ตอนที่ 4
พอได้ยินว่าหลี่เทียนจะย้ายมาอยู่ที่เมือง A ่เวลาหนึ่งพ่อของเขาหลี่หยวนเต๋อก็ไม่เสียดายเงินทองซื้อวิลล่าหรูขนาดใหญ่ให้กับลูกชายในพริบตาเดียว วิลล่าที่มีห้องนอนสิบห้องและมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส คลับ และบาร์ขนาดเล็กในตัวบ้านราคาของมันแน่นอนว่าอย่างต่ำต้องพูดถึงกันที่ราคาร้อยล้านที่เริ่มต้นแล้ว
ทิวทัศน์เงียบสงบมีสนามหญ้ากว้าง มียามของวิลล่าที่เป็อดีตทหารปลดประจำการคอยเฝ้าระมัดระวังดูแลเื่ความปลอดภัย แน่นอนไม่ใช่ว่าวิลล่าหลังนี้ไม่ได้ให้คนคุ้มกันของเขาอยู่อาศัยร่วมด้วยแต่เป็เพราะกิจวัตรของหลี่เทียนมักจะเที่ยวหยิบผู้หญิงกลับบ้านไม่ขาดสาย ที่เมืองหลวงก็อย่างที่เห็นมีคนรับใช้นำหญิงสาวถึงสิบคนมาให้หลี่เทียนเลือกชมในตอนเช้า
ผ่านมาสามวันั้แ่ที่เขามาเมือง A ในทุกๆวันหลี่เทียนจะติดตามราคาหุ้นที่เขาซื้อเอาไว้เป็ระยะแน่นอนว่าในตอนนี้ที่เมืองหลวง ผู้จัดการเจียงโทรมาหาเขาด้วยสีหน้าเปลี่ยนจากครั้งก่อนพบหน้ากันราวกับเป็คนละคน
ในตอนนั้นผู้จัดการเจียงเหมือนกับคนกำลังหมดสิ้นอนาคต ทว่าในตอนนี้เขากลับต้องโทรหาคุณชายแล้วรายงานตัวเลขการลงทุนที่น่าอัศจรรย์ !
" มีหุ้นสามตัวที่คุณชายให้ผมไปลงทุน ในตอนนี้พวกมันดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายวันที่ผ่านมาด้วยเลเวอร์เรจระดับสูงของคุณชายผลกำไรในตอนนี้อยู่ประมาณเกือบสองหมื่นล้านแล้วคุณชาย้าขายทำกำไรในตอนนี้เลยไหม "
ผู้จัดการเจียงไม่กล้าแม้แต่ชี้แนะในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะเื่บังเอิญหรือคำนวณมาอย่างดีกันแน่ แต่ผลกำไรที่คุณชายทำได้ก็เป็เงินก้อนโตนี้เป็แค่เงินลงทุนในหุ้นสามตัวเท่านั้น ยังมีผลกำไรจากหุ้นตัวอื่นที่แบ่งสันไปลงทุนอีก
" ยังไม่ต้องรอเวลาอีกหน่อย... "
" ถ้าฉัน้ารู้พอร์ตการลงทุนของคนคนหนึ่งนายสามารถหามาให้ฉันได้ไหม ? "
" คุณชายเื่แบบนี้ยากมากอีกทั้งยังผิดกฏหมาย "
" เขาเป็แค่คนธรรมดาตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้นไม่ได้มีพื้นหลังอะไรเลย "
" ถ้าเป็แบบนั้นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรผมขอเวลาตรวจสอบสักหนึ่งวันแล้วจะรีบมารายงานคุณชายทันที ! "
หลี่เทียนวางสายก็ยิ้มขึ้นที่มุมปาก ในตอนนี้ตัวเอกเฉินเฟิงคงเข้าซื้อลงทุนในหุ้นในราคาที่ผิดจากที่ควรจะเป็ ด้วยเงินลงทุนของตนที่เสริมเข้าไปไม่น่าแปลกใจที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นก่อนที่เฉินเฟิงจะซื้อ
" รอดูอีกหน่อยว่าเฉินเฟิงซื้อที่ราคาเท่าไหร่หลังจากนั้นก็เทขายหุ้นในมือของเขาทิ้งลงไป "
เมื่อเป็หุ้นขนาดเล็กกลาง การเคลื่อนไหวของเงินจำนวนหลายร้อยล้านหรือพันล้านย่อมเกิดแรงะเืที่ทำให้นักลงทุนคนอื่นใขวัญผวากันอย่างแน่นอน
" [ ติ้ง ! ได้รับคะแนนจอมวายร้ายจากการลงมือกับตัวเองเฉินเฟิง +30 ] "
" [ ติ้ง ! ได้รับรางวัลจากการลงมือจัดการตัวเอกเป็ครั้งแรกแบบสุ่ม ] "
หลี่เทียนพลันได้ยินเสียงในสมองตนเองขึ้นมาก็ยิ้มอย่างเฝ้ารอคอย
' เสริมอาวุธลูกผู้ชายด้วยเถอะ ! '
" [ ติ้ง ! ได้รับรางวัลจากการสุ่มยาปลุกกำหนัดอย่างแรง 1 ขวด] "
" [ คำเตือน ! ผลของยาปลุกกำหนัดจะส่งผลถึงสามวันสามคืน ] "
ความหวังเล็กๆของหลี่เทียนพลันดับวูบ ไม่เป็ไรถ้าจะไม่ได้สิ่งที่เขา้าแต่ว่ารางวัลแบบนี้มันคืออะไรกัน ?
" [ ติ้ง ! ประสบความสำเร็จในการได้รับคะแนนจอมวายร้าย เปิดระบบร้านค้าจอมวายร้าย ] "
ไม่รอช้าหลี่เทียนรีบนึกถึงร้านค้าก็มีรายการปรากฏขึ้นมา
' ยาปลุกกำหนัดอย่างแรง 500 คะแนน '
' แส้ะเือารมณ์ 4000 คะแนน '
' ชุดพันธนาการเริ่มต้น 2000 คะแนน '
มีของสามอย่างในร้านค้าตอนนี้เนื่องจากระบบกล่าวว่าเป็ร้านค้นเริ่มต้นไม่แปลกใจที่ของดีดีอาจยังไม่พบเจอโดยเร็ว แต่ว่าของแต่ละอย่างในระบบคืออะไร ?
" มีแต่ของชั่วร้ายทั้งนั้น ! "
" แส้ะเือารมณ์ เหวี่ยงฟาดออกไปไร้าแทว่าจะะเืจิตภายในอย่างรุนแรง "
มันไม่ใช่อาวุธสำหรับใช้สู้เสียด้วยซ้ำแต่เป็อาวุธที่ใช้หยอกล้อกำราบผู้หญิงโดยเฉพาะ !
ชุดพันธนาการนั้นยิ่งแล้วใหญ่ หากมองดูพวกมันก็แค่เชือกมัดที่ขอเพียงโยนออกไปก็จะผูกมัดเป้าหมายฟังถึงตรงนี้เหมือนจะดูดีแต่ว่ารูปแบบการหมัดของมันนั้นเหมือนกับในหนังมากไป แน่นอนว่าไม่ใช่หนังโรงภาพยนต์แต่เป็หนังญี่ปุ่นที่เหล่าบุรุษล้วนรู้กันดี
" หรือเป็เพราะฉันเป็ตัวร้ายของในร้านค้าก็เลยมีแต่สิ่งของสำหรับวายร้ายทั้งนั้น "
แม้จะน่าปวดหัวแต่ว่าถ้าเกิดมองในแง่มุมนี้บางทีเมื่อร้านค้าอัปเกรดถึงตอนนั้นอาจมียาที่เพิ่มอานุภาพอาวุธลูกผู้ชายอยู่จริงๆก็ได้
' ต้องหาคะแนนเพิ่ม ! '
' ดูเหมือนว่าการขัดขวางตัวเอกเล็กๆจะทำให้ได้รับคะแนนตามผลงาน และถ้าเป็นางเอกล่ะ ? '
หลี่เทียนยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้งลุกขึ้นเรียกให้คนรับใช้เตรียมรถออกเดินทาง
" คุณชายจะไปที่ไหนครับ ? "
" โรงพยาบาล "
...
ที่โรงพยาบาลพอหลี่เทียนมาถึงก็มีผู้อำนวยการโรงบาลมายืนยิ้มนำพาเขาไปที่ห้องส่วนตัวในทันที สาเหตุนั้นก็เพราะในตอนที่หลี่เทียนบอกกับคนขับรถออกไปข่าวที่หลี่เทียนจะไปโรงพยายาบาลก็ทำให้ตระกูลหลี่ตื่นตระหนกขึ้นมา คนเบื้องบนโทรหาผู้อำนวยการให้ดูแลของพวกเขาให้ดีหากว่ารักษาไม่ถูกต้องและคุณชายมีสุขภาพไม่ดีขึ้นแล้วละก็ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลที่อาจปิดตัวลงแต่ว่าตัวคนก็อาจหายสาบสูญไปได้เหมือนกัน
" คุณชายหลี่...พวกเรากำลังเตรียมห้องตรวจอาการชั้นดีที่สุดให้คุณชายแต่คุณชายบอกได้หรือไม่ว่าคุณไม่สบายเนื้อตัวในส่วนไหนเป็พิเศษ "
หลี่เทียนงุนงงขึ้นมาเล็กน้อย
" ไม่...ฉันไม่ได้มาเพื่อรักษาแต่มาเพื่อให้นายช่วยพูดอะไรสักอย่างสองอย่าง "
ผู้อำนวยการงุนงงบ้าง ไม่ได้มารักษางั้นหรือ ? แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเื่ใดแต่ในเมื่อคุณชายหลี่ไม่ได้ป่วยเขาก็นับว่าโล่งอกแล้ว
...
ที่ห้องผู้ป่วยรวมสตรีวัยหกสิบนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอมทุกข์ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเสียงอวดครวญรอบข้างที่ดังและสภาพบรรยากาศที่ไม่เหมาะสมกับการพักผ่อนเท่าไหร่แต่ถึงอย่างนั้นสตรีวัยหกสิบคนนี้ก็ดูเหมือนจะชินแล้ว
ที่น่านักใจก็คือแม้ลดสภาพแวดล้อมอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมแล้วก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคของเธอก็ยังคงสูงลิ่วอยู่ดีในตอนนี้สามีของเธอตายไปแล้วเหลือเพียงเธอกับลูกสาวสองคนเท่านั้น ลูกสาวเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ไม่นานลำพังเงินเดือนเริ่มต้นเด็กจบใหม่ก็ยังไม่มากพอดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทำให้มีภาระหนี้ติดตัวอยู่
" แม่...หนูพอจะหาทางได้แล้วอีกไม่กี่วันที่ทำงานจะมีการปรับเงินเดือนและให้เงินโบนัสพอดี "
หญิงวัยหกสิบมองดูลูกสาวด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม เธอเป็แม่เลี้ยงดูลูกสาวคนนี้มาั้แ่เล็กรู้ดีว่าลูกสาวเวลาโกหกจะแสดงท่าทียังไง
" ไม่เป็ไรจริงๆโรคเพียงแค่นี้แม่ทนได้สบายไม่จำเป็ต้องมาหาหมอเลยเสียด้วยซ้ำ "
" หนูจะได้เงินแล้วจริงๆแม่ไม่ต้องเป็ห่วงอีกไม่กี่วัน แม่แค่นอนพักสบายๆอย่าคิดมากและอย่าทำเื่ย้ายออกเองอีกเป็อันขาด ! "
" เอาล่ะๆ...แม่เชื่อแล้วจริงๆอยู่บ้านแม่รู้สึกปลอดโปรงคุ้นเคยกว่าบางครั้งคนโบราณกล่าวว่าการรักษาทางจิตเป็การแพทย์ที่ดีที่สุด "
ทั้งสองพูดคุยยิ้มกันพักหนึ่งก็มีพยาบาลเดินมาแทรก
" คุณเป็ญาติของคนไข้คนนี้ใช่ไหมคะ ? "
" ใช่ค่ะ...ฉันเป็ลูก "
" คุณเซี่ยวหนิงเอ๋อร์ ? "
เซี่ยวหนิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างสับสนพยาบาลไม่ถามตรวจสอบชื่อแม่เธอที่เป็คนไข้แต่กลับระบุชื่อเธอที่เป็ลูกสาวได้อย่างแม่นยำ
" คุณหมอเรียกไปฟังความคืบหน้าอาการของคนไข้คะ "
...
เซี่ยวหนิงเอ๋อร์ตามพยาบาลเข้ามาภายในห้อง ทว่าห้องแห่งนี้กลับไม่ใช่ห้องทั่วๆไปแต่เป็ห้องของผู้อำนวยการโรงบาลแห่งนี้ !
ภายในห้องมีหมอที่มีอายุวัยใกล้เคียงกับแม่เธอ เธอรู้จักผู้อำนวยการคนนี้ได้ยินว่าเขาเป็หมอที่เก่งมากเพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ลงมาดูแลคนไข้ที่มีฐานะต่ำอย่างแม่เธอ คนไข้ในมือของเขามีแต่ผู้ป่วยร่ำรวยทั้งนั้น
ด้านข้างของผู้อำนวยการยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งกดโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าท่าทางสบายๆ ไม่น่าจะใช่ลูกศิษย์เพราะเขาไม่ได้แสดงท่าทีผู้อำนวยการเลยสักนิดหรือว่าจะเป็ลูกชาย ?
" คุณเซี่ยว...ผมบังเอิญหยิบเอกสารการแพทย์ผิดไปครั้งหนึ่งจนพบเขากับรายงานการแพทย์ของแม่คุณเขา "
ในใจของเซี่ยวหนิงเอ๋อร์โลดเต้นขึ้นมาหรือว่าผู้อำนวยการจะมาดูแลแม่เธอด้วยความบังเอิญแบบนี้งั้นหรอ
" หมอที่ตรวจสอบอาการแม่คุณนั้นเป็ลูกศิษย์ผมเอง เขายังขาดประสบการณ์จึงวินิจฉัยโรคอาการคลาดเคลื่อนไป "
" ผู้อำนวยการหมายความว่ายังไงคะ ? "
" อาการของแม่คุณนั้นค่อนข้างหนักกว่าที่คิดเอาไว้ ที่จริงแล้วผมเพิ่งจะรู้มาว่าในตอนกลางคืนแม่ของคุณมีอาการปวดท้องและไอเป็เืออกมาแต่ว่าเธอขอร้องพยาบาลให้เก็บเป็ความลับ นี้ถือเป็สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกศิษย์ของผมวินิจฉัยโรคผิดพลาดไปแม่ของคุณไม่ได้บอกอาการกับเราทั้งหมดและต่อให้คุณไปพูดทีหลังหลังจากนี้ไปผมว่าเธอคงจะโกหกเหมือนเดิม "
สีหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อร์ขาวซีดมือไม้สั่นระริกกุมชายกระโปรงสั้นในชุดเครื่องแบบพนักงาน
" อาการร้ายแรงมากเลยหรอคะ ? "
" ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือเลยให้รายละเอียดได้ไม่มากแต่เท่าที่ผมดูแฟ้มประวัติคร่าวๆแล้วก็ถือว่าร้ายแรงมาก หากว่าไม่เร่งรีบตรวจสอบอาการให้แน่ชัดแล้วรักษาในทันทีก็อาจเป็ไปได้ว่าหลังจากนี้ต่อให้พบเจอในภายหลังก็อาจรักษายากกว่าเดิมถึงขั้นรักษาไม่ได้แล้วก็ได้ "
" ผะ...ผู้อำนวยการช่วยรักษาแม่ด้วยเถอะค่ะ ค่าใช้จ่ายฉันจะพยายามหามาให้อย่างแน่นอน "
" นี้มันค่อนข้างเป็เื่ยากเหมือนกันนะครับ ทางโรงพยาบาลละเว้นค่าใช้จ่ายในตอนนี้ของแม่คุณมาระยะหนึ่งและยืดออกจนผิดกฏโรงพยาบาลไปแล้วถ้าเกิดว่าไม่ชำระในส่วนเก่าที่ค้างเอาไว้ก่อนเป็อย่างน้อยผมคงเริ่มต้นการรักษาต่อไม่ได้ ได้โปรดเข้าใจด้วยเถอะโรงพยาบาลเองก็มีกฏที่ต้องรักษาหากเว้นให้หนึ่งคนต่อจากนี้ก็จะมีมาเรื่อยๆถึงตอนนั้นตัวโรงพยาบาลก็ดำเนินต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน "
" ฉะ...ฉันเข้าใจคะ ฉันจะพยายามหาเงินมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ! "
...
เซี่ยวหนิงเอ๋อร์เธอไปลาแม่ก่อนออกจากโรงพยาบาล เธอไม่กล้าอยู่นานเพราะว่าทนเห็นรอยยิ้มฝืนทนของแม่เธอไม่ไหวเลยจริงๆ เธอเดินเตร่บนข้างเธอราวกับจิติญญาล่องลอยหลุดออกจากร่างไป เหลือบมองเห็นกระจกร้านด้านข้างมองเห็นตัวตนของเธอผ่านกระจก
จากหญิงสาวที่มีชีวิตชีวา มีความสมบูรณ์แบบที่เพื่อนผู้หญิงด้วยกันต้องอิจฉา รูปร่างสูงเพรียวยาวสัดส่วนราวกับนางแบบและมีกระทั่งคัพหน้าอกที่แค่เดินบนท้องถนนก็จะมีผู้ชายทุกสายตาต้องหันเหลียวมองจากหน้าอกระดับคัพ E
ใบหน้าที่สดใสน่ารักสวยงามอย่างลงตัวทว่าในตอนนี้มันกลับดูหมองลงไปก็จริงแต่ว่าก็แทนที่ด้วยความสงสารจนทำให้คนเกิดความทะนุถนอมขึ้นมาได้ง่ายๆ เธอมองไปที่ไฟแสงสีในยามราตรีพบเห็นร้านคลับบาร์ที่ไม่ไกลห่างออกไป
ชั่วขณะหนึ่งเธอจดจำคำพูดของผู้อำนวยการได้ ฝีเท้าของเธอเดินเข้าใกล้ย่านบันเทิงยามราตรีที่ในอดีตไม่เคยแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้
" เรามาคุยกันสักหน่อยไหม "
มีมือฉุดรั้งข้อมือของเธอเอาไว้ ดวงตาที่ไร้สติพลันหวนกลับคืนมาใหม่หันหลังมองกลับไปเธอพบว่าเป็ผู้ชายที่นั่งข้างๆผู้อำนวยการคนนั้นนั้นเอง
.....
Commend เป็กำลังใจกันให้ด้วยน้าาา ~~