จุดหมายต่อไปถัดจากร้านค้าเกวียนคือร้านเครื่องเขียนซึ่งเปิดอยู่บนถนนสายเดียวกันผลพวงจากการคัดสูตรยาตัวโย้เย้ทำให้หยางเถาอวี้เจ็บใจตัวเองนักนางตั้งเป้าว่าจะต้องฝึกคัดตัวอักษรให้สวยงามโดยเร็ว หยางเถาอวี้เลือกกระดาษเนื้อหยาบมาห้าสิบแผ่นกระดาษเนื้อละเอียดอีกห้าสิบแผ่น หมึกหอมอย่างดี พู่กันขนนิ่มอย่างดีสองด้าม ครั้นแล้วจึงแอบเอาส่วนที่หนักๆอย่างกระดาษสองพับโยนเข้าไปในมิติส่วนตัว เหลือไว้หิ้วกับตัวแต่เพียงของเบาๆ นิดหน่อย
ออกจากร้านเครื่องเขียน ที่ถัดไปคือร้านขายเสื้อผ้าสตรีที่อยู่หัวถนนหยางเถาอวี้รีบชี้ชวนยายจางเดินตรงไป นางสวมเสื้อผ้าบุรุษมาสี่ห้าวันแล้ว ยามลำบากย่อมไม่เกี่ยงงอนยามมีเงินแล้วย่อมแตกต่างออกไป
“ท่านยายเ้าคะ ท่านลองเลือกชุดใหม่สักหลายๆ ชุด ชุดสำหรับฤดูหนาวเข็ม ด้ายและอุปกรณ์ตัดเย็บต่างๆ ดูเ้าค่ะ ข้าจะขอไปเลือกเสื้อผ้าสำหรับเด็กที่มุมนู้นและทดลองใส่ดูก่อนนะเ้าคะ”
“ตกลงจ้ะอวี้เอ๋อ”ยายจางขานรับพร้อมกับเริ่มเดินไปเลือกดูผ้าและชุดตัดเย็บงดงามมากมายที่จัดแสดงให้ลูกค้าได้ชมอย่างสะดวก
หยางเถาอวี้ทำทีเป็เดินไปเลือกเสื้อผ้าและเข้าไปทดลองใส่ในห้องส่วนตัวครั้นปลอดคนจึงลอบเดินไปทางหลังร้านและให้ทีเจวันเปิดโหมดพรางตัวพาบินกลับไปยังร้านค้าเกวียน
“เถ้าแก่เ้าคะ”หยางเถาอวี้ปรี่เข้าไปทักเถ้าแก่ร้านอย่างรวดเร็วไม่ให้เสียเวลา
“อ้าว คุณหนูนั่นเอง ท่านจะมารับรถม้าแล้วหรือขอรับ” เถ้าแก่ร้านเกวียนนึกแปลกใจที่หยางเถาอวี้กลับมาเร็วกว่าที่คุยกันไว้
“มิใช่ๆ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าอยากขอซื้อม้าอสูรแม่ลูกคู่นั้น”หยางเถาอวี้รีบตอบ
“เอ๋ ข้ามิได้หูฝาดไปนะขอรับม้าอสูรแม่ลูกคู่นั้นทำประโยชน์อะไรให้ไม่ได้แล้วนอกจากเอาไปขายตามภัตตาคารหรือเหลาลูกของมันก็เพิ่งคลอดไม่นาน เล็กเกินกว่าจะพรากจากแม่มันได้พวกนักล่าถึงได้เอามาขายทิ้งขายขว้างไว้ที่ข้าซื้อไปก็รังแต่จะเสียเบี้ยไปอย่างเปล่าประโยชน์นะขอรับ” เถ้าแก่ร้านหวังดี
“ข้ายังไม่เคยกินเนื้อม้าอสูรมาก่อน ่นี้ได้สูตรอาหารพิเศษมาพอดีเลยอยากลองทำดูเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้แกล้งทำท่าน้ำลายไหล
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง ดูท่าคุณหนูคงมีฝีมือด้านการครัวไม่น้อยเลยนะขอรับ”
“หามิได้ๆ แค่คนตะกละเช่นข้าเห็นแล้วอดน้ำลายสอมิได้เท่านั้นเถ้าแก่ก็ช่วยคิดถูกๆ ส่งเสริมข้าหน่อยเถอะนะเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้แสร้งต่อรอง
“เช่นนั้นข้าคิดคุณหนูเท่ากับราคาส่งเนื้อสัตว์อสูรขึ้นเหลานะขอรับแถมเ้าตัวเล็กให้อีกตัวหนึ่ง ทั้งหมดแค่หนึ่งตำลึงทองก็พอขอรับ”เถ้าแก่ดีดลูกคิดคำนวณ
“แหม ออกจะแพงอยู่บ้างนะเ้าคะ เช่นนี้ได้หรือไม่เถ้าแก่แถมเกวียนสำหรับให้ข้าใช้ขนแม่ม้ากลับบ้านด้วยนะเ้าคะ”
“ก็ได้ๆ ขอรับ คุณหนูต่อเก่งจริงๆ” เขากำลังอยากกำจัดแม่ม้าอสูรใกล้ตายออกไปพอดีขายได้ตั้งหนึ่งตำลึงทองเช่นนี้นับว่าคุ้มแล้ว
หยางเถาอวี้อยากเบ้ปากมองบน ต่อรองแค่นี้จะนับเป็อะไรได้ยังไม่ถึงครึ่งเสี้ยวความสามารถของยายเอียดด้วยซ้ำ นางจัดการควักเงินตำลึงออกมาหนึ่งตำลึงทองและยื่นให้แก่เถ้าแก่ร้านเกวียนพร้อมสำทับอีกประโยค“ว่าแต่ ข้าขอวานเถ้าแก่เข็นเกวียนที่บรรทุกแม่ม้าอสูรกับพาลูกของมันไปไว้ที่หลังร้านแยกกับรถม้าที่ข้าซื้อได้หรือไม่ข้ากลัวว่าพวกม้าธรรมดาเห็นเข้าจะกลัวเอาน่ะ เดี๋ยวข้าจะให้ญาติผู้พี่ของข้ามารับแยกไปต่างหากกลัวท่านยายของข้าจะหาว่าฟุ่มเฟือยด้วยนะ” หยางเถาอวี้หาข้ออ้าง
“ได้ขอรับ มิได้ลำบากอันใด” เถ้าแก่ร้านให้ความร่วมมือด้วยดี เด็กหญิงตัวแค่นี้ซื้อม้าอสูรกลับไปกินก็ออกจะเป็การฟุ่มเฟือยเกินไปจริงๆ
ครั้นทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีหยางเถาอวี้จึงหลบไปทางหลังร้านตามที่นัดหมายจุดส่งของกับเถ้าแก่ไว้พอได้จังหวะปลอดคนนางก็รีบวาดมือไปยังเกวียนบรรทุกแม่ม้าอสูรกับลูกของมันอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาสัตว์ทั้งสองพร้อมเกวียนไม่มีหลังคาสำหรับบรรทุกของหนึ่งคันก็เข้าไปอยู่ในมิติรุ่ยเอ๋อเรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงรีบให้ทีเจวันพากลับร้านเสื้อในโหมดล่องหนนับว่าปฏิบัติการชวนตื่นเต้นสิ้นสุดลงด้วยดีมีความงงงวยของเถ้าแก่ร้านเกวียนเล็กน้อยที่เกวียนบรรทุกแม่ม้าอสูรกับลูกของมันหายไปจากหลังร้านอย่างรวดเร็วแต่ก็มิได้เฉลียวใจเป็อื่น คิดเพียงว่าคนของหยางเถาอวี้มารับพวกมันไปแล้วเท่านั้น
ระหว่างเวลาไม่ถึงนาทีที่ทีเจวันพากลับร้านเสื้อ หยางเถาอวี้ผลุบเข้าไปดูอาการของแม่ม้าอสูรในมิติส่วนตัวแม่ม้าอสูรอยู่ในอาการร่อแร่เพราะซมด้วยพิษไข้ มันแทบไม่มีแรงแม้แต่จะผงกหัวขึ้นมาส่วนลูกม้าอสูรอยู่ในอาการตื่นตระหนกยิ่งเพราะจู่ๆก็ถูกพามายังสถานที่แปลกใหม่อย่างไม่รู้เจตนาของผู้พามามันไม่ยอมออกห่างจากแม่ม้าอสูรเลยแม้แต่ก้าวเดียว เอาแต่ร้องฮี้ๆในลำคอพร้อมเอาหัวดุนศีรษะของแม่ม้าอสูรเป็ระยะ เห็นแล้วน่าเวทนานัก หยางเถาอวี้จำความวิเศษข้อหนึ่งของน้ำทิพย์พิสุทธิ์ได้มันมีสรรพคุณในการรักษาและฟื้นฟูร่างกาย นางจึงรีบขอให้รุ่ยเอ๋อป้อนน้ำทิพย์ให้แก่แม่ม้าอสูรรวมถึงลูกของมันเป็การด่วนก่อนจะนำน้ำทิพย์พิสุทธิ์ไปล้างบริเวณาแให้สะอาดพร้อมสั่งให้ทีเจวันทำการผ่าตัดซ่อมสร้างเซลกล้ามเนื้อขาหลังในส่วนที่ตายไปของแม่ม้าอสูรควบคู่ไปด้วยยามเมื่อถึงที่หมาย
เล่าแล้วเหมือนจะนานแต่ทุกอย่างเพิ่งผ่านไปราวหนึ่งเค่อเท่านั้นนับแต่หยางเถาอวี้หนีแว๊บออกไปจากร้านขายเสื้อสตรี
ณ ร้านเสื้อผ้าสตรี
ยายจางยืนเมียงมองชุดสตรีแนวเรียบง่ายอยู่หลายชุด แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจเลือกออกมาเพียงชุดเดียวพอเตรียมสั่งให้พนักงานร้านห่อชุดที่เลือกไว้พร้อมผ้าหนาสำหรับใช้ในฤดูหนาวสี่ผืนและอุปกรณ์ตัดเย็บก็เห็นหยางเถาอวี้เดินเข้ามาหาพอดีหยางเถาอวี้หยิบเลือกเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงลักษณะเรียบง่ายสีฟ้าสีชมพูอ่อนอย่างสุ่มๆออกมาได้สามชุดสำหรับส่วนของตนจากนั้นจึงหันไปหยิบชุดผู้ใหญ่ที่เห็นยายจางแอบยืนมองอยู่นานออกมาอีกสามชุดและส่งมอบของทั้งหมดให้พนักงานนำไปห่อ
“แค่ชุดเดียวก็พอ เหตุใดจึงหยิบให้ยายมากเพียงนั้น” ยายจางรีบทักท้วง
“ท่านยายเ้าคะ ท่านลืมแล้วหรือเ้าคะว่าพวกเรารวยแล้ว”หยางเถาอวี้แอบกระซิบข้างหูยายจาง
“โอ้ ยายยังไม่คุ้นชิน อีกอย่างยายอยากให้อวี้เอ๋อเก็บหอมรอมริบไว้ใช้ในยามจำเป็มากกว่า” ยายจางกระซิบตอบ
“นี่แหละเ้าค่ะยามจำเป็ ข้าจะปฏิวัติความเป็อยู่ของพวกเราเ้าค่ะ”
“คืออะไรหรือ ปฏิวัติ” ยายจางสงสัย
“ก็หมายถึงทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของพวกเรามีคุณภาพขึ้นอย่างไรล่ะเ้าคะอิอิ”
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าเถิด ยายชักอยากเห็นเสียแล้ว”ยายจางตอบอย่างอารมณ์ดี
“ต้องอย่างนี้สิเ้าคะท่านยาย ไปๆ พวกเราไปซื้อเสบียงอาหารกันเถอะเ้าค่ะ”หลังจากคิดเงินจ่ายเงินเสร็จทั้งคู่จึงพากันข้ามไปยังถนนอีกสายหนึ่งซึ่งเป็แหล่งรวมเสบียงอาหารต่างๆ
หยางเถาอวี้สั่งซื้อสินค้าไล่ไปตามแต่ละร้าน มีข้าวสารสิบกระสอบเครื่องปรุงเช่น ซีอิ๊วสิบกระปุก เต้าเจี้ยวสิบกระปุก เกลือยี่สิบกระปุกน้ำตาลสิบกระปุก กระเทียมสองชั่ง ต้นหอมหัวใหญ่ ต้นหอมหัวเล็ก พริกไทยเม็ด โป้ยกักเก๋ากี้และผักสดอีกหลายอย่าง ยังสั่งเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ ไว้ปลูกอีกด้วยเมื่อเดินผ่านร้านขายเนื้อก็สั่งเนื้อหมูสันนอก เนื้อหมูสามชั้น มันหมู เนื้อไก่อย่างละสิบชั่งไข่ไก่สามสิบฟอง อุปกรณ์ทำอาหารหลายอย่าง เช่นครกบดอาหารเขียงใหม่และมีดขนาดเล็กขนาดใหญ่สำหรับทำครัวครบชุด ชุดจานชามช้อน หม้อดินเคลือบอย่างดีอีกสามหม้อกะทะเหล็กและตะหลิว โถเก็บถนอมอาหารจำนวนหนึ่ง ผ้าขาวบาง เรียกว่าเดินผ่านอะไรร้านไหนก็ชี้นิ้วสั่งๆๆแทบทุกอย่างที่ขวางหน้าราวกับจะเปิดร้านอาหารก็ไม่ปาน เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันดีใจข้าวของทุกอย่างนางให้ทางร้านทุกร้านนำไปส่งไว้ที่ร้านค้าเกวียน
ยายจางทักท้วงว่าซื้อของสดไปมากมายเพียงนี้จะกินทันได้อย่างไรนางจึงตอบว่านางมีวิธีถนอมอาหารที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งยายจางจึงมิได้ทัดทานสิ่งใดอีก
สุดท้ายจึงหันไปหายายจางและเอ่ย “ท่านยายเ้าคะ หากท่านยังไม่เหนื่อยเกินไปนักข้ายังเหลือเื่สำคัญที่อยากทำให้แล้วเสร็จเป็ที่สุดเ้าค่ะ”
“เื่อะไรหรืออวี้เอ๋อ” ยายจางสงสัย
“ข้าอยากซื้อที่ดินรอบๆบริเวณที่ติดกับบ้านเราไปจนถึงแนวชายป่าเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้บอก
“ซื้อที่ดินเชียวหรือ” ยายจางใไม่นึกว่าหยางเถาอวี้จะเอาจริงเพียงนี้
“เ้าค่ะท่านยายข้ายังอยากจะปลูกเรือนใหม่ด้วยเ้าค่ะ”
“เอาเถอะถึงแม้จะน่าใจนแทบตั้งตัวไม่ทัน แต่ยายจะสนับสนุนเ้าเต็มที่” ยายจางตัดสินใจ“หากจะซื้อขายที่ดิน พวกเราสามารถไปแจ้งความจำนงกับผู้ใหญ่บ้านได้ หรือไม่ก็ต้องไปที่อำเภอให้สำนักการที่ดินตรวจสอบพื้นที่และอนุมัติจึงจะซื้อได้หรือถ้า้าความสะดวกสบายเราก็สามารถหานายหน้ามาช่วยเดินเื่ซื้อขายได้เช่นกัน” ยายจางอธิบาย“แต่พวกเราไม่รู้จักนายหน้าค้าที่ดินสักคน การจะเดินดุ่มๆ เข้าไปอาจไม่ได้คนที่ดีดังนั้นยายคิดว่าเข้าไปติดต่อที่สำนักการที่ดินโดยตรงคงเหมาะสมที่สุด”
“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านยายว่าเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เห็นด้วย นางได้เห็นข้อมูลในสำนักการที่ดินมาแล้วจากการสแกนของทีเจวันที่ดินบริเวณรอบบ้านยายจางเป็ที่ดินหลวงซึ่งว่างอยู่ไม่มีเ้าของพร้อมสำหรับการตัดขาย เหลือแค่เดินเข้าไปติดต่อซื้อขายเท่านั้น
“ท่านยายเ้าคะ พวกเราไปรับรถม้าและข้าวของก่อนดีหรือไม่เ้าคะจากตรงนี้อยู่ไม่ไกลจากร้านขายเกวียนนัก ท่านยายก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไป แล้วค่อยขับรถม้าไปสำนักการที่ดิน”หยางเถาอวี้เสนอ
“ก็ดีเหมือนกัน”ยายจางเห็นด้วยเพราะตนเองก็เริ่มเมื่อยล้าบ้างแล้วจริงๆ
เมื่อไปถึงร้านค้าเกวียนเพื่อรับรถเทียมม้าและสิ่งของต่างๆที่สั่งซื้อมาหยางเถาอวี้ว่าจ้างเด็กในร้านคนหนึ่งให้ช่วยขนของขึ้นรถพร้อมเป็สารถีให้พวกนางตลอดทั้งวันนี้เป็การชั่วคราวด้วยราคาห้าอีแปะข้าวของที่เน่าเสียง่ายเช่นผักหรือเนื้อสดหยางเถาอวี้จัดการกวาดลงกำไลมิติเรียบร้อยผ่านความช่วยเหลือของรุ่ยเอ๋อ
ขณะถึงสำนักการที่ดินเป็เวลายามอู่สองยายหลานเดินเข้าไปแจ้งความจำนงและยื่นเื่ตามขั้นตอน สักพักจึงมีเ้าหน้าที่ที่ดินผู้หนึ่งเดินออกมาต้อนรับ“พวกเ้าคือผู้ยื่นความจำนงขอซื้อที่ดินหรือ”
“เ้าค่ะใต้เท้าข้าน้อยชื่อจางซิ่วิ นี่เป็หลานสาวของข้าเอง ชื่อหยางเถาอวี้ พวกเราอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านหนิวข้าอยากจะขอซื้อที่ดินบริเวณรอบบ้านเพิ่มเติมเ้าค่ะ” ยายจางเป็ผู้ออกหน้าเจรจา
“อ้อ งั้นพวกเ้าตามข้ามา”เ้าหน้าที่ที่ดินผู้นี้แม้ดูยังหนุ่มยังแน่น ทว่าท่าทางเคร่งขรึมจริงจังจนแทบแก่เกินวัยอีกทั้งยังเอาการเอางานไม่มีชักช้าเขาเดินนำสองยายหลานเข้าไปนั่งที่หน้าโต๊ะทำงานตัวเขื่องก่อนที่ตนจะเดินไปค้นหาบันทึกประจำหมู่บ้านหนิวไม่นานนักจึงเดินกลับมาพร้อมม้วนแผนที่และบันทึกสองสามเล่ม
“พวกเ้าลองดูบริเวณนี้คือหมู่บ้านหนิวที่ดินว่างที่สามารถซื้อได้อยู่่ท้ายหมู่บ้านเลยไปถึงริมลำธารและตีวงขึ้นไปทางป่าหมื่นอสูรทั้งหมดมีสิบแปลง แปลงละห้าสิบหมู่ถึงร้อยหมู่ พวกเ้า้าแปลงไหนบ้าง”เ้าหน้าที่การที่ดินชี้นิ้วลงบนแผนที่พร้อมอธิบายประกอบ
“ท่านใต้เท้าเ้าคะหากพวกเราอยากจะขอซื้อที่ดินทั้งสิบแปลงนั้น จะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ”หยางเถาอวี้เอ่ยถามขึ้นอย่างสุภาพมากมารยาท
“ทั้งสิบแปลงเชียวหรือหากพวกเ้ามีเงินมากพอย่อมทำได้ แต่พวกเ้าคิดจะซื้อไปทำอะไรต้องแจ้งแก่ทางอำเภอเพื่อจดบันทึกอย่างละเอียด”เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินกล่าวตอบพลางลอบสำรวจลักษณะท่าทางของสองยายหลานตรงหน้าหัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นเล็กน้อย
“เรียนถามท่านใต้เท้าที่ดินทั้งสิบแปลงเป็เงินเท่าไหร่เ้าคะ”หยางเถาอวี้เอ่ยถามต่อไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ที่ดินทุกแปลงรวมกันแล้วมีขนาดหนึ่งพันสามร้อยหมู่หมู่ละสองตำลึงทอง รวมเป็เงินสองพันหกร้อยตำลึงทอง บวกค่าธรรมเนียมอีกหนึ่งตำลึงทองทั้งสิ้นจึงเป็เงินสองพันหกร้อยกับหนึ่งตำลึงทอง”เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินคำนวณเงินเสร็จจึงตอบ
“เช่นนั้นพวกเราตกลงซื้อและพร้อมจ่ายเงินได้ทันทีเ้าค่ะใต้เท้า”หยางเถาอวี้ตอบ
“โอ้ เช่นนั้นพวกเ้าก็รอประเดี๋ยวข้าจะไปจัดเตรียมเอกสาร” กล่าวจบเ้าหน้าที่สำนักการที่ดินก็ลุกเดินไปเตรียมเอกสารใช้เวลาพักใหญ่จึงเดินกลับมา “จงแจ้งชื่อผู้เป็เ้าของและวัตถุประสงค์ของการซื้อมาข้าจะได้เขียนลงไปในเอกสารสัญญาและบันทึกของทางอำเภอ”
หยางเถาอวี้แจ้งวัตถุประสงค์การซื้อที่ดินจำนวนมากว่าเป็ไปเพื่อทำการเกษตรส่วนชื่อผู้เป็เ้าของนั้น เดิมทีหยางเถาอวี้้าให้เป็ชื่อของยายจางแต่นางปฏิเสธเด็ดขาดด้วยกลัวว่าสกุลจางจะกลับมาฉวยโอกาสเล่นตุกติกอะไรอีกสุดท้ายหยางเถาอวี้จึงต้องรับไว้แต่เพียงผู้เดียว
“พวกเ้าจงอ่านสัญญาทุกฉบับให้ละเอียดจากนั้นชำระเงินและลงนามก็เป็อันเสร็จสิ้นพิธีการด้านเอกสารในวันพรุ่งข้าจะไปรังวัดที่ดินและกำหนดหลักเขตที่ดินทั้งหมดให้แก่พวกเ้าเพื่อความชัดเจน”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้เป็ผู้รับเอกสารสัญญาทุกฉบับมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนจึงลงนามในช่องผู้ลงนามโดยมียายจางพิมพ์ลายนิ้วมือเป็พยานจากนั้นจึงล้วงตั๋วเงินสามพันตำลึงทองออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้แก่เ้าหน้าที่ผู้นั้น
เมื่อตรวจสอบจำนวนเงินเรียบร้อยจึงลงบันทึกและจัดเงินทอนส่งคืนแก่หยางเถาอวี้พร้อมเอกสารสัญญาต่างๆ“พวกเ้าจงตรวจสอบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินเหล่านี้ให้เรียบร้อยสัญญานี้เป็สัญญาแสดงกรรมสิทธิ์แบบผูกขาดความเป็เ้าของทางสำนักการที่ดินมีสำเนาเก็บไว้ฉบับหนึ่ง ส่งมอบให้แก่ผู้ใหญ่บ้านฉบับหนึ่ง หากพวกเ้าทำหายก็สามารถมายื่นเื่เพื่อขอคัดสำเนาใหม่ได้แต่ต้องมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย” เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินอธิบาย
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะขอบคุณใต้เท้าที่ให้ความสะดวกแก่พวกข้าเ้าค่ะ” ยายจางคารวะขอบคุณ
“ขอบคุณท่านใต้เท้าเ้าค่ะ ข้ายังมีคำถามบางประการไม่ทราบจะขอถามท่านใต้เท้าได้หรือไม่เ้าคะ” หยางเถาอวี้เอ่ยถาม
“เื่อันใดหรือ”เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“พวกข้าน้อยมีความจำเป็ต้องซ่อมแซมและขยายบ้านที่พักแต่พวกข้าไม่รู้จักนายช่างเลยสักคน ไม่ทราบว่าท่านใต้เท้าพอจะรู้จักคนและแนะนำให้พวกข้าได้หรือไม่เ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ถามเข้าประเด็น
“อ้อ พอมีอยู่พรุ่งนี้เมื่อข้าไปรังวัดที่ดินที่บ้านเ้าข้าจะพานายช่างที่ไว้ใจได้ไปพร้อมกันด้วยเลยดีหรือไม่”เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินเอ่ยเชิงถาม
“ได้เช่นนั้นก็วิเศษไปเลยเ้าค่ะขอบพระคุณเ้าค่ะท่านใต้เท้า”หยางเถาอวี้เอ่ยอย่างดีใจที่แก้ปัญหาไปได้อีกเปราะหนึ่ง
“ข้าชื่อหวงเผยิ”เ้าหน้าที่สำนักการที่ดินเอ่ยเสียงขรึม
“เ้าค่ะ ขอบพระคุณในความกรุณาของใต้เท้าหวงอีกครั้งนะเ้าคะพวกข้าน้อยขอตัวก่อน พรุ่งนี้พบกันใหม่นะเ้าคะ” หยางเถาอวี้คารวะอย่างสุภาพพร้อมยายจางจากนั้นจึงอำลากลับบ้าน
............................
หมายเหตุ:ตำแหน่งใดๆ ในนิยายเื่นี้รวมถึงขั้นตอนการติดต่อราชการเป็การสมมุติขึ้นทั้งสิ้น