ยังไม่ทันที่เวินจื่อซ่างจะได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงเวินจื่อเอ๋อร์และเวินจื่อชีวิ่งกระหืดกระหอบตรงมา
"ถงเป่า เ้าเป็อะไรไป? ฮือ ๆ ๆ ! เ้าคงไม่ได้กำลังจะตายใช่ไหม? ทำไมถึงเืออกเยอะขนาดนี้! ฮือ ๆ ๆ !"
เวินจื่อชีเห็นเวินจื่อถงที่มีสภาพราวกับเพิ่งถูกกู้ขึ้นมาจากกองเื ก็เริ่มร้องไห้โฮออกมาทันที
ทว่าเวินจื่อเอ๋อร์กลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง จึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากรู้ว่าเวินจื่อถงขึ้นเขาไปช่วยเด็กหนุ่มผู้นี้ เขาจึงปรายตามองเด็กหนุ่มคนนั้นแวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้วกล่าวว่า
"ที่มาของเด็กหนุ่มผู้นี้เกรงว่าจะไม่ธรรมดา ในเมื่อเื่นี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านของเรา เห็นทีต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านมาจัดการจึงจะถูกต้อง"
"เอ๋?"
เวินจื่อถงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
นางอุตส่าห์ลำบากลากคนลงมาจากเขา ไม่ใช่เพื่อที่จะส่งเขาให้ผู้ใหญ่บ้านเสียหน่อย!
ครอบครัวของพวกนางยากจนข้นแค้น แต่ดูจากฐานะของเด็กหนุ่มคนนี้แล้วต้องไม่ขาดแคลนเงินทองแน่นอน! บุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ฝ่ายนั้นย่อมต้องตอบแทนให้นางอย่างดีใช่หรือไม่?
เช่นทองคำสักหมื่นตำลึงอะไรทำนองนี้?
สรุปก็คือ นี่คือต้นไม้ผลิตเงินของนาง จะส่งออกไปไม่ได้เด็ดขาด!
แต่เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในบ้านหลังนี้ไม่ใช่เด็กน้อยอย่างนาง ในเมื่อเวินจื่อเอ๋อร์พูดเช่นนี้ คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครคัดค้าน จึงให้เวินจื่อชีไปตามผู้ใหญ่บ้านมา
แต่เวินจื่อถงยังคงไม่ยอมแพ้ นางกรอกตาไปมาแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า
"พาพี่ชายคนนี้กลับไปรอท่านลุงผู้ใหญ่บ้านที่บ้านเราก่อนดีหรือไม่เ้าคะ? ถงเป่าเห็นพี่ชายดูหนาวมาก หากยังนอนอยู่บนพื้นเช่นนี้ อาจจะหนาวตายได้นะเ้าคะ!"
"เื่นี้..."
เวินจื่อเอ๋อร์มองเด็กหนุ่มที่ยังคงหมดสติ แล้วมองไปยังแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารของเวินจื่อถง จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพยักหน้ากล่าวว่า
"ก็ดีเหมือนกัน"
เมื่อเห็นดังนั้น เวินจื่อถงจึงรีบะโลงจากอ้อมกอดของเวินจื่อซ่าง เพื่อให้เวินจื่อซ่างและเวินจื่อเอ๋อร์ช่วยกันหามเด็กหนุ่มคนนั้นกลับไป
หลังจากกลับถึงบ้าน เวินจื่อซ่างก็ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า "เ้าเด็กนี่น้ำหนักไม่น้อยเลยนะ ถงเป่า เ้าพากลับลงมาได้อย่างไร?"
เวินจื่อถงได้ยินดังนั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงระเรื่อ นางลอบมองเสื้อผ้าที่ถลอกปอกเปิกของเด็กหนุ่มด้วยความเขินอาย
โชคดีที่เป็ฤดูหนาว มิเช่นนั้นหากพวกพี่ชายรู้ว่านางลากเขาลงมา ภาพลักษณ์นางฟ้าตัวน้อยที่แสนดีและน่ารักของนางคงเสียหายยับเยิน!
ดังนั้น เวินจื่อถงจึงตอบแบบอ้อมแอ้มว่า "เมื่อครู่ท่านพี่ชายยังตื่นอยู่เ้าค่ะ ถงเป่าช่วยพยุงท่านพี่ชายเดินได้ไม่กี่ก้าว ท่านพี่ชายก็สลบไป โชคดีที่พี่สามมาช่วยได้ทันเวลาเ้าค่ะ"
เวินจื่อถงพูดเช่นนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ดวงตาที่มองเวินจื่อซ่างยังฉายแววชื่นชมและดีใจอย่างยิ่ง
เวินจื่อซ่างรู้สึกพึงพอใจกับท่าทางของน้องสาวเป็อย่างมาก การที่เขาปรากฏตัวต่อหน้าน้องสาวได้ทันเวลาเช่นนี้ คงเหมือนกับแสงสว่างที่ส่องนำทางให้น้องสาวสินะ?
ในขณะนั้นเอง เวินจื่อชีก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาจากข้างนอก และพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้ว่า
"ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า คนคนนี้ไม่ใช่คนในหมู่บ้านเรา เขาจัดการให้ไม่ได้ ในเมื่อบ้านเราเป็คนช่วยชีวิตไว้ ก็ให้พักอยู่ที่บ้านเราไปก่อนชั่วคราว อย่างไรเสีย... อย่างไรเสียบ้านหญ้าคาของพวกเราก็เป็ของหมู่บ้านอยู่แล้ว..."
เวินจื่อซ่างได้ยินดังนั้นก็ตบโต๊ะด้วยความโมโหและพูดอย่างไม่พอใจว่า
"ทำไมถึงกลายเป็เื่ของพวกเราไปได้? คนปรากฏตัวในหมู่บ้าน และถูกพบตัวบนเขาฉีซาน ไม่ว่าอย่างไรหมู่บ้านก็ต้องเป็คนจัดการสิ! นี่มัน..."
"เอาละ น้องสาม อย่าโกรธเลย รีบนั่งลงเถิด"
เวินจื่อเอ๋อร์ยื่นมือไปดึงเวินจื่อซ่างให้นั่งลง จากนั้นจึงกล่าวอย่างจนใจว่า
"ผู้ใหญ่บ้านเป็คนชอบเลี่ยงปัญหามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เื่นี้ไม่ได้ตกอยู่ที่หัวของเขา เขาไม่มีทางรับเื่แน่นอน อีกอย่าง ที่ดินผืนนี้รวมถึงบ้านหญ้าคาหลังนี้ เดิมทีก็เป็ของหมู่บ้าน เพียงแต่ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าพวกเราน่าสงสาร จึงให้พวกเราพักอาศัยชั่วคราว"
"ตอนนี้ หากต้องไปทะเลาะกับผู้ใหญ่บ้านเพราะคนคนนี้ ก็ไม่คุ้มกัน หากทำให้ผู้ใหญ่บ้านโกรธเข้าจริง ๆ เกรงว่าแม้แต่ที่ซุกหัวนอนสักแห่งพวกเราก็จะไม่มี"
นี่คือเหตุผลที่ว่า เมื่ออาศัยอยู่ใต้ชายคาผู้อื่นย่อมต้องก้มหัวให้
หากวันนี้เป็คนอื่นที่พบเด็กหนุ่มคนนี้ ผู้ใหญ่บ้านไม่มีทางเพิกเฉยเช่นนี้แน่นอน
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาพี่น้องไม่มีบิดามารดาคอยคุ้มครอง ไม่มีที่พึ่งพิง ไม่ว่าใครก็พร้อมจะเหยียบย่ำ
เวินจื่อซ่างฟังคำพูดของเวินจื่อเอ๋อร์แล้วถอนหายใจอย่างท้อแท้ เขารู้ดีว่าสิ่งที่เวินจื่อเอ๋อร์พูดนั้นถูกต้อง เพียงแต่ความรู้สึกขัดเคืองในใจยังคงไม่หายไป ในที่สุดจึงถามอย่างจนใจว่า
"แล้วจะทำอย่างไรดี? ต้องเสียเงินจ้างหมอมาให้เขาด้วยหรือ?"
ครอบครัวของพวกเขามีเงินน้อยนิด ต้องประหยัดทุกฝีก้าว จะยอมเสียเงินเพื่อคนแปลกหน้าได้อย่างไร?
เวินจื่อถงได้ยินดังนั้นก็มองพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด
เื่นี้เป็นางที่เริ่มขึ้น เดิมทีนางตั้งใจจะช่วยคนให้ได้ก่อนจึงค่อยพากลับบ้าน แต่พวกพี่ชายไม่รู้ว่านางสามารถรักษาคนได้ จึงทำให้พวกพี่ชายต้องลำบากใจ
"พี่รอง พี่สาม พี่เจ็ด ทั้งหมดเป็เพราะถงเป่าไม่ดี ถงเป่าสร้างปัญหาให้พวกท่านแล้วเ้าค่ะ..."
"ถงเป่าน้อยผู้น่าสงสาร พูดอะไรเช่นนั้น? พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของถงเป่า เป็เพราะถงเป่าจิตใจดีจึงช่วยคนต่างหาก"
เวินจื่อซ่างตบไหล่เวินจื่อถงที่ดูหงอยเหงาเบา ๆ เพื่อเป็การปลอบโยน
เวินจื่อเอ๋อร์มองเวินจื่อถงด้วยสายตาอ่อนโยน จากนั้นจึงตัดสินใจว่า
"เอาอย่างนี้ จัดที่ทางตรงส่วนของน้องเจ็ดให้ว่าง แล้วให้เขาพักอยู่ที่นั่นก่อน ส่วนจะรอดชีวิตหรือไม่... ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาเอง"
เวินจื่อซ่างพยักหน้า ตอนนี้มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น การโยนคนออกไปก็ดูใจดำเกินไป แต่การจะช่วยเขานั้นพวกเขาก็ไม่มีความสามารถ ทำได้เพียงปล่อยให้เขาเป็ไปตามยถากรรม
เวินจื่อถงได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร การที่พี่ชายยอมให้คนผู้นี้พักอยู่ด้วยก็นับว่าดีมากแล้ว ส่วนเื่การรักษา นางจะลองหาวิธีดูอีกครั้ง
หลังจากเวินจื่อซ่างจัดที่พักให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มออกไปสานของที่ลานบ้าน ส่วนเวินจื่อชีก็ไม่รอช้า เริ่มทอดมันหมูแข็งในห้องครัว
เวินจื่อถงได้กลิ่นหอมฟุ้งก็หิวขึ้นมา รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวและจ้องมองด้วยตาเป็ประกาย
เวินจื่อชีเห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วตักกากหมูที่ทอดเสร็จแล้วใส่ชาม จากนั้นโรยน้ำตาลลงไปคลุกเล็กน้อย แล้วจึงยื่นให้เวินจื่อถงพร้อมกล่าวว่า
"เอ้า ถงเป่านำไปกินเป็ขนมเถิด!"
"ว้าว! หอมจังเลย! พี่เจ็ดเก่งที่สุด!"
เวินจื่อถงรับกากหมูจากเวินจื่อชีมากินสองสามคำ รสชาติหอม กรอบ และมีความหวานแทรกอยู่ ช่างเป็รสชาติที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
เวินจื่อถงกินคำแล้วคำเล่าจนแก้มตุ่ย ดูเหมือนหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย ๆ
เวินจื่อชีเห็นดังนั้นก็ยิ้มจนตาหยี การที่น้องสาวชอบสิ่งที่เขาทำทำให้เขารู้สึกภูมิใจเป็อย่างมาก!
เวินจื่อถงไม่ได้มีความสุขเพียงลำพัง นางยัดกากหมูเข้าปากเวินจื่อชีกำมือหนึ่ง จากนั้นก็ถือชามวิ่งไปหาพี่รองและพี่สามเพื่อแบ่งปัน
เนื่องจากครั้งนี้ซื้อมันหมูแข็งมาไม่น้อย ทุกคนจึงไม่ได้ปฏิเสธ ในวันที่อากาศหนาวจัดเช่นนี้ การได้กินกากหมูร้อน ๆ ช่างหอมอร่อยเหลือเกิน!
เวินจื่อถงกินไปกินมา จู่ ๆ ก็อุทาน "อา!" ออกมาเสียงดัง จนทำให้เวินจื่อชีใจนสะดุ้งโหยง