ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 28/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 1
ความเงียบที่หนักอึ้งกดทับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง คำถามที่เต็มไปด้วยความรำคาญใจของเธียรยังคงแขวนค้างอยู่ในอากาศ ทุกสายตามองไปยังคุณวรเทพ วรชัยดำรง ประมุขของบ้านผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในมือ
คุณวรเทพวางแก้วไวน์ในมือลงช้า ๆ เสียงก้านแก้วกระทบกับโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบงัน เขาสบตาลูกชายคนเดียวของตนเองนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงอำนาจ
“ที่นัดทุกคนมาพร้อมกันวันนี้...ก็เพราะมีเื่สำคัญที่ต้องประกาศ”
“เื่สำคัญ?” เธียรทวนคำ เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “เื่ธุรกิจเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่คุยกันที่บริษัท จะลากครอบครัวคุณอาธนัทมาด้วยทำไมให้เสียเวลา”
“เธียร!” คุณหญิงวรนาถเอ็ดลูกชายเสียงเข้ม “พูดจากับผู้ใหญ่ให้มันดี ๆ หน่อย”
“ก็ผมพูดความจริงนี่ครับคุณแม่” ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองไปรอบโต๊ะด้วยท่าทีเหนือกว่า “ผมยังมีธุระต้องไปทำต่อกับมินอีกเยอะ”
คำพูดนั้นจงใจตอกย้ำถึงการมีอยู่ของหญิงสาวข้างกายอย่างชัดเจน มินตราที่ได้ยินเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มหวานออกมาทันที เธอบีบแขนของชายหนุ่มเบา ๆ ราวกับจะบอกว่าเธออยู่ข้างเขาเสมอ
คุณธนัทและคุณทิพย์วัลย์ได้แต่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจ คุณธนัทกระแอมเบา ๆ เพื่อเรียกความสนใจ “เอ่อ...คือว่านะเธียร ที่คุณลุงกับคุณป้ามาวันนี้ ก็เพราะมันเป็เื่ที่เกี่ยวกับเราทั้งสองครอบครัวโดยตรง”
“เกี่ยวกับสองครอบครัว?” เธียรขมวดคิ้วมุ่น ความอดทนของเขาเริ่มจะหมดลง “เข้าเื่เลยได้ไหมครับ ผมไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม”
คุณวรเทพจ้องหน้าลูกชายเขม็ง ก่อนจะหันไปมองหน้าอลินที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอด แล้วจึงประกาศคำตัดสินิตนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเ็าที่สุด
“แกจะต้องแต่งงานกับหนูอลิน”
สิ้นเสียงนั้น...ทุกอย่างราวกับหยุดนิ่ง
แก้วไวน์ในมือของเธียรกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง เคร้ง! ของเหลวสีแดงเข้มสาดกระเซ็นออกมาเล็กน้อย ความเงียบที่น่าอึดอัดเมื่อครู่ถูกทำลายลงด้วยความตกตะลึงของทุกคน
อลินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็หิน สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ ‘แต่งงาน?’ คำ ๆ นี้ดังก้องอยู่ในหัวของเธอซ้ำไปซ้ำมา มันเป็ไปได้อย่างไร...
“คุณพ่อพูดว่าอะไรนะครับ” เธียรถามย้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง “ผมคงหูฝาดไปใช่ไหม”
“แกได้ยินไม่ผิด” คุณวรเทพตอบกลับเสียงกร้าวไม่แพ้กัน “ฉันตัดสินใจแล้ว แกกับหนูอลินจะต้องแต่งงานกัน...และจะจัดงานให้เร็วที่สุด”
“บ้าไปแล้ว!” เธียรตะคอกลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ที่เขานั่งเกือบจะล้มลง “นี่มันยุคไหนแล้วครับ! จะมาจับคลุมถุงชนกันแบบนี้ได้ยังไง! ผมไม่แต่ง!”
“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!”
“ทำไมจะไม่มี! นี่มันชีวิตผมนะ! ผมจะแต่งงานกับใครมันก็เื่ของผม!” ชายหนุ่มหันขวับไปมองมินตราที่เริ่มมีน้ำตาคลอ ก่อนจะดึงเธอเข้ามายืนข้าง ๆ แล้วประกาศกร้าว “ผมรักมิน! ผมจะแต่งงานกับมินตราคนเดียวเท่านั้น!”
ภาพนั้นบีบหัวใจของอลินจนเจ็บแปลบไปหมด เธอรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองกำลังจะขาดห้วง เธออยากจะลุกหนีไปจากตรงนี้ อยากจะหายตัวไปจากสถานการณ์ที่น่าอัปยศอดสูนี้ แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อน มันหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพันธนาการไว้
“พี่เธียรคะ...” มินตราร้องออกมาเสียงสั่นเครือ น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเนียนอย่างน่าสงสาร “มิน...มินไม่เป็ไรค่ะ ถ้ามันจะทำให้ครอบครัวของพี่เธียรดีขึ้น มินยอมได้ทุกอย่าง...”
“ไม่! ผมไม่ยอม!” เธียรกอดร่างของมินตราไว้แน่นอย่างปกป้อง “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความรักของเราเด็ดขาด!” เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับพ่อของตัวเองอีกครั้ง “คุณพ่อทำแบบนี้กับผมได้ยังไง!”
“ก็เพราะแกมันโง่! หลงผู้หญิงคนนี้จนหัวปักหัวปำ มองไม่ออกรึไงว่าเขาเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์!” คุณหญิงวรนาถที่เงียบมานานตวาดออกมาอย่างเหลืออด สายตาของนางจ้องมินตราอย่างกินเืกินเนื้อ
“คุณแม่!”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณวรเทพ คุณหญิง” คุณธนัทพยายามจะไกล่เกลี่ย แต่ก็ไร้ผล
“ผมไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้!” เธียรชี้มือมาทางอลินที่นั่งตัวสั่นอยู่ ทำให้ทุกสายตาหันมามองเธอเป็จุดเดียว “ผมไม่เคยรักเธอ ไม่เคยคิดอะไรด้วยซ้ำ! แล้วจะให้ผมแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รักได้ยังไง!”
แต่ละคำพูดของเขาเป็เหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของอลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธออยากจะกรีดร้องออกมาว่าเธอเองก็ไม่รู้เื่ เธอเองก็ถูกบังคับมาเหมือนกัน แต่เสียงของเธอมันจุกอยู่ที่ลำคอ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“แกคิดว่าแกมีทางเลือกเหรอเธียร” คุณวรเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นลง แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม “ฉันได้แจ้งเื่การแต่งงานของแกกับหนูอลินให้นักข่าวไปหมดแล้ว ป่านนี้ข่าวกระจายไปทั่วแล้วมั้ง”
“อะไรนะครับ!” เธียรตาเบิกกว้างด้วยความใ “คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไง!”
“ก็เพราะถ้าการแต่งงานครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น...ข้อตกลงทางธุรกิจที่ค้ำจุนบริษัทของเราอยู่ตอนนี้ก็จะล่มสลายทันที! แกเข้าใจไหมว่าวรชัยดำรงกำลังจะล้มละลาย!”
คำว่า ล้มละลาย เป็เหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางใจของเธียร เขายืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลมันสำคัญกับพ่อของเขามากแค่ไหน...สำคัญกว่าความรู้สึกของเขา
ชายหนุ่มถูกมัดมือชกจนเถียงไม่ออกอีกต่อไป เมื่อไม่มีที่ให้ระบาย เขาจึงหันคมดาบแห่งความโกรธแค้นทั้งหมดมาที่คนที่อ่อนแอที่สุดบนโต๊ะ...อลิน
สายตาเกลียดชังที่เต็มไปด้วยคำกล่าวหาจับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ ราวกับจะบอกว่าเธอคือต้นเหตุของเื่ราวเลวร้ายทั้งหมดนี้ เธอคือคนที่สมรู้ร่วมคิดกับครอบครัวเพื่อวางแผนจับเขา
อลินสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะต้องหลบสายตาลงเพราะทนความเ็ปที่ส่งผ่านมาไม่ไหว น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเธอโดยที่ไม่มีใครสังเกต
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของคุณวรเทพก็ดังขึ้น เขารับสายด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้ว และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือดลงไปอีก
[Worathep Talking]
✆ : “ว่าไงนะ!...มันเกิดเื่แบบนั้นขึ้นได้ยังไง!...ให้ตายสิ! แล้วจะจัดการยังไงต่อ!”
คุณวรเทพวางสายด้วยมือที่สั่นเทา เขามองหน้าลูกชายและพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “วิกฤตมันหนักกว่าที่เราคิด...หุ้นส่วนใหญ่กำลังจะถอนตัว ถ้าเราไม่มีข่าวดีเื่การรวมสองตระกูลไปยันไว้...ทุกอย่างจบสิ้นแน่”
เธียรยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน เขาพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
‘ผมเกลียดคุณ...’ เขาไม่ได้พูดออกมา แต่สายตาที่มองอลินมันะโบอกทุกอย่าง
ชายหนุ่มหันหลังอย่างรวดเร็ว คว้าแขนมินตราที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ข้าง ๆ แล้วลากเธอออกไปจากร้านอาหารที่เหมือนนรกขุมนี้ทันที โดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย
เขาทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่ากลัว...ความกระอักกระอ่วนของเหล่าผู้ใหญ่...และหัวใจของอลินที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ก่อนที่ร่างสูงจะหายลับไปจากประตู เธียรหันกลับมามองเธอเป็ครั้งสุดท้าย สายตาของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่คือคำประกาศาที่ไร้เสียง คำสัญญาว่าจะบดขยี้ทุกความสุขที่เธออาจจะเคยฝันถึงให้แหลกสลาย
‘เธอจะต้องชดใช้’ แววตาของเขาบอกอย่างนั้น
อลินรับรู้ถึงชะตากรรมของตัวเองได้อย่างชัดเจน...นับจากนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
บนรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าอึดอัด คุณทิพย์วัลย์ได้แต่ลูบหลังลูกสาวเบา ๆ ส่วนคุณธนัทก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
“พ่อ...ขอโทษนะลูก” ในที่สุดผู้เป็พ่อก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “พ่อไม่มีทางเลือกจริง ๆ”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณพ่อ” อลินตอบด้วยเสียงที่แ่เบาและสั่นเครือเล็กน้อย “อลินเข้าใจ”
แต่ลึก ๆ แล้วเธอไม่เข้าใจอะไรเลย...เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงได้โหดร้ายกับเธอขนาดนี้
เมื่อกลับมาถึงบ้าน อลินขอตัวขึ้นห้องนอนของเธอทันที พื้นที่ที่เคยปลอดภัยและเป็ส่วนตัวที่สุด วันนี้กลับดูกว้างใหญ่และว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นราวกับเป็ภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา
ความรักข้างเดียวที่เธอเคยมีให้เธียรอย่างเงียบ ๆ มาตลอดหลายปี...มันได้กลายเป็ยาพิษที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเธอเองอย่างแสนสาหัส
หญิงสาวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองภาพสะท้อนของตัวเองในนั้น...ผู้หญิงในชุดสีขาวที่บัดนี้ดูหม่นหมอง ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งบัดนี้อาบไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลมโตคู่สวยแดงช้ำและว่างเปล่าราวกับคนไร้ิญญา
เธอจ้องมองภาพนั้นนิ่งนาน...นานจนน้ำตาหยดสุดท้ายเหือดแห้งไป
‘พอแล้ว...’ เธอได้ยินเสียงของตัวเองดังขึ้นในหัว ‘จะไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของฉันอีก’
อลินยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาที่เคยว่างเปล่าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความนิ่งสงบที่เยือกเย็นและแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอจะทำหน้าที่นี้...หน้าที่ ภรรยา ที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความเกลียดชังนี้ให้ดีที่สุด แต่เธอจะสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องหัวใจของเธอ จะไม่ยอมให้เขาหรือใครหน้าไหนเข้ามาทำร้ายมันได้อีก
เธอจะอดทน...และจะรอ...รอวันที่เธอจะได้เป็อิสระจากพันธนาการที่ไร้หัวใจนี้อย่างสง่างาม
นี่คือการตัดสินใจของเธอ...จุดกำเนิดของ อลินคนใหม่ ที่จะไม่มีวันยอมให้โชคชะตาหรือใครหน้าไหนมาบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอได้อีกต่อไป