ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 แผนลอบสังหารเร้นลับ

            “ว่าอย่างไรนะ? ไม่มีทาง! เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้!”

            ตรงข้ามกับหลินเมิ้งหยาชายคนหนึ่งที่มีลักษณะท่าทางเหมือนแม่ทัพตบโต๊ะเสียงดัง

            ชายคนนั้นมีอายุราวสามสิบกว่า เคราหนาเตอะรกรุงรังเพียงได้เห็นก็รู้ว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน

            “จูเฉียง เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบตามหารังของเถาฮวาอู๋มาโดยตลอดหากมีปัญหาอันใดจงพูดออกมา”

            ร่างสูงโปร่งสง่างามปรากฏขึ้นในแนวสายตาของหลินเมิ้งหยา

            ชายถือพัดสวมชุดสีเขียว ใบหน้ารูปไข่อ่อนโยนไร้ซึ่งพิษภัยลักษณะภายนอกดูเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและเปี่ยมไปด้วยความสามารถ

            เพียงมองปราดเดียวหลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ทันทีว่า ชายคนนี้คือลูกน้องที่ฉลาดหลักแหลมของหลงเทียนอวี้

            “เจ้าพวกสารเลวเถาฮวาอู๋เจ้าเล่ห์เพทุบายนักหากซ่อนตัวอยู่บริเวณรอบๆ เมืองหลวงจริงก็จะต้องมีร่องรอยปรากฏให้เห็นสายลับของพวกเราออกค้นหาทุกซอกทุกมุมในเมืองหลวงแล้วแบบนี้จะมีปลาหลุดจากตาข่ายได้อย่างไร!”

            คำพูดของจูเฉียงทำให้มีคนพยักหน้าเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก

            หลินเมิ้งหยากลับหยักยิ้ม หยิบชาหอมบนโต๊ะขึ้นจิบ

            “แม่ทัพจู เคยได้ยินนิทานเรื่องหลอดไฟในความมืดหรือไม่?” คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ชายสวมชุดเขียวไขว้เขวจูเฉียงเป็นแม่ทัพพิทักษ์เขตจิงจี เหตุใดพระชายาจึงล่วงรู้ถึงตัวตนของเขากัน?

            “หลอดไฟใต้ความมืด?” จูเฉียงเป็นนักต่อสู้ดังนั้นเขาจึงไม่เคยสนใจนิทานหรือเรื่องเล่าใดๆเขาจึงหันไปมองหลินเมิ้งหยาด้วยความสงสัย

            เขาจับจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่าหากนางไม่อธิบายให้เข้าใจเขาจะไม่มีวันปล่อยนางไปอย่างไรอย่างนั้น

            “ข้าเคยเข้าไปในรังของเถาฮวาอู๋แล้ว หากนั่งรถม้า เวลาในการเดินทางเพียงสองเค่อ1เท่านั้นต่อให้เป็นม้าของเทพเซียนก็คงมิอาจเดินทางไกลกว่านี้ได้”

            รังของเถาฮวาอู๋?

            ทุกคนในห้องอ่านหนังสือล้วนมองหน้ากันเลิ่กลั่กนี่เป็นความลับของเจียงหู!

            “อีกอย่าง เถาฮวาอู๋มิใช่เพียงเรือลำหนึ่ง จากการคาดเดาของข้ามันน่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างเอาไว้ใต้น้ำส่วนเรื่องเล่าที่ว่าอยู่บนท่าเรือนั้นเป็นเพียงการตบตา”

            ต่อให้ท่าเรือจะมั่นคงขนาดไหนทว่าเมื่อถูกคลื่นซัดก็ยังคงสั่นไหวเล็กน้อยอยู่ดี

            ประสาททางด้านการรับรู้ของหลินเมิ้งหยาได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ดังนั้นนางจึงมั่นใจว่าที่แห่งนั้นมิได้อยู่บนเรืออย่างแน่นอน

            ขณะนี้นอกจากหลงเทียนอวี้และชายสวมใส่ชุดสีเขียวแล้วทุกคนล้วนสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด

            “บนโลกนี้จะมีคนอาศัยอยู่ใต้น้ำได้อย่างไร? แม้จะอาศัยอยู่ได้แต่ก็ต้องมีรูระบายอากาศด้วย!”

            คิ้วขมวดเข้าหากัน ชายสวมชุดเขียวเอ่ยปัญหานี้ออกมา

            หลินเมิ้งหยาหยักยิ้ม

            “ข้าเคยได้ยินมาว่าชาวเขาบางพื้นที่ได้ขุดเจาะพื้นดินเพื่อสร้างทางหลบหนีพวกโจรโดยอุโมงค์เหล่านี้มีมากถึงสิบแปดโค้ง แต่ละโค้งยังมีทางเชื่อมอีกด้วยอีกทั้งใต้ผืนดินยังมีรูระบายอากาศอีกมากมายหรือเจ้าจะบอกว่าคนขุดดินเหล่านั้นจะไม่เคยออกมาเผยความลับเลยแม้แต่น้อย?ดังนั้นข้าจึงคิดว่ารังของเถาฮวาอู๋จะต้องนำแนวคิดเช่นนี้มาปรับใช้อย่างแน่นอน”

            หลินเมิ้งหยาเอ่ยออกมาโดยไร้ซึ่งความตื่นเต้นในสมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้เหล่านักศึกษาสำนึกรักประเทศชาติดังนั้นอาจารย์จึงเปิดหนังสงครามสมัยโบราณให้ดู

            เห็นได้ชัดว่าประเทศเรืองอำนาจในสมัยนี้ยังมิมีผู้ใดรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์เมื่อห้าพันปีก่อนเหมือนนาง

            คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ทุกคนในห้องอ่านหนังสือตกอยู่ในความว่างเปล่า

            จะบอกว่านางพูดจาเพ้อเจ้อก็ได้ หรือจะบอกว่านางสติเลอะเลือนก็ดี

            ทว่าคำพูดของพระชายากลับทำให้พวกเขาฉุกคิดขึ้นมาได้

            “คือว่า...เพราะเหตุนี้เมื่อปีก่อนตอนที่ข้าพาทหารเข้าไล่ล่ามือลอบสังหารของเถาฮวาอู๋จนจนมุมเขาจึงกระโดดลงน้ำไปและไม่กลับขึ้นมาอีกเลย พวกเราส่งทหารหลายร้อยคนลงไปงมหาแต่กลับไม่พบสิ่งใด อีกทั้งยังมีคนเล่าขานกันว่าพวกภูตผีปีศาจมาชิงวิญญาณของมือลอบสังหารเถาฮวาอู๋ไป”

            หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องเล่าขานเช่นนี้

            อันที่จริงเรื่องภูตผีปีศาจล้วนเป็นเรื่องที่มนุษย์ปรุงแต่งขึ้น

            แม้แต่คนที่ฉลาดเฉลียวอย่างหลงเทียนอวี้ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ในบางครั้ง

            “พระชายาละเอียดรอบคอบมิเคยมองข้ามแม้เพียงเศษฝุ่นป๋ายหลี่อู๋เฉินผู้นี้ขอน้อมรับความพ่ายแพ้อย่างจริงใจ”

            ชายสวมใส่ชุดสีเขียวโค้งคำนับพร้อมทั้งจดจำชื่อของหลินเมิ้งหยาให้ขึ้นใจ

            ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลาชวนมอง หากมองอย่างผิวเผินจะรู้สึกแค่ว่าเขาเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำอางคนหนึ่งเท่านั้น

            ทว่าทุกคนภายในห้องล้วนเลื่อมใสในทัศนคติของเขาเป็นอย่างมากดูท่า...ชายคนนี้มิใช่คนธรรมดาอย่างที่คิด

            “ท่านป๋ายหลี่เอ่ยชมเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่มีวาสนาดีดังนั้นจึงได้บังเอิญรู้เรื่องนี้เข้า”

            “เพียงแค่กระหม่อมยังไม่เข้าใจเคยได้ยินมาว่านายน้อยแห่งเถาฮวาอู๋จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตอีกทั้งยังมีฝีมือในการต่อสู้ พระชายาถูกลักพาตัวไปยังรังของเถาฮวาอู๋แต่เพราะเหตุใดเขาจึงปล่อยพระชายากลับมาหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            ความเงียบเข้าครอบงำห้องอ่านหนังสือหลินเมิ้งหยาเหลือบมองชายผู้ซึ่งเอ่ยคำพูดแทงใจออกมารอยยิ้มยิ่งเย้ายวนและทรงเสน่ห์มากขึ้น

            “เหตุเพราะ...ข้าคือคนสอดแนมของเถาฮวาอู๋ที่กลับมาก็เพื่อทำลายท่านอ๋องของพวกเจ้า”

            จ้องตาป๋ายหลี่ผู้นั้นอย่างไม่สะทกสะท้านแววตาไร้ซึ่งความกระวนกระวาย

            บรรยากาศเริ่มกดดันมากขึ้นทัศนคติที่มีต่อหลินเมิ้งหยาในเวลานี้ล้วนแฝงไว้ซึ่งความคลางแคลงใจ

            ขอเพียงมีคนออกคำสั่ง ร่างของหลินเมิ้งหยาจะท่วมไปด้วยเลือดในทันที

            “พระชายาได้โปรดอธิบาย อู๋เฉินสงสัยมากเหลือเกิน”

            น้ำเสียงของป๋ายหลี่อู๋เฉินนุ่มนวล ทว่ากลับซ่อนความอำมหิตเอาไว้

            แม่ทัพที่ฉลาดหลักแหลมมักจะระมัดระวังทุกเรื่องเกินกว่าเหตุเสมออีกทั้งยังไม่วันเชื่อใจใครง่ายๆ

            หลินเมิ้งหยาเข้าใจ หากไม่สามารถเอาชนะป๋ายหลี่อู๋เฉินคนนี้ได้ หลงเทียนอวี้ก็คงไม่เชื่อนางเช่นกัน

            การขายชีวิตให้กับเจ้านายที่ไม่เชื่อใจตนเองก็มิต่างอะไรกับการเต้นรำบนปลายมีดหากไม่ระวังให้ดีก็จะถูกแทงตายเอาได้

            “เพราะว่าข้ากับนายน้อยชิงหูแห่งเถาฮวาอู๋ได้สร้างเงื่อนไขต่อกันเอาไว้ส่วนเงื่อนไขเป็นเช่นไรนั้น นอกจากท่านอ๋องและป๋ายหลี่อู๋เฉินแล้วข้ามิอาจป่าวประกาศออกมาได้!”

            ชั่วอึดใจต่อมา นางลากป๋ายหลี่อู๋เฉินและหลงเทียนอวี้ขึ้นมายังจุดสูงสุดขณะเดียวกันนางได้สร้างความสัมพันธ์อันซับซ้อนให้กับป๋ายหลี่อู๋เฉินกับคนอื่นๆ อย่างแยบยล

            นัยน์ตาของป๋ายหลี่อู๋เฉินสั่นไหวผู้หญิงคนนี้มีทักษะขั้นสูงในการควบคุมหัวใจผู้อื่น

            “เหตุใดจึงไม่สามารถบอกพวกเราได้? แม้ข้าจูเฉียงจะเป็นคนหยาบคายแต่ถึงอย่างนั้นก็จงรักภักดีต่อท่านอ๋องเสมอมาข้าจูเฉียงเป็นคนแรกที่ไม่อาจรับได้กับสิ่งที่พระชายารับสั่งไปเมื่อครู่”

            จูเฉียงส่งเสียงตะโกนออกมา เขามิรู้เลยว่าคำพูดของตนเองกำลังทำให้ป๋ายหลี่อู๋เฉินพ่ายแพ้

            หลินเมิ้งหยาทำเพียงหัวเราะ ก่อนจะราดน้ำมันเข้ากองไฟ

            “พูดออกมาได้หรือไม่ ขอให้ท่านป๋ายหลี่เป็นผู้ตัดสินใจก็แล้วกันหากท่านป๋ายหลี่เอ่ยว่าได้ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะพูดออกมาตอนนี้เสียเลย”

            แอบวางหลุมพรางให้กับป๋ายหลี่อู๋เฉินหลินเมิ้งหยากำลังสร้างความยุ่งยากที่ไม่ใหญ่หรือไม่เล็กจนเกินไปขึ้นมา

            หากป๋ายหลี่พูดว่าได้ เช่นนั้นความลับก็จะถูกแพร่งพรายออกไปเมื่อถึงเวลานั้นสถานการณ์อาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อพวกเขา

            หากพูดว่าไม่ได้ เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขามิได้เชื่อใจทุกคน

            ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

            “ข้าน้อยไร้ความสามารถ ทั้งหมดขอให้ท่านอ๋องเป็นผู้ตัดสินใจ”

            ป๋ายหลี่อู๋เฉินอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะขมขื่นในใจ เฮ้อมิรู้ว่าจะต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายเงินค่าเหล้ามากมายขนาดไหนจึงจะปลอบใจเหล่าพี่น้องของเขาได้

            “กำแพงมีหูประตูมีช่อง”

            หลงเทียนอวี้ที่นั่งเงียบตลอดเวลาเอ่ยเพียงเท่านี้ทว่าทุกคนกลับเงียบกริบมิส่งเสียงคัดค้าน

            หลินเมิ้งหยานั่งประจำตำแหน่งของตนเองจิบชาพลางก้มหน้าสะกดกลั้นความภาคภูมิใจของตนเอง

            คิดจะต่อกรกับนาง? รอชาติหน้าก็แล้วกัน!

            ทุกคนไม่มีเรื่องอื่นใดปรึกษากันนอกจากเรื่องวัวหายล้อมคอกหลินเมิ้งหยาทำเพียงนั่งฟังเงียบๆ ไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา

            ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ทุกคนจึงพากันแยกย้ายกลับไปภายในห้องอ่านหนังสือเหลือเพียงป๋ายหลี่อู๋เฉิน หลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาที่กำลังนั่งด้วยท่าทางผ่อนคลาย

            “พวกเจ้าทั้งสองตามข้ามา” สายตาของหลงเทียนอวี้ตกลงบนร่างของทั้งคู่ลุกขึ้น เปิดประตูห้องลับในห้องอ่านหนังสือ

            หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นเดินตามหลังทั้งสองเข้าไปอย่างเชื่อฟัง

            ห้องลับไม่ใหญ่ การตกแต่งมิต่างอะไรจากห้องอ่านหนังสือชั้นวางหนังสือไม้สีแดงมีจดหมายวางอยู่เป็นจำนวนมาก

            เมื่อเทียบกับห้องอ่านหนังสือที่ถูกตกแต่งเพื่อเป็นการตบตาแล้ว

            ที่นี่ดูจะเป็นห้องทำงานที่แท้จริงของหลงเทียนอวี้

            “พูดมาซิ เจ้าทำข้อตกลงอันใดกับชิงหู?”

            หลงเทียนอวี้เอ่ยเพียงสั้นๆ แต่ได้ใจความใช่ว่าเขาจะมองการปะทะกันระหว่างหลินเมิ้งหยาและป๋ายหลี่อู๋เฉินไม่ออก

            แม้ภายนอกอู๋เฉินจะเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ทว่าในใจกลับหยิ่งผยองและดื้อรั้น

            ควรจะมีใครสักคนกำราบเขาเอาไว้

            “ร่างกายของชิงหูโดนยาพิษ บังเอิญหม่อมฉันสามารถถอนพิษของเขาได้ดังนั้นหม่อมฉันจึงทำสัญญาให้เขาปกป้องคุ้มครองชีวิตหม่อมฉันเป็นเวลาสามปีเพื่อแลกกับชื่อยาถอนพิษเหล่านั้นนี่คือเงื่อนไขที่หม่อมฉันได้ทำการตกลงกับเขาเอาไว้ หากพระองค์ไม่เชื่อหม่อมฉันสามารถตามตัวเขามายืนยันได้”

            หลงเทียนอวี้และป๋ายหลี่อู๋เฉินสบตากัน พวกเขาตามล่าเถาฮวาอู๋มานานหลายปีแต่กลับไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้มาก่อนเลย

            “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกท่านไม่มีทางเชื่ออีกสามเดือนชิงหูจะมาคอยปกป้องข้างกายข้าเมื่อถึงเวลานั้นพวกท่านอย่าตื่นตระหนกก็เพียงพอแล้ว”

            มือลอบสังหารอันดับหนึ่งของเจียงหูทำสัญญาปกป้องคุ้มครองหญิงสาวคนหนึ่งเป็นเวลาสามปีนี่มันเป็นเรื่องเหลวไหลเพ้อเจ้อที่สุด!

            หลินเมิ้งหยาแอบยิ้ม เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะต้องตกใจจนอ้าปากค้าง

            “ท่านอ๋อง หรือว่าเมื่อถึงตอนนั้นพวกเรา...”

            นัยน์ตาของป๋ายหลี่อู๋เฉินเผยให้เห็นความพยาบาทเขาอยากอาศัยโอกาสนี้ในการจับกุมตัวชิงหู

            ทว่าหลงเทียนอวี้กลับส่ายหน้า เขามีแผนการใหญ่สำหรับชิงหูแล้ว

            “ไม่ อู๋เฉิน เจ้าออกไปก่อนเถิด”

            ป๋ายหลี่อู๋เฉินยังอยากโน้มน้าวต่อไปแต่เขาเหลือบไปเห็นพระชายาที่เคยเอาชนะเขามาแล้วกำลังยืนอยู่ข้างๆ

            เขารีบหมุนตัวแล้วออกจากห้องลับไป

            ภายในห้องลับจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้

            “เจ้าคงทำความเข้าใจในตัวลูกน้องของข้าแล้วใช่หรือไม่?”

            “หม่อมฉันได้มองเพียงผิวเผินเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นหม่อมฉันกลับมองออกถึงปัญหาบางอย่าง ท่านอ๋องแม้ว่ากลุ่มคนของท่านจะแข็งแกร่งและมีความสามารถ แต่กลับมิอาจพึ่งพาได้”

            หลินเมิ้งหยาเอ่ยตามความจริง อีกทั้งยังพูดอย่างตรงไปตรงมา

            “ลองพูดมาสิ” หลงเทียนอวี้กลับไม่โกรธแต่เขามองหลินเมิ้งหยาด้วยความสนใจและคาดหวังว่านางจะพูดอะไรบางอย่างที่เหมือนกับคนอื่นออกมา

            “แม่ทัพของพระองค์แต่ละคนมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาแต่กลับไร้ซึ่งกลยุทธ์ จือเจียง2 ฉลาดหลักแหลม จิตใจดีทว่าขาดความตรงไปตรงมาและความใจกว้าง อีกทั้งยังเชื่อมั่นในตนเองสูงใจมิได้กว้างมากพอจะรับฟัง”

            หลินเมิ้งหยาส่งเสียงนุ่มนวล แต่กลับพูดสิ่งที่หลงเทียนอวี้เป็นห่วงที่สุดออกมาทั้งหมด

            เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่คนเราไม่อาจสมบูรณ์เพียบพร้อมไปได้ทั้งหมดอีกทั้งคนเหล่านี้ยังเป็นคนมีพรสวรรค์

            หากเขาละทิ้งไปไม่เก็บเอาไว้ใช้งาน มันก็น่าเสียดาย

            “ท่านอ๋องมิต้องเป็นกังวลอันที่จริงการทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนั้นช่างง่ายดายท่านเพียงแค่ต้องสอนพวกเขาตามความถนัดเท่านั้นให้พวกเขาได้ฝึกฝนในสิ่งที่เหมาะสมกันตนเองแลอย่าได้เห็นพวกเขาเป็นเพียงแขกของตำหนักเท่านั้น”

            สอนตามความถนัด! หลงเทียนอวี้เองก็มีความคิดเช่นนี้ แต่เพราะยังมีเรื่องให้ต้องกังวลดังนั้นจึงยังไม่ได้ทำการฝึกฝนพวกเขาก็เท่านั้น

            วันนี้เมื่อได้รับคำตอบจากปากของหญิงสาวตรงหน้าเขาเองก็รู้เสมือนได้รับความเห็นชอบในวิธีการแก้ไขปัญหา

     

    ****************************

    1  1 เค่อเท่ากับ 15 นาที

    2 จือเจียงเปรียบได้กับมันสมองของกองทัพ

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245