ขณะที่ไป๋กุ้ยอิงกำลังติดพูดคุยกับเพื่อนสนิทของเธอทางด้านไป่เจ๋อเองตอนนี้กลายเป็ที่สนใจของเหล่าผู้าุโตระกูลหลี่พวกเขาต่างเรียกหลานของตนที่มีอายุใกล้เคียงกับไป่เจ๋อ มาแนะนำตัวและทำความรู้จักกับไป่เจ๋อ
สำหรับไป่เจ๋อ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าคนแก่พวกนี้หวังผลประโยชน์จากตัวเขาอยู่เขาแค่ทักทายและพูดคุยพอเป็พิธี ไม่นานหลี่โจวหม่าก็เดินเข้ามาหาเขา
“ท่านหมอไป่หลังจากนี้ชื่อเสียงของท่านหมอต้องโด่งดังไปทั่วยุทธภพแน่นอน” หลี่โจวหม่ากล่าวนั่นทำให้ไป่เจ๋อชะงักใช่แล้วต่อจากนี้ชื่อของเขาจะถูกผู้าุโพูดต่อ ๆ ไปเป็แน่จนเขามีชื่อติดหูในโลกยุทธภพ ในฐานะผู้ที่ชนะไป๋กุ้ยอิง
“ทุกท่านต่อจากนี้ผมมีงานในวงการบันเทิงต้องทำดังนั้นคงไม่ดีหากผมจะใช้หน้าตาและชื่อจริงในโลกยุทธภพดังนั้นจากนี้ขอให้เรียกผมว่า อวี้กง นะครับ” ไป่เจ๋อกล่าวเขาคงต้องขอยืมชื่อ 1 ในอาจารย์ของเขามาใช้ก่อน
“เข้าใจแล้วฉันเองก็ขอสั่งให้หลังจากนี้ทุกคนต้องเรียกท่านหมอไป่ว่า อวี้กงฝากด้วยนะผู้าุโทั้งหลาย” แม่เฒ่าหลี่กล่าว ซึ่งทุกคนต่างก็เข้าใจและยินดีทำตาม
ทางด้านไป๋กุ้ยอิงเดินกลับมาหลังจากวางสายเพื่อนของเธอถึงได้ทราบว่าต่อจากนี้ต้องเรียก ไป่เจ๋อ ว่า อวี้กง แทนด้วยเพราะเ้าตัว้าปกปิดตัวตนซึ่งเธอเข้าใจว่ามันจะสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า
“เช่นนั้นเราพักทานข้าวกันเถอะ่บ่ายคงต้องรบกวนท่านอวี้กงชี้แนะเหล่ารุ่นเยาว์ต่อด้วย” แม่เฒ่าหลี่กล่าวก่อนที่ทุกคนจะเข้าร่วมมื้ออาหารกลางวัน
ห้องรับประทานอาหารของตระกูลหลี่
“แม่เฒ่าหลี่ผมอยากขอดูเคล็ดบ่มเพาะของท่านได้หรือไม่” ไป่เจ๋อถาม
พริบตาความเงียบก็เกิดขึ้นทันทีเพราะในยุทธภพนั้น การขอดูเคล็ดบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธคนอื่นเป็การกระทำที่เสียมารยาทอย่างมาก ซึ่งไป่เจ๋อเองก็รู้พอเห็นบรรยากาศไม่ดี เขาจึงพูดเหตุผลในการขอดูเคล็ดบ่มเพาะของแม่เฒ่าหลี่
“ทุกท่านอย่าได้เข้าใจผิดที่ผมขอดูเพราะ้าหาจุดผิดพลาดของวิชาที่เป็สาเหตุให้แม่เฒ่าหลี่ป่วยเท่านั้นหากมีรุ่นเยาว์ในตระกูลหลี่ใช้เคล็ดบ่มเพาะนี้ในระยะยาวก็จะเป็แบบแม่เฒ่าหลี่เหมือนกันการแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุ หากพวกท่านไม่้าให้ผมดูก็ไม่เป็ไรครับแต่อย่าให้รุ่นเยาว์ของตระกูลฝึกมันเด็ดขาดเคล็ดวิชาที่ไม่สมบูรณ์มีแต่จะส่งผลเมื่อฝึกไปถึงระดับหนึ่งแล้วจากอัจฉริยะอาจกลายเป็ขยะได้เพียงชั่วข้ามคืนเื่พวกนี้ทุกท่านคงเคยพบเห็นมากันบ้างแล้ว” ไป่เจ๋ออธิบาย
แม่เฒ่าหลี่ยิ้มขึ้นพร้อมกับสั่งให้ผู้าุโไปหยิบม้วนคัมภีร์เคล็ดบ่มเพาะมา ซึ่งใช้เวลาไม่นานม้วนคัมภีร์ก็ถูกส่งถึงมือไป่เจ๋อ ไป่เจ๋อคลี่ม้วนคัมภีร์ออกดูสั่กครู่ก่อนจะละจากหน้าม้วนคัมภีร์มามองแม่เฒ่าหลี่
“เป็ยังไงบ้างมีจุดผิดพลาดตรงไหนไหม” แม่เฒ่าหลี่ถาม
ตอนนี้ทุกคนต่างมองมาที่ไป่เจ๋อ พวกเขาอยากรู้ว่าเคล็ดบ่มเพาะที่สืบทอดกันมาในตระกูลหลี่หลายพันปีมานี้มีข้อผิดพลาดอะไรกัน
ไป่เจ๋อไม่พูดมากเขาหยิบม้วนคัมภีร์เปล่าออกมาจากจิติญญาของเขาพร้อมกับพู่กันจากนั้นทำการเขียนเคล็ดบ่มเพาะฉบับปรับปรุงใหม่ลงไป
“เคล็ดบ่มเพาะของแม่เฒ่าหลี่นั้นมีความสามารถในการบ่มเพาะปราณหยินระดับกลางด้วยอายุของท่านก็เหมาะสมกับระดับปราณนภาแล้ว แต่ติดที่ว่าในการบ่มเพาะนั้นขาดเคล็ดในการขับไอเย็นจากปราณหยินออกจากร่างกายทำให้ไอเย็นสะสมอยู่ในตันเถียนทีละเล็กทีละน้อย เมื่อผ่านไปหลายปี พลังเ่าั้จะเกิดการปะทุขึ้นนั่นเป็จุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่าปราณหยินเสียสมดุลตามจริงแล้วอาการจะกำเริบเร็วกว่านี้หากผู้หญิงที่ฝึกเคล็ดวิชานี้ไม่ได้แต่งงานหรือกล่าวง่ายๆ ก็คือผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านการผสานหยินหยางกับชายใดเลย สาเหตุเพราะการสังวาสจะช่วยปรับสมดุลหยินให้กลับมาสมดุลได้นั่นจึงเป็สาเหตุที่แม่เฒ่าหลี่เพิ่งมามีอาการกำเริบตอน่ที่อายุมากขึ้น” ไป่เจ๋ออธิบาย ขณะที่ทุกคนต่างอ้าปากค้าง
‘อะไรนะถ้าผู้หญิงที่ฝึกไม่มีสัมพันธ์กับชายใดเลย อาการจะกำเริกบเร็วขึ้นเหรอ’ผู้หญิงในตระกูลหลี่คิดขึ้นพร้อมกัน ขณะที่เหล่าหญิงสาวบางคนที่คิดนั้นคิดถึงภาพที่พวกเธอกับไป่เจ๋อทำ...... กันต่างหน้าแดงขึ้นทันที
“ดังนั้นผมจึงปรับแก้ให้มีเคล็ดในการขับไอเย็นออกจากตันเถียนทุกครั้งก่อนจะออกจากการฝึก” ไป่เจ๋อเขียนเสร็จและยื่นม้วนคัมภีร์ที่เพิ่งเขียนเสร็จให้พร้อมกับคัมภีร์เดิม
“ขอบคุณมากตระกูลเราเป็หนี้ท่านอีกแล้ว ไม่รู้จะตอบแทนท่านยังไงดี”แม่เฒ่าหลี่รับคัมภีร์มาและกล่าวขอบคุณออกมา ตามด้วยผู้าุโ คนในตระกูลหลี่กับรุ่นเยาว์ของตระกูล ต่างก้มประสานมือและหัวทำการคำนับไป่เจ๋อ นี่ไม่ใช่การให้เกียรติในวัยวุฒิแต่เป็การให้เกียรติในคุณวุฒิ เพราะผู้ที่สามารถแก้ไขเคล็ดบ่มเพาะหรือคิดค้นเคล็ดบ่มเพาะที่ใช้ได้จริงขึ้นมาได้นั้นนับเป็ผู้มีความสามารถที่หาตัวยากยิ่งพอ ๆ กับจูกัดเหลียงเลยทีเดียว
หลังมื้ออาหารไป่เจ๋อได้ให้คำชี้แนะกับเหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลหลี่จนครบทุกคนก่อนจะขอตัวกลับ ซึ่งแม่เฒ่าหลี่ได้ให้รถของตระกูลหลี่ไปส่งเขาถึงที่บ้าน
แต่ก่อนไป่เจ๋อจะขึ้นรถ ไป๋กุ้ยอิงได้กล่าวเชิญไป่เจ๋อไปยังตระกูลไป๋อีกครั้งซึ่งไป่เจ๋อรับปากว่าจะไปเพราะตัวเขาเองก็อยากรู้ว่าตระกูลไป๋ในโลกนี้จะเหมือนกับตระกูลไป๋ในทวีปต้าเซียนหรือไม่โดยไป๋กุ้ยอิงได้ให้เบอร์ติดต่อของเธอกับไป่เจ๋อไว้ด้วย
หลังไป่เจ๋อกลับไปแล้ว ไป๋กุ้ยอิงก็ขอตัวกลับเช่นกันเพราะดูแล้วแม่เฒ่าหลี่เองก็อาการดีขึ้น ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง
‘เขาอาจเป็คนที่จะช่วยฉันจากชะตากรรมที่ถูกพวกตาแก่โลภอำนาจพวกนั้นบีบบังคับให้แต่งงานก็ได้’ไป๋กุ้ยอิงคิด
หน้าอะพาร์ตเมนต์ของไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อกลับมาถึงห้องเขาพบคนของซีหลัวมายืนรอเขาอยู่หน้าห้องพวกเขาส่งมอบชุดสำหรับใส่ไปรับประทานอาหารวันพรุ่งนี้ ก่อนจะขอตัวกลับ ไป่เจ๋อกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเดินเข้าห้องไป
ดูเหมือนพ่อกับแม่ของเขายังไม่กลับมา2-3 วันมานี้ ที่ผ่านมาไป่เจ๋อใช้ปราณขับเอาของเสียออกจากร่างกายของพ่อกับแม่ทุกวันอาหารที่ทำก็ใส่โอสถขับของเสียเช่นกัน หากไม่มีของเสียในร่างกายการเกิดโรคก็จะน้อยลง ตอนนี้เขารอให้น้ำหอมกับครีมบำรุงผิวของมู่เทียนออกจำหน่ายเท่านั้นเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะให้พ่อกับแม่ย้ายออกจากห้องเช่านี่สักทีค่าเช่าห้องเดือนหนึ่งก็ไม่ใช่น้อยอีกทั้งเงินก็ยังไม่พอหากเขา้าจะฝึกปราณให้เร็วกว่าที่เป็อยู่
“ทำมื้อเย็นดีกว่าแม่เขียนโน๊ตไว้ว่าจะกลับมาวันนี้สินะ” ไป่เจ๋อเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้าครัวไปทำอาหาร และทำความสะอาดห้องทั้งหมดด้วยปราณของเขา
หลังเสร็จงานบ้านแล้วเขาก็ไปอาบน้ำทำการบ้านและทบทวนบทเรียน เสร็จแล้วเขาจึงเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นเพื่อหาความรู้ใหม่ ๆเพิ่มเติม นี่คือเื้ัวิชาที่เขาใช้ในการต่อสู้กับไป๋กุ้ยอิงโดยได้แิมาจากหลักการเกิดลม ซึ่งเกิดจาการเคลื่อนตัวของอากาศร้อนกับเย็นดังนั้นสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ทางธรรมชาติไม่ว่าจะฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลมพายุ หรือแม้แต่คลื่นสึนามิ ไป่เจ๋อมักจะหาข้อมูลไว้เสมอเพื่อนำมาประยุกต์สร้างเป็วิชาใหม่ ๆ เพราะขึ้นชื่อว่าธรรมชาตินั้นมีพลังทำลายล้างที่ไม่อาจหยั่งถึงได้
แกรกๆ เสียงไขประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่เปิดเข้ามาในห้อง
“ไป่เจ๋อ กลับมาแล้วเหรอลูก”ไป่เหลียนฮวาเดินเข้ามาภายในห้องด้วยไปน่าที่ดูสาวขึ้น ่นี้เธอดูสดชื่นขึ้นมากเพราะงานบ้านกับงานครัวลูกชายคนดีของเธอก็ทำให้ทั้งหมดตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอมีลูกชายหรือลูกสาวกันแน่
“โอ้กับข้าวพร้อมแล้วเหรอ กลิ่นหอมเชียว เดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำซะหน่อย แล้วค่อยมากินนะ”ไป่ชิงหยุนกล่าว ก่อนจะคว้าเอาผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
“ไป่เจ๋อ ลูกบอกว่าจะไปถ่ายโฆษณา มันวันไหนน่ะ” ไป่เหลียนฮวาถามเธอไม่คิดว่าหลังจากไป่เจ๋อบอกเื่ที่จะเป็ดาราลูกของเธอจะได้งานชิ้นแรกเร็วขนาดนี้ (ไป่เจ๋อ : จงแสวงหาโอกาสมิใช่รอโอกาสมาหา)
“ไปถ่ายโฆษณาวันพุธถึงวันศุกร์ครับแต่กลับบ้านทุกวัน แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ ยังไงก็ได้ทานอาหารฝีมือผมแน่” ไป่เจ๋อยิ้ม
“ตั้งใจทำงานนะลูกแม่เอาใจช่วย” ไป่เหลียนฮวากล่าว ไป่เจ๋อได้บอกเธอเกี่ยวกับการนัดทานข้าวกับซีหลัวซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะซีหลัว ทำให้ลูกของเธอมีวันนี้
ครอบครัวของไป่เจ๋อในตอนนี้นับว่าสบายขึ้นมากด้วยเงินที่ได้มาจากซีหลัวและเมิ่งเจี่ยทำให้ไม่ต้องดิ้นรนหาค่าเช่าห้องเหมือนแต่ก่อน ทำให้มื้ออาหารที่แค่กินแบบขอให้อิ่มไปอีกมื้อกลายเป็มื้อที่อบอุ่นและมีความสุข
หลังทานข้าวเรียบร้อยไป่เหลียนฮวาไปอาบน้ำและเข้านอนพร้อมกับไป่ชิงหยุน ส่วนไป่เจ๋อนั้นเขาเริ่มฝึกปราณต่อไปหนทางจากปราณจิตสู่ปราณปฐีและปราณนภาของเขาไม่ได้สบายเหมือนกับการเลื่อนขั้นจากปราณแท้จริงสู่ปราณจิต
หากไป่เจ๋อไม่ได้โอสถเสริมลมปราณระดับกลางมาล่ะก็ อาจจะต้องใช้เวลาอีก3-5 ปีถึงจะเลื่อนขั้นลมปราณได้ ด้วยเพราะหลังจากนี้ไป่เจ๋อคงไม่มีเวลาว่างมากนักจะให้เขาฝึกปราณข้างนอกบ้านก็ดูจะอันตรายต่อการถูกพบเห็นโดยผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นดังนั้นไป่เจ๋อจึงส่งข้อความผ่านไลน์ไปถามไป๋กุ้ยอิงถึงร้านค้าสำหรับชาวยุทธ์ หรือพวกโรงประมูล
[พี่สาวไป๋พอจะรู้จักร้านค้าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ ไม่ก็พวกโรงประมูลไหม] ไป่เจ๋อถาม
[โรงประมูลเหรอใช้คำโบราณจังนะ ก็มีอยู่หรอก แต่จะคนในยุทธภพจะเรียกว่าสมาคมการค้าตะวันจันทราน่ะสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหลวง สาขาย่อยจะอยู่ตามหัวเมืองใหญ่เท่านั้นเมืองที่นายอยู่ตอนนี้ไม่มีสาขาของสมาคมการค้าอยู่เลย] ไป๋กุ้ยอิงตอบ
[พอจะส่งที่ตั้งมาได้ไหม]ไป่เจ๋อถาม
[ได้สิเดี๋ยวจะส่งให้ แต่ถ้าไปครั้งแรกจะมีขั้นตอนการตรวจสอบเยอะมากพี่แนะนำให้นายไปกับพวกผู้นำตระกูลอย่างแม่เฒ่าหลี่จะสามารถข้ามขั้นตอนการตรวจสอบและทำบัตรของทางสมาคมได้ง่ายกว่า หรือไม่ก็ไปกับฉันเพราะตระกูลไป๋นั้นก็พอมีอิทธิพลในเมืองหลวงอยู่บ้าง สนใจไหม] ไป๋กุ้ยอิงตอบ
[ถ้าวันเสาร์กับอาทิตย์หน้าผมมีเข้าไปที่เมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมรายการาานักกินพี่สาวไป๋สะดวกรึเปล่า] ไป่เจ๋อถาม
[สะดวกสินายว่างเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันละกัน ที่สมาคมการค้าน่ะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเสาร์กับอาทิตย์นี้ฉันว่างตลอด] ไป๋กุ้ยอิงตอบ
[ขอบคุณสำหรับข้อมูลและความช่วยเหลือครับผมขอตัวก่อน] ไป่เจ๋อพิมพ์ตอบก่อนจะปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนและรีบเข้านอนทันที
ณเมืองหลวงมิดการ์ด คฤหาสน์ตระกูลไป๋
“พี่คุยกับใครน่ะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” เด็กหนุ่มอายุ 15 ปีถามไป๋กุ้ยอิงผู้เป็พี่สาวที่จ้องจอสมาร์ทโฟนไปยิ้มไปจากประสบการณ์ของเด็กหนุ่มบอกได้ว่าพี่สาวของเขากำลังคุยกับคนพิเศษ
“เพื่อนน่ะเขา้าจะสมัครบัตรของสมาคมการค้าตะวันจันทรายังไงล่ะ ส่วนนาย ไป๋หู่ไปอาบน้ำเลยฝึกจนเหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ ยังจะมาใกล้ ๆ อีก มันเหม็นรู้ไหม” ไป๋กุ้ยอิงกล่าวพร้อมกับเอามือปิดจมูก เพราะน้องชายของเธอตัวเหม็นสุด ๆ ทำให้เธอนึกถึงไป่เจ๋อที่แม้เหงื่อจะออกมากขนาดไหนยังไม่เห็นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แม้แต่น้อย
“เหงื่อคือหลักฐานความเหนื่อยยากในการฝึกพวกสาว ๆ ที่โรงเรียนผมยังบอกเลยว่าตอนผมตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อดูเซ็กซี่ดีออกมีแต่พี่นั่นแหละที่ทำท่ารังเกียจผมน่ะ” ไป๋หู่กล่าว (คน ๆนี้คือไป๋หู่ในโลกมิดการ์ดครับ เป็เหมือนตัวตนโลกคู่ขนาน)
แม้ไป๋หู่จะอายุ15 ปี แต่ก็มีระดับถึงปราณนภา ขั้น 10 ไปแล้วอีกไม่กี่ปีเขามั่นใจว่าจะสามารถทะลวงขั้นปราณราชันย์ได้สำเร็จอย่างแน่นอน
“นายมันสกปรกคนที่คุยกับพี่เมื่อครู่ แม้เหงื่อของเขาจะท่วมตัว แต่ก็ยังไม่มีกลิ่นเหม็นสักนิด”ไป๋กุ้ยอิงมองน้องชายด้วยสายตารังเกียจ
“พวกผู้หญิงก็ต้องไม่ค่อยมีกลิ่นตัวอยู่แล้วมันเอามาเทียบกันไม่ได้หรอกนะพี่” ไป๋หูกล่าว
“แต่เขาคนนี้เป็ผู้ชายอายุก็เท่ากับนาย” ไป๋กุ้ยอิงกล่าว
“งั้นเหรอเดี๋ยวนะพี่แน่ใจนะว่าเพื่อน ไม่ใช่แฟนน่ะ พี่ไม่เคยชมผู้ชายคนไหนเลยขนาดหลี่ไป๋ที่ดูสะอาดสะอ้านคนนั้นพี่ก็ยังตินั่นตินี่พวกนายน้อยที่พวกตาแก่ของตระกูลพามาให้พี่ดูตัว พี่ก็ยังติไม่เคยมีคำชมออกจากปากของพี่เลย หึ หึ แล้วเพื่อนพี่ไปทำอะไรมาถึงเหงื่อท่วมขนาดนั้นพี่อยู่ใกล้เขาขนาดได้กลิ่นตัวนี่หรือว่าพี่กับเพื่อนพี่จะสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วนี่พี่ไม่เห็นแก่หน้าท่านพ่อกับท่านแม่เลยเหรอ พี่ได้ป้องกันรึเปล่า”ไป๋หู่เริ่มพล่ามมากจนน่ารำคาญ ไป๋กุ้ยอิงเลยใช้กำปั้นเขกเข้าที่หัวของไป๋หู่
“จะบ้ารึไงเพราะวันก่อนฉันได้ประลองกับเขาที่ตระกูลหลี่ตะหากนายพูดแบบนี้อยากโดนฉันอัดเข้าโรงพยาบาลใช่ไหม” ไป๋กุ้ยอิงพูดด้วยความโมโหเธอไม่ใช่หญิงไร้ยางอายที่จะพลีกายให้ใครง่าย ๆ น้องชายของเธอพูดแบบนี้ทำให้เธอโมโหมาก แต่พอคิดถึง่เวลาที่ได้ใกล้ชิดกับไป่เจ๋อ ใบหน้าของเธอก็รู้สึกร้อนขึ้นมา
“เอ๋ประลองกันด้วยเหรอ ใครชนะล่ะ แล้วเขามีปราณขั้นไหน” ไป๋หู่ถาม
“ฉันแพ้ในการประลองส่วนระดับปราณฉันขอไม่พูดเอาเป็ว่าเขามีความสามารถมากกว่าผู้าุโในตระกูลบางคนก็แล้วกัน”ไป๋กุ้ยอิงกล่าว
ส่วนไป๋หู่ถึงกับนิ่งค้างหากคนที่พี่สาวของเขากล่าวถึงนี้เอาชนะพี่สาวเขาได้ ฝีมือคงระดับผู้าุโ 5อันดับแรกของตระกูลไป๋ แต่ด้วยอายุแค่ 15 ปีเท่าเขาเนี่ยนะ