เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 108 แค่ฉันชอบเธอก็พอ

            เสียงทุ้มน่าฟังของเขาราวกับมีพลังวิเศษที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

            อกแกร่งที่อบอุ่นของเขาคือที่พักใจที่ดีที่สุด

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าขอบตาเธอเริ่มร้อนนิดๆ

            เธอกัดฟันสู้ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากมาได้จนตอนนี้สามารถยิ้มแย้มให้กับเรื่องราวในวันเก่าๆ ได้อย่างสบายๆ มีบางคราวที่เธอกับลั่วเสี่ยวซีย้อนคิดถึงความทรงจำในอดีตพวกเธอมักจะยิ้มอย่างนับถือตัวเองในวันนั้น

            แล้วทำไมเมื่อเธออยู่ในอ้อมแขนของเขาเธอกลับรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาล่ะ?

            ความยากลำบากที่เธออดทนผ่านมันมาหลายปีมานี้มันค่อยๆ ขยายตัวขึ้นในจิตใจเธอ ความทรงจำเหล่านั้นก็เหมือนกับน้ำเลมอนโซดาที่ทั้งเปรี้ยว ทั้งซ่า ทว่าก็มีความหวานเจือปน

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นขอบตาแดงๆของเธอ จึงลูบใบหน้าเธอเบาๆ

            “อย่าร้อง”

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าลู่เป๋าเหยียนจะปลอบใจเธอแต่เขากลับพูดต่อว่า

            “เดี๋ยวพวกนักข่าวถ่ายภาพไว้ได้จะหาว่าฉันรังแกเธอ”

            เธอยิ้มทั้งๆ ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ พลางปาดน้ำตาออกไป

            “นายก็ชอบแกล้งฉันจริงๆนี่!”

            “อืม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ“ตอนไหนบ้างล่ะ”

            “ตอนเด็กแล้วก็อีกหลายๆตอน! นายชอบหลอกฉัน ชอบบอกว่าฉันโง่!”  ซูเจี่ยนอันพูดอย่างเคืองๆ“ตั้งแต่เล็กยันโตทุกคนต่างชมว่าฉันฉลาดกันทั้งนั้น มีแต่นายนี่แหละที่หาว่าฉันโง่”

            ที่จริงบางทีพี่ก็ชอบว่าเธอว่าโง่เหมือนกันแต่น้ำเสียงของเขาดูอ่อนใจอย่างรักใคร่และเอาใจใส่

            ส่วนลู่เป๋าเหยียนน่ะเหรอ?

            “ก็เธอโง่จริงๆ นี่”เขาซ้ำแผลเดิมของเธออย่างไม่แยแส

            น้ำเสียงของเขาเหมือนกับของพี่ชายเธอไม่มีผิดซูเจี่ยนอันโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ก่อนจะซุกหน้าลงบนอกแกร่ง

            “ลู่เป๋าเหยียนฉันไม่ชอบนายสักนิด”

            เธอทำท่าอย่างกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ถูกรังแกและซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาก่อนจะระบายความไม่พอใจออกมาอย่างน่าสงสารลู่เป๋าเหยียนรู้ทันทีว่าเธอคงจะเริ่มตาแดงอีกแล้วเขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดอย่างที่ใจคิด จึงโอบกอดเธอราวกับโอ๋เด็กตัวน้อยๆ

            “ไม่เป็นไรแค่ฉันชอบเธอก็พอ”

            คำพูดที่คล้ายกับการสารภาพรักแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนซูเจี่ยนอันคงใจเต้นแรงหลังจากได้ยินเป็นแน่ แต่คำพูดพวกนี้ลู่เป๋าเหยียนจะพูดออกมาง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?

            เขาคงปากไม่ตรงกับใจเหมือนเธอล่ะมั้ง?

            เธอเช็ดหางตาเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขาและมองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นว่ามีนักข่าวอยู่แถวนี้จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

            เมื่อกี้เธอทำอะไรลงไป? ทำไมจู่ๆ ก็เข้าไปซบอกเขาล่ะเนี่ย?

            เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็สบกับสายตาของลู่เป๋าเหยียนพอดีเธอนิ่งไปก่อนที่ลู่เป๋าเหยียนจะลูบผมเธอเบาๆ

            “เจี่ยนอันบางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเธอดี”

            คนที่ดื้อรั้นแต่บางครั้งก็อ่อนแอตรงหน้าทุกการกระทำทุกคำพูดของเธอจู่โจมหัวใจของเขาอย่างไม่ลดละ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไรกับเธอดีแผนการที่วางไว้ล่วงหน้า ถูกเธอก่อกวนจนล้มไม่เป็นท่า

            เห็นสีหน้าของลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้แล้วซูเจี่ยนอันรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

            “นายไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับฉันก็ดีแล้วค่อยๆ คิดไปแล้วกัน!”

            ทางที่ดีคิดบ่อยๆคิดทุกวันเลยยิ่งดี เหมือนกับตอนที่เขาไปอเมริกาเธอในตอนนั้นก็อดคิดถึงเขาทุกวันไม่ได้

            “เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นนะคุณนายลู่”สายตาของเขาเริ่มส่อแววอันตราย “แต่ก่อนไม่ใช่ว่ากลัวฉันมากหรือยังไง”

            ตอนแต่งงานใหม่ๆ ซูเจี่ยนอันกลัวเขาจริงๆนั่นแหละ แต่เมื่อไรกันนะ...ที่เธอเริ่มจะไม่กลัวเขา แถมยังกล้ายั่วโมโหเขาอีก?

            เธอจำไม่ได้แล้วล่ะ

            ในตอนนี้เธอไม่กลัวเขาอีกแล้วและเพื่อเป็นการพิสูจน์ เธอจึงยิ้มร่าก่อนจะเดินไปจับกลีบดอกเนระพูสี1ตรงหน้าพลางเอ่ย

            “พูดมั่วๆ ฉันเคยกลัวนายที่ไหนกัน!”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปรั้งตัวคนที่คิดจะหนีเอาไว้

            “คอยดูแล้วกันว่าฉันจะจัดการกับเธอยังไง”

            ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆก่อนจะยิ้มอย่างสดใส

            “ก็บอกว่าแล้วไงว่าใครกลัวนายกัน!”

            เจ้ากวางน้อยแสนซนที่ชอบหนีหายไปจากอ้อมกอดของเขาตัวนี้ทำให้ลู่เป๋าเหยียนต้องกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ลำคอขาวนวลเนียนที่อยู่ตรงหน้าทำเอาเขาอยากจะก้มลงไปกัดสักที

            แต่สุดท้ายก็ต้องระงับความรู้สึกนั้นไว้เนื่องด้วยสถานที่และเพราะมีคนเข้ามาขัดจังหวะพอดี

            ลั่วเสี่ยวซีพูดพลางกัดขอบแก้วแชมเปญ

            “เอ่อขอขัดจังหวะการสวีทแป๊บสิ พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าซูอี้เฉิงหายไปไหน”

            เธอหาเขาไปทั่วงานยันสวนดอกไม้ด้านนอกแต่เขาก็ไม่อยู่แน่นอนว่าจางเหมยก็ด้วย จึงต้องเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสามีภรรยาที่กำลังพลอดรักคู่นี้อย่างช่วยไม่ได้

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปก่อนจะตอบ

            “เมื่อกี้ฉันเห็นพี่เดินออกไปกับจางเหมยแต่ไม่รู้ว่าไปไหน”

            ลั่วเสี่ยวซีเงยหน้ามองฟ้าพลางถอนหายใจ

            “ว่าแล้วเชียว”

            เธอไม่อยากรบกวนซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนอีกจึงยิ้มก่อนจะเดินจากไป

            ห้องจัดงานที่กว้างขวางเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวกันอย่างสวยงามหรูหราคนมีคู่ต่างพากันสวีทหวานไม่ต่างกับลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอัน

            ลั่วเสี่ยวซีรู้สึกเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเธอเห็นซูอี้เฉิงเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าคนแล้วคนเล่า จนรู้สึกเหนื่อยไปหมดความรู้สึกอ่อนล้าในจิตใจทำให้เธออยากจะไปซ่อนตัวอยู่คนเดียวที่ไหนสักแห่ง

            ว่าแล้วจึงเดินขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสิบ

            เสิ่นเยว่ชวนบอกว่าที่นั่นมีห้องรับรองของลู่เป๋าเหยียนอยู่คงไม่มีใครมารบกวนเธอสินะ

            แต่เมื่อผลักประตูเข้าไปกลิ่นบุหรี่ก็ลอยเข้าจมูกจนแสบคอไปหมด เธอถึงกับชะงักเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างช่างคุ้นตาเธอเหลือเกินแผ่นหลังและท่าทางการสูบบุหรี่ของเขาเธอจำได้ไม่เคยลืม

            เขาพาดเสื้อสูทเอาไว้ที่โซฟาที่เขี่ยบุหรี่มีก้นบุหรี่กองอยู่ไม่น้อย เขาขึ้นมานานแล้วหรือยัง? จางเหมยอยู่ด้วยหรือเปล่า?

            ซูอี้เฉิงไม่นึกว่าลั่วเสี่ยวซีจึงขึ้นมาที่นี่เขาเปิดหน้าต่างออกเพื่อระบายอากาศ ก่อนจะขมวดคิ้วมองเธอ

            “เธอขึ้นมาได้ยังไง”

            “ฉันแค่อยากจะหาที่นั่งพักสักหน่อย”ลั่วเสี่ยวซียักไหล่พลางตอบ “ไม่รู้ว่านายก็อยู่ที่นี่ งั้นเดี๋ยวฉันลงไปก่อนนะ”

            นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ถามเขาว่าเขามีแฟนใหม่อีกแล้วเหรอไม่ขอร้องเขาว่าอย่าไปคบกับใครง่ายๆ

            ราวกับว่าเธอไม่สนใจเขาแล้วจริงๆ

            ทันใดนั้น ซูอี้เฉิงก็เดินตามไปและรั้งตัวเธอเข้ามาก่อนจะปิดประตูดังปัง!

            “เธอจะลงไปหาใครฉินเว่ย?”

            ลั่วเสี่ยวซีถามอย่างแปลกใจ“ฉันจะลงไปหาฉินเว่ยแล้วทำไม?”

            หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงอย่างเริ่มโมโห

            “เสี่ยวซีผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี” เขารู้สึกแปลกใจที่ตัวเองพูดกับลั่วเสี่ยวซีไปแบบนั้น

            แต่เพราะลั่วเสี่ยวซีรู้จักฉินเว่ยดีเธอจึงขำก่อนจะเอ่ย

            “ใช่ฉินเว่ยไม่ใช่คนดีอะไร เขากินเหล้าสูบบุหรี่แถมยังเล่นกัญชาแฟนสาวของเขาเยอะกว่าจำนวนเส้นผมของฉันซะอีก แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับนาย? นายก็ชอบสูบบุหรี่ชอบเปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ มีสิทธิ์อะไรไปว่าเขาแบบนั้น?”

            ซูอี้เฉิงยิ้มเย็น“เธอเข้าข้างมัน”

            “เขาเป็นเพื่อนฉันไม่เข้าข้างเขาแล้วจะให้เข้าข้างนายหรือไง?” ลั่วเสี่ยวซีเบือนสายตาหนีเธอไม่อยากมองหน้าซูอี้เฉิงในตอนนี้

            “ไม่ใช่ว่านายไม่ชอบให้ฉันตามตื๊อหรือไง? ฉันบอกแล้วนี่ว่าถ้านายแต่งงานเมื่อไรฉันจะวางมือแต่ตอนนี้มาลองคิดๆ ดู บางทีคนที่แต่งงานก่อนอาจจะเป็นฉันก็ได้เพราะฉะนั้นนายไม่ต้องห่วง ช่วงนี้ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ไปหานายบ่อยๆ แล้วจริงไหม”

            ใช่ช่วงที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยมาหาเขาอีกแล้ว เธอมักจะไปขลุกอยู่กับฉินเว่ยมากกว่าราวกับจะประกาศว่าข่าวดีของเธอกับฉินเว่ยนั้นใกล้จะเป็นจริงเต็มที

            เรื่องพวกนี้ซูอี้เฉิงรู้ทั้งหมดตอนที่เขาได้ยินข่าวก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอเธอพูดกับเขาต่อหน้าแบบนี้ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ราวกับมีเพลิงโทสะกำลังคุกรุ่นอยู่ในใจ

            บางทีเพลิงที่ว่าอาจจะลุกโชนขึ้นมาในใจของเขาตั้งนานแล้วแต่เขาพยายามควบคุมมันเอาไว้ จนกระทั่งตอนนี้หลังจากได้ฟังคำพูดของเธอที่บอกว่าเธออาจจะได้แต่งงานก่อนเพลิงในใจของเขาก็ยิ่งลุกลามจนห้ามไม่อยู่

            ครั้งที่สองแล้วที่เขาได้สัมผัสริมฝีปากของเธอแต่ในครั้งนี้เป็นเขาเองที่เข้าหาเธอก่อนหรือถ้าพูดให้ถูกคือเขาบังคับเธอให้รับสัมผัสจากเขา

            การจูบอันดุดันที่ทั้งเร่าร้อนและป่าเถื่อนไม่หลงเหลือคราบความเป็นสุภาพบุรุษแม้แต่น้อย เขารัดเอวบางของเธอไว้แน่นกะไม่ให้เธอขยับตัวไปไหนทั้งนั้น

            ลั่วเสี่ยวซีนึกไม่ถึงว่าอยู่ดีๆซูอี้เฉิงก็จะกลายร่างเป็นปีศาจร้าย เขารัดเอวเธอด้วยแรงมหาศาลจนเธอไม่อาจดิ้นหลุด

            เธอส่งเสียงประท้วงอย่างยากลำบากแต่นั่นไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง

            เขายิ่งพรมจูบอย่างหนักหน่วงพลางขบกัดริมฝีปากบางของเธอจนเธอไม่สามารถส่งเสียงประท้วงได้อีกเขาจูบเธอราวกับโกรธแค้นเกลียดชังเรียวปากคู่งามของเธอมาตั้งแต่ชาติปางก่อนโดยไม่เหลือช่องว่างให้เธอโต้กลับแม้แต่น้อย

            ภาพที่เขาเห็นในงานเริ่มฉายซ้ำในความทรงจำอีกครั้งฉินเว่ยโอบเธอและสัมผัสตัวเธออย่างใกล้ชิดเธออยู่ในอ้อมกอดของเขาพลางยิ้มอย่างเย้ายวน

            มือขวาของซูอี้เฉิงค่อยๆรูดซิปชุดราตรีของลั่วเสี่ยวซี

            เธอไม่ควรสวมชุดที่ฉินเว่ยเคยได้สัมผัสอีกต่อไปฉินเว่ยสัมผัสเธอตรงไหนอีกนะ?

            เขาปล่อยเรียวปากบางให้เป็นอิสระก่อนจะแนบหน้าผากของตนลงบนหน้าผากเธอ

            “เมื่อกี้เธอเต้นลาตินเข้าคู่กับเขาดีขนาดนั้นพวกเธอทำอะไรกันบ้างแล้วล่ะ หืม?”

            ลั่วเสี่ยวซีไม่เคยเห็นซูอี้เฉิงเป็นแบบนี้พวกเธอใกล้ชิดกันจนเธอรู้สึกเหมือนเขากำลังจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวไม่ใช่ว่าเธอกลัวเขา แต่เธอไม่อาจขัดขืนเขาได้เลยต่างหาก

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มก่อนจะใช้ปลายนิ้วปิดปากเขาเบาๆ

            “นายกับจางเหมยเองก็เต้นวอลซ์ด้วยกันได้ดีนี่อย่าบอกนะว่าพวกนายยังไม่เคยนอนด้วยกัน?”

            พูดแบบนี้หมายความว่าเธอกับฉินเว่ยเคย...แล้ว?

            “ครั้งก่อนที่ฉันเห็นเธออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำที่โรงแรมกับเขาวันนั้นพวกเธอมีอะไรกันจริงๆ ใช่ไหม”

            ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนขึ้นมาลั่วเสี่ยวซีนึกว่าเขาลืมไปแล้วเสียอีกแต่ที่จริงแล้วเรื่องนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ถูกฝังลึกอยู่ในใจซูอี้เฉิงมาโดยตลอด

            และในวินาทีนี้ระเบิดเวลาลูกนั้นกำลังจะระเบิดออกมา

            ไม่รอให้เธอตอบซูอี้เฉิงก็ครอบครองริมฝีปากเธออีกครั้งเขาสัมผัสเธออย่างป่าเถื่อนจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก

            ประสบการณ์ในการจูบของลั่วเสี่ยวซีน้อยกว่าซูเจี่ยนอันเสียอีกแล้วเธอจะเอาอะไรไปสู้กับเขา เธอคิดพลางหอบหายใจดูท่าวันนี้ซูอี้เฉิงคงไม่ปล่อยเธอไปแน่ๆ

            เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธล่ะเนี่ย!เมื่อก่อนเวลาเขาไม่พอใจ เขามักจะไล่เธอให้ไปไกลๆ ไม่ใช่หรือไง? แล้ววันนี้เขาเป็นบ้าอะไร?

            ลั่วเสี่ยวสีผลักเท่าไรเขาก็ไม่ยอมถอยห่างแถมยิ่งผลักเขาก็ยิ่งเลื่อนชุดของเธอลงต่ำไปเรื่อยๆดีที่วันนี้เธอใส่ชุดราตรีรัดรูป ไม่งั้นป่านนี้ทั้งชุดคงลงไปกองอยู่ที่พื้นหมดแล้วถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงหนีไปไหนไม่รอด

            เพี้ยะ!ลั่วเสี่ยวซีตบหน้าซูอี้เฉิงไปหนึ่งฉาด

            ใช่เธอไม่มีวันยอมเขาหรอก

            เมื่อก่อนต่อให้เธอพยายามยั่วยวนเขาขนาดไหนเขาก็ไม่สนใจมาวันนี้เธอไม่มีทางยอมเขาในสภาพแบบนี้แน่

            เธอจะประเคนตัวเองให้เขาทั้งๆแบบนี้ได้อย่างไร?

            นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอี้เฉิงถูกตบหน้าเขานิ่งอึ้งไป แววตาที่เต็มไปด้วยโทสะเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายเขาจ้องลั่วเสี่ยวซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน

            ลั่วเสี่ยวซีรูดซิปชุดของเธอก่อนจะยกมือเช็ดริมฝีปากและหันหลังเดินออกจากห้อง

            ซูอี้เฉิงไม่ได้รั้งเธอไว้กลิ่นน้ำหอม Chanel CocoMademoiselle EDT ของเธอยังคงไม่จางหายลั่วเสี่ยวซีเริ่มใช้น้ำหอมกลิ่นนี้มานานหลายปีแล้ว

            กลิ่นหอมที่คุ้นเคยค่อยๆฟุ้งกระจายราวกับน้ำหมึกที่ค่อยๆ ซึมไปทั่วกระดาษ ความทรงจำต่างๆ ไหลเข้ามาในสมองของซูอี้เฉิง

            ภาพของลั่วเสี่ยวซีสมัยวัยรุ่นแสนสดใสภาพสายตามุ่งมั่นดื้อรั้นของเธอ เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเธอพากันหลั่งไหลเข้ามาในความคิดของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง...

    *********************

    1 เนระพูสี หรือ ว่านค้างคาวดำเป็นพันธุ์ไม้ล้มลุก มีเหง้าหัว เจริญตามแนวราบใต้พื้นดินตัวดอกมีสีดำลักษณะคล้ายค้างคาว เป็นพืชที่มีสรรพคุณรักษาโรคมากมาย

    อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592