยกันด้วยซ้ำ
ธราเทพยกมือขึ้นปิดปากกลั้นอาการหาวหวอดๆร้างรางานประจำไปเสียหลายวัน ไม่รู้วันนี้มีงานอะไรต้องทำหรือเปล่าไม่รู้น้องวัวน้องควายในคอก แม่อีหนูหมูและไก่ในเล้าจะเป็ยังไงบ้างเพราะเขาไปภูเก็ตเกือบจะอาทิตย์
เพราะเขาเรียนดีกิจกรรมเด่น มีบางองค์กรมาทาบทามเพื่อให้ไปร่วมงานด้วย แต่เขาปฏิเสธ เพื่อนที่รู้ก็เลยถาม
“อะไรวะไอ้เทพ...คนอื่นวิ่งหางานจนรองเท้าสึกแต่มึงมีคนมาประเคนงานให้ถึงที่ เสือกทำหยิ่งไม่รับแล้วมึงจะไปทำอะไรวะ...กลับบ้านไปทำไร่ไถนาหรือไง”
“ทำไร่ไถนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ทำฟาร์มหมูเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่มันผิดตรงไหนวะ ทรัพย์สมบัติของกูเองทั้งนั้น ขยันหน่อยไม่นานก็เหลือเงินเก็บดีกว่านั่งทำงานเป็ลูกจ้างให้เขาโขกสับ เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง”ธราเทพตอบเพื่อนที่ถาม
“แต่แกต้องทำงานหนัก ใช้แรงอย่างกับกรรมกร อาบเหงื่อต่างน้ำตากแดดหน้าดำจนหมดหล่อเอานะซิ” เพื่อนคนเดิมเอ่ยมา
“ใครว่า...ยิ่งดำยิ่งหล่อเว้ย ดำดีสีไม่ตก มีแต่จะยิ่งเป็ที่หมายปองของสาวๆวิ่งตามจนหัวบันไดบ้านไม่แห้งมากกว่า” ธราเทพพูดเข้าข้างตัวเอง
“เออ...แล้วพวกกูจะคอยดู มึงจะหาเมียสวยๆ นิสัยดีๆ อย่างที่้าได้ไหม”พฤกษ์โพล่งขึ้น “แต่กูว่า...ปากเสียอย่างกับเพาะพันธุ์พี่ปั๊กไว้อย่างมึง คงจะต้องหาตัวช่วยมากกว่ามึงว่าไม่ใหญ่”
“ถ้าไอ้เทพขึ้นคานเมื่อไหร่กูจะขอให้ยายเปรมหาเพื่อนสาวหน้าตาพอไปวัดไปวาไม่อายพระอายเณรส่งไปประเคนถึงบ้านก็แล้วกันแต่กูกลัวจะทนอยู่กับนิสัยห่ามๆ ปากเสียๆ ของไอ้เทพไม่ได้นะซิ” การัณย์รับมุกพฤกษ์
งานที่เขาเลือกทำ...ผู้หญิงหลายคนไม่ปลื้มจริงๆและเขาเองก็เหนื่อยมากด้วย แต่เขาก็มีความสุขกับชีวิตที่เลือกได้ทำเพื่อครอบครัวและคนในชุมชนที่ลำบากให้ได้อยู่กินอย่างไม่อัตคัดขัดสนพอมีเงินทองใช้จ่ายไม่ต้องเป็หนีเป็สิน ต้นไม่เท่าไหร่แต่ดอกที่ทบต้นที่ไม่รู้ว่ากี่ปีถึงจะใช้คืนได้หมด แล้วพวกเ้าหนี้ก็หน้าเื คอยขูดรีดพอไม่ได้ดังใจก็ด่าทอและป่าวประกาศ จะยึดที่ทำกิน ยึดที่นาคิดแล้วก็กลุ้มแทนลูกบ้านที่ต้องโดนทั้งพิษเศรษฐกิจที่ถึงคราวข้าวยากหมากแพงผลผลิตที่ทำมาก็เสียหาย ถึงฤดูฝนก็เจอน้ำท้วมพอแล้งก็แล้งจัดจนผลผลิตที่ปลูกไว้ยืนต้นตายก็มี
ธราเทพเลิกคิดเื่ไม่สบายใจหันหน้าเข้าสู่เื่ของตัวเองเดี๋ยวตื่นนอนไปคงต้องขอให้แม่ต้มน้ำร้อนละลายกาแฟสักแก้วใหญ่ๆ ก่อนจะออกไปนา
ปกติบ้านเขาทำนาปีละครั้งแต่ปีนี้น้ำท่วมหนัก ข้าวที่ปลูกไว้เสียหายจนแทบไม่ได้ผลผลิตมาเลยชาวบ้านจึงปรึกษาหารือกัน จบลงที่ลองทำนาอีกครั้ง เขาไปเสียหลายวันไม่รู้ท้องไร่ท้องนาเป็ยังไงบ้าง วันนี้หลังจากประชุมผู้ใหญ่บ้านแล้วคงจะต้องออกไปดูน้องข้าวในนาเสียหน่อย
ตอนเด็กเขาวิ่งตามพ่อและแม่ออกไปทุ่งนาเริ่มแรกของการทำนาข้าวก็คือใช้คันไถเทียมวัวหรือควาย ใช้กำลังคนคอยพยุงและบังคับให้เดินตรงไปข้างหน้าพร้อมกับคราดที่อยู่ด้านหลังทำหน้าที่ไถพรวนดินให้ร่วนซุยก่อนที่จะใช้คราดเทียมวัวหรือควายราดซ้ำอีกครั้งพอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็การใช้รถไถแทนแต่ทั้งสองยุคสองสมัยยังใช้วิธีเดิมในการเก็บเกี่ยวนั่นคือ...
ใช้แกะและเคียวเก็บข้าวถ้าถามเด็กสมัยนี้ว่ารู้จักแกะและเคียวเก็บข้าวไหมเชื่อได้เลยว่าเด็กทุกคนต้องส่ายศีรษะ
ตอนเด็กเขาเคยโดนแกะบาดมือหลายครั้งชายหนุ่มยกมือขึ้นมาดู เหมือนกับร่องรอยาแยังหลงเหลือให้เขาเห็นภาพคมมีดและเืยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก แล้วใบหน้าคร้ามแดดคร้ามลมก็หมองเศร้าลงเมื่อนึกถึงปัจจุบันแม้จะทำใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง แต่บางครั้งเขาก็รู้สึกว่ามันมาเร็วเหลือเกินออกไปท้องนาก็เห็นแต่ควายเหล็กตัวใหญ่ส่งเสียงดังลั่นทุ่งกลิ่นดินกลิ่นโคลนแทบจะไม่มีให้ดม
ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่เื่ราววุ่นวายออกไปจากสมองเมื่อร่างบอบบางดูเหมือนว่าจะหนาวกับอากาศของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับท้องทุ่งนาเธอควานหาผ้าห่มมาคลุมกาย แต่ห่มคงจะคลายความหนาวให้ได้ไม่มากพอหญิงสาวจึงตวัดแขนมาตกตุบลงบนลำตัวแกร่งและบดเบียดร่างกายนุ่มนิ่มปราศจากอาภรณ์มาแนบชิดทำให้เขาถึงกับคอแห้งผาก
โอ๊ย!!แม่คุณ เล่นหายใจรดต้นคอกันแบบนี้ ถ้าผมลักหลับ คุณจะทำไงฮึ
โอ๊ย!อยากจะบ้าตายจริงๆ เกิดมายังไม่เคยลักหลับใครสักคนเลยที่เคยมีอะไรกันก็ล้วนแล้วแต่สมยอมทั้งสิ้น เขาเกิดจะมาเสียคนก็ตอนนี้หรือไงกันท่องไว้ซิไอ้เทพ ยุบหนอ พองหนอ แต่โอ๊ย!! ขาวหนอ นุ่มหนอ
“ย่าจ๋าลุงกำนันกลับมาแล้วจ้ะ”
แว่วเสียงยายลูกปัด...ปานธิดาหลานสาวตัวดีที่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หกะโร้องบอกมารดาเสียงราวกับลำโพงงานวัดที่มาพร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องเขาดังปังๆปากก็ร้องะโเรียกให้เขาเปิดประตูตามอารมณ์เด็กที่ล่วงเข้าสู่วัยรุ่น
ธราเทพคอยคลายความรู้สึกแปลบปลาบในตัวไปได้บ้างศีรษะทุยส่ายน้อยๆ เด็กวัยนี้ยิ่งดุยิ่งด่าก็เหมือนยิ่งยุ ทำให้อารมณ์รุนแรงขึ้นบางครั้งเถียงกับนางแก้วตาจนท่านเกือบจะเป็ลมเพราะเถียงไม่ชนะปากนกกระจิบนกกระจอกที่ร้องจิ๊บๆ ได้ตลอดเวลา ไหนจะเสียงแหลมเล็กเหมือนนกหวีดร้อนถึงเขาที่จะต้องเป็กรรมการห้ามทัพเสียทุกครั้งไป
แต่ก็ยังดีที่ลูกปัดยังเชื่อฟังคำสั่งของเขาบ้างไม่อย่างนั้นก็คงคุมไม่อยู่ ยิ่งโตเป็วัยรุ่นหน้าตาก็ดูดีผิดพ่อผิดแม่ที่รูปร่างเตี้ยล่ำและเ้าเนื้อในขณะที่ลูกปัดยิ่งโตก็ยิ่งสูง คงจะเป็เพราะอาหารการกินที่มีประโยชน์และได้ออกกำลังกายเป็ประจำทำให้ผิวพรรณอิ่มเอิบสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง
“เอ็งรู้ได้ไงนังปัด ลุงกลับมาแล้ว”
เสียงแม่เอ่ยถามถ้าเดาไม่ผิด แม่จะต้องเดินไปที่ประตู มองตามมือยายลูกปัดจากนั้นก็จะมองว่าเขาซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ถ้ามีก็จะบ่นต่อไปข้าวของแพงจะตายไม่รู้ซื้อมาทำไม เปลืองเงินเปลืองทองเปล่าๆสู้มาหาซื้อบ้านเราน่าจะดีกว่า ได้ช่วยลูกบ้านและได้ของถูกกว่ากันอีกเป็กองแต่ถ้าไม่ซื้อมาก็บ่นไปอีกอย่างไปเที่ยวทั้งทีไม่คิดที่จะซื้อขนมนมเนยมาฝากหลานหรือคนที่บ้านบ้าง ตกลง...ไม่ว่าไปไหนซื้อของติดไม้ติดมือหรือไม่ ค่าเท่ากัน โดนบ่นทั้งขึ้นทั้งล่อง
“โหย...ย่าก็ นั่นไงรถที่ลุงกำนันขับไป จอดอยู่ใต้ถุนบ้านนะเห็นไหมมีตาซะเปล่า แต่ไม่มองเลยย่านิ” ลูกปัดตอกกลับผู้เป็ย่า พร้อมกับส่งค้อนขวับๆอย่างไม่กลัวคอจะหัก
ใบหน้าเหี่ยวเต็มไปด้วยริ้วรอยและกระด่างกระดำจากการทำงานหนักทั้งที่อายุยังไม่มากเท่าไหร่เพียงแค่ห้าสิบต้นๆ เท่านั้นเองคงนั่งทำหน้าตาบึ้งตึงและส่งค้อนขวับๆราวกับสาวน้อยวัยแรกแรกรุ่นอย่างไม่กลัวว่าคอจะเคล็ด
“เออ...ข้ามีตา แต่ตาข้านะมันแก่แล้ว มันเลยมองไม่เห็นไงนังลูกปัด ข้าไม่เหมือนเอ็งนี่ดูนั่นดูโน่นดูนี่ได้ตลอดเวลา ไม่รู้เดือนนี้ข้าจะต้องเสียข้าไฟอีกสักกี่บาทเอ็งเล่นดูทั้งโทรทัศน์ ฟังเพลง แล้วยังเข้าไปเล่นคอมลุงเขาอีก เดี๋ยวเถอะเอ็งเอ๊ย!ข้อมูลที่ลุงกำนันทำไว้หายหมด ลุงได้ตีหัวกะบานแกแยกแน่ข้าไม่ช่วยนะโว้ย” นางแก้วตาเอ่ย เพราะไม่อยากจะต้องเป็คนกลางระหว่างลุงและหลานตัวยุ่งที่ทุ่มเถียงกันได้ตลอดเวลา
“โหย...ไรนะย่า ใจดำ ช่วยหลานแค่นี้ก็ไม่ได้ แล้วบ่นอะไรอีกละยังกับว่าย่าจ่ายค่าไฟเองอย่างนั้นแหละ หนูเห็นลุงกำนันจ่ายประจำย่าดีแต่ใช้และใช้ กับบ่นและบ่น ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกบ่นเสียที” คราวนี้ถึงทีแม่ตัวดีเด็กหญิงปานธิดาเป็คนค้อนบ้างใบหน้ากลมป้อมขยับจากฝั่งหนึ่งไปเชิดสูงอยู่อีกฝั่งหนึ่งอย่างไม่กลัวคอจะหัก
สองย่าหลานเถียงกันไปมาเสียงดังลั่นบ้านแค่นั้นยังไม่พอยายลูกปัดตัวดีเคาะประตูห้องและร้องเรียกเขาพร้อมกับเสียงบ่นระรอกใหญ่ทำอย่างกับตัวไม่ได้เป็เด็กหญิงอายุสิบสองปี แต่เป็หญิงแก่คราวแม่
“แกจะเคาะให้มันได้อะไรขึ้นมานังปัดลุงขับรถมาไกลมันก็ต้องเหนื่อยอยากนอนพักกันมั่งซิวะ นังนี่ชักเอาใหญ่ เดี๋ยวๆลุงกำนันตื่นขึ้นมาดุเอา ข้าไม่ช่วยนะโว้ย”
“ทำอย่างกับลุงกำนันนอนกินบ้านกินเมืองเหมือนกับน้าพรอย่างนั้นแหละกว่าจะตื่นได้แต่ละวัน หนูเห็นตะวันแยงก้นตลอด” ปานธิดาเถียงคอเป็เอ็น
ลุงกำนันถือตัวเองว่าเป็ชาวนาคนหนึ่งที่แม้จะนอนดึกสักแค่ไหนก็ยังตื่นเช้าเป็อาจิณในขณะที่น้าพรฉวีที่เป็น้องสาวคนเล็ก ถือตัวว่าเป็ลูกสาวที่ย่ารัก เพราะมีการันต์ตีความสวยระดับนางงามจากเวทีนางสงกรานต์ประจำอำเภอเอาแต่นอนและหาเื่อู้งานใช้ให้ทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็มักจะบอกว่าเดี๋ยวเล็บหักบ้าง เดี๋ยวตัวดำ ผิวไม่ผ่องจะกลายเป็คนไม่สวยบ้าง เลยอยู่แต่ในห้องปะหน้าทาแป้งเสียจนขาววอกเหมือนกับลิงกัง
“พูดมากไปแล้วนะนังปัด เดี๋ยวน้าพรก็มาด่าแกเอาหรอก”
“ย่านั่นแหละดี เข้าข้างแต่น้าพร คอยดูนะ พ่อมาหนูจะฟ้องซะให้เข็ดเลยมีเงินทีไร น้าพรของละให้ทุกที แต่ทีหนูขอ ไม่เคยให้”ร่างอ้วนป้อมที่นั่งบนพื้นไม้ลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นเท้าสะเอวสองเท้าอ้าออกกว้างอย่างไม่ยอมแพ้คนเป็ย่า แม้จะรู้แก่ใจ บิดามาเมื่อไหร่ก็ไม่เคยหรอกที่จะสนใจใครอื่นนอกจากตัวเองกับอ้อนของเงินจากแก้วตาเพื่อไปซื้อยามากิน
“ก็ลองดู ถ้าแกกล้าฟ้อง ข้าก็จะฟ้องกลับเหมือนกัน แกเอาแต่แต่งตัวสวยๆดูแต่ทีวี เล่นเกมในคอมไม่ยอมอ่านหนังสือ”
เสียงทุ่มเถียงของสองย่าหลานที่ไม่มีใครยอมแพ้ใครดังลั่นบ้านจนธราเทพคิดว่าอีกไม่นานเกร็ดแก้วคงได้สติและก็เป็จริง...
เกร็ดแก้วกะพริบตาปริบๆและตื่นขึ้นมาอย่างงงๆ ขณะยกมือขึ้นจับศีรษะที่ปวดจนแทบจะแตกเป็เสี่ยงๆลำคอแห้งผากเหมือนไม่ได้ทานน้ำมาหลายวัน ที่มาพร้อมกับความงุนงง คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้าง เมื่อคิดถึงเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
เพดานห้องที่เห็น...ไม่คุ้นเคยที่เธอจำได้ มีผู้ชายคนหนึ่งมาหา เรียกชื่อและ...จูบ!
‘ไอ้คนเฮงซวย ไอ้บ้านั่นกล้าแตะต้องเธอ เจอหน้าเมื่อไหร่จะตบให้คว่ำเชียว’
ว่าแต่...ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันอยู่ภูเก็ตพักโรงแรมระดับห้าดาว แค่เพดานห้องก็วาดลวดลายประดับประดาอย่างสวยงามแต่แสงจากด้านนอกส่องให้เห็นรำไรว่าเป็โครงไม้ธรรมดาและมีหลอดไฟสีขาวขุ่นติดอยู่ตรงกลาง
เกร็ดแก้วเบนสายตามองไปยังอีกฝั่งก็เห็นผนังห้องเป็สีขาวอมเทา มีภาพถ่ายที่จัดวางแขวนไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
หญิงสาวหันมามองอีกด้านที่ทำให้เธอใจนสุดขีด อ้าปากจะร้อง แต่ก็ไม่ทันมือเคลื่อนมาปิดไว้เสียก่อนไม่เพียงแค่นั้น ร่างหนายังขยับขึ้นมาทาบทับ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างหัวใจเต้นแรงเร็ว ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบรีบยกขึ้นผลักและดันบ้างก็ทุบตีจิกข่วนกายแกร่ง แต่ดูเหมือนไอ้ผู้ชายฉวยโอกาสจะไม่สะทกสะท้านเลยและยังจะยิ้มใส่ตาเธอแล้วจับมือเล็กไปตรึงไว้เหนือศีรษะ
“อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าๆ ครับคุณเมียสุดที่รัก” ธราเทพทักทายอย่างสนิทสนมด้วยน้ำเสียงยิ้มๆชายหนุ่มมองสบกับดวงตาแวววาวโกรธเคืองระคนไม่แน่ใจ จะเอายังไงกับเขาดี จะสู้หรือยอมรับฟัง
“ห้ามส่งเสียงร้องนะ ถ้าไม่อยากถูกผมปั๊มๆ ตอนเช้าแบบนี้ได้นอนพักผ่อนเต็มที่ เรี่ยวแรงกำลังผมยังดี ไม่ใช่อะไรหรอก ผมกลัวคุณจะลุกจากที่นอนไม่ได้นะครับ”ธราเทพเอ่ยน้ำเสียงยิ้มๆ เขาวางมือบนกายอรชรพลางลูบไล้แ่เบาเรื่อยไปจนถึงทรวงอกกลมกลึง
“ถ้าคุณร้องนะครับ ผมจะแบบว่า...ขยำๆ ตรงนี้แรงๆ พอเป็รอยแล้วรอให้แม่และคนอื่นๆ ในบ้านเข้ามาเห็นคุณนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงส่วนผมก็รีบวิ่งไปยืนตัวสั่นอยู่แถวๆ ข้างตู้ผ้า พวกเขาไม่คิดอะไรมากหรอกครับนอกจาก...คุณปล้ำผม!”
คิดว่ายังไงเสียเกร็ดแก้วก็จะต้องร้องแน่นอน เขาเลยเตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้ก่อน ในเมื่อมือหนึ่งไม่ว่างเพราะจับแขนเรียวตรึงไว้เหนือศีรษะอีกมือก็อยู่ตรงเนินอกอวบอิ่มและนุ่มนิ่มอย่าบอกใครเชียวละทีนี้ก็เหลือเพียงแค่ปากเท่านั้นเอง
“แม่ผมจะต้องคิดว่า...แค่คิดว่าคุณเป็ลูกสาวบ้านไหนหนอ ช่างใจกล้าเสียจริงปีนเข้ามาปล้ำหนุ่มถึงห้อง!”
“กะ...”
ธราเทพฉกจุมพิตลงบนเรียวปากอิ่มก่อนที่เกร็ดแก้วจะส่งเสียงร้อง
“อื้อ...อื้อ...” เกร็ดแก้วร้องประท้วง พร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีจุมพิตร้อนผ่าวที่กดลงมาอย่างหนักหน่วง
แรกเริ่มเขาเพียงแค่ต้องปิดปากนุ่มเท่านั้นเองแต่เมื่อได้ััถึงความหวานละมุนใจก็เตลิดไปอย่างรวดเร็ว จุมพิตจึงเว้าวอนเรียกร้องให้ตอบสนองเรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากนุ่ม มือก็เริ่มขยับอย่างแ่เบาจากปทุมถันอวบอิ่มข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง
ถึงแม้จะเป็สาวสมัยใหม่ที่การกอดจูบและจูบปากกันเป็เื่ธรรมดาแต่เมื่อถูกจู่โจมจากใครก็ไม่รู้ และจุมพิตก็เรียกร้องทำให้เกร็ดแก้วถึงกับตัวสั่นเมื่อถูกปลุกเร้าอย่างชำนาญและนุ่มนวล ทำให้เธอเคลิบเคลิ้มเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันจนเผลอตอบสนองััของชายแปลกหน้าไปโดยไม่รู้ตัว
“อืม...จูบคนกรุงมันหอมหวานแบบนี้นี่เอง โอ๊ย!! โชคดีจริงโว้ยที่ไอ้หนุ่มบ้านนอกอย่างผมได้จูบลูกสาวคนมีกะตังค์กับเขาด้วย”ธราเทพอดแขวะไม่ได้ เข้าถึงเนื้อถึงตัวเพียงแค่นิดหน่อย เกร็ดแก้วก็พร้อมที่จะร้อนไปด้วยมิน่าล่ะเปรมมิกาถึงได้แพ้อย่างหลุดลุ่ยเพราะแม่น้องสาวเขาถึงจะหัวสมัยใหม่แต่ก็ยังรักงวนสงวนตัวไม่ยอมมีอะไรกับผู้ชายก่อนที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องทั้งทางกฎหมายและศาสนามันเลยไม่ถูกใจถึงใจไอ้หนุ่มหน้ามนลูกชายคุณหญิงคุณนาย
“แก...แก...ไอ้บ้า! ไอ้คนห้าร้อย ไอ้หมาข้างถนนแกเป็ใคร แล้วที่นี่ที่ไหน?”
“อ้าว...!! คุณเมียสุดที่รักจ๋า ตื่นมาก็พูดจาหมาไม่รับประทานแบบนี้แล้วจะอยู่กันยืดได้ไงกัน เป็เมียจะต้องพูดจาหวานๆ กับผัวมั่งซิคู้น...”
ธราเทพเอ่ยน้ำเสียงติดตลกเขาซ่อนแววกังวลอยู่ในอก แม่สาวหน้าใสคนนี้จะมีนิสัยเป็ยังไงบ้างจะน่ารักเหมือนกับรูปหน้าหรือเปล่า ที่เขารู้แล้วว่า...เธอปากร้าย ด่าเก่งและเล็บคมด้วยเพราะมันทำให้แขนเขาเป็รอยแดงไปหมดแล้ว
“ใครเป็สามี ใครเป็ภรรยายะ พูดให้ดีนะ ก่อนที่ฉันจะเอาเืหัวแกออกแล้วแกก็รีบถอยออกไปจากตัวฉันด้วย ไอ้บ้า!” เกร็ดแก้วด่ากราดเป็ชุดใหญ่เธอรีบผลักร่างหนาให้ห่างกาย ก่อนจะรีบตะครุบผ้าเนื้อหน้ามาปิดกาย เมื่อเห็นว่าร่างกายนั้นเปลือยเปล่าไม่มีผ้าสวมใส่อยู่แม้เพียงชิ้นเดียว เธอจะกรีดร้อง ทว่า...
“ถ้าร้องอีก คราวนี้ผมไม่แน่ใจนะคุณเมียที่รัก จะเพียงแค่จับๆ ต้องๆหรือว่าจะเลยเถิดไปไกล” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะมองกายอรชรไล่ั้แ่ใบหน้านวลเนียนที่ตอนนี้กลายเป็สีแดงสดเพราะโกรธจนอยากจะฆ่าเขาทิ้ง
“แก! ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้บ้า อย่าให้ถึงทีฉันก็แล้วกันจะไม่เอาแกไว้ทำพันธุ์แน่” เกร็ดแก้วฝากคำอาฆาตไว้ เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลบร่องรอยที่ถูกประทับไว้ออกให้หมด แต่ตายังมองคอยหาโอกาสที่จะประทุษร้ายและหนีเอาตัวรอดจากไอ้คนบ้าให้ได้
“โธ่...โธ่คุณเมียสุดที่รักจ๋า ทำไมใจร้ายกับผัวนักละจ้ะเพิ่งจะแต่งงานกันหยกๆ จะตัดของผัวทิ้งเสียแล้วหรือจ๊ะ อย่างนี้คุณเมียที่รักจ๋าจะไม่ใจดำกับผัวไปหน่อยหรือไรอย่างนี้ผัวก็ชีช้ำนะซิ”
ธราเทพรู้สึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับเกร็ดแก้วมือที่ว่างก็ลากไล้ไปบนกายอรชร
ผู้หญิงกรุงเทพใช้อะไรดูแลตัวกันทำไมถึงได้หอมและน่ากอดน่าฟัดขนาดนี้ ผิดกับผู้หญิงบ้านนอกลิบลับเลยขนาดแม่เขาที่ว่าเนื้อหอมแล้วนะ ยังสู้ไม่ได้เลย
“ใครไอ้บ้า...ใครเป็ภรรยาของแก”
“คุณเมียสุดที่รักไง จำไม่ได้หรือ เราเพิ่งหนีจากพ่อแม่เมียมาจดทะเบียนกันแล้วก็พากันหนีมา แต่คุณเมียที่รักดันประสบอุบัติเหตุต้องไปนอนโรงพยาบาลเสียหลายวันผัวก็เทียวไปเทียวมาคอยดูแลไม่ห่าง แต่ไม่นึกว่าคุณเมียที่รักจะจำผัวไม่ได้ โถๆช่างน่าน้อยใจจริงๆ ” ธราเทพแอบหัวเราะตัวเองไม่คิดว่าจะปั้นเื่โกหกได้อย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้
เกร็ดแก้วอ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้าง เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่จริง เป็ไปไม่ได้ แกโกหก เมื่อวานฉันยังอยู่ที่งานแสดงเครื่องประดับอยู่เลยแล้วก็ถูกแกจับมา...ใช่! แกจับตัวฉันมาแก้าอะไรกันแน่ไอ้บ้า ไอ้บ้าร้อย หรือว่าแก...แกเป็โจรเรียกค่าไถ่ใช่...แกต้องเป็โจรแน่นอนเลย”
ธราเทพส่ายศีรษะทำสีหน้าเบื่อๆ “อาการบ้าของเมียยังไม่หายดีจริงๆ ด้วยถึงจำเื่ของเราไม่ได้จำได้แต่ไอ้เื่ไร้สาระไปวันๆ จำเื่ที่เมียพาปิ่นโตไปส่งให้ผัวที่นาแล้วยังป้อนข้าวให้อีกด้วยไม่ได้จริงๆ เหรอ”
เมื่อโกหกครั้งแรกไปแล้วการโกหกครั้งต่อๆ ไปก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีกแล้วก็ไม่คิดว่าไอ้ละครหลังข่าวที่ยายลูกปัดกับแม่เปิดดูที่เขาคิดว่าเป็เื่ไร้สาระและน่ารำคาญจะช่วยได้เยอะขนาดนี้
“เฮ้อ!” ธราเทพยกมือขึ้นบีบปลายจมูกโด่งงอน“เมียจำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ช่างเถอะ ไม่นานที่รักก็จำได้เองแหละ”ถ้า...มันเป็เื่จริงนะ “ตอนนี้ผัวขอลุกขึ้นไปหากาแฟกินก่อนนะ เช้าๆแบบนี้กินอะไรไม่ลงเอาเสียเลย แต่...”ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งและช้อนเอาร่างโปร่งบางติดมือมาด้วย
“แต่...ถ้าคุณเมียสุดที่รักป้อนนะ ผัวกินได้หมดเลยจ้ะ”เฮ้อ...ไอ้เทพนะไอ้เทพ แกนี่มันหัวไวเหมือนกับหัวลิงแล้ววะ แรกเริ่มก็แค่ครึ้มๆตอนนี้ทำไมถึงได้ปั้นเื่เก่งนักว่ะ จนแม่สาวกรุงเทพหน้าใสตะลึงงัน อ้าปากค้างจนแมลงหวี่แมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรังได้อยู่แล้วเสียดายอย่างเดียว ถ้าได้มาเป็เมียจริงๆ ก็ดีนะซิ ได้ยินเสียงพูดหวานๆเรียกว่าพี่เทพคะ พี่เทพขา มันก็กระชุ่มกระชวยหัวใจใช่เล่นเลยนะนี่
แต่ก็นั่นแหละมันคงเป็ได้เพียงแค่่แรกๆที่เป็่ที่เขาเรียกว่าน้ำต้มผักแค่ไหนก็ยังหวานเท่านั้นแต่พอนานไปไอ้ความรักและความหวานที่มีจะลดน้อยถอยลง จนในที่สุดก็ไม่เหลือ หลังจากนี้ก็จะงัดเอาแต่สิ่งที่ไม่ดีของอีกคนมาด่าประจานให้ชาวบ้านชาวช่องได้รู้
“แหวะ...ถ้าฉันเป็อย่างที่นายพูด พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วละสาวน้อยแสนสวยลูกสาวนักธุรกิจใหญ่กินและใช้ของดีล้วนแล้วแต่แบรนด์ดังจากต่างประเทศ มีหรือที่จะมาเป็เมียไอ้โจรห้าร้อยได้พูดผิดพูดใหม่ได้นะไอ้บ้า” เกร็ดแก้วยกมือขึ้นยันอกกว้าง แต่ก็เหมือนกับแกล้งไอ้บ้าขี้ตู่ไม่ยอมขยับเคลื่อนแม้แต่น้อยและยังทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจนเธอหายใจหายคอแทบไม่ออก
“ถอยไปนะไอ้บ้า ฉันหายใจไม่ออกแล้ว”
“อืม...ถ้าอยากให้ผัวถอยไป เมียก็พูดเพราะๆ ซิจ๊ะ แบบว่าอย่างนี้นะ...”ชายหนุ่มยกขึ้นลูบปากอย่างเสแสร้ง เพราะดวงตาคมกริบคู่นั้นแวววาวระยับด้วยสนุกสนาน“ผัวจ๋า เมียหายใจไม่ออกแล้วจ้ะ ผัวช่วยคลายแขนกอดน้องหน่อยนะจ๊ะแล้วเดี๋ยวน้องจะจุ๊บหวานๆ ให้เป็รางวัล”
“กะ...” เกร็ดแก้วไม่ทันจะได้กรีดร้อง ปากเธอก็ถูกปิดทับเสียก่อน
ธราเทพรีบจับแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะทุยก่อนที่เขาจะถูกแม่เสือสาวใช้สิบเล็บลากไปบนส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ปวดแสบปวดร้อนขาแข็งแกร่งทาบทับไปบนขาเรียวยาว ขณะบดเบียดจุมพิตบนกลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วง
เกร็ดแก้วพยายามส่ายหน้าหนีริมฝีปากหนาและมือที่ลากไล้ไปทั่วเรือนกายไม่ว่าแตะต้องที่ไหนก็ทิ้งความร้อนผ่าวไว้ให้ กายโปร่งบางสั่นสะท้านเพราะไม่เคยเจอกับพายุอารมณ์ร้อนแรงเหมือนกับไฟที่กำลังลุกไหม้ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นและลงตามแรงหายใจหอบแรงเร็วความพยายามหนีกลับกลายเป็ทำให้สองกายแนบชิดทั่วสรรพางค์
สองกายเสียดสีทำให้ไฟปรารถนาเริ่มลุกโชนธราเทพลากไล้มือไปบนผิวกายเนียนนุ่มและหอมกลิ่นผิวนางและเครื่องประทินผิวอย่างดีแต่เสียงดังลั่นจากสองย่าหลานที่ยังถกเถียงกันไม่จบด้านนอกก็ทำให้อารมณ์ปรารถนาที่มีลดหายไปเป็ครึ่งชายหนุ่มแทรกขาแกร่งไปพำนักระหว่างลำขาเรียวยาวแนบริมฝีปากไปบนผิวเนื้อเนียนหอมกรุ่น
ธราเทพแนบริมฝีปากไปทั่วใบหน้านวลเนียนแล้วกระซิบข้างใบหูเกร็ดแก้วน้ำเสียงแหบพร่า “ห้ามร้องอีกนะคุณขืนร้องอีกครั้งคราวนี้ รับรองได้ เื่ของเราไปไกลกู่ไม่กลับแน่คนสวย”เขาไม่ได้ขู่ แต่เอาจริงๆ เพราะตอนนี้ก็ต้องพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปกับความหอมกรุ่นและนุ่มนิ่มของคนใต้ร่างที่สั่นสะท้าน
เสียงที่กระซิบยังเหมือนดังอยู่ใกล้หูทำให้เกร็ดแก้วหวาดผวา ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากัน กายอรชรสั่นเทาในสมองคิดเพียงจะต้องรักษาตัวเองไม่ให้ถูกย่ำยีเสียก่อน ส่วนเื่อื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลังดูท่าทางไอ้โจรห้าร้อยนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทั้งหมด ยังมีส่วนดีอยู่บ้างส่วนที่ถูกลวนลามไปนั้นก็ถือเสียว่าทำบุญทำทานไป แต่อย่าให้มีโอกาสนะเธอไม่เอาไว้เหมือนกัน และเมื่อคิดได้อย่างนั้นเกร็ดแก้วก็รีบพยักรับแต่เพราะเห็นว่าภายในห้องยังคงมืดแสงสว่างจากด้านนอกส่องมาเพียงรำไร
“ได้...ฉันไม่ร้องก็ได้ แต่นายก็ต้องขยับไปไกลๆ ฉันด้วย”
“ได้ครับคุณเมียสุดที่รัก” ธราเทพรับปากเพราะตอนนี้อากาศก็เริ่มสว่างขึ้นมาแล้ว ถ้ามีคนรู้ว่าเขากลับมาบ้านแล้วอีกประเดี๋ยวก็คงจะมีคนแวะเวียนมาถามไถ่ถึงสาเหตุการเดินทางไปภูเก็ตอย่างกะทันหันจนไม่ทันได้บอกข่าวกับคนอื่นๆที่มักจะฝากซื่อโน้นซื้อนี่เป็ประจำ เพราะข้าวของบางอย่างมีคุณภาพดีและราคาถูกกว่าที่นำมาขายตามตลาดแถวบ้านเป็ครึ่ง
ธราเทพรีบลงจากเตียงนอนแล้วเดินไปหยิบผ้าขาวม้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อยในตู้ผ้าออกมานุ่งกันอุจาดตาแล้วก็หยิบผ้าขนหนูผืนขนาดกลางที่มี นำไปยื่นให้กับเกร็ดแก้วใช้ไปก่อนแต่เมื่อคลี่ดูแล้วปรากฏว่าผ้าผืนนั้นเล็กมาก ไม่น่าจะใช้ได้จึงได้หยิบเอาผ้าขาวม้าอีกผืนไปส่งให้แทน
“อะไร?”
“ผ้าขาวม้าไงคุณเมียสุดที่รักครับหรือว่าคุณเมียสุดที่รักจะนั่งแก้ผ้ายั่วใจผัวอยู่แบบนี้ถึงเมียไม่อายผีสางเทวดาที่เฝ้าดูแลปกป้องบ้านอยู่ แต่ผัวอายนะ”
เกร็ดแก้วรับผ้าขาวม้ามาอย่างกระแทกกระทั้นแต่เมื่อนึกไว้ว่าอาจจะมีพวกเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกติดอยู่ก็รีบปล่อยลงไปบนเตียงก่อนจะใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบขึ้นดมดอม จนมั่นใจได้ว่าผ้าสะอาดถึงได้ยอมจับอย่างเต็มไม้เต็มมือ
“ไม่ต้องกลัวนะครับคุณเมียที่รัก ผัวซักเองกับมือ โดยมีเมียคนสวยคอยกำกับมีหรือจ๊ะที่จะไม่หอม” คิ้วคมเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นพร้อมกับกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงแล้วก็ได้รับค้อนวงโตเป็รางวัล
“คุณเมียสุดที่รักไม่ควรเื่มากนะครับ ตอนนี้รีบลุกจากเตียงดีกว่าเดี๋ยวต้องออกไปช่วยผัวทำงานนะ”
“อะไรนะ ไหน...ไหนนายพูดใหม่ซิ ฉัน...” เกร็ดแล้วชี้มือเข้าหาตัว“ฉันนี่นะ...จะต้องไปช่วยนายทำงาน เสียใจยะ ฉันไม่ไปหรอก เดี๋ยวมือนิ่มๆของฉันก็ด้านหมด ผิวขาวผ่องเป็ยองใยก็พลอยเสียดำคล้ำไปด้วย ที่บ้านนายท่าทางแดดจะแรงดูซิแค่เพิ่งตื่นนอนมาก็ทำเอาฉันเหงื่อตกแล้ว”
หญิงสาวยกมือขึ้นโบกสะบัดเบาๆให้รู้ว่าตอนนี้ร้อนแล้วนะทั้งที่ความจริงแล้วอากาศที่ได้รับทำให้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและทำให้สดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแต่เกร็ดแก้วเลือกที่จะพูดตรงข้ามกับความจริง
“ใช่ซิคุณเมียที่รักจ๋า ถ้าคุณภรรเมียไม่ไปช่วยผัว แล้วใครจะช่วยละ”ธราเทพเดินไปหยุดหน้าประตูผ้าแล้วคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น เขายกมือขึ้นเท้าสะเอวจัดการทุกอย่างไว้เกือบจะเรียบร้อยสมบูรณ์แล้วแต่ดันลืมเื่เสื้อผ้าของเกร็ดแก้วไปเสียสนิท ชายหนุ่มหันไปมาหาหญิงสาวอีกครั้ง
“มีอะไร?” เหมือนกับเกร็ดแก้วรู้ว่าจะต้องมีเื่ไม่ชอบมาพากลคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหันจนเป็โบ
“ฉันถามว่ามีอะไร” หญิงสาวขึ้นเสียงขณะพยายามผ้าขาวม้าพันรอบตัวเองและผูกปมไว้ไม่ให้หลุด
“เมียจ๋า ผัวไม่ได้เอาเสื้อผ้าเมียกลับมาด้วย เมียใส่เสื้อผ้าผัวไปก่อนได้ไหม?”
“เห็นไหม ฉันว่าแล้ว นายจะต้องโกหก ถ้าฉันเป็ภรรยานายจริงๆ นายก็ต้องมีเสื้อผ้าและข้าวของฉันติดห้องไว้บ้างซิแต่นี่ไม่มีเลยสักชิ้น นายบอกความจริงมาดีกว่า จับตัวฉันมาทำไม ้าอะไร...?จะเอาเงินใช่ไหม เท่าไหร่ละ เดี๋ยวฉันจะให้พ่อโอนมาให้ แล้วนายก็รีบส่งฉันกลับบ้านด้วย”เกร็ดแก้วพูดยาว โดยไม่ยอมให้ชายหนุ่มที่ยืนหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ตรงหน้าได้ปฏิเสธ
“โธ่คุณภรรเมียจ๋า ก็บอกแล้ว เราหนีตามกันมา แล้วที่รักก็เกิดอุบัติเหตุสงสัยคงเป็ตอนนั้นๆ แน่ กระเป๋าเสื้อผ้าเมียจะต้องหล่นไปจากรถตอนนั้นๆ โถๆ...ไอ้เทพนะไอ้เทพ ไม่ได้ดูเลย แล้วทีนี้เมียจะใส่อะไรละ”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาศีรษะแรงๆพลางคิดว่า...ผู้หญิงเอวบางร่างน้อยแต่ส่วนนั้นนูนใหญ่ จะใส่เสื้อผ้าของใครได้บ้างก่อนที่เขาจะต้องเป็เ้าภาพไปซื้อหามาให้
จะเอาของแม่...ก็ไม่ได้เพราะแม่เป็หญิงร่างเล็ก จะเอาของแม่ยายลูกปัดก็ยังไม่ได้อีกเพราะแม่เด็กหญิงก็ร่างเล็กเหมือนกัน คงจะเหลือเพียงแค่พรฉวีที่เกร็ดแก้วแล้วน่าจะใช้แก้ขัดไปได้ ซึ่งตอนนี้หญิงสาวจะต้องใส่เสื้อผ้าเขาไปก่อน
ธราเทพหาเสื้อผ้าที่ตัวเล็กที่สุดมาส่งให้หญิงสาวใช้ก่อน“ไม่ต้องห่วงจ้ะคุณภรรเมียจ๋า ผัวรับรองความสะอาด”
ด้วยความที่รู้ว่าเกร็ดแก้วจะต้องมีปัญหาอีกแน่นอนธราเทพเลยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม
“รีบๆ ใส่นะ จะได้ออกไปหาแม่กัน ป่านนี้คงรอรับลูกสะใภ้แย่แล้ว”
เกร็ดแก้วฮึดฮัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเสียเปรียบไปเสียทุกทาง แค่แรกเริ่ม ใจเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วถ้าถูกล่วงเกินอยู่แบบนี้บ่อยๆถึงไม่ได้รักแต่ก็มีโอกาสที่จะเลยเถิดไปจนกู่ไม่กลับ แล้วเมื่อนั้นเธอนั่นแหละที่จะต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าแล้วอีกอย่างการได้เจอคนอื่นในบ้านหลังนี้คงจะเป็เกราะกำบังไม่ให้ถูกผู้ชายตรงหน้าทำร้ายและเอาเปรียบได้ อีกทั้งอาจเป็หนทางให้กลับบ้านได้อีกด้วย
เกร็ดแก้วรีบลงจากเตียงสวมใส่เสื้อผ้าที่ได้รับอย่างทุลักทุเล เพราะมือหนึ่งต้องจับผ้าข้าวม้าที่ทำให้เธอทำทุกอย่างช้าไปหมด กว่าจะสำเร็จก็เล่นเอาเหงื่อตกหญิงสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าแล้วหันไปหาคนที่ยืนเอาหลังอิงขอบหน้าต่างและมองมาด้วยสายตารื่นเริง
“ฉันเสร็จแล้ว ทีนี้นายก็พาไปหาแม่นายได้แล้ว”
“ยัง”
“ยังมีเื่อะไรอีกละ”
“ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ก็การพูดจาของคุณภรรเมียนั่นแหละ”
“ทำไม ฉันพูดแบบนี้ นายจะทำไม มีปัญหาหรือไง?”
ธราเทพถึงกับส่ายศีรษะหน้าตาก็สวยดีอยู่หรอกนะ แต่การพูดจากลับไม่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือนกับหน้าตาเลยสักนิดน่าเสียดายจริงๆ
“เปล่าหรอก แค่สงสัยอยู่ เมียน่าจะลืมชื่อผัวสุดที่รักด้วยนะเลยอยากบอกเอาไว้หน่อย ผัวชื่อเทพนะจ๊ะคุณเมียที่รักจ๋าส่วนคุณภรรเมียก็ชื่อไพลินจ้า”
ธราเทพถือโอกาสตั้งชื่อใหม่ให้หญิงสาวเพราะไม่้าใช้ชื่อจริงของเธอ เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นๆ สงสัยเพราะถึงหมู่บ้านแห่งนี้จะอยู่ไกลความเจริญไปสักหน่อยแต่ก็อาจมีใครสักคนที่บ้าเื่ดาราซื้อหานิตยสารที่หญิงสาวถ่ายไปแล้วปะติดปะต่อเื่ราวได้เขากับครอบครัวนั่นแหละที่จะเดือดร้อน
“ใครบอกนายยะ ฉันชื่อเกร็ดแก้ว ยังไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีสามียะนายอย่ามาตู่ แค่เมื่อกี้ฉันก็เปลืองเนื้อเปลืองตัวจะแย่อยู่แล้วกลับไปถึงบ้านคงต้องใช้แอลกอฮอล์เป็ถังอาบล้างคราบสกปรกที่ติดตัวอยู่ยังไม่รู้ว่าจะออกหมดหรือเปล่า”
ธราเทพส่ายศีรษะไปมาเบาๆยอมแพ้กับการเถียงคำไม่ตกฝากของหญิงสาวที่เหมือนกับยายลูกปัดไม่มีผิด
“ผัวคงแล้วแต่คุณเมียที่รักจะคิด ไม่ว่ายังไง ผัวก็รับได้ซาเหมอจ๊ะ”ธราเทพตอบอย่างเล่นลิ้น ไม่รู้ซิ เขาชอบมองไอ้หน้าขาวๆ นั่นแดงขึ้นดวงตาที่แวววาวเหมือนกับลูกแก้วที่ชวนมองจริงๆ