มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 66 หนอนคุณไสย

    “ ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าแค่ทำตามหน้าที่ ว่าแต่ตอนนี้ข้ารู้สึกหิวแล้ว ขอข้าวกินสักหน่อยจะได้ไหม” ราเชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาทุกคนต่างรีบกันตะโกนสั่ง ฝ่ายเสบียงให้รีบทำอาหารเลี้ยงราเชนในทันที

    บนยอดเขาเหนือเขื่อนกั้นแม่น้ำเอ้อสุ่ย แม่ทัพใหญ่จ้าวสง และ ทุกๆ คนต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต่างก็ดีใจกันเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ องค์ชายรองหลี่คัง

    “ ข้าบอกแล้ว หยางเฟยหลง ต้องไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ข้าเป็นคนเลือกเขามาด้วยตัวเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเราชนะแล้ว”

    “ ใช่แล้ว พวกมันสูญเสียไพร่พล ไปจนหมดเกลี้ยง คงไม่มีปัญญายกทัพมาอาณาจักรปัจจิมของเราได้อีกแล้ว” กุนซือฉีกุ้ยเอ่ยอย่างยินดี

    “ องค์ชายรองสายตากว้างไกลยิ่ง สามารถเลือกใช้คนที่เก่งกาจเช่นนี้”   ฉีอี้ก็เอ่ยเสริมขึ้นมา

    ส่วนพี่น้องตระกูลจ้าวทั้งสาม ต่างก็ยินดีกับกับองค์ชายรองหลี่คังที่ชนะศึก แต่ไม่ยอมเอ่ยถึง รองแม่ทัพหยางแม้แต่คำเดียว

    สำหรับแม่ทัพใหญ่จ้าวสงนั้น กลับเงียบงัน แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ คนคุมทัพมาเป็นเพียงแค่องค์ชายคนหนึ่งของจักรพรรดิฮั่นตี้เท่านั้น หากว่าจักรพรรดิฮั่นตี้มาเอง พวกเราจะต้องเจอกับสงครามที่แท้จริง”

    “ ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าววาจาน่ากลัวเกินไปแล้วกระมัง ท่านก็เองก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้ใคร ไยถึงได้ยกย่องศัตรูขนาดนั้น” องค์ชายรองหลี่คังเอ่ยอย่างสงสัย

    “ สาเหตุที่ข้าไม่เคยพ่ายแพ้ ก็เพราะว่าข้าไม่ได้พูดออกไปต่างหาก เมื่อยี่สิบปีก่อน จักรพรรดิฮั่นตี้ยังมีอายุเพียง 20 ปี นำกำลังทหารเพียง ห้าร้อยคน เข้าโจมตีเมืองเป่ยฉี ชายแดนปัจจิมฝั่งทิศเหนือ ตอนนั้นพ่อของเข้าเป็นแม่ทัพ ส่วนข้าเป็นรองแม่ทัพองค์ชายฮั่นตี้ยังอยู่ในวัยหนุ่ม บุกเข้ามาเพื่อแย่งชิงธงประจำเมืองเป่ยฉี

    แล้วสังหารบิดาของข้า แล้วเผาเมืองจนวอดวาย คืนนั้น กองทัพม้าปีศาจ มันบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครต้านทานได้แม้แต่คนเดียว ทหารนับพันตายด้วยฝีมือธนูเพลิงที่แสนร้ายกาจของกองทัพม้าปีศาจขององค์ชายฮั่นตี้ บิดาของข้าถูกมันตัดหัวด้วยดาบสังหารมังกรของมัน ทุกวันนี้ข้าไม่เคยลืมเลือนเหตุการณ์ในวันนั้นได้เลย”

    “ เรื่องนี้ เสด็จพ่อเคยเล่าว่า บิดาท่านถูกนักฆ่าลอบสังหารไม่ใช่รึ?”

    องค์ชายรองกล่าวอย่างสงสัย

    “ เพื่อไม่ให้ ทุกคนเสียขวัญ ฝ่าบาทเลยประกาศออกไปเช่นนั้น”

    “ เมื่อยี่สิบปีก่อน ยังร้ายกาจปานนั้น ผ่านไปยี่สิบปี จักรพรรดิฮั่นตี้จะร้ายกาจขึ้นสักเพียงใดกันแน่” องค์ชายรองหลี่คังเอ่ยอย่างหวาดหวั่น

    แม่ทัพจ้าวสงยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า

    “ หากจักรพรรดิฮั่นตี้บุกมาจริงๆ  ข้าหวังว่ารองผู้บัญชาการหยางจะสามารถสยบจักรพรรดิฮั่นตี้ เหมือนดั่งที่ทำในวันนี้ได้”

    ทุกๆ คนต่างก็ยิ้มออกมาจนได้

    “ พวกเรารีบลงจากเขากันดีกว่า” องค์ชายรองหลี่คัง อยากจะลงไปร่วมฉลองความสำเร็จที่จัดการกับกองทัพฮานในครั้งนี้

    ณ เมืองเอ้อเฉิน องค์ชายรองหลี่คังได้จัดสถานที่เลี้ยงฉลองชัยชนะที่เกิดขึ้น เหล่าทหารและชาวบ้าน ต่างร่วมฉลองยินดีกันทั่วเมือง ทุกๆ คนต่างชื่นชมยกย่องรองผู้บัญชาการหยางเฟยหลง เปรียบได้ดั่งแม่ทัพสวรรค์ เป็นหนึ่งเดียวที่สามารถทำลายกองทัพนับล้านให้แตกพ่าย ไปได้ องค์ชายรองหลี่คังตอนนี้นั่งเป็นประธานงานเลี้ยงที่จัดขึ้น โดยมีเหล่าแม่ทัพนายกองมากมายมาเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก ต่างคนก็อยากที่จะเข้ามาเห็นโฉมหน้าของ รองผู้บัญชาการหยางเฟยหลงกันเป็นจำนวนมาก เหล่าขุนทหารและคหบดี ต่างคิดจะเข้ามาตีสนิท เพื่อยกลูกสาวของตนเองให้แต่งงานด้วย โดยที่ไม่สนใจเรื่องหน้าตา หรือความอ้วนของเขาเลยแม้แต่น้อย

    แต่ว่า งานนี้ถูกคัดแต่ผู้นำทหาร และ คหบดีที่สำคัญเท่านั้นที่เข้ามาได้

    “ รองแม่ทัพหยาง ข้ากลับไปคราวนี้จะขอเสด็จพ่อแต่งตั้งเจ้าให้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรปัจจิม ให้สมกับผลงานที่เจ้าได้ทำเอาไว้ในวันนี้ ทุกๆ ท่านเห็นด้วยกับข้าหรือไม่”

    “ สมควร สมควร เหมาะสม เหมาสมแล้ว” แต่ละคนก็เป็นขุนพลอยพยัก ตามที่องค์ชายรองหลี่คัง  เอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ผสมกับดื่มเหล้าไปหลายจอกแล้วด้วย มีแต่แม่ทัพเยว่ไคว และ รองแม่ทัพคนอื่นๆ ต่างก็ส่ายหัว เพราะว่าการที่จะเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกำลังทหารได้นั้นต้องเป็น คนของอาณาจักรปัจจิมเท่านั้น

    คนนอกอาณาจักรอย่างหยางเฟยหลงนั้นไม่มีทางที่จะได้รับตำแหน่งสำคัญเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่นาทีนี้ไม่มีใครพูดขัดองค์ชายรองหลี่คัง เพราะอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองชัยชนะกันอยู่ ราเชนไม่ใช่คนที่ชอบงานเลี้ยงอะไรแบบนี้ เขาขอเพียงอยากได้รางวัลมากกว่า แต่ว่าไม่อาจพูดออกมาได้ จึงได้แต่กินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียวไม่สนใจผู้ใด

    จนกระทั่งมีพระราชโองการด่วนมาจากจักรพรรดิหลี่เอี้ยน ทุกๆ คนต่างคุกเข่ารับราชโองการ โดยมีเล่ากงกง มาด้วยตัวเอง แต่ว่าส่งสายตาทอแววอัมหิตใส่ราเชนแวบเดียว ก็สลายไป

    “ เนื่องด้วย องค์ชายรองหลี่คัง มีความดีความชอบสามารถนำทัพ ชนะกองทัพฮานจนแตกพ่าย ทำให้อาณาจักรปัจจิมเข้มแข็ง ราษฏรปลอดภัย ดังนั้นจึงพระราชทานอภัยโทษ ต่อความผิดที่ผ่านมา และมอบตำแหน่งองค์ชายกลับคืน

    ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกยึดเข้าคลังหลวงนั้น ก็จะมอบคืนให้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่จ้าวสง ล้วนมีความดีความชอบ แต่งตั้งให้เป็นจอมทัพ ที่ปรึกษาแม่ทัพเยว่ไคว เลื่อนตำแหน่งให้เป็นเสนาบดีเจ้ากรมกลาโหม รองแม่ทัพเตี้ยงถง รองแม่ทัพลู่ตงเลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพทั้งสองคน สำหรับรองผู้บัญชาการหยางนับว่ามีความดีความชอบขั้นสูงสุด ทรงพระราชทานองค์หญิงสิบหกหลี่ซิ่วหลานให้และแต่งตั้งเป็นราชบุตรเขยพร้อมประทานมีดเกล็ดมังกรให้”

    ทุกๆ คนต่างได้ส่งเสียงปรบมือ ยินดีกับราเชน แต่ว่าราเชนกลับหาได้ยินดีไม่ เขายังมีเรื่องราวที่ยังต้องทำอีกมาก ไม่อาจตั้งรกรากอยู่ที่อาณาจักรปัจจิมได้ แต่ก็ได้แสดงสีหน้ายินดี รับมีดสีขาวที่ทำจากเกล็ดมังกรไปเก็บเอาไว้

    แต่ว่าองค์ชายรองหลี่คังกลับสงสัยแล้วเอ่ยถามว่า

    “ เหตุใดไม่แต่งตั้งให้ เฟยหลงเป็นแม่ทัพ ทำไมแต่งตั้งเขาเป็นราชบุตรเขยแทน”

    “ เรื่องนี้เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทราบจริงๆ”

    เล่ากงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย

    “ ได้ กลับไปข้าจะไปทูลถามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

    หลายคนยังคงแปลกใจ ต่างก็ซุบซิบกันไปต่างๆนานา บ้างก็เอ่ยออกมาเบาๆ ว่า บางที รองผู้บัญชาการหยางเป็นชาวเหนือ ไม่ใช่ชาวปัจจิมที่แท้จริง ดังนั้น จักรพรรดิไม่อยากมอบตำแหน่งสำคัญในกองทัพให้อย่างแน่นอน จึงได้มอบตำแหน่งราชบุตรเขย เพื่อไม่ให้ใครมาต่อว่าพระองค์ ส่วน ราเชนก็ไม่สนใจเรื่องนี้ หยิบขาหมูขึ้นมาเคี้ยวอย่างไม่สนใจเรื่องใด

    จนกระทั่ง แม่ทัพใหญ่จ้าวสง ลุกขึ้นยืน แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ แม้นว่า รองผู้บัญชาการหยาง จะยังไม่ได้รับตำแหน่งทางการทหารในตอนนี้ แต่ข้าเชื่อมั่นว่าฝ่าบาทต้องมีเหตุผลที่ยังไม่อาจเปิดเผยได้ ดังนั้น ข้าขอเป็นตัวแทนของของชาวเมืองและทหารทุกๆ คน คารวะขอบคุณราชบุตรเขยด้วยสุราจอกนี้”

    ในเมื่อตัวตนอย่าง แม่ทัพใหญ่จ้าวสงเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทุกๆ คนต่างยกจอกเหล้าขึ้นมา ราเชนต้องหยุดกิน แล้วรีบเช็ดมือ ยกจอกสุราดื่มกับทุกๆ คน

    หลังจากกินจนอิ่มแล้ว ราเชนจึงขอตัวกลับไปพักที่ห้องของตน โดยมีองค์ชายรองหลี่คังเดินไปส่งด้วยตัวเอง

    “ อย่าได้ห่วงเรื่องนี้ เสด็จพ่อต้องยกตำแหน่งทางการทหารให้กับเจ้าอย่างแน่นอน”

    “ ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ขอเพียงท่านไม่ลืมเงินค่าจ้างของข้าก็พอ”

    “ เฮ้ ข้าได้ทรัพย์สินคืนมาแล้ว กลับไปนี่ ข้าจะมอบทองคำ สามสิบล้านให้กับเจ้าทันทีเลย เจ้านี่เป็นราชบุตรเขยแล้ว ยังขี้งกอยู่อีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” องค์ชายรองหลี่คังตบไหล่ราเชนแล้วหัวเราะออกมา

    ราเชนได้แต่ยิ้ม แล้วก็เข้าห้องพักผ่อนไป กลางดึกคืนนั้น ในขณะที่ราเชนกำลังหลับ เจ้าโมโม่ ก็พลันเห่าออกมา ราเชนตื่นขึ้นมา พบว่า มีเงาคนพุ่งเข้ามาหาเขาแล้วยื่นมือตะปบเข้าที่คอของเขาอย่างรวดเร็ว 

    “ อย่าขยับ ไม่อย่างนั้น ข้ากระชากลูกกระเดือกของเจ้าหลุดออกมาแน่ๆ” เสียงแหลมเล็กเอ่ยออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม

    เจ้าโมโม่ กำลังจะแปลงร่างเป็นอสูรเพลิง แต่ว่า ถูกชายชุดดำเหวี่ยงโซาอาคมรัดคอเอาไว้ไม่อาจแปลงร่างหรืออ้าปากเห่าส่งเสียงร้องอะไรได้

    “ เล่ากงกง ท่านคงไม่คิดสังหารข้าจริงๆ กระมัง”

    “ เฮอะ ข้าไม่อยากสังหารเจ้า ข้าอยากได้คัมภีร์ปีศาจเท่านั้น”

    “ อยากได้คัมภีร์ปีศาจ หรือ อยากได้แผนที่ไปที่ถ้ำนิรทุกข์กันแน่”

    “ เจ้า..เจ้ารู้?”

    ราเชนไม่ได้สนใจเล็บที่แหลมคมของเล่ากงกง ที่บีบคอของเขาอยู่ เพราะเขามั่นใจว่า เล็บของเล่ากงกงไม่อาจระคายผิวของเขาได้ และอีกอย่างหากว่าเขาตายไป จะไม่มีทางหาแผนที่ไปถ้ำนิรทุกข์ เพื่อค้นหาร่างพระโพธิสัตว์ ตามที่ปราชญ์ปีศาจเคยกล่าวเอาไว้

    “ ใช่ ข้ารู้ว่าท่านอยากได้ร่างพระโพธิสัตว์ใจจะขาด แต่ท่านก็รู้นี่ ว่าคัมภีร์ปีศาจนั้นมันหาใช่หนังสือธรรมดาสามัญไม่ มันถูกส่งผ่านเข้าไปในห้วงจิตของผู้สืบทอดเท่านั้น ข้าเองก็ไร้พลังปราณยุทธ์ ต้องค่อยๆ ศึกษาไปทีละหน้า จนป่านนี้ข้ายังค้นหาแผนที่ไปถ้ำนิรทุกข์ไม่ได้เลย และหากข้าตาย ท่านก็ไม่มีวันได้แผนที่อย่างแน่นอน”

    “ เจ้าต้องการเงินใช่ไหม เท่าไรบอกมาได้เลย”

    “ เงินข้ามีเยอะแล้ว ข้าไม่ต้องการ”

    ราเชนเอ่ยยิ้มๆ ยั่วเล่ากงกง ที่ตอนนี้เริ่มโมโหขึ้นมา แล้ว นำกล่องเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเปิดออกมันคือตัวหนอนสีขาวเล็ก แล้วมันก็ถูกดีดเข้าไปในปากของราเชนทันที

    ราเชนถึงกับตกใจ ทำอะไรไม่ได้ มันเข้าไปลำคอของเขาและลงไปในกระเพาะของเขาไปเรียบร้อยแล้ว

    “ เจ้าขันทีเฒ่า เจ้าเอาตัวอะไรใส่ปากของข้าเนี่ย” ราเชนพยายามจะอ๊วกออกมาแต่ทว่ามันกลับไม่ออก 

    เล่ากงกง ลุกออกมานั่งเก้าอี้สบายใจ แล้วหยิบกลองใบเล็กๆ ขึ้นมาในมือ แล้วเคาะเบาๆ สองสามที

    ตึง ตึง ตึง !!!

    อยู่ราเชนก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกระทันหัน เหมือนตัวอะไรมันกัดที่ท้องของเขา

    “ เฮ้ย..นี่มันหนอนคุณไสย หรือไงวะ โอ้ย โอ้ย”

    “ ฮ่า ฮ่า เจ้านี่พอจะมีความรู้อยู่บ้างนี่ ใช่แล้ว นี่คือหนอนคุณไสย ข้าเลี้ยงมันมากับมือ มันจะค่อยกัดกินอวัยวะภายในของเจ้า ยิ่งข้าตีกลองใบนี้ มันก็จะยิ่งกัดกินอวัยวะภายใน จนไม่เหลือซาก หากไม่อยากตาย ก็รีบหาทางเขียนแผนที่ออกมา ” เล่ากงกง เคาะกลองเล็กรัวรัว มันมีเสียงแค่ตึง ตึง เบาๆ เท่านั้น แต่เหตุไฉนเจ้าหนอนคุณไสย ดันได้ยินได้ก็ไม่รู้ ราเชนได้แต่สงสัย และเจ็บปวด ถึงกับต้องลงไปนอนกับพื้นอย่างทรมาน

    “ ยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว” ราเชนยกมือยอมแพ้

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านึกแล้วว่าเจ้าต้องยอม ข้าอุตส่าห์ดั้งด้นหาวิธีนี้มาเพื่อใช้กับศิษย์น้องของข้า แต่ว่า กลับได้มาใช้กับเจ้าแทน คุ้มค่าจริงๆ”

    ราเชนลุกขึ้นมานั่งเผชิญหน้ากับ เล่ากงกง แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า

    “ ข้าต้องใช้เวลา เพราะแผนที่ในคัมภีร์ปีศาจนั้นมันไม่ใช่ว่า จะเขียนออกมาได้ง่ายๆ”

    “ ข้าไม่สน ข้าให้เวลาเจ้า 7 วัน เกินกว่านั้นข้าจะตีกลองทรมานเจ้าทุกๆ วัน ให้รู้สึกอยากตายแต่ตายไม่ได้”

    “ ก็ได้ ก็ได้ข้าจะรีบเขียนให้ แต่รอให้กลับไปที่เมืองหลวงก่อนนะ ค่อยเริ่มนับวัน”

    “ เจ้าอ้วนนี่ ต่อรองมากเกินไปแล้ว”

    “ ก็ตอนนี้ข้าเหนื่อยมาก เพิ่งทำศึกใหญ่มา ท่านจะให้ข้าเริ่มเขียนได้อย่างไร มันต้องใช้สมาธินะ”

    “  ตกลง  หากเจ้าตุกติก หรือคิดหนี ห่างจากข้าเกินกว่าสิบลี้ละก็ เจ้าหนอนมันจะกัดกินอวัยวะของเจ้าจนไม่เหลือซาก จำเอาไว้”

    “ ข้าไม่หนีหรอก แต่ว่าข้าขอถาม ทำไมจักรพรรดิถึงไม่ยอมมอบตำแหน่งทางการทหาร แต่ดันมอบตำแหน่งราชบุตรเขยให้กับข้าแทน?”

    “ ความจริง พระราชโองการของเจ้ามีสองส่วน คือแต่งตั้งเป็นราชบุตรเขย และ แต่งตั้งเป็นแม่ทัพปราบตะวันตกอีกตำแหน่ง แต่ทว่า ก่อนที่ข้าจะเดินทางมีสาส์นลับฉบับหนึ่งส่งมา พอฝ่าบาทอ่านจบ ก็ทรงเผาทำลายสาส์นนั้นทิ้ง แล้วยึดพระราชโองการแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพปราบตะวันตกกลับไป”

    “ สาส์นลับนั้นใครเป็นคนส่งมา?”

    “ ข้าไม่รู้ว่าเป็นใคร รู้แต่ว่า มันถูกส่งมาจากอาณาจักรอุดร”

    “ อาณาจักรอุดร?”........

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน