เช้าวันถัดมา ธีร์กำลังทอดไข่ดาวอยู่ในครัวเล็กของบ้านเขา เมื่อได้ยินเสียงที่ทำให้เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว
"สุรศักดิ์"
เสียงแหบแต่ชัดถ้อยชัดคำ
ธีร์หันไปมองกรงด้วยใจที่หยุดเต้นชั่วขณะ ออก้ามองมาที่เขา ดวงตาสีทองนิ่งสนิท
ไม่ใช่เสียงทำเลียนแบบที่นกแก้วมักทำ แต่เป็ชื่อ ชื่อของพ่อเขา ที่ไม่มีทางที่นกตัวนี้จะรู้ได้
"แก... พูดอะไรเมื่อกี้?"
"สุรศักดิ์ ิญญารักษ์" ออก้าพูดซ้ำ เสียงชัดขึ้นกว่าเดิม "พ่อของแก ครูของแก หมอผีแห่งสำนักที่โดนปิด"
ธีร์พลิกกระทะล้มเพราะใ ไข่กระจายไปบนพื้น แต่เขาไม่สนใจ ก้าวถอยหลังจนหลังชนผนัง มองนกตัวเล็กในกรงด้วยแววตาที่จะตัดสินไม่ได้ว่าเป็ความกลัวหรือความตื่นเต้น
"แกรู้จักพ่อฉัน?"
"รู้จักทุกคนที่เรา้า" ออก้าตอบสั้นๆ "รู้ว่าแกฝึกล่องหนด้วยใบโพธิ์ทุกคืน รู้ว่าแกยังฝึกอาคมเหมือนเดิมทุกเช้าก่อนไปทำงาน รู้ว่าคืนที่พ่อแกตาย แกนั่งอยู่ข้างเตียงแล้วสัญญาบางอย่าง"
ธีร์นิ่งอยู่นาน เื่บทอาคมยังพอเป็เื่ที่คนรู้ได้ถ้าสังเกต แต่เื่คืนที่พ่อตาย ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นนอกจากเขาคนเดียว
"แกเป็อะไร?" เขาถามด้วยเสียงต่ำ
"ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนกนี้ แต่แท้จริงฉันไม่ใช่นก" ออก้ามองมาตรงๆ "ฉันชื่อโอเมก้า เป็ทูตสรววค์ของโลกอีกใบหนึ่ง และฉันติดตามแกมาั้แ่วันที่พ่อแกเก็บร่างนกาเ็ในสวนสาธารณะ และ้าพาแกไปต่างโลกเพื่อทำงานให้ฉัน"
"ั้แ่วันแรก?" ธีร์กระตุกเล็กน้อย "แล้วทำไมเพิ่งพูด?"
"เพราะเมื่อคืนคือครั้งแรกที่เห็นว่าแกมีความสามารถ" โอเมก้าพูดอย่างใจเย็น "ล่องหนสำเร็จใช่ไหม?"
ธีร์ไม่ตอบ แต่ร่างกายตอบแทนด้วยการที่คอแดงขึ้นเล็กน้อย
"นั่นคือสัญญาณที่ฉันรอ ถึงเวลาแล้ว" ออก้าหันหัวเล็กน้อย "โลกนั้นมีชื่อว่า นิตา ดินแดนที่กว้างใหญ่ปกคลุมด้วยป่าทึบและเทือกเขาสูงชัน ผู้คนอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรหลายแห่ง ที่นั่นไม่มีหมอผี มีแต่นักเวทย์กับนักดาบ ที่เป็กำลังสำคัญของอาณาจักร"
"แล้วทำไมต้องฉัน?"
"เพราะสายเืของพ่อแก และเพราะแกยังไม่ยอมแพ้แม้โลกจะพรากทุกอย่างไป"
ธีร์กดฝ่ามือไว้บนผนังเย็น พยายามหาเหตุผลของเื่นี้ในสมอง แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือเสียงนี้ไม่ได้โกหก มีบางอย่างในน้ำเสียงของมันที่กดทับลึกลงไปกว่าเหตุผล
"อาคมที่พ่อแกสอน" โอเมก้าพูดต่อก่อนที่ธีร์จะถามอะไร "ที่นิตามันใช้ได้ผลเต็มกำลัง ไม่ใช่แค่ล่องหนด้วยใบไม้ แต่ถูกอย่างของวิชาอาคมที่แกฝึกจะได้ใช้มันแน่ เพราะในโลกแทบไม่จำเป็ต้องมีหมอผี"
ธีร์หยุดนิ่ง "แกรู้เื่อาคมไทยด้วย?"
"ฉันรู้ทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับแก" โอเมก้าตอบ แล้วเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดเบาลง "รวมถึงเื่ที่แกยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง"
"เื่อะไร?" ธีร์ถามซ้ำ เสียงเริ่มแข็งขึ้น
โอเมก้าเงียบอยู่นานผิดปกติ นานจนธีร์เริ่มคิดว่ามันจะไม่ตอบ แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นเบาๆ ต่างจากน้ำเสียงราบเรียบที่เคยใช้มาตลอด
"แกไม่ได้เป็ลูกของพ่อแกแค่ฝ่ายเดียว"
ธีร์นิ่ง
"พ่อของแกรู้เื่นี้" โอเมก้าพูดต่อ "นั่นคือเหตุผลที่แกสำคัญกว่าหมอผีคนอื่น "
ห้องเงียบสนิท
"แล้ว..." ธีร์พูดออกมาได้คำเดียว เสียงแห้ง "พ่อฉัน... รู้ว่าฉันเป็ลูกชู้หรอ?"
"แกไม่ใช่ลูกชู้แค่แกไม่ใช้ลูกแท้ๆ เฉยๆ"
"แล้วทำไมไม่บอกฉัน?"
ออก้าไม่ตอบ
และนั่นคือคำตอบที่หนักที่สุดที่ธีร์ได้รับในชีวิต
สี่วันผ่านไปหลังจากที่ออก้าพูดเื่พ่อ
ธีร์ไม่ได้ถามต่อ และออก้าก็ไม่ได้พูดเพิ่ม ทั้งสองอยู่ในห้องเดียวกันด้วยความเงียบแบบที่รู้กันดีว่ายังมีคำถามค้างอยู่ แต่ยังไม่ถึงเวลา
ธีร์ไปทำงานตามปกติ ทำแกงเขียวหวาน ทำต้มยำ เช็ดเคาน์เตอร์ ยิ้มให้ลูกค้า กลับบ้าน นั่งหน้าแท่นบูชา จ้องรูปพ่อ
แล้วก็นอนไม่หลับ
คืนที่สี่ เขาลุกขึ้นมานั่งตรงหน้ากรงออก้า ตีสองครึ่ง แสงไฟข้างถนนส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างแคบๆ
"โอเมก้า"
"ตื่นอยู่เรียกออก้าเหมือนเดิมก็ได้นะ"
ธีร์เอาเข่าขึ้นมากอดไว้ มองนกตัวเล็กในแสงส้มจาง "ถ้าฉันไป..." เขาพูดช้าๆ เหมือนคิดไปด้วย "หลุมศพพ่อจะไม่มีใครไปวางดอกไม้"
ออก้าไม่ตอบ
"ทุกเดือนฉันไป" ธีร์พูดต่อ เสียงไม่สั่น แต่แน่นผิดปกติ "บางทีไม่มีดอกไม้ก็เอากล้วยน้ำว้าไปแทน พ่อชอบกล้วยน้ำว้า ไม่รู้ทำไม ชอบกินกับข้าวสวยร้อนๆ ทั้งที่มันหวานเกินไป"
เขาหยุด
"ถ้าฉันไป จะไม่มีใครรู้เื่นี้"
ออก้าหันหัวเล็กน้อย ดวงตาสีทองจับแสงไฟ "มีคนอื่นไปได้"
"ไม่ใช่เื่เดียวกัน" ธีร์ส่ายหัว "พ่อไม่มีใครนอกจากฉัน แม่จากไปั้แ่ฉันยังเล็ก ลูกศิษย์สำนักกระจัดกระจายหมดหลังจากโดนปิด ฉันเป็คนสุดท้ายที่ยังจำว่าพ่อชอบอะไร"
ห้องเงียบ
"และถ้าฉันไป" เขาพูดต่อ เบาลง "ความทรงจำนั้นก็หายไปด้วย แม้ตัวฉันจะยังจำได้ แต่ที่นั่นไม่มีหลุมศพให้ไป"
ออก้าเงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนลงกว่าเดิม "แกจะเอาอะไรไปด้วย?"
ธีร์ไม่เข้าใจคำถาม
"ของที่จะพาไป" ออก้าพูดซ้ำ "ความทรงจำ วิชา ความผูกพัน ทั้งหมดนั้นไปด้วยได้ แกรู้ไหม?"
"รู้ แต่มันไม่เหมือนกัน"
"ไม่เหมือน" ออก้ายอมรับ "แต่มันไม่ได้หายไป"
ธีร์นั่งนิ่งอยู่นาน มองออกไปที่ช่องหน้าต่าง แสงไฟข้างถนนยังส่องอยู่ เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
"ออก้า" เขาพูดในที่สุด "ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันจะเป็อะไรได้?"
ออก้าไม่ตอบ แต่คำถามนั้นไม่ได้ถามออก้า มันถามตัวเขาเอง
และเขาก็รู้คำตอบ
กุ๊กในร้านอาหารที่ฝันว่าจะเป็หมอผี เก็บเงินทีละบาท นับทุกเดือนแล้วก็ยังไม่พอ ยืนล่องหนอยู่บนระเบียงคนเดียวโดยไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น นอกจากนกที่มันมองเห็นเพราะมันไม่ใช่นก
ธีร์ลุกขึ้น เดินไปยืนหน้าต่าง มองลงไปที่ถนน
"ให้ฉันคิดก่อน"
"แกมีเวลา" ออก้าพูด "แต่ไม่มาก"
ธีร์พยักหน้าโดยไม่หันกลับ
เขายืนอยู่ที่หน้าต่างนานจนแสงไฟข้างถนนดับลงเพราะใกล้รุ่งสาง ยืนจนเท้าเริ่มเมื่อย ยืนจนในหัวเงียบพอที่จะได้ยินบางอย่างที่อยู่ลึกกว่าความกลัว
พ่อสร้างสำนักเพื่ออะไร
ไม่ใช่เพื่อให้มีสำนัก แต่เพื่อช่วยคน เพื่อให้วิชาที่สะสมมาหลายชั่วคนมีประโยชน์ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คนอื่นมองว่างมงายนั้นมีคุณค่า
ที่โลกนี้ทำไม่ได้แล้ว
แต่ที่อื่น อาจยังทำได้
ธีร์หายใจออกช้าๆ แล้วหันกลับมามองออก้า
"ฉันมีเงื่อนไข"
ออก้าเงียบรอ
"ฉันอยากเปิดสำนักที่นั่น ใช้อาคมที่พ่อสอนมาช่วยคน" เขาพูด "และฉันอยากทำอาหารไทยด้วย ไม่ใช่แค่เพราะทำเป็ แต่เพราะมันเป็ส่วนหนึ่งของพ่อด้วย พ่อชอบกินข้าวที่ฉันทำ ถ้าฉันทำอาหารอยู่ที่นั่น มันก็เหมือนยังพาพ่อไปด้วยนิดหนึ่ง"
ออก้าจ้องมาที่เขาอยู่นาน
"ฉันจะไม่ขัดขวาง" มันพูดในที่สุด "โลกนิตาไม่เคยรู้จักต้มยำ"
ธีร์หัวเราะเบาๆ หัวเราะที่ฟังดูเหนื่อยกว่าสนุก แต่ก็ยังเป็เสียงหัวเราะ
"โอเค"
แค่คำเดียว
แต่ออก้ารู้ว่านั่นคือคำตอบ