ไป๋ชิงใช้ชีวิตเป็นแม่ครัวโรงทานมาหลายวันแล้ว วันนี้ได้เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นนักชลประทานช่วยกันหาตาน้ำจากอุปกรณ์ที่นางสั่งช่างเหล็กทำให้ หลายคนลองทำตามวิธีที่นางบอกเมื่อเจอตาน้ำก็ช่วยกันขุดลึกเจาะลงหลายสิบเมตรใช้เวลา 3-4 วันกว่าจะเจอแหล่งน้ำ เมื่อทุกคนเห็นว่ามีน้ำจริงๆ จากการใช้เครื่องมือหาตาน้ำนี้ จึงพากันนำไปหาตาน้ำบริเวณใกล้ๆ บ้านของตน หลายบ้านเจอตาน้ำแต่หลายบ้านก็ไม่เจอ แต่ทุกคนสามารถแบ่งกันใช้ได้
ที่ดินที่หลิงหลิงซื้อไว้ปลูกผักก็เจอตาน้ำถึง 2 จุด นางจึงให้ชาวบ้านที่ว่างจากการขุดเจาะตาน้ำบ้านตนมาช่วยนาง แปลงผักของนางทำด้วยตะกร้าสาน 300 ใบ นางให้คนนำไม้ไผ่มาทำเป็นที่วางตะกร้ายกสูงจากพื้นเล็กน้อยเหมือนแคร่ยาวๆ หลายเมตร นำตะกร้าวางลงแถวละ 30 ใบ ได้ 10 แถว แต่ละแถวปลูกผักคนละชนิด เพื่อความเป็นระเบียบและสวยงาม
ทุกคนช่วยกันนำดินที่ผสมไว้จนครบ 7 วันแล้วมาลงตะกร้าที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเพื่อเตรียมจะปลูกผัก เมล็ดพันธุ์ให้คนไปหาซื้อจากในเมืองมาเพาะต้นกล้าไว้หลายวันแล้วจึงพร้อมที่จะปลูกลงดิน วันนี้ไป๋ชิงได้กลายเป็นชาวสวนอีกหน้าที่หนึ่งแล้ว ชีวิตนี้ช่างสนุกสนานยิ่งนัก หลายบทบาทซะจริง ไป๋ชิงคิดไปพลางอมยิ้มอย่างมีความสุขกับงานในมือ
ผ่านไปหลายวันหลายอย่างเริ่มแล้วเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง สำหรับแปลงผักของไป๋ชิงเพียงรดน้ำพรวนดินในแต่ละวันเท่านั้นและรอมันเติบโต ตอนนี้บ้านสวนจึงเริ่มมีคนว่างงานจากการทำแปลงปลูกผักมาเริ่มก่อสร้างบ้านให้ไป๋ชิง ชาวบ้านที่มีความรู้เรื่องก่อสร้างในหมู่บ้านมีเยอะเพราะเคยรับจ้างทำงานก่อสร้างมาก่อนแต่ตอนนี้ว่างงานกัน ไป๋ชิงจึงเพียงสั่งซื้อของมาให้ช่างเหล่านั้นและให้ค่าแรง เหล่าชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างแข็งขันใช้เวลาเพียง 2 เดือนกว่า บ้านสวนของไป๋ชิงก็แล้วเสร็จ
ระยะเวลา 2 เดือนกว่านี้ พวกเขาเก็บผักขายไปได้ 2 -3 รอบแล้ว ผักที่ปลูกในตะกร้าหวานกรอบกว่าผักที่ปลูกแบบลงแปลงดิน ต้นใหญ่ใบงามทำให้ขายได้ราคาดี เหลาอาหารเมื่อเคยซื้อครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปก็ตามมาสั่งซื้อถึงสวนผักของไป๋ชิง ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องขนผักเข้าไปขาย เพียงรอเหลาอาหารต่างๆ มารับเท่านั้น และทยอยปลูกผักเพิ่มเติมเรื่อยๆ เมื่อมีผักชนิดใหนเป็นที่ต้องการและหมดไวก็จะจัดการเตรียมกล้าไว้รอเพาะปลูก ตอนนี้ตะกร้าผัก 300 ใบเริ่มไม่เพียงพอขาย ไป๋ชิงจึงให้ชาวบ้านทำตะกร้าเพิ่มอีก 300 ใบ ให้เป็น 2 เท่าของผักที่เคยปลูก มองไปทางใดก็มีแต่สีของผักสบายตายิ่งนัก
ตอนนี้ไป๋ชิงมีอาการผิดปกติมาพักใหญ่แล้ว นางชอบตื่นเช้ามาเวียนหัวและอาเจียนในตอนเช้าบ่อยครั้ง นางเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนแล้ว แต่คิดว่าตนเองอ่อนเพลียจากการทำงานหนักติดต่อกัน จนวันหนึ่งนางเดินตากแดดดูตะกร้าผักในสวนก็หน้ามืดทิ้งตัวลงเกือบล้มหัวฟาดพื้น ดีที่ฟางอี้ติดตามดูนางใกล้ชิดตลอดจึงเห็นความผิดสังเกตเมื่อนางกำลังจะล้มลงก็รีบกระโดดเข้าไปประคองไว้
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจกับอาการของไป๋ชิง จึงรีบตามหมอชราในหมู่บ้านมาดูอาการให้ เมื่อหมอจับชีพจรแล้วก็ทำหน้าตกใจสงสัยคิ้วขมวดมุ่นจ้องมองดูหน้าไป๋ชิงชัดๆ อยู่นานไปมา ทำคอเดี๋ยวย่นเดี๋ยวยืดเหมือนเต่าอยู่อย่างนั้นอย่างใคร่ครวญจนฟางอี้ทนไม่ไหวต้องถามขึ้น
"เหตุใดท่านทำท่าทางเช่นนั้น ท่านพี่ข้าเป็นอะไร"
ไป๋ชิงรับฟางอี้เป็นน้องบุญธรรมแล้วเมื่อเดือนก่อน ฟางอี้จึงเรียกนางว่าท่านพี่ตามปกติ ทั้งร้อนรนอดห่วงท่านพี่ตนไม่ได้ที่ท่านหมอทำท่าท่างแปลกๆ เช่นนั้น
"ท่านพี่เจ้าท้องน่ะสิ ข้าคิดว่าเขาเป็นชายมาตลอด แต่ชีพจรที่ข้าตรวจได้คือนางมีชีพจรมงคล นางเป็นหญิงใช่หรือไม่ ข้าเพียงสงสัยว่านางใช่หญิงหรือไม่เท่านั้น แต่ดูหน้าตาผิวพรรณก็คงเป็นหญิง หากนางไม่แต่งเป็นชายข้าคงไม่ทำท่าทางเช่นนี้หรอก"
"ห๊าาาาาา อะไรนะ"
หลายคนที่มามุงดูท่านหมอตรวจดูอาการนางที่นอนอยู่บนตักฟางอี้ต่างตกตะลึงและร้องขึ้นพร้อมกัน พลางจ้องมองไป๋ชิงอย่างค้นหา จนเมื่ออยู่ดีๆ ไป๋ชิงก็กระดุกกระดิกตัวอย่างช้าๆ ด้วยอาการมึนงงและค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา นางมองคนที่มามุงดูนางอย่างสงสัยว่าเหตุใดจึงจ้องมองหน้านางเช่นนี้
"พวกท่านทำไมจ้องข้าเช่นนี้ เมื่อกี้ข้าเป็นอะไรไปหรือ ทำไมข้ามานอนตรงนี้ละ่ฟางอี้"
นางพูดไปพลางมองคนรอบๆ ไปพลาง และหันมามองฟางอี้เป็นคนสุดท้าย
"ท่านพี่ คือ...ท่านหน้ามืดล้มลงขอรับ ข้าวิ่งมารับตัวท่านไว้ทัน พวกเราตกใจที่อยู่ดีๆ ท่านล้มลง กลัวท่านจะเป็นอะไรมากจึงให้ท่านหมอผู้นี้มาตรวจให้ แต่ว่า...."
ไป๋ชิงฟังฟางอี้พูดอย่างตั้งใจ ด้วยอาการอ่อนเพลีย หน้าซีด จนถึงคำสุดท้ายที่ฟางอี้ชะงักไป นางจึงหันไปมองอย่างหาคำตอบ
"แต่ว่าอะไรฟางอี้ ข้าเป็นอะไรมากเหรอ"
ท่านหมอชราเห็นสองพี่น้องคุยกันแล้วก็อดไม่ได้ที่จะช่วยบอกให้ไป๋ชิงเข้าใจ และเขาอยากรู้ด้วยว่าผลการตรวจของเขาถูกต้องหรือไม่ นางเป็นหญิงใช่หรือไม่จึงตั้งครรภ์เช่นนี้
"เจ้าตั้งครรภ์ได้เกือบ 3 เดือนแล้ว ข้าจับชีพจรเจ้าแล้วตอนแรกไม่แน่ใจ แต่อาการหน้ามืดเช่นนี้ก็เหมือนคนแพ้ท้องนะ เจ้าเป็นหญิงใช่หรือไม่ เหตุใดต้องแต่งตัวเป็นชายเช่นนี้ ข้าเองยังกลัวว่าข้าอาจจะผิดพลาดไปเอง แต่ดูไปดูมาเจ้าก็เหมือนผู้หญิงนะ"
ไป๋ชิงได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดกว่าเดิม ตกใจที่ตนเองท้อง และตกใจที่พวกชาวบ้านรู้ว่านางเป็นหญิงไปพร้อมๆ กัน ปกติรอบเดือนนางมามากมาน้อยไม่แน่นอนเป็นปกติอยู่แล้ว บางทีก็มาๆ หายๆ จึงไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงว่าเดือนนี้ไม่มาเดือนหน้าคงมาเอง ทั้งอีกไม่กี่เดือนใกล้วันเกิดครบรอบ 14 ปีของนางแล้ว อยู่ดีๆ นางก็ตั้งครรภ์ฉลองวันเกิดเนี่ยนะ ในใจคิดไปหลายอย่างอย่างสับสนแต่ไป๋ชิงไม่เสียใจที่ตั้งครรภ์ นางกับตงเฟยขยันตั้งใจทำลูกกันมาพักใหญ่แล้วแต่ตอนอยู่กับเขานางยังไม่ท้อง ไม่คิดว่าพอนางจากเขามาถึงเพิ่งมารู้เช่นนี้
"ท่านเป็นหญิงหรือขอรับ ทำไมพวกข้าถึงโง่เง่าดูไม่ออกเลย "
"ท่านเก่งกาจขนาดนี้ข้าไม่คิดว่าท่านจะเป็นผู้หญิงเลยขอรับ"
"พวกข้าจะช่วยดูแลท่านเองนะเจ้าคะ ท่านไม่ต้องห่วง"
ชาวบ้านหลายคนที่ยืนล้อมรอบตัวนางต่างพูดกับนางด้วยท่าทางที่ไม่โกรธเคืองนางเลย เพียงชื่นชมและเห็นใจนางเท่านั้นที่มาตั้งครรภ์โดยไร้สามีข้างกายเช่นนี้