โอ๊ย!
ลั่วซูฮวาร้องเสียงหลงเมื่อมีอะไรบางอย่างมากระแทกแผ่นหลังของเธอ จนทำให้เธอเสียหลัก และหนังสือที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงก่อนที่คนที่ชนหลังของเธอจะหมุนตัว แล้วรับตัวเธอเอาไว้ภายในอ้อมแขนลั่วซูฮวารู้สึกใขึ้นมาเล็กน้อย พลางมองตัวเองที่อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้หนึ่ง
“เสี่ยวกูเหนียง[14]ท่านเป็อะไรหรือเปล่า”
สิ้นเสียงของชายหนุ่มลั่วซูฮวาขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเ้าของอ้อมแขน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่ประคองตัวของเธอเอาไว้เขาสวมอาภรณ์สีขาว และสวมผ้าคลุมหน้าสีขาวเช่นเดียวกับเธอก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นมา เมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่มผู้นั้น ซึ่งเหมือนกับแววตาของใครคนหนึ่งที่เธอเคยรู้จักและคุ้นเคยเป็อย่างดี
‘เจียงเฉิน’
“กงจื่อ[15]ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้ท่านเจ็บตัว”เจี๋ยเฟินดึงตัวของลั่วซูฮวามาไว้ด้านหลังของนางทันทีเพื่อความปลอดภัย
‘ทั้งน้ำเสียง แววตานี่มันเจียงเฉินชัดๆ ฉันรู้จักเจียงเฉินมาตั้งหลายปี ไม่มีทางที่ฉันจะจำผิดแน่นอน’
“ไม่เป็ไรข้าไม่ถือสาพวกท่านหรอก”
“เชิญเข้าไปด้านในเถิดเ้าค่ะกงจื่อ”
“แต่ข้าอยากรู้จักนางข้าหมายถึง…เสี่ยวกูเหนียงที่อยู่ด้านหลังของท่าน แม่เล้า”ชายหนุ่มยังคงมองหญิงสาว ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจี๋ยเฟินเจี๋ยเฟินชะงักขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า…
“ต้องขออภัยท่านด้วยกงจื่อ แต่เสี่ยวกูเหนียงผู้นี้ไม่ใช่หญิงคณิกาหากท่าน้าหญิงคณิกาเชิญเข้าไปด้านในเถิดเ้าค่ะ”
“อยากรู้จักหรือว่าเคยรู้จักกันมาก่อนกันแน่กงจื่อ”ลั่วซูฮวาลูบไหล่ของเจี๋ยเฟินเบาๆก่อนที่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“คุณหนูใหญ่เ้าคะ!”
“ไม่ต้องเป็ห่วงข้าเข้าไปด้านในเถิดเจี๋ยเฟิน หากขาดเ้าไปสักคน อาจจะทำให้ด้านในวุ่นวายก็เป็ได้”
“เ้าค่ะคุณหนูใหญ่”เจี๋ยเฟินขานรับพลางก้มลงหยิบหนังสือแล้วเดินเข้าไปด้านในหอเยว่ฮวาฟางเฟย
“เจียงเฉินท่านเคยได้ยินชื่อนี้หรือไม่”
“เจียงเฉินคือชื่อของผู้ใดหรือ เสี่ยวกูเหนียง”
‘หมายความว่ายังไงเนี่ยผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เจียงเฉินอย่างนั้นหรอ’ลั่วซูฮวายังคงจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่จะเหลือบไปมองผ้าคลุมหน้าของอีกฝ่าย ‘ถ้าได้เห็นหน้าค่าตาของผู้ชายคนนี้จะได้รู้กันไปเลยว่าผู้ชายคนนี้คือเจียงเฉินหรือเปล่า’
“นี่ท่าน…”ลั่วซูฮวาถือวิสาสะฉวยปลายผ้าคลุมหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า พลางครุ่นคิดขึ้นมาอีกครั้ง
‘แต่แววตาแววตาไม่เคยโกหกคน แววตาแบบนี้ต้องเป็เจียงเฉินอย่างแน่นอน’
“เจียงเฉินเขาคือผู้ใด เหตุใดท่านจึงได้ถามข้าเช่นนี้”ชายหนุ่มฉวยมือของหญิงสาวที่จับปลายผ้าคลุมหน้าลั่วซูฮวารู้ตัวในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไร
“เสียมารยาทแก่ท่านแล้วต้องขออภัยด้วย เป็ข้าที่เข้าใจผิดคิดว่าท่านคือสหายเก่าของข้า”ลั่วซูฮวาปล่อยปลายผ้าคลุมหน้าแล้วดึงมือของตัวเองออกจากมือของชายหนุ่มทันที แต่กลับเป็อีกฝ่ายที่ฉวยมือของเธอเอาไว้
“หากท่าน้าให้ข้าเป็เจียงเฉินสหายเก่าของท่าน ข้าก็ยินดี”ชายหนุ่มยังคงมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าตามประสาหนุ่มเ้าสำราญ ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ“และถ้าหาก้าให้ข้าปลดผ้าคลุมหน้าผืนนี้ ข้าก็ยินดี”
‘หึ! บ้ากาม ต่อให้ฉันไม่ได้เห็นหน้า ฉันก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือเจียงเฉินแน่นอน’ลั่วซูฮวามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเลศนัย ก่อนที่จะสลัดมือออกจากมือของอีกฝ่ายทันที
“ขอบคุณแต่ข้าไม่้า”ลั่วซูฮวาตอบกลับไปพลางเหลือบไปมองหลังมือของเขาที่มีาแจนเืไหลออกมาเธอจึงล้วงผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในแขนเสื้อขึ้นมา แล้วฉวยมือของเขาเอาไว้ก่อนที่จะลงมือพันแผลห้ามเืไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้
“ก่อนที่ท่านจะเกี้ยวสตรีหรือเชยชมหญิงคณิกา ข้าขอแนะนำว่าท่านควรจะไปโรงหมอเพื่อทำแผลก่อนเสียดีกว่า”ทันทีที่พันแผลให้อีกฝ่ายเสร็จลั่วซูฮวาจะจึงปล่อยมือของเขาลง แล้วเดินออกไปจากหน้าหอเยว่ฮวาฟางเฟยทันที
“เป็สตรีที่น่าสนใจทีเดียว”ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่ได้เดินออกไปจากหน้าหอเยว่ฮวาฟางเฟยก่อนที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งร้องเรียกชื่อของเขามาจากด้านหลัง
“ไท่จื่อท่านอยู่ที่นี่นี่เอง!”พ่อบ้านเหลียงก้มลงจับเข่าของตัวเอง ด้วยสีหน้าท่าทางที่เหนื่อยหอบ ตามประสาชายวัยกลางคน
“เ้าจะตามข้ามาทำไม”
“มาดูแลท่านอย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ”
“ดูแลข้า หึ! ดูแลตัวเองให้รอดก่อนเถิดแต่เ้าตามข้ามาก็ดีแล้ว เ้าเป็คนกว้างขวางพอจะรู้หรือเปล่าว่าสตรีผู้นั้นเป็ใคร”
“สตรีผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“สตรีผู้นั้น”หลี่เจิ้งชี้นิ้วไปยังหญิงสาวที่กำลังจะเดินหายไปลับตาพ่อบ้านเหลียงทำได้แค่เพ่งมองพลางขมวดคิ้ว
“นางอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้นกระหม่อมเดาไม่ถูกหรอกพ่ะย่ะค่ะ ว่านางเป็ผู้ใด”
“ไม่เป็ไรข้าจำสายตาของนางได้”หลี่เจิ้งยังคงมองหญิงสาวที่เดินหายไปลับตาก่อนที่จะหันไปมองชายฉกรรจ์ทั้งสอง ที่ยืนขนาบข้างประตูหน้าหอเยว่ฮวาฟางเฟย “พวกท่านรู้หรือเปล่าว่านางเป็ใคร”
“กงจื่อเห็นทีเื่นี้ข้าจะบอกกล่าวแก่ท่านไม่ได้ ท่าทางแม่เล้าจะให้ความสำคัญแก่เสี่ยวกูเหนียงผู้นั้นเป็อย่างมากต้องขออภัยด้วย”
“พูดเช่นนี้ต่อให้ข้าจะให้เงินมากมายสักเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาสินะ ไม่เป็ไร สักวันหนึ่งข้าจะต้องได้รู้จักนางวันนี้ข้าไม่อยากเข้าหอเยว่ฮวาฟางเฟยแล้ว ข้าจะไปหอน้ำชาหรูเมิ้ง”หลี่เจิ้งและพ่อบ้านเหลียงจึงเดินออกไปจากด้านหน้าหอเยว่ฮวาฟางเฟย
“เหตุใดถึงได้กล้ามาขวางทางพวกข้าพวกเ้าไม่รู้หรือว่าพวกข้าทั้งสามคนเป็ใคร”ลั่วฟูหรงมองชายฉกรรจ์ทั้งสองคนที่ยืนขวางทางอยู่ด้านหน้าโดยมีทหารทั้งสามคนยืนล้อมรอบพวกนางเอาไว้ เพื่อดูแลความปลอดภัย
“เหตุใดพวกข้าจะไม่รู้ท่านทั้งสามคือคุณหนูสกุลลั่ว พวกท่านงดงามถึงเพียงนี้ ให้พวกข้าเชยชมเพียงชั่วครู่ไม่ได้หรือ”
“บังอาจนัก!กล้าดีอย่างไรถึงได้พูดกับพวกข้าเช่นนี้”ลั่วไป๋หลานดึงตัวพี่สาวคนรองมาไว้ด้านหลังของนางทันที
“เสี่ยวกูเหนียงผู้นี้ฝีปากช่างห้าวหาญนัก น่าสนใจเลยทีเดียว”การสนทนาระหว่างชายฉกรรจ์ทั้งสอง และสามคุณหนูสกุลลั่วยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆท่ามกลางผู้คนมากมายที่คอยเฝ้ามอง
“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
“ทูลไท่จื่อชายฉกรรจ์พวกนั้นคิดจะฉุดกระชากสามคุณหนูสกุลลั่วพ่ะย่ะค่ะ”
“สกุลลั่วลูกสาวแม่ทัพลั่วจื่ออย่างนั้นหรือ”หลี่เจิ้งมองสามคุณหนูสกุลลั่วอย่างไม่วางตาก่อนที่จะเดินฝ่าเข้าไป แต่กลับได้ยินเสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นมา ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ดี! ดีมากเป็คนชั่วที่กล้าหาญจนน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงเสียจริงข้าขอชื่นชม”สายตาของผู้คนมากมาย หันไปมองหญิงสาวที่เดินมา พร้อมกับชายหนุ่มผู้หนึ่งนางปรบมือพลางเดินเข้าไปประจันหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสองคน
“สตรีผู้นั้น!”หลี่เจิ้งเบิกตากว้างขึ้นมาพลางเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วมองสตรีที่ยืนประจันหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสองคน
“มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ”
“สตรีผู้นั้นนางเป็ใคร”
“คุณหนูลั่วซูฮวาพ่ะย่ะค่ะ”
“คุณหนูลั่วซูฮวานี่เอง”หลี่เจิ้งยังคงมองหญิงสาวที่ยืนประจันหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสองคนเช่นเดียวกับลั่วซูฮวาที่ยังคงจ้องมองชายกรรจ์ทั้งสองคนอย่างไม่เกรงกลัวหนำซ้ำยังล้วงพัดออกมาจากแขนเสื้อ แล้วคลี่พัดขึ้นมาโบกเบาๆอย่างสบายใจ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น