หญิงสาวมองที่คอและแขนของเขา เธอจึงได้รู้ว่ามีรอยแผลถลอก ฟกช้ำอยู่หลายแห่ง ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์
“ฉันไม่เป็ ฉันไม่อยากจะเป็ น่ากลัวจะตาย ทั้งต่อยตี ทั้งฆ่ากัน”
เขาลุกจากเตียง “ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเธอก็ชิน ตอนนี้อาจจะต้องอาบน้ำอุ่นๆ ให้หายกลัวซะก่อน” เขาพูดพลางถอดเสื้อยืดแล้วโยนไปที่เก้าอี้หวายเทียมที่อยู่ข้างๆ
“อย่าเข้ามานะ!”
เขาไม่ฟังตรงเข้าไปอุ้ม่ต้นขาจนร่างเธอลอยขึ้น ตรงเข้าไปในห้องน้ำ น้ำฟ้าพยายามปัดป้องและร้องว่าเธออาบน้ำเองได้แต่เขาก็ไม่ฟัง
“อยู่นิ่งๆ น่า พอคุณอาบน้ำแล้วก็จะรู้สึกผ่อนคลายหายกลัวไปเอง”
น้ำฟ้ารู้ตัวว่าสู้แรงของเขาไม่ไหว เธอปล่อยให้เขาอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ เขาพันผ้าขนหนูแล้วอุ้มเธอออกมานั่ง บีบนวดต้นคอและแขนให้เธอ หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวเมื่อเขาเลื่อนมือไปบีบที่ต้นขา
“พอแล้วล่ะ ฉันหายกลัวแล้ว”
“ไม่ได้ คุณเพิ่งเคยเจอเหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้ครั้งแรก กล้ามเนื้อของคุณคงจะเกร็ง ผมจะนวดให้เอง”
เขานวดให้เธอจริงเหมือนปากว่า พอเห็นสีหน้าเธอดีขึ้นก็ลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าของเธอมาวางใกล้ “ไม่ต้องสวมชุดชั้นในหรอก คุณจะได้นอนสบายๆ”
ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วผิวหน้า ความจริงตอนที่อยู่บ้านเธอก็ไม่ได้สวมชุดชั้นในนอนเพื่อเป็การผ่อนคลายร่างกายแต่ทุกครั้งที่ไปคอนโดเขาเธอต้องสวมเพราะคิดว่าจะเป็ปราการให้ป้องกันเขาได้
คนของณัฐวุฒิโทรศัพท์มาแจ้งเื่คนที่ตามยิงเขา “มันสนิทกับคนตายครับ พอเห็นว่าเป็พี่ก็เลยตามไป ตอนที่ผมไปถึงพวกมันรู้ตัวก็ขับรถหนีปแล้ว แต่ไม่ได้กลับไปที่บ้านของสายน้ำ”
“มันกล้ายิงรถของคุณฟ้า ก็คงไม่กล้าบอกเ้านายหรอก”
“โดนตรงไหนล่ะครับ?”
“เข้ากระจกหลัง ไม่โดนคน ส่งคนไปดูแถวคอนโดฉันด้วย”
“ผมว่าคืนนี้พี่อย่าเพิ่งกลับมาเลยครับ หาที่หลบนอนไปก่อน”
“เออ คงต้องทำยังงั้นล่ะ ฝากดูด้วย”
เขาหยิบแค่เสื้อกับกางเกงนอนให้เธอ ส่วนเขาสวมเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก
“วันนี้ผมเหนื่อยมาก เรานอนพักเลยก็แล้วกัน ก่อนสว่างจะได้เข้าคอนโด”
แม้ความรู้สึกหวาดกลัวยังจู่โจมจิตใจแต่การนอนอยู่ข้างเขาก็ทำให้น้ำฟ้าคลายความกังวล เธอขยับเขาไปชิดกับเขาโดยไม่รู้ตัว
ปึง! ปึง!
เสียงดังปริศนาดังขึ้นข้างนอก น้ำฟ้าผวากอดเข้าไว้แน่น ใบหน้าเธอซุกอยู่ตรงซอกคอเขา ครู่หนึ่งได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ดูหมาพวกนี้สิ แอบมุดรั้วเข้ามาอีกแล้ว สังกะสีพังหมด”
เสียงผู้หญิงอีกคนก็ตามมา “ช่างมันเหอะน่า มันก็มาทุกวัน ปล่อยเป็รูหมาลอดก็ได้”
“คุณคิดจะเริ่มก่อนอีกแล้วนะ” เขาหัวเราะเบาๆ
เธอรีบผละออกแต่เขารั้ง่เอวเอาไว้แน่น “ฉันแค่ผวาเฉยๆ หรอก คนที่ต้องหลบดงะุมาหมาดๆ อย่างฉัน ได้ยินเสียงดังก็ต้องใเป็ธรรมดา”
ลมหายใจของเขาขาดห้วงเมื่อเธอขยับตัว ต้นขาของเธอเสียดสีกับ่ล่างของร่างกายแข็งแรงที่ใช้ผ้าขนหนูพันเอาไว้
“ฉันไม่ได้คิดจะเริ่มนะ นายปล่อยได้แล้ว”
“ผมกอดคุณไว้ไม่ดีเหรอ คุณจะได้หายกลัวไง?”
ก้อนเนื้ออวบอิ่มของเธอเบียดกับแผ่นอก หญิงสาวรู้สึกถึงความร้อน วูบวาบที่ทะลุเนื้อผ้าเบาบางของชุดนอน เขาบิดสะโพกไปมา ใบหน้าเธอเริ่มแดงก่ำ
“ถ้าผมอยากให้คุณเรียกผมว่าพี่ณัฐ ผมคงต้องออกเหนื่อยอีกใช่ไหม?” เขากระซิบอยู่ขมับ พ่นลมหายใจร้อนๆ ใส่ไรผมของเธอ
“หยะ อย่านะ ฉันเรียกเองก็ได้”
มือใหญ่ของเขาสอดเข้าใต้ชายเสื้อ ลูบผิวเนียนละเอียดเหนือบั้นเอวไปมา “แต่ผมชอบคุณเรียกตอนนั้นนะ เสียงของคุณเซ็กซี่ดี” เขาพูดพลางดูด้าใบหูเธอเบาๆ
เธอหอบหายใจเมื่อมือของเขาสอดมือเข้ามาด้านหน้า ั้แ่คืนที่เธอเผลอรุกเขา ทุกคราวที่เข้าใกล้ก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง ตอนที่เขาอาบน้ำให้เธอพยายามหันหน้าหนีจึงได้ยับยั้งความรู้สึกเอาไว้ได้
พอริมฝีปากของทั้งสองัักัน น้ำฟ้าก็ตอบสนองเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ ใต้ผ้าห่มผืนบางของรีสอร์ทเล็กๆ มีเสียงครวญครางของสองหนุ่มดังอยู่ครู่ใหญ่ ผ้าเช็ดตัวที่ชายหนุ่มพันตัวไว้ หลุดไปกองอยู่ข้างเตียง เขากับเธอเหลือเพียงเนื้อแนบเนื้อกอดก่ายหลับพักผ่อน
่สี่นาฬิกาของวันใหม่ ณัฐวุฒิก็รู้สึกตัว เขาคว้าเอาผ้าขนหนูที่หล่นข้างเตียงขึ้น เดินเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มแต่งตัวเสร็จก็หยิบเอาชุดนอนของน้ำฟ้าที่ถูกโยนทิ้งไว้ขึ้นมาพับเก็บใส่กระเป๋า หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมารอให้เธอเปลี่ยน
“คุณฟ้า ตื่นเถอะ เราจะได้เข้าคอนโดก่อนฟ้าสว่าง”
หญิงสาวยังคงงัวเงีย เขายื่นหน้าไปจูบแก้มเธอ “ถ้าคุณไม่ยอมตื่น ผมจะอุ้มคุณไปอาบน้ำเองล่ะนะ”
น้ำฟ้าลืมตาขึ้น พอเห็นใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ๆ แก้มของเธอก็ร้อนผ่าว เมื่อคืนเธอถูกเขาข่มเหงจนต้องเรียกเขาว่าพี่ณัฐตั้งหลายครั้ง
“กี่โมงแล้วคะ?”
“ตีสี่แล้ว คุณรีบลุกขึ้นอาบน้ำเถอะ ผมหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้แล้ว” ในมือเขามีผ้าเช็ดตัวที่แห้งและพับเรียบร้อย
เธอรู้สึกว่าร่างกายเย็นๆ จึงดึงผ้าห่มขึ้น ตัวเธอไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น เธอรีบเอาขนหนูจากมือเขาสอดเข้าไปใต้ผ้าห่ม พันตัวเอาไว้แล้วลุกขึ้น กระมิดเมี้ยนลงจากเตียง
หญิงสาวแต่งตัวเสร็จออกมาจากห้องน้ำ ก็ต้องหน้าแดงเมื่อเห็นเขาพับเก็บข้าวของใส่กระเป๋าให้ ณัฐวุฒิเป็คนทำทุกอย่างเรียบร้อยเป็ระเบียบ
“นี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดนี่คะ?”
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ผมจะไปหาคุณเนศ ตอนนี้มันลงมือกับคุณเนศและกับผมแล้ว ถ้าไม่รีบล่อให้พวกมันแสดงตัวอีกไม่นานต้องเกิดเื่ใหญ่แน่”
น้ำฟ้าติดสอยห้อยตามณัฐวุฒิไปถึงคอนโดมิเนียมหรูของธเนศ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นมาเห็น ก่อนหน้านี้เธอเคยพยายามบุกเข้ามาแล้วแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ ธเนศมองเห็นน้ำฟ้ามากับณัฐวุฒิก็เลิกคิ้วคล้ายจะถาม แต่พอเห็นณัฐวุฒิยิ้มกริ่มก็ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเลขาคนสนิทของพี่ชาย
“ผมมาแต่เช้าเพราะมีเื่สำคัญจะปรึกษาครับ”
ณัฐวุฒิเล่าเื่ที่เขาถูกคนของสายน้ำไล่ยิงตอนออกจากวัด ธเนศหันไปมองน้ำฟ้า สีหน้าของเธอดูไม่ตื่นตระหนกเท่าไหร่นัก
“คุณฟ้า คงไม่ได้คิดจะไปอยู่ทีมบอดี้การ์ดกับณัฐหรอกนะ?”
“ฟ้าเลือกไม่ได้ค่ะ” หญิงสาวเม้มปากทำหน้าตึง
ณัฐวุฒิหัวเราะเบาๆ “ตอนนี้คุณฟ้าเป็สายลับให้เราอยู่ครับ เธอช่วยสืบเื่คุณสายน้ำ นี่ผมกำลังจะส่งไปติดเครื่องดักฟังที่บ้านคุณสายน้ำ”
“จริงสิ รายนั้นระวังตัวจะตาย ถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดจริงๆ ไม่มีทางเข้าไปในบ้านของเขาได้”
“ครับ นี่ล่ะ ผมจึงขอให้เธอมาช่วย”
น้ำฟ้าไม่กล้าพูดได้แต่เหลือบตามองณัฐวุฒิอย่างหวาดๆ ธเนศดูนัยจากสายตาของสองหนุ่มสาวก็พอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไม่ธรรมดา
พอธเนศรู้ว่ารถที่ถูกชนตกน้ำวันก่อนก็คือรถที่คิดจะชนรถของเขา ผู้บริหารหนุ่มก็หน้าเผือดสี “ฉันก็สงสัยอยู่ อุบัติเหตุนั่นเกิดขึ้นตอนที่ฉันเพิ่งขับรถผ่านไปไม่ถึงสิบนาที”
“คุณเนศไม่ได้ระวังสินะครับ มีคนสะกดรอยคุณมาได้สักพักแล้ว ถ้าไม่ได้คนของเสี่ยตะวัน รถที่ตกคลองนั่นก็คงต้องเป็คุณแล้ว”
“อ๋า!” แฝดผู้น้องของธนา ผู้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจแทนพี่ชายถึงกับชะงัก เขากำลังถูกคนปองร้าย และคนที่มาช่วยคือคนของมาเฟีย “คนของเสี่ยตะวันเหรอที่ช่วยฉัน?”
“ครับ ผมขอยืมตัวบอดี้การ์ดมาจากเสี่ยตะวันหลายคน”
“ฉันเองต่อก็ต้องระวังตัวให้มาก ถ้าจะออกตอนกลางคืนก็จะหาคนไปด้วย”
“แค่บอกผมล่วงหน้าครับ ผมจะให้คนคอยตามดูแลคุณเนศเอง”
***********
