ผ่านไป 3 วันที่นพเก้าต้องไปทำงานต่างจังหวัดซึ่งเป็โครงการที่เพิ่งประมูลมาได้เขาจึงจำเป็ต้องลงไปดูหน้างานครั้งแรกด้วยตัวเองเป็สามวันที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึก แม้ว่าเขาจะเร่งงานแค่ไหนก็ตามแต่ดูทุกอย่างจะไม่ทันใจเขาไปเสียหมดทั้งที่ปกติเขาจะละเอียดกับทุกขั้นตอนเพื่อไม่ให้พลาดจนผู้รับเหมาที่คุ้นเคยกันยังแปลกใจ แม้แต่ผู้ช่วยของนพเก้าที่ติดตามไปหน้างานทุกที่ก็ยังแทบจะเข้าหน้าเขาไม่ติด
ตื้ดดดด....ตื้ดดดด
“ลัน เ้านายลันโทรมาอีกแล้วลูก”สุภรณ์ถือโทรศัพท์มาให้ลูกสาวที่กำลังง่วนช่วยงานสุจินต์อยู่
“ขอบคุณค่ะแม่”หลังจากรับมือถือมาจากแม่ชลันธรก็กดปิดเครื่องทันที เพราะเธอี้เีจะคุยกับเขาเต็มทนเขาห้ามไม่ให้เธอไปทำงานที่บริษัท อ้างว่าเป็ห่วงไม่อยากให้เธอทำงานหนัก ไม่อยากให้เธอเครียดกลัวเธอจะเป็อะไรขึ้นมาระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่เธอคิดว่าเขาคงไม่อยากให้เธอทำงานอีกต่อไปแล้วต่างหากเพราะเขาจัดการเื่เขตวิทย์ไปแล้วก็คงไม่อยากให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับงานของเขาอีก แต่เขาจะเฝ้าโทรหาเธอทำไมกันนะกลัวเธอจะแอบไปทำงานหรือไง คิดแล้วชลันธรก็ยิ่งหงุดหงิด
“่นี้เป็ไงบ้างลูกหายคลื่นไส้หรือยัง”
“เอ่อ..หายแล้วค่ะแม่คงจะเครียดน่ะค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ”
ตอบแม่แล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อแม้จิตใจจะว้าวุ่นไม่ได้โฟกัสกับงานตรงหน้าเลยเสียด้วยซ้ำเธอยังคิดไม่ออกว่าจะบอกกับแม่เื่ท้องยังไงอีกอย่างนพเก้าก็ยังไม่ได้เอ่ยเลยด้วยซ้ำว่าจะจัดการเื่นี้ยังไง
เช้านี้อากาศสดใส รวมถึงชลันธรที่ตื่นมาด้วยอาการที่ปกติแทบจะทุกอย่างหลังจากที่รู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัวตอนเช้ามาสองสามวันแถมตื่นปุ๊บก็ยังรู้สึกหิวทันทีทั้งที่ก่อนหน้านี้เช้าๆเธอจะทานแค่กาแฟดำแก้วเดียวแล้วทานข้าวมื้อเที่ยงทีเดียวเลย
“ป้าน้อม วันนี้มีอะไรกินบ้างคะ”
“มีข้าวต้มกุ้งค่ะ วันนี้ทำไมหิวเร็วจังคะ”ป้าน้อมซึ่งตอนนี้ชลันธรจ้างมาเป็แม่บ้านประจำเพราะจะได้คอยดูแลแม่ของเธอด้วย
“น่าจะหายดีแล้วค่ะสองสามวันก่อนนี้ลันทานอะไรไม่ค่อยได้เลย แต่วันนี้ตื่นมาก็หิวเลยค่ะ หืม..หอมจังเลยค่ะ”ว่าพร้อมกับทำท่าสูดกลิ่นข้าวต้มกุ้งจากหม้อ
“ดีแล้วค่ะ อาหารเช้าสำคัญต่อไปทานทุกวันเลยยิ่งดีค่ะ”
“แล้วนี่คุณแม่กับน้าจินต์ไปหน้าร้านแล้วเหรอคะ”
“ใช่ค่ะคุณสุภรณ์แกบ่นอยากไปดูหน้าร้านทานข้าวเสร็จก็เลยตามคุณสุจินต์ออกไปแล้วล่ะค่ะ นั่งเลยค่ะเดี๋ยวป้าตักข้าวต้มให้”
ชามข้าวต้มถูกวางตรงหน้าพร้อมกับแก้วน้ำส้มคั้น ชลันธรไม่รอช้าจัดการอาหารตรงหน้าทันทีและหมดไปอย่างรวดเร็ว
“อิ่มจังเลยค่ะอร่อยมากเลยค่ะป้าน้อม อร่อยแบบสุดๆไปเลยค่ะ” ป้าน้อมแทบลอยไปกับคำชมของนายสาว
“คุณลันทานได้ป้าก็ดีใจค่ะจะว่าไปถ้าหากว่าคุณมีครอบครัวแล้ว อาการเดี๋ยวคลื่นไส้ เดี๋ยวหิวแบบนี้ป้าคงจะได้เลี้ยงนายน้อยแน่ๆเลยค่ะว่าไหมคะ”พูดเสร็จป้าน้อมก็หัวเราะชอบใจ ยกถาดอาหารไปเก็บในครัวทิ้งให้ชลันธรนั่งนิ่งกับครุ่นคิดถึงเื่ท้อง
ชลันธรทำงานเพลินจนลืมมือถือที่กดปิดเครื่องทิ้งไว้จนกระทั่งแม่เธอเดินเข้ามาหาพร้อมยื่นมือถือของตัวเองให้เธอ
“ใครกันคะ?”
“ก็เ้านายลูกไงแล้วนี่มือถือทำไมถึงไม่เปิดเครื่อง ถ้าเกิดเ้านายลูกมีงานด่วนขึ้นมาล่ะ”สุภรณ์ตำหนิลูกสาวพร้อมยัดมือถือใส่มือ แล้วเดินกลับห้องตัวเองไป ชลันธรจึงต้องจำใจยกมือถือของแม่มาแนบหู
“สวัสดีค่ะ”
“ลัน ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ผมแล้วยังปิดเครื่องใส่ผมอีก ผมเป็ห่วงมากรู้บ้างไหม” นพเก้าใส่เป็ชุดเมื่อได้ยินเสียงปลายสายเป็ชลันธร
“คุณเก้ามีอะไรให้ลันทำหรือเปล่าคะ”เธอไม่ตอบเื่มือถือ แต่เลือกที่จะถามธุระจากเขาแทน
“ไม่มีแล้วทำไมผมจะต้องให้คุณทำอะไรด้วย แค่ผมโทรหาแล้วคุณรับสายผมแค่นั้นล่ะหน้าที่คุณ” เขายังคงหงุดหงิด
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ลันวางนะคะ”
“ลัน...อย่าให้ผมหงุดหงิดนักเลย”
“แล้วลันไปทำอะไรให้คุณเก้าหงุดหงิดคะลันก็อยู่บ้านไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับที่ทำงานของคุณแล้ว คุณจะเอายังไงอีก”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคือ..ผมแค่อยากรู้ว่าคุณสบายดี หรือ ทำอะไรอยู่แค่นั้น”
“คุณเก้าคะ ลันโตแล้วดูแลตัวเองได้ค่ะ”
“แต่คุณกำลังท้องลูกผมอยู่นะ”
ชลันธรนิ่งไปเมื่อได้ยินคำนี้เธอกับเขายังไม่เคยคุยกันเื่นี้อย่างจริงจังั้แ่ออกจากโรงพยาบาลเพราะเขาเองก็มีงานด่วนที่ต้องทำ และเธอเองก็ยังไม่ได้บอกที่บ้านและยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงกับเื่ที่เกิดขึ้น
“แค่นี้นะคะ”เธอพูดแค่นั้นก็กดวางสายไป ทำให้อีกฝั่งงุ่นง่านหนักกว่าเดิมถึงขั้นบอกให้ผู้ช่วยอยู่ดูงานต่อเพราะเหลือรายละเอียดไม่มากแล้วส่วนเขาจะรีบจองตั๋วเครื่องบินกลับมาก่อน
กลับถึงกรุงเทพฯตั้งใจว่าจะไปหาชลันธรก่อนแต่ก็ต้องเปลี่ยนแผนเพราะคุณหญิงนพรินทร์ แม่ของเขาโทรมาหาบอกให้เขาเข้าไปพบที่บ้านเขาเลยตั้งใจจะบอกเื่เขากับชลันธรและจะพาแม่ไปคุยกับครอบครัวของเธอที่บ้านเลยทีเดียว
“ไง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นี่ถ้าแม่ไม่โทรไปหาก็คงไม่โผล่หน้ามาให้แม่เห็นเลยสินะ”คุณหญิงเหน็บแนมลูกชายคนเดียวที่เดินเข้ามากอด มาหอม
“โธ่ แม่ครับผมงานยุ่งจริงๆครับนี่ก็เพิ่งจะลงเครื่องเลย”
“แล้วนี่เื่ตาเขตวิทย์ เคลียร์เรียบร้อยแล้วใช่ไหมลูก”คุณหญิงทราบเื่ทั้งหมดจากเลขาของท่านแล้วท่านเห็นว่านพเก้าจัดการเื่นี้ได้แล้วจึงไม่ได้เข้าไปยุ่งมากนัก
“เรียบร้อยแล้วครับ ใครทำอะไรไว้ตอนนี้เขาก็รับกรรมแล้วคุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ”
“อืมๆ งั้นทานข้าวกันเถอะลูก”
“เอ่อ..คือผมมีเื่จะบอกคุณแม่ก่อนครับ” เขานั่งลง บอกผู้เป็แม่ด้วยท่าทางที่จริงจัง
“เื่อะไรกันทำไมทำหน้าจริงจังขนาดนั้น...หรือว่า แม่จะได้สะใภ้แล้ว” คุณหญิงแซวลูกชาย
“ครับ...ตอนนี้เธอกำลังท้องลูกของผม”
คำตอบของลูกชายทำเอาคุณหญิงอึ้งไปชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่พูดออกไปจะเป็จริง แถมยังถึงขึ้นจะได้หลานแล้วด้วยซ้ำ
“ตายแล้ว ตาเก้านี่แกไปคบกับใครเมื่อไหร่กัน แล้วไปทำลูกสาวเขาท้อง พ่อแม่เขารู้หรือยังทำไมถึงได้ทำอะไรเป็เด็กๆแบบนี้หึ้”
“ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็แบบนี้ครับผมขอโทษครับแม่ แต่ผมจะทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง แม่ช่วยไปบ้านเธอกับผมพรุ่งนี้เพื่อไปคุยเื่แต่งงานทีนะครับผมจะไปสารภาพ ขอขมากับครอบครัวของเธอและคุยเื่สินสอดเลยครับ นะครับแม่” คำพูดที่จริงจังหนักแน่น ทำให้คุณหญิงนพรินทร์ใจอ่อน แต่ก็ยังรู้สึกเคืองที่ลูกชายไม่เคยบอกเื่แฟนและไม่เคยพามาหาตนเลย
“แล้วนี่เมียเราเขาเป็ใครที่ไหนกันล่ะ”
“เธอเป็เลขาผมเองครับ”
“หา!! ตายแล้วตาเก้า..โอยแม่จะเป็ลม” พูดพร้อมกับทำท่าวิงเวียน
“แม่ครับ ทำใจดีๆก่อนครับผมรักเธอจริงๆนะครับแม่” เขาพูดพร้อมกับเข้าไปประคองผู้เป็แม่
“แกนี่มันจริงๆเลยเชียว”
“แม่ผิดหวังหรือเปล่าที่ผมไม่ได้คบกับบรรดาสาวๆที่แม่เคยแนะนำให้”
“นี่ตาเก้า แม่ไม่ใช่คนเ้ายศเ้าอย่างที่จะต้องหาสะใภ้ที่ทัดเทียมกันด้วยฐานะทางสังคมหรอกนะแต่แค่แม่ไม่อยากให้แกทำอะไรที่มันไม่ถูกต้อง แถมแกมีความสัมพันธ์กับเลขาตัวเองแม่ไม่อยากให้พนักงานมองแกไม่ดี ไม่ว่าเมียของแกจะเป็ลูกเต้าใคร ฐานะเป็แบบไหน ขอแค่เป็คนดีและทั้งสองคนรักกันแม่ก็ยินดี”
“แม่ ผมมั่นใจว่าผมรักเธอ..แต่ว่าสำหรับเธอ...ผม...”
“นี่อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้ว่าเมียแกรักแกหรือเปล่า นี่แกคบกันแบบไหนเนี่ย”
“คือเอาจริงๆเราไม่ได้คบกันออกหน้าครับ คือ เราแค่...”
เพียะ!!! เสียงฝ่ามือฟาดลงที่ต้นแขนแน่นๆของเขา
“โอ๊ย...แม่”ยกมือลูบต้นแขนมองหน้ามารดาด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“พรุ่งนี้เช้าพาแม่ไปบ้านเมียแก แล้ววันนี้ก็นอนที่นี่ไม่ต้องกลับคอนโด”คุณหญิงนพรินทร์สั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด