เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    บทที่ 5

    บทที่ 5ลมปราณมังกรสวรรค์สามเดือนผ่านไป ร่างของชายหนุ่มที่ทั่วร่างกายนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจากผิวหนังอันขาวนวลราวกับสตรี ร่างกายที่เปลือยกายท่อนบนอยู่นั้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่สวยงาม เขากำลังดันพื้นขึ้นลงอย่างช้าๆพร้อมกับนัดไปด้วย “ 198 ” “ 199 ” “ 200!!! ” เมื่อสิ้นสุดชายหนุ่มที่ร่างกายเปียกปอนไปด้วยเหงื่อได้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่ายืนอย่างช้าๆ เขาได้หยิบผ้าใกล้ตัวขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจนเต็มหน้า “ องค์ชายพะย่ะค่ะอาหารถูกเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ ” เสียงของข้ารับใช้คนสนิทได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับการปรากฏกาย ร่างของเหยียนหานที่เดินเข้ามาพร้อมกับอาหารต่างๆที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีบนถาดที่อยู่ในมือของเหยียนหาน เหยียนหานนั้นได้วางถาดอาหารลงที่โต๊ะก่อนที่เขานั้นจะจับจ้องไปที่ร่างกายขององค์ชายของตนเองที่เปลี่ยนไปเป็นอย่างมากในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา การเปลี่ยนไปของหยางหลงนั้นทำให้ขนาดคนสนิทอย่างเหยียนหานนั้นยังไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง เขานั้นยืนมองร่างขององค์ชายที่ดูองอาจและสง่างามกว่าเมื่อก่อนอย่างภาคภูมิใจ “ นี่...เหนียนการ..เจ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องลมปราณบ้างหรือเปล่า ” หยางหลงได้เอ่ยขึ้นด้วยอาการเหนื่อยหอบที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการออกกำลังกายเมื่อสักครู่ “ คือ...กระหม่อมก็ได้เรียนรู้มาบางเพื่อประกันตัวพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานนั้นตอบกลับไปอย่างสงบนิ่ง “ งั้นเจ้าช่วยมองร่างกายของข้าให้หน่อยว่ามันมีอะไรผิดแปลกไปหรือเปล่าทำไมข้าถึงรู้สึกร่างกายมันร้อนผิดปกติ ” เมื่อกล่าวกับข้ารับใช้คนสนิทจบ หยางหลงนั้นก็ได้ย่อร่างกายของตนเองลงเล็กน้อยให้เหมือนอยู่ในท่าต่อสู้ เขานั้นหายใจเข้าออกมาเป็นจังหวะช้าไป ดวงตาของเหยียนหานนั้นจ้องร่างกายของนายตนเองอย่างตาไม่กระพริบ ทันใดนั้นเอง มีบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของหยางหลง ลมปราณสีทองอร่ามได้ถูกออกมาจากร่างกาย มันก่อกำเนิดเป็นรูปร่างของมังกรทองที่พันรอบร่างกายของหยางหลงอยู่ ดวงตาทั้งสองของเหยียนหานนั้นเบิกกว้างขึ้นอย่างทันทีที่เขานั้นได้เห็นลมปราณสีทองที่กลายเป็นรูปร่างมังกรที่พันรอบร่างกายขององค์ชายอยู่ “ องค์ชายนี่มัน!!! ” เหยียนหานนั้นอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจมันทำให้หยางหลงที่กำลังตั้งท่าเรียกเร้นลมปราณอยู่นั้นสะดุ้งขึ้นมามันเลยทำให้ลมปราณนั้นหายไป “ เจ้าตกใจอะไรของเจ้ากันเหยียนหาน ” หยางหลงนั้นกล่าวด้วยความสงสัยเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเหยียนหาน “ นี่มันลมปราณนี่ขอรับ!!! ” เหยียนหานนั้นเอ่ยออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง แม้จะได้ยินเช่นนั้นหยางหลงก็ไม่แสดงสีหน้าตกใจออกมาเลยสักนิดราวกับว่าเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรลมปราณก็ต้องออกมาจากร่างกายของเขาอยู่แล้ว “ เจ้าบอกว่าลมปราณสินะงั้นข้าได้ลมปราณอันใดกัน ” หยางหลงนั้นเอ่ยถาม ใบหน้าของเหยียนหานนั้นยังคงมีเหงื่อนั้นไหลออกมาตลอดเวลาสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจนั้นยังมีอยู่อย่างเต็มใบหน้า เหยียนหานนั้นตกใจกับสิ่งที่ปรากฏตรงเบื้องหน้าของตนเอง เขานั้นทำท่าทางอ้ำๆอึ้งๆก่อนจะกล่าวออกไป“ ลมปราณมังกรสวรรค์พะย่ะค่ะ....” เมื่อได้ยินเช่นนั้นหยางหลงก็ได้ทำท่าทางครุ่นคิดขึ้นมาทันที เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆร่างกายขององค์ชายหยางหลงผู้นี้มีลมปราณอยู่จริงๆแต่ทว่าร่างกายของเขานัันอ่อนแอเกินไปกว่าจะเรียกใช้มันได้ แต่การที่ได้นับลมปราณมังกรสวรรค์เช่นนี้เป็นผลพลอยได้ที่เหลือเชื่อจริงๆ.... ในความทรงจำขององค์ชายหยางหลงที่เราได้รับมานั้นรู้สึกว่าองค์รัชทายาทของแคว้นคนปัจจุบันนั้นยังเป็นเพียงแค่ผู้ได้รับ ลมปราณปักษาสวรรค์ แค่นั้นเองทุกคนก็ต่างเทิดทูนให้เขาเป็นอัจฉริยะ แล้วนี่ร่างกายของหยางหลงคนนี้ครอบครองถึง ลมปราณมังกรสวรรค์ที่หายากกว่าหลายเท่าเช่นนี้แปลว่าหยางหลงผู้นี้ที่จริงควรจะเป็นยอดอัจฉริยะสินะ ตามที่เราได้ศึกษาตำราที่ได้รับมาจากการห่อคัมภีร์ที่ให้เหยียนหานนั้นไปเอามาให้ ลมปราณมังกรสวรรค์นั้นจะมีจุดที่เรียกว่า เส้นชีพจรมังกรอยู่ทั้งหมด 18 จุด ภายในร่างกายของผู้ที่ครอบครองลมปราณมังกรสวรรค์ มันเลยทำให้ลมปราณมังกรสวรรค์นั้นหายากยิ่ง ผิดกับลมปราณชนิดอื่นๆที่มีจุดชีพจรน้อยกว่ามากพวกมันเลยมีลมปราณน้อยกว่าลมปราณมังกรสวรรค์ “ องค์ชายพะย่ะค่ะ!!! ” เสียงของเหยียนหานนั้นได้ตะโกนดังขึ้นมันทำให้หยางหลงที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นสะดุ้งหลุดออกมาจากภวังค์ เขานั้นได้หันไปมองเหยียนหานที่กำลังใบหน้าแตกตื่นอยู่ “ รีบไปบอกเรื่องให้กับฝ่าบาทรู้เถอะพะย่ะค่ะแบบนี้ทุกคนก็อาจจะมององค์ชายเป็นคนใหม่ได้เลยนะพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานนั้นเอ่ยออกมาด้วยความดีใจเขานั้นหวังจะให้องค์ชายของตนเองได้มีชีวิตที่ดีขึ้นบ้าง หยางหลงนั้นหยุดคิดอยู่ครู่สักก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเย็นชา“ ไม่ล่ะเจ้าเองก็ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นคนลับด้วยละ ” เมื่อพูดกับหยางหลงนั้นได้นั่งลงไปที่โต๊ะที่มีอาหารวางเอาไว้อยู่เขาได้หยิบตะเกียบขึ้นมาทานอาหารที่วางไว้บนโต๊ะ “ เอ๋!!! ทำไมละพะย่ะค่ะองค์ชายถ้าองค์ชายบอกเรื่องนี้กับฝ่าบาทล่ะก็ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะพะย่ะค่ะ... ” เหยียนหานนั้นโวยวายออกมาเพราะเขานั้นไม่เข้าใจความคิดของหยางหลงในขนาดนี้ หยางหลงนั้นได้ใช้ตะเกียบในมือตักอาหารปากของใจเย็นก่อนเขาจะตอบกลับไปด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับบึงน้ำที่กำลังเงียบสงบ “ เจ้าคิดว่าตอนนี้ถ้าข้าบอกไปแล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนไปงั้นเหรอ...หรืออาจจะเปลี่ยนไปจริงๆก็ได้แต่ว่าความจริงที่เกิดขึ้นภายในอดีตนั้นไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ” คำพูดของหยางหลงนั้นทำให้เหยียนหานนั้นถึงกับผงะไปในทันที เมื่อตรองดูแล้วคนที่อยู่กับหยางหลงตั้งแต่ยังวคงเยาว์วัยก็คือเหยียนหานนั้นแหละ เขาผู้นี้รู้ดีที่สุดว่าสิ่งที่ราชวงศ์หลี่นั้นทำกับนายของเขาในอดีตนั้นเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะให้อภัย เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องต่างๆภายในอดีตมันก็ทำให้หัวใจของเหยียนหานนั้นเจ็บปวดรวดร้าวราวกับกำลังมีมือๆหนึ่งบีบหัวใจของเขาอยู่ มารดาขององค์ชายหยางหลงนั้นเปรียบเสมือนมารดาของเขาเช่นกันนางนั้นดูแลเหยียนหานมาเป็นอย่างดีราวกับลูกในไส้ เมื่อเห็นสิ่งที่ราชวงศ์กำลังกับนางความเครียดแค้นภายในใจของเหยียนนั้นก็ปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟที่ระเบิดออก เหยียนหานนั้นได้กัดฟันข่มตาลงแล้วเอ่ยตอบรับไป “ พะย่ะค่ะองค์ชายกระหม่อมจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ” “ วันนี้องค์ชายจะเสด็จออกไปเช่นเดิมหรือเปล่าพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานนั้นได้เอ่ยถามออกไปขนาดที่หยางหลงกำลังตักอาหารเข้าปากไปอย่างช้าๆ หยางหลงได้หยุดชะงักเขานั้นมองไปที่ใต้เตียงนอนของเขามันมีถุงผ้าขนาดใหญ่ถูกเก็บไว้ขนาดใต้นั้นมากมาย ไม่ต้องถามเลยว่าสิ่งที่ถูกบรรจุไว้นั้นคืออะไรมันก็คือเงินทองต่างๆที่หยางหลงนั้นสามารถรวบรวมได้มาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ภายในเวลาสามเดิอนที่ผ่านมาหยางหลงนั้นได้ออกไปที่บ่อนการพนันทุกคืนเขานั้นสามารถรวบรวมเงินทองเหล่านี้ได้จากที่นั้น หยางหลงได้มองถุงผ้าที่บรรจุเงินไว้ในนั้นเขานั้นครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยกลับไปด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ ไปสิ... ” “ องค์ชายกระหม่อมคิดว่าเก็บเงินไว้ในเรือนเช่นนี้เยอะๆคงจะไม่ดีนะพะย่ะค่ะถ้าเกิดมีใครมาค้นเจอเข้าละก็พวกเขาคงจะสืบหาความจริงได้นะพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานนั้นตักเตือนหยางหลง เพราะว่าพวกราชวงศ์บางคนที่ชอบมาทำร้ายหยางหลงนั้นชอบเข้ามาทำลายข้าวของภายในเรือนแห่งนี้ ที่พวกเขานั้นไม่มาใช้ช่วงสามเดือนนี้นั้นก็เพราะว่าก่อนที่เหยียเห่อนั้นจะมาอยู่ในร่างของหยางหลงนั้น เหล่าราชวงศ์นั้นทำร้ายร่างกายของหยางหลงจนหนักเอาการที่พวกเขาคิดว่าหยางหลงนั้นยังคงบาดเจ็บอยู่จึงไม่มีในตลอดช่วงสามเดือน “ นั้นสินะที่เจ้าพูดก็มีเหตุผลอยู่ ” หยางหลงนั้นเห็นด้วยการสิ่งที่เหยียนนั้นพูดออกมา กาลเวลานั้นช่วงเลยผ่านไปรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์นั้นจะคิดมากนัก เข้าสู่ยามราตรีที่เงียบงันภายในสวนของวังหลวงบริเวณเรือนที่หยางหลงนั้นใช้อาศัยอยู่มาตลอดตั้งแต่ยังเยาว์นั้นมีอากาศเย็นกว่าปกติ หยางหลงนั้นเดินออกมาจากเรือนของตนเองเขาได้ใช้ผ้าสีดำปิดคลุมทั้งใบหน้าเช่นทุกครั้งทีเขานั้นเคยออกไปในยามค่ำคืน เหยียนหานได้เดินนำหน้าของหยางหลงไปเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ออกไปด้านนอกเหยียนหานนั้นจะเป็นคนที่ค่อยคุยกับเหล่าทหารยามให้ เมื่อทั้งสองได้เดินทางไปจนถึงประตูทางออกวังหลวง ทั้งสองนั้นต้องหยุดชะงักตั้งแต่ไกลๆพวกเขานั้นเห็นว่าทหารยามคนสนิทของเหยียนหานนั้นหายไป โดยวันนี้มีทหารยามที่พวกเขานั้นไม่เคยเห็นมาเป็นคนเฝ้าประตูทางออกวังด้านหลังแทน แถมทหารยามสองคนที่มาเฝ้าประตูคนใหม่นี้ยังดูร้ายกาจอีกด้วย ทหารยามสองคนนั้นมีรูปร่างที่ใหญ่โตพวกเขามีมัดกล้ามทั่วร่างกายเมื่อมองแล้วชั่งดูน่าหวาดกลัว หยางหลงและเหยียนหานนั้นถึงกับหยุดชะงักอยู่ในเงามืดเมื่อเห็นเช่นนั้น “ องค์ชายดูเหมือนว่านี้ทางจะไม่สะดวกแล้วพวกเราถอยกลับก็เถอะพะย่ะค่ะ ” เหยียนหานกล่าวออกมาตามสถานะการณ์ที่เขานั้นได้เห็น “ ไม่!!! เราจะไปกันต่อ ” หยางหลงนั้นได้เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นแววตาของเขานั้นบ่งบอกถึงความเด็ดเดียวภายในจริงใจจบบท