บทที่ 30 เป็ไงก็เป็กันสิวะ!
เขาโทรหาเหลิ่งชิงชิว
“ฮัลโหล” เสียงของเหลิ่งชิงชิวเ็ามาก
“ชิงชิว แหะ ๆ ...ผมลู่เฉิงเหวินนะ”
“รู้แล้วค่ะ โทรหาฉันมีเื่อะไร? อยากจะอวดแฟนใหม่เหรอ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ” ลู่เฉิงเหวินพูด “หลงอ้าวเทียนที่ก่อนหน้านี้เป็บอดีการ์ดให้คุณ คุณมีเบอร์โทรของเขารึเปล่า?”
“ไม่มี”
“ขอร้องละ ครั้งนี้เป็เื่คอขาดบาดตายนะครับ! เขาเคยเป็พนักงานในบริษัทของคุณ คุณต้องมีประวัติที่เขากรอกไว้แน่ ในแบบฟอร์มต้องมีเบอร์โทรเขา...”
“ไม่เห็นอยากจะรู้เลยนี่”
“ตอนนี้ไม่ใช่เื่ที่คุณอยากจะรู้หรือไม่ ตอนนี้มีคนกำลังจะตายครับ!”
“ใคร?”
“แม่ของเลขาคนหนึ่งของผม”
“แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับหลงอ้าวเทียนด้วย?”
“มีแต่เขาเท่านั้นที่จะสามารถรักษาโรคประหลาดแบบนั้นได้ คุณรีบหาเบอร์ติดต่อของเขาให้ผมหน่อยสิครับ”
“ตอนนี้ฉันอยู่โรงแรมที่คุณแถลงข่าวชั้นที่ยี่สิบเก้า เรามาเจอกันสิ”
เหลิ่งชิงชิวตัดสายทิ้ง
เมื่อลู่เฉิงเหวินไปถึงชั้นที่ยี่สิบเก้า เหลิ่งชิงชิวก็สั่งลูกน้องให้ออกไป
เธอมองอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่ายังคงรู้สึกโกรธอยู่
ลู่เฉิงเหวินยิ้มแห้ง ๆ “ยุ่งอยู่รึเปล่าครับ? หาเบอร์โทรเจอรึยัง?”
“หาเจอแล้ว แต่โทรไม่ติด เขาปิดเครื่อง”
“เวรแล้วไง!”
ลู่เฉิงเหวินอยากจะะเิตัวตาย
ถ้าเป็แบบนี้ไม่เท่ากับว่าตนเองทำให้แม่ของเจี่ยงซือหานตายหรอกเหรอ? ไม่ได้... ไม่ได้! เดินบทแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
“ฉันไม่เข้าใจ สวีเสวี่ยเจียวแฟนของคุณเป็หมอที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจมากเลยไม่ใช่เหรอ? บรรดาแพทย์ในตระกูลฉันก็ยังเป็คนในบริษัทของเธอ ทำไมคุณต้องไปพึ่งพาคนอื่นคนไกลด้วยล่ะ?”
ลู่เฉิงเหวินร้องในใจ
‘นั่นเป็เพราะคุณไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังเจอกับสถานการณ์แบบไหนอยู่น่ะสิ ยัยนั่นอยากจะเห็นผมตายใจจะขาด! ตอนนี้ก็ยังคิดหาวิธีเล่นงานผมไม่เลิก ไม่มีอะไรที่ยัยนั่นไม่กล้าทำหรอก’
เหลิ่งชิงชิวหรี่ตาลงพลางครุ่นคิด
อีตานี่ ...เขาไม่ได้คบกับสวีเสวี่ยเจียวซะหน่อย แต่แค่อยากจะยั่วโมโหฉันเล่นเท่านั้น!
ลู่เฉิงเหวินถาม “แล้วมีที่อยู่ของหลงอ้าวเทียนรึเปล่าครับ?”
“ฉันส่งคนไปสำรวจดูแล้ว เขาไม่อยู่บ้าน ฉันสั่งให้คนไปเฝ้าที่หน้าบ้านไว้แล้ว”
“โอเค ดีเลยครับ”
ตอนนี้เอง คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา พวกหานเยว่นั่นเอง
หานเยว่ยิ้มให้ลู่เฉิงเหวิน “สวัสดีค่ะประธานลู่”
“ครับ”
“ประธานเหลิ่งคะ กลุ่มของประธานเจียวพร้อมกันที่ห้องประชุมแล้วค่ะ สัญญาก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน”
“ฉันรู้แล้ว”
เหลิ่งชิงชิวลุกขึ้นพลางหยิบชุดคลุมนอกมาสวม “ถ้าชอบก็อยู่ในนี้ตามสบาย ฉันยังมีธุรกิจที่ต้องคุยเพื่อเซ็นสัญญา”
“เดี๋ยวก่อนครับ!”
ลู่เฉิงเหวินถามหานเยว่ “ประธานเจียว? ประธานเจียวไหน?”
“เจียวซื่อเหิงค่ะ”
ลู่เฉิงเหวินตะลึง
ตอนนี้สับสนไปหมดแล้ว!
เจียวซื่อเหิงเป็ตัวร้าย เป็ตัวร้ายทั้งแท่ง!
ตามบทปกติ เขาจะเป็คนตั้งโครงการแล้วหลอกให้เหลิ่งชิงชิวเข้าไปลงทุน ตอนที่เหลิ่งชิงชิวจะเซ็นสัญญา หลงอ้าวเทียนจะต้องโผล่เข้ามาห้าม พร้อมทั้งแฉแผนการร้ายของอีกฝ่าย
แย่แล้ว!
วันนี้หลงอ้าวเทียนโดนเขาขัง ตอนนี้เหลิ่งชิงชิวก็ยังจะมาเซ็นสัญญากับเจียวซื่อเหิงอีก!
ให้ตายสิ! ทำไมเื่ทั้งหมดถึงเกิดขึ้นพร้อมกันล่ะเนี่ย?
ลู่เฉิงเหวินรั้งเหลิ่งชิงชิว “ชิงชิว คุณรู้จักเจียวซื่อเหิงมากน้อยแค่ไหนครับ?”
“ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ นักธุรกิจนอกพื้นที่ ชื่อเสียงก็ดี เก่ง... และมีเงินหนา”
เหงื่อผุดเต็มหน้าผากของลู่เฉิงเหวิน “คืออย่างนี้นะครับ... สัญญาที่จะเซ็นกับเจียวซื่อเหิงสามารถเลื่อนไว้ไปเป็วันพรุ่งนี้แทนได้ไหมครับ?”
“ล้อเล่นรึเปล่า? พวกเรากำลังเล่นขายของกันอยู่รึไง?”
“เปล่า! คือ... เขา...”
ลู่เฉิงเหวินคิดในใจและไม่รู้จะพูดยังไงดี?
‘ถ้าบอกเธอว่าเื่นี้เป็ลิขิตฟ้า วันข้างหน้าหลงอ้าวเทียนก็จะเข้ามาแทรกบทไม่ได้ แล้วจะเสียโอกาสช่วยนางเอกไปอีกครั้ง!’
‘แต่... ถ้าไม่บอกเธอ วันนี้เธอก็คงต้องเซ็นสัญญากับเจียวซื่อเหิง’
‘ฉันต้องคิดหาวิธีเลื่อนการเซ็นสัญญาออกไปเป็วันพรุ่งนี้ จะต้องเลื่อนไปเป็วันพรุ่งนี้! วันพรุ่งนี้หลงอ้าวเทียนก็จะถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว’
เหลิ่งชิงชิวแอบสะดุ้งในใจ!
สัญญาฉบับนี้มีแผนร้ายซ่อนอยู่เหรอ!? ลู่เฉิงเหวินรู้ได้ยังไง?
ทำไมเขาถึงมั่นใจนักว่าหลงอ้าวเทียนจะมายับยั้งไม่ให้ฉันเซ็นสัญญา?
ถ้าเขาพูดออกมาจากปาก ฉันไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน ...แต่ก็คงไม่มีใครคนไหนพูดโกหกหลอกตัวเองเล่นในใจหรอกมั้ง?
ผู้ชายคนนี้ตามจีบฉันมาถึงสามปี ตอนนี้ได้โอกาสและสามารถทำคะแนนเพิ่มได้ แต่กลับจะยกโอกาสให้คนอื่น!?
เหลิ่งชิงชิวมองดูลู่เฉิงเหวินเงียบ ๆ ปล่อยให้เค้าแสดงละครต่อ
ชายหนุ่มพูดพลางครุ่นคิด “ผมก็แค่คิดว่า... วันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดี วันนี้เป็วันอัปมงคล ไม่เหมาะจะเซ็นสัญญาครับ”
เหลิ่งชิงชิวร้อง ‘ฮึ!’ “ฉันไม่เคยเชื่อเื่แบบนี้เลยสักครั้ง”
หญิงสาวพูดพลางหยิบกระเป๋าถือของตัวเองและทำท่าจะเดินออกไป
ลู่เฉิงเหวินคว้าข้อมือเธอไว้ “ชิงชิว อย่าไปนะครับ!”
เหลิ่งชิงชิวทำตาโต “ปล่อยมือเดี๋ยวนี้! ลู่เฉิงเหวิน คุณอย่ามารุ่มร่ามนะ!”
ลู่เฉิงเหวินรีบปล่อยมือ พร้อมยิ้มแห้ง ๆ พลางพูด “ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ...ชิงชิว วันนี้ไม่เหมาะจะเซ็นสัญญาจริง ๆ”
เธอหันไปพูดกับหานเยว่ “หานเยว่ ไปบอกฝ่ายบัญชีให้เตรียมโอนเงิน”
“ค่ะ!”
เหลิ่งชิงชิวเดินนำอยู่ข้างหน้า ส่วนลู่เฉิงเหวินเดินตามอยู่ข้างหลัง ปากของชายหนุ่มยังคงพล่ามไม่หยุด
“ชิงชิว คุณเชื่อผมสักครั้งไม่ได้เหรอครับ? คุณคิดดูสิ หลายปีมานี้ ผมเคยโกหกคุณบ้างรึเปล่า?”
หญิงสาวหันกลับไปมองเขาด้วยความใ “คุณคิดว่าไงล่ะ?”
“ใช่ ผมแทบไม่เคยพูด... ความจริงเลย ไม่ใช่!... คุณลองคิดดูสิ ผมหวังดีต่อคุณมาตลอดเลยนะ”
เหลิ่งชิงชิวหยุดและมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ
“ใช่! ทุกเื่ที่ผมทำ ล้วนทำเพื่อ... ตัวเอง แต่... โอ๊ย! ให้ตายสิ ทำไมผมถึงได้เลวขนาดนี้? ปกติทำแต่เื่ชั่ว ตอนนี้พูดอะไรออกไปก็ไม่มีใครเชื่อแล้ว”
เหลิ่งชิงชิวแอบหัวเราะเบา ๆ เพราะกลั้นไม่อยู่ จากนั้นก็กลับไปทำสีหน้าเคร่งขรึม “คุณมีธุระอะไรก็ไปทำ อย่ามาถ่วงเวลาทำงานของฉัน”
กลุ่มทำงานของเหลิ่งชิงชิวเดินผ่านลู่เฉิงเหวินไป แต่ละคนล้วนผงกหัวทักทายชายหนุ่ม
ลู่เฉิงเหวินไม่มีอารมณ์จะสนใจพวกเขา เขามองเหลิ่งชิงชิวที่เดินออกไปแล้ว พร้อมกัดผ้าเช็ดหน้าในใจแรง ๆ
‘ให้ตายสิ! ก็แค่ตัวร้ายกระจอกเท่านั้น! ฉันเองก็เป็ตัวร้ายเหมือนกัน! เป็ตัวร้ายระดับสูงกว่านายด้วย!’
‘วันนี้คนชั่วจะได้เจอคนชั่วกว่า ถ้าวันนี้พวกเขาเซ็นสัญญาได้สำเร็จ ฉันจะเรียกไอ้กระจอกนั่นว่าพี่เลย!’
‘คนชั่ว! อยากจะทำอะไรก็ได้ไร้กฎบังคับ!’
ลู่เฉิงเหวินตัดสินใจ... เป็ไงก็เป็กันสิวะ!