บทที่ 5 คาดไม่ถึง
“ท่านแม่ พวกท่านไปกลั่นแกล้งน้องสามอีกแล้วใช่หรือไม่” ผู้ที่เดินเข้ามาคือบุตรชายคนโตของบ้านใหญ่ หนิงเซวียน เขามีหน้าตาสะอาดสะอ้าน ดูสุภาพอ่อนโยน
ในบ้านนี้ เขาเป็เหมือนตัวประหลาดเพียงคนเดียว เพราะเขารู้จักใช้เหตุผลและมีความรู้ติดตัว เขาเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาในเมือง ปีหน้าก็จะเข้าสอบคัดเลือกขุนนางระดับท้องถิ่นแล้ว เขายังเป็เพียงคนเดียวที่ไม่เคยกลั่นแกล้งคนบ้านรอง แต่น่าเสียดายที่เขากลับบ้านไม่บ่อยนัก โดยปกติจะมีวันหยุดพักเพียงสัปดาห์ละสองวัน บางครั้งเขาก็เลือกจะอยู่ในเมืองแทนที่จะกลับบ้าน ทำให้หนิงลั่วไม่ค่อยสนิทกับเขามากนัก
นอกจากบุตรชายคนสุดท้องแล้ว คนที่แม่เฒ่าให้ค่าที่สุดก็คือหลานชายคนโตผู้นี้ ว่ากันว่ามีหมอดูเคยทำนายว่าบ้านนี้จะมีบัณฑิตจ้วงหยวน[1]เกิดขึ้น แม่เฒ่ากับเฉินซื่อล้วนฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่หนิงเซวียน หากเขาได้เป็จ้วงหยวนจะทำให้ตระกูลหนิงได้เชิดหน้าชูตา
วันนี้เป็วันหยุดพักของหนิงเซวียน เฉินซื่อกับบุตรสาวมัวแต่ยุ่งเื่ของหนิงลั่วจนเกือบลืมเื่นี้ไปเลย
เมื่อเห็นบุตรชายคนโปรดกลับมา เฉินซื่อก็ดีใจจนเกือบลุกขึ้นเต้น ใบหน้านางเปื้อนรอยยิ้มประจบประแจง “เซวียนเอ๋อร์ ในที่สุดเ้าก็กลับมาเสียที แม่คิดถึงเ้าจนแทบขาดใจ หิวหรือไม่ แม่จะตุ๋นไก่ให้เ้ากิน”
“ท่านแม่ ท่านย่าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามทำอาหารแยกต่างหาก ข้ากินเหมือนทุกคนก็พอแล้ว” หนิงเซวียนกล่าว
ทุกครั้งที่หนิงเซวียนกลับมา ที่บ้านจะทำอาหารดีๆ ให้เขากินเสมอ แต่เขาเห็นว่าคนอื่นๆ ในบ้านกลับต้องกินข้าวต้มที่ใสจนเกือบเป็น้ำและซาลาเปาที่แข็งจนดำเป็คราบ จึงรู้สึกผิดอยู่ในใจ
หนิงเซวียนพูดเื่นี้มาหลายครั้ง แต่ไม่มีใครฟัง จึงเลิกสนใจไป บางครั้งที่เขายอมอยู่ในเมืองนานขึ้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงเื่น่ารำคาญเหล่านี้
เมื่อก่อน ตอนที่อารองยังอยู่ แม่เฒ่ากับเฉินซื่อยังเกรงใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ร่มเงาของบ้านรองจากไปแล้ว คนบ้านรองจึงถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อหนิงเซวียนกลับมาวันนี้ เขาก็ััได้ว่าบรรยากาศหน้าประตูบ้านดูแปลกไป เขาเห็นหนิงลั่วมีเืออกที่ศีรษะ ส่วนน้องชายหนิงเสี่ยงเสี่ยงร้องไห้สะอึกสะอื้น เขารีบเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับถูกน้องสามของเขาส่งสายตาเ็าใส่ราวกับไม่้าให้เขายุ่งเกี่ยว
พอเดินเข้ามาก็ได้ยินบทสนทนาของมารดากับน้องสาวเข้าเต็มสองหู หนิงเซวียนพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ “ท่านแม่ บอกข้าตามตรงเถอะ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมน้องสามถึงได้มีแผลที่ศีรษะ แล้วที่ท่านบอกว่าใแทบตายนั่นหมายความว่าอย่างไร”
หนิงเซวียนอยากจะทำตัวเป็กลาง แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าเป็ไปได้ยาก วันนี้ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อเห็นหนิงลั่วในสภาพน่าสงสารเช่นนี้ เขากลับรู้สึกเห็นใจขึ้นมา
อีกอย่าง หากเื่ที่ผู้ใหญ่บ้านเขารังแกเด็กแพร่ออกไปคงไม่ดีต่อตัวเขาเช่นกัน อารองกับอาสะใภ้เพิ่งจากไปได้ไม่นาน เด็กๆ ที่เหลือในบ้านรองคงลำบากไม่น้อย ในฐานะพี่ชาย เขาควรช่วยเหลือพวกนางบ้าง อย่างน้อยก็พูดอะไรดีๆ ให้พวกนางสักสองสามคำ เพื่อให้พวกนางใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
“พี่ใหญ่ เื่นี้ท่านอย่ายุ่งเลย นางหนิงลั่วนั่นเป็ตัวกาลกิณีของตระกูลหนิง ใครเข้าใกล้นางก็มักจะซวยไปด้วย” หนิงฮวนหวีผมเสร็จ จากนั้นก็ม้วนเส้นผมเล่นด้วยปลายนิ้วที่ไม่เคยต้องงานหนัก
“ใช่ นางเป็แค่เด็กตัวเล็กๆ แต่กลับบังอาจก่อฏคิดสู้ท่านย่าของพวกเ้า เมื่อท่านปู่พวกเ้ากลับมา นางเด็กนั่นก็รอรับผลกรรมได้เลย นางจะต้องรับโทษอย่างสาสมแน่” เฉินซื่อกล่าวเสริม
“พวกท่านก็อย่าทำให้เื่ใหญ่โตไปกว่านี้เลย ถ้าข่าวแพร่ออกไปจะกระทบชื่อเสียงของพวกเรา” หนิงเซวียนพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องตัวเอง แล้วก้มหน้าค้นหาของบางอย่าง
หนิงลั่วเห็นว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าเพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป จึงเซถลาจนเกือบล้ม
เมื่อนึกได้ว่าหนิงเสี่ยงเสี่ยงคงใจนสติหลุดไปแล้ว หนิงลั่วจึงรีบเขย่าแขนเล็กๆ ของเขา “เสี่ยงเสี่ยง เ้าอย่ากลั้นเอาไว้เลย ร้องไห้ออกมาเถอะ ร้องให้เต็มที่”
“ฮือ” ทันทีที่สิ้นเสียงปลอบของหนิงลั่ว หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็ปล่อยโฮออกมา เขาโผเข้ากอดหนิงลั่วแน่นพลางสะอึกสะอื้น “พี่สาม ท่านย่าน่ากลัวมาก ฮือ ข้ากลัวว่าพวกนางจะตีพวกเราจนตาย”
ถึงอย่างไรเขาก็เป็แค่เด็กน้อย เมื่อเจอสถานการณ์น่ากลัวเช่นนี้ย่อมใเป็ธรรมดา กอปรกับก่อนหน้านี้ยังต้องพยายามอดกลั้นไม่ร้องไห้ ทำให้เขาในตอนนี้จึงร้องไห้หนักจนแทบขาดใจ
“เสี่ยงเสี่ยงไม่ต้องกลัว เ้าเป็เด็กดี มีพี่สามอยู่ เ้าไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว พี่สามสัญญากับเ้าว่าต่อไปจะไม่มีใครรังแกเ้าได้อีก” หนิงลั่วนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เพิ่งผ่านไปแล้วรู้สึกปวดใจ หากเธอไม่ลุกขึ้นสู้กับแม่เฒ่าในตอนนั้น เกรงว่าหนิงเสี่ยงเสี่ยงคงจะโดนทำร้ายจนฝังใจไปตลอดชีวิตแล้ว
ดูจากสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ หนิงลั่วก็แทบอยากร้องไห้ เธอไม่คิดเลยว่าหลังจากทะลุมิติมาแล้ว ชีวิตของตนจะตกอับถึงเพียงนี้ ต้องมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านที่ชีวิตขมขื่นยากลำบากยิ่งกว่าสมุนไพรขม บิดามารดาจากไปแล้ว พี่น้องก็ยังเล็ก ซ้ำยังต้องอยู่ร่วมชายคากับย่าใจโหดและป้าสะใภ้เ้าเล่ห์ เธอคงต้องเตรียมใจไว้ก่อนว่าอนาคตของตัวเองคงไม่ง่ายแน่
หนิงเสี่ยงเสี่ยงยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น หนิงลั่วรู้สึกปวดใจ อยากอุ้มเขาขึ้นมาแต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีแรงพอ จึงทำได้เพียงพยุงกันเดินไปข้างหน้า แต่แค่หันตัวไปก็ชนเข้ากับใครบางคนจนเกือบล้ม ทว่าทันใดนั้นแขนของเธอก็ถูกพยุงไว้โดยมืออุ่นๆ ที่ทรงพลัง
“น้องลั่ว เ้าเป็อะไรไป” เสียงนุ่มนวลของเด็กหนุ่มดังขึ้นข้างหู
เด็กหนุ่มตรงหน้าสวมชุดคลุมยาวสีฟ้า ห่อหุ้มร่างที่ดูสมส่วน ใบหน้าขาวสะอาด ดวงตาอ่อนโยน เมื่อเทียบกับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมแล้ว ตรงกับหนิงเซวียนพอดี
เมื่อคิดถึงสิ่งที่ป้าสะใภ้ใหญ่ทำกับเสี่ยงเสี่ยง และสิ่งที่หนิงฮวนทำกับเ้าของร่างเดิม หนิงลั่วก็รู้ได้ทันทีว่าหนิงเซวียนเป็เพียงคนที่ดูสุภาพภายนอกเท่านั้น เธอไม่มีปัญญาสู้กับเขา แต่หลีกเลี่ยงเขาได้
หนิงลั่วสะบัดแขนออกอย่างเ็า “ไม่ต้องมายุ่ง” พูดจบก็ผลักเขาออกไป “ถอยไป อย่าขวางทางข้า” จากนั้นก็พยุงแขนน้องชาย เดินกะโผลกกะเผลกจากไป
หนิงเสี่ยงเสี่ยงเรียกหนิงลั่วเสียงหนึ่งด้วยเสียงอ่อนแรง ก่อนจะยื่นมือเล็กๆ ของเขามาจับมือนางไว้ แล้วทั้งสองพี่น้องก็พยุงกันเดินกลับบ้านไป
หนิงเซวียนไม่คาดคิดว่าหนิงลั่วจะรังเกียจเขาถึงเพียงนี้ เขาหันไปมองแผ่นหลังผอมบางนั้น นึกถึงแววตาเคียดแค้นและดื้อรั้นของนางเมื่อครู่ เขารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ ไม่รู้เพราะเหตุใดดวงตาคู่นั้นถึงติดค้างอยู่ในหัวของเขา ไม่อาจลบเลือนได้
พอกลับถึงบ้าน หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็เริ่มมีไข้และพูดเพ้อ เด็กเล็กอย่างเขาต้องมาเจอเหตุการณ์ะเืใจเช่นนี้ ไหนจะยังถูกทำร้ายอีก สภาพจิตใจย่อมได้รับผลกระทบหนัก
“เสี่ยงเสี่ยง เ้าอดทนไว้นะ พี่สามจะไปหายามาให้เ้า” หนิงลั่วกัดฟันทนความเจ็บจากแผลบนแขนและศีรษะ พลางค้นหาตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิมว่าที่บ้านมีเงินเหลืออยู่บ้างหรือไม่ เพื่อจะได้ไปหาหมอ
แต่หลังจากค้นจนทั่วทั้งกล่องแล้ว ก็พบว่าเหลือเงินเพียงสองเหวิน[2] หนิงลั่วโมโหจนปาสองเหวินนั้นลงพื้น บ้านนี้ช่างยากจนถึงที่สุด สองสามีภรรยาทำงานหนักมาตลอดชีวิต แต่พอจากไปกลับไม่มีเงินเก็บเหลือไว้เลย
เงินสองเหวิน ไม่ต้องพูดถึงค่ายาสำหรับลดไข้และขับไล่หวัดเลย แม้แต่ค่าจ้างหมอก็ยังไม่พอ
จะทำอย่างไรดี ควรไปขอร้องแม่เฒ่ากับเฉินซื่อดีหรือไม่
แต่แค่นึกถึงคำพูดเสียดสีของเฉินซื่อ และความใจแข็งไร้ความเมตตาของแม่เฒ่าคนนั้นแล้ว หนิงลั่วก็รู้คำตอบโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา หากไปขอร้องพวกนาง นอกจากจะไม่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว พวกนางคงจะหัวเราะอย่างสะใจและหาเื่ลงโทษเธออีก
ดังนั้น...แทนที่จะเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ มิสู้รอให้พี่ใหญ่หนิงฉยงกับพี่รองหนิงเวยกลับมา แล้วลองดูว่าพวกนางมีเงินเก็บไว้บ้างหรือไม่ น่าจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่า
[1] จ้วงหยวนหรือจอหงวน คือ บัณฑิตที่ผ่านการสอบเป็ขุนนางได้ที่หนึ่งของแคว้น
[2] เหวิน หรืออีแปะ เป็ค่าเงินของจีนโบราณ