เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

เล่มที่ 6 ตอนที่ 177 ผสานขุมพลังโลกันตร์

          เสียงของเมิ่งฝานดังก้องสีหน้าของผู้คนทั้งหลายต่างก็เปลี่ยนไปกลายเป็นความตกตะลึงและประหลาดใจที่เห็นเมิ่งฝานหายเข้าไปในรอยร้าวของมิติ

          แต่พวกเขาก็เหลือเวลาเพียงไม่มากแล้วเมื่ออยู่ภายใต้การคุ้มกันของผู้อาวุโสเฟิงพวกเขาจึงหาทางออกไปได้อย่างราบรื่น

          เมิ่งอวี่หุนยังคงยืนอยู่กับที่ด้วยท่าทีตกตะลึง

          เขานึกไม่ถึงว่าแม้แต่ผู้อาวุโสเฟิงออกโรงเองเมิ่งฝานก็ยังสามารถรอดชีวิตออกไปได้แม้จะอยู่ในสภาพที่ใกล้ตาย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้เห็นเมิ่งฝานตายกับตา

          เมิ่งอวี่หุนกัดฟันแน่นอย่างไม่อยากยอมจำนนแต่ก็ทำได้เพียงรีบจากไปโดยเร็วเท่านั้น

          ไม่ไกลนักหยางเถียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา นางมองไปยังทิศที่เมิ่งฝานจากไปด้วยนัยน์ตาที่วาวโรจน์ในหัวคือภาพของเมิ่งฝานที่ยืนหยัดไม่ยอมศิโรราบเมื่อครู่นี้

          แม้ว่าครั้งนี้ตระกูลเมิ่งจะไม่อาจสังหารเมิ่งฝานได้แต่ก็นับว่าทำให้เขามีศัตรูที่ทรงพลังจนไม่อาจคาดเดาเพิ่มขึ้นมา ทว่าหากเมิ่งฝานมีเวลามากพอละก็บางทีสิ่งที่เขาเคยพูดเอาไว้นั้น...อาจไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน!

          “เมิ่งฝานเจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!”

          หยางเถียนขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงเบาแม้ว่านางจะพบเจอบุรุษมาไม่น้อย แต่เมิ่งฝานกลับเป็นคนที่นางจดจำฝังใจมากที่สุด

          ในอากาศเต็มไปด้วยการพังทลายของมิติทุกอย่างโดยรอบล้วนแต่กลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

          ผู้อาวุโสเฟิงยืนอยู่กับที่ด้วยนัยน์ตาที่เฉยชาจากนั้นผู้ที่คล้ายดั่งเทพผู้ยิ่งใหญ่จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “อยู่ต้องพบตัว ตายต้องพบศพ เมิ่งฝาน...เหล่าฟูไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”

          น้ำเสียงนี้แฝงไปด้วยความเดือดดาลยิ่งนักรวมถึง...ความไม่สบอารมณ์!

          ........

          ในห้วงแห่งมิติที่มืดมน มีเพียงความว่างเปล่า

          ณ ผืนป่าอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ๆ ก็มีการฉีกของของมิติปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลันก่อนที่ร่างของคนผู้หนึ่งจะถูกดีดออกมา

          พลังแห่งมิติทมิฬนั้นลึกลับซับซ้อนอย่างไม่อาจคาดเดาได้เป็นเพราะมิติภายในโถงถ้ำน้ำแข็งนั้นถูกทำลาย ส่วนเมิ่งฝานก็อดทนต่อความเจ็บปวดพุ่งตัวเข้าไปอย่างไม่ลังเลและไม่คิดชีวิตเขาจึงไม่รู้เช่นกันว่าเวลานี้ตนเองถูกส่งมาที่ใด

          สถานที่แห่งนี้เป็นผืนป่าที่กว้างใหญ่เต็มไปด้วยก้อนหินและขุนเขา หลังจากที่ร่วงหล่นลงไปอย่างรุนแรงเมิ่งฝานก็กระอักเลือดออกมา

          เขาพยายามนั่งตัวตรงแล้วสัมผัสถึงอาการบาดเจ็บภายในร่างกายก่อนจะยิ้มเจื่อนอยู่พักใหญ่แม้จะหนีออกมาจากโถงถ้ำแห่งนั้นได้แต่เขาก็ยังหาได้รอดพ้นจากอันตรายไม่

          อาการบาดเจ็บของร่างกายสาหัสอย่างที่สุดถึงขั้นที่แม้แต่ดวงจิตก็ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

          การต่อสู้ติดต่อกันกับจอมยุทธ์เหล่านั้นทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสเฟิงทำให้เมิ่งฝานแทบจะสิ้นหวังไปเลยก็ว่าได้กระดูกในร่างกายแตกหักหลายชิ้น เลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาจากหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าแม้แต่อวัยวะภายในก็ยังมีเลือดไหลด้วยเช่นกัน

          อาการบาดเจ็บที่สาหัสเพียงนี้ต่อให้เป็นเมิ่งฝานที่มีร่างกายแข็งแกร่งก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษาตัวนับครึ่งเดือนเขากัดฟันแน่น รู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ก็คือกลิ่นอายของตัวเขาเอง เขาไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ใดซ้ำตนเองยังบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจไปได้ไกลด้วย

          หากถูกสุนัขเฒ่าอย่างผู้อาวุโสเฟิงตามไล่ล่ามาถึงที่นี่เมิ่งฝานก็คงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้

          เขากัดฟันแน่น จากนั้นจึงพยายามฝืนลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินหน้าไปให้ไกล

          เมิ่งฝานเดินทางด้วยความเร็วพลางพยายามลบเลือนกลิ่นอายของตนเองให้ได้มากที่สุดเขาเดินทางไปตามแนวสันเขาพร้อมกับมองหาที่หลบภัยรอบกายแล้วในที่สุดก็ได้พบกับถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่ง

          หลังจากที่วัดระดับพลังจากกลิ่นอายภายในถ้ำเมิ่งฝานก็รู้ว่ามันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรระดับสองซึ่งเมื่อเขาก้าวเข้าไปสัตว์อสูรตัวนั้นก็ตกใจหนีเตลิดไปอย่างฉับพลัน

          แม้ว่ายามนี้เมิ่งฝานจะรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากแต่จิตสังหารอันน่าสะพรึงของเขาก็ไม่ได้ถูกลบเลือนไป ดังนั้นสัตว์อสูรจึงรีบหนีไปโดยเร็ว

          เมื่อเข้ามาภายในเขาก็ขยับหินไปปิดล้อมบริเวณที่ตนเองอยู่อย่างไม่สนใจความสกปรกภายในเพื่อไม่ให้กลิ่นอายของตนเองลอยล่องออกไป จากนั้นเมิ่งฝานจึงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะนั่งพิงผนังแล้วฟื้นฟูเส้นแขนงปราณของตนเอง

          แต่เมื่อฤทธิ์ของผลเหมันต์หยกเริ่มหดหายกำลังวังชาในร่างกายของเมิ่งฝานจึงอ่อนแอลงตามไปด้วยยิ่งเป็นอาการบาดเจ็บของดวงจิตก็ยิ่งยากที่จะฟื้นตัว

          นี่เป็นการบาดเจ็บที่หนักที่สุดครั้งหนึ่งของเมิ่งฝานเมื่อนึกถึงตระกูลเมิ่งและผู้อาวุโสเฟิงเขาก็กำหมัดแน่นพร้อมกับมีนัยน์ตาอันอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น

          เขากระตุกยิ้มจากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิสยบจิตสังหารภายในหัวใจของตนเองแล้วนำสมุนไพรที่เตรียมเอาไว้รักษาตนเองออกมาทั้งหมดก่อนจะใช้มันพร้อมกัน ซึ่งนั่นก็รวมถึงไข่อสูรทมิฬของรั่วสุ่ยอีด้วย

          เมื่อกอบกุมไข่อสูรทมิฬเอาไว้เมิ่งฝานพลันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองดูดกลืนพลังฟ้าดินได้เร็วยิ่งกว่าเดิมไข่อสูรทมิฬนั้นเป็นสิ่งที่กลายร่างมาจากรั่วสุ่ยอีจึงมีพลังที่พิเศษอยู่ภายในเมิ่งฝานนั่งอยู่ภายในโถงถ้ำโดยไม่ได้ขยับไปที่ใด จนกระทั่งเวลาผ่านไปสามวันเต็มๆ

          เมื่อวันที่สามมาถึงเมิ่งฝานก็ลืมตาขึ้นแล้วสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตนเอง

          หลังจากที่พักรักษาตัวมานานสามวันอาการบาดเจ็บของเมิ่งฝานก็ดีขึ้นไม่น้อยแต่สิ่งที่เป็นปัญหาอย่างที่สุดก็คืออาการบาดเจ็บของดวงจิตเพราะมันคือสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการรักษา

          เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแต่แล้วในเวลาต่อมาดวงตาของเมิ่งฝานก็เปล่งประกายขึ้นอย่างฉับพลันเพราะการรักษาอาการบาดเจ็บของดวงจิตนั้นมีอีกทางที่รวดเร็วยิ่งกว่านั่นคือการพัฒนาระดับพลังของตนเอง!

          เมื่อใดที่พัฒนาระดับพลังเลือดลมและพลังปราณภายในร่างกายก็จะถาโถมเป็นอย่างยิ่ง พลังจิตจึงได้รับการพัฒนาไปด้วยหลังจากที่ลูบปลายจมูกอย่างครุ่นคิดพลันมีของสองสิ่งปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเมิ่งฝานซึ่งนั่นก็คือขุมพลังโลกันตร์และเหมันต์หมื่นปี

          จากที่รั่วสุ่ยอีเคยกล่าวเอาไว้นั้นเมื่อใดที่เขาได้รับของสองสิ่งนี้มาก็จะสามารถผสานพลังของขุมพลังโลกันตร์เพื่อดูดซับพลังงานภายในของมันได้ทันที! เพียงชั่วพริบตานัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์เขาถือของทั้งสองสิ่งเอาไว้แน่นกระหายพลังอย่างสูงสุด

          มีเพียงศักยภาพเท่านั้นที่สามารถรับประกันได้ว่าเหตุการณ์ดังเช่นในวันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกมีเพียงศัยภาพเท่านั้นที่จะสามารถทำให้ตนเองล้างแค้นได้สำเร็จเมิ่งฝานกัดฟันแน่นเพราะความแค้นที่มีต่อตระกูลเมิ่งนั้นฝังลึกเข้าไปในกระดูกดำเขานึกไม่ถึงว่าสาเหตุการตายของบิดานั้นจะเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย

          วันหนึ่งจะช้าหรือเร็วเขาจะต้องเข้าไปยังตระกูลเมิ่งด้วยตนเองเมื่อถึงยามนั้นจะต้องไถ่ถามความจริงทั้งหมดจากปากของเมิ่งเทียนเซิงด้วยตนเอง!

          จากนั้นเมิ่งฝานจึงหันมาสนใจของทั้งสองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขารู้ดีว่ามันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ศักยภาพของเขาพัฒนาขึ้นสูงกว่าเดิม ไม่รู้ว่าหากคัมภีร์ทวนเทพพัฒนาขึ้นไปอยู่ในระดับอักษรฮวงจะน่าสะพรึงถึงเพียงใดเมิ่งฝานหยุดความคิดไว้เท่านี้แล้วเริ่มเตรียมตัว

          ถ้ำแห่งนี้ถูกปิดล้อมเอาไว้อย่างดีซ้ำเมิ่งฝานก็ยังสร้างพลังผนึกโลกาเอาไว้ด้านนอกอีกชั้น เมื่อต้องเก็บตัวบำเพ็ญตนเขาจึงต้องการความเงียบสงบซึ่งมั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดมารบกวน

          หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสรรพเมิ่งฝานจึงกลับมานั่งที่เดิมเขามองไปยังของทั้งสองสิ่งในฝ่ามือจากนั้นแล้วขยับฝ่ามือเหมันต์หมื่นปีนั้นคือสิ่งที่มีพลังธาตุน้ำแข็งอันสูงส่งนัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ก่อนจะดื่มมันเข้าไป

          เพียงชั่วพริบตาพลังความเย็นพลันปรากฏขึ้นในร่างกายของเมิ่งฝานความเย็นของมันรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เลือดภายในร่างกายหยุดการไหลเวียนแล้วจับตัวเป็นลิ่ม

          เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกายจากที่รั่วสุ่ยอีได้บอกเอาไว้คือเมื่อใดที่เคลื่อนพลังของเหมันต์หมื่นปีไปทั่วเส้นแขนงปราณเพื่อสกัดเส้นปราณบนร่างกายจะมีชั้นน้ำแข็งปรากฏ!

          แล้วในเวลาต่อมาเมิ่งฝานก็ดีดนิ้วเพื่อเปิดกล่องอีกใบอุณหภูมิของโถงถ้ำแห่งนี้พลันเพิ่มขึ้นสูงในทันใดความร้อนของขุมพลังโลกันตร์นั้นสูงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อใดที่สัมผัสย่อมต้องมอดไหม้ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม

          มิฉะนั้นมันคงไม่ถูกยกให้เป็นของล้ำค่าสูงสุดแห่งอาณาจักรหัวอวิ๋นต่อให้จัดอยู่ในวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดมันก็ยังถูกยกให้อยู่ในระดับสูง เขามองไปยังขุมพลังโลกันตร์แล้วกัดฟันแน่นก่อนจะกลืนมันลงไปในท้อง

          เพียงชั่วพริบตาที่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าเมิ่งฝานจะกลืนกินเหมันต์หมื่นปีเข้าไปก่อนหน้าดวงจิตก็ยังสั่นสะท้านด้วยความสะพรึงกลัวยามนี้เขารู้สึกราวกับว่ามีภูเขาไฟกำลังปะทุอยู่ในร่างกายก็ไม่ปาน พลังของมันรุนแรงยิ่งกว่าพลังของเหมันต์หมื่นปีและน่าสะพรึงยิ่งกว่าด้วย!

          พลังอันมากมายมหาศาลนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเมิ่งฝานในเวลาเพียงชั่วพริบตาร้อนระอุคล้ายดั่งว่าสามารถแผดเผาได้ทุกสรรพสิ่งหากไม่ใช่เพราะในร่างกายของเขามีพลังน้ำแข็งของเหมันต์หมื่นปีป่านนี้ก็คงจะแหลกสลายกลายเป็นจุลไปแล้วยามนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงต้องการเหมันต์หมื่นปีในการผสานพลังขุมพลังโลกันตร์ เพราะมันเป็นพลังธาตุที่ตรงข้ามและสามารถข่มกันได้ ทั้งยังสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดอันใดขึ้นกับร่างกายของเมิ่งฝานด้วย

          แต่ถึงกระนั้นความเจ็บปวดรวดร้าวที่มากมายคล้ายดั่งสามารถเคลื่อนขุนเขาพลิกสมุทรก็ยังแล่นไปทั่วร่างมันคือสิ่งที่เขาต้องพบเจอเมื่อกลืนกินของทั้งสองสิ่งเข้ามาในร่างกาย ขณะนี้ความร้อนแรงของธาตุไฟได้แล่นไปทั่วร่างของเมิ่งฝานถึงขั้นที่แล่นไปทั่วทุกเส้นแขนงปราณและอวัยวะภายในด้วย

          เมิ่งฝานกัดฟันแน่นพลังของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดคือสิ่งที่ตนเองไม่อาจคาดเดาได้ และไม่รู้เลยว่ามันจะน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้

          เพียงไม่กี่อึดใจกลับเขารู้สึกคล้ายดั่งว่าเส้นแขนงปราณกำลังจะแตกสลายผนึกของคัมภีร์ทวนเทพเคลื่อนขยับอย่างฉับพลันก่อนจะปลดปล่อยพลังอันคล้ายดั่งหลุมดำออกมาอีกครั้งแล้วแผ่ซ่านไปโอบล้อมพลังธาตุไฟในร่างกายของเมิ่งฝานเอาไว้

          เมิ่งฝานยังคงนั่งอยู่กับที่ในชั่วพริบตานี้การดูดกลืนพลังของตัวเขานั้นกลายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงอย่างยิ่ง พลังงานแห่งฟ้าดินโดยรอบถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้นในแทบจะชั่วพริบตาหลังจากที่ขุมพลังโลกันตร์เข้าสู่ร่างกายผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดกลิ่นอายพลังของมันแผ่ซ่านไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งกลืนกินพลังของขุมพลังโลกันตร์ประหนึ่งหลุมดำก็ไม่ปาน

          แต่สิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานตกตะลึงก็คือเมื่อพลังของผนึกแห่งคัมภีร์ทวนเทพปะทะกับขุมพลังโลกันตร์ก็ยังไม่อาจกลืนกินพลังเข้าไปได้โดยตรงแต่เกิดพลังต่อต้านมากมายจนยากจะคาดเดา

          ภายใต้พลังอันคล้ายดั่งหลุมดำนั้นขุมพลังโลกันตร์ถูกมันดูดกลืนเข้าไปอย่างช้าๆ แต่หากต้องการกลืนกิน ‘เจ้าอ้วน’ นั้นก็หาใช่เรื่องง่ายไม่!

          วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ด ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

          เมิ่งฝานนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมทั้งกัดฟันแน่นความร้อนของขุมพลังโลกันตร์ที่ยังคงค้างอยู่ในร่างกายทำให้เขาเจ็บปวดรวดร้าวคล้ายดั่งว่าสติสัมปชัญญะกำลังจะเลือนรางไปก็ไม่ปาน

          ความร้อนระอุของขุมพลังโลกันตร์ยังคงแทงทะลวงทุกจุดในร่างกายของเมิ่งฝานถึงขั้นที่ทำให้เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกกำลังถูกแผดเผา

          ความเจ็บปวดนั้นทำให้แม้แต่เมิ่งฝานรู้สึกคล้ายหมดสติไปชั่วครู่แต่ถึงกระนั้นก็ยังรีบตั้งสติแล้วกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากต้องการแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมและมีศักยภาพที่สูงกว่าผู้ใดก็จะต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเช่นนี้

          มังกรผู้หลบซ่อนอยู่ใต้หุบเหวหวังเพียงว่าสักวันจะได้บินทะยานขึ้นไปยังฟากฟ้าสูง มีเพียงการอดทนต่อความเจ็บปวดทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาเท่านั้นเขาจึงจะสามารถทำตามที่ตนเองเคยตั้งปณิธานเอาไว้ได้ พรรคเหมันต์สวรรค์ ตระกูลเมิ่ง! ทั้งสองเป็นดั่งหินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่บนหัวใจของเมิ่งฝานอย่างหนักอึ้ง

          ภายในโถงถ้ำนั้นทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเมิ่งฝานนั่งขัดสมาธิใบหน้าของเขามากไปด้วยความมุ่งมั่นและกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดซึ่งมีขุมพลังโลกันตร์เป็นสาเหตุ

คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน