ตอนที่ 36 เยี่ยมชมบ้าน
"ข้าไม่อยากให้สิ่งไม่จำเป็นเหล่านี้มากระทบเจ้า หากมีเรื่องเร่งด่วนอันใดก็ไปหาข้าที่หมู่บ้าน หรือไม่ก็รอให้ข้ามา จำไว้อย่าลืมบอกข้า ยามนี้ข้าขอตัวไปหาพี่ซิวผิงก่อน เจ้าเองก็ระวังตัวให้ดีล่ะ"
หลังจากเอ่ยลาแม่หนูอวิ๋นแล้ว ทั้งสองก็ออกไปพร้อมกัน แม่หนูอวิ๋นทำตามคำยืนกรานของถงเชียนและกลับห้องของตัวเองไป ส่วนถงเชียนกลับไปยังห้องโถงด้วยตัวเอง จากนั้นเอ่ยกับหัวหน้าคณะละครและเถ้าแก่โรงน้ำชาว่าตนจะไปแล้ว เมื่อกล่าวคำอำลาเสร็จ จึงไปยังสถานที่ๆ ได้นัดหมายกับจี้ซิวผิงไว้
มองดูภาพความคึกคักบนท้องถนน ด้วยความอัดอั้นตันใจมาตลอด โดยมีความคิดที่จะเสาะหาช่องทางการหาเงินด้วยวิธีอื่น เมื่อนึกขึ้นได้ ก็ยิ่งพิจารณาดูอย่างละเอียดว่าบนถนนทั้งสองฟากฝั่งยังไม่มีร้านค้าใดบ้างพร้อมวางแผนเรื่องที่ตนสามารถทำได้ เดินเช่นนี้พลางมองหาไปเรื่อยๆ แล้วก็มาถึงสถานที่ๆ นัดหมายกับจี้ซิวผิงไว้โดยไม่รู้ตัว
เป็นดังที่คาดการณ์ไว้ พริบตาเดียวก็เห็นจี้ซิวผิงรออยู่ตรงนั้น จึงเดินเข้าไปหาและเอ่ยว่า "พี่ซิวผิง ท่านมาถึงนานแล้วใช่หรือไม่ ข้าไปทำธุระที่โรงน้ำชานิดหน่อยพร้อมทั้งพูดคุยกับแม่หนูอวิ๋นถึงได้มาช้า เลยทำให้ท่านต้องรอนานแล้ว" เมื่อกล่าวจบ ก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง
ในขณะที่พูดก็ก้มหน้าไปด้วยแล้วพาจี้ซิวผิงเดินไปยังบ้านที่ตนเองเลือกไว้หลังนั้น
จี้ซิวผิงได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้นกับตน ยิ่งมองดูท่าทางราวกับแม่นางน้อยของนาง ความเหนื่อยล้าจากการเรียนตลอดทั้งวันก็หายเป็นปลิดทิ้ง แล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า "จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเพียงแต่เพิ่งออกมาจากบ้านของอาจารย์เท่านั้นเอง ก็แค่สถานที่นัดหมายของพวกเราอยู่ไม่ไกลจากบ้านอาจารย์ ฉะนั้นข้าจึงมาถึงเร็วกว่าเพียงเล็กน้อย เจ้าดูทางดีๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองเดินชนเอา"
ถงเชียนฟังที่เขากล่าว ก็รู้เลยว่าเขากำลังโกหกตน เพียงแต่ความรู้สึกที่ถูกพี่ซิวผิงเป็นห่วงเป็นใยนี้ มันช่างรู้สึกดีจริงๆ
ทั้งสองเดินพูดคุยกันมาตลอดทาง เมื่อพบเห็นสิ่งของเหล่านั้นตามท้องถนน ถงเชียนก็จะเอ่ยถามจี้ซิวผิงว่าต้องการสิ่งใดไปตกแต่งบ้านเพิ่มหรือไม่ เป็นอย่างนี้จนมาถึงที่บ้านหลังนั้นโดยไม่รู้ตัว
บ่าวรับใช้เฝ้าประตูผู้นั้นรู้จักกับถงเชียน เมื่อยามถงเชียนมาในคราวก่อน ครั้นเห็นนางมาถึงแล้ว ทั้งยังมีคนมาเป็นเพื่อนด้วยอีกหนึ่งคน ก็รู้เลยว่าเรื่องที่เจ้าของบ้านกล่าวนั้นใกล้จะเป็นจริงแน่นอน จึงก้าวไปข้างหน้าและถามว่า "คุณหนูถง ท่านพาพี่ชายมาดูบ้านหรือขอรับ นายท่านของพวกเราอยู่ด้านใน ท่านเข้ามารอสักประเดี๋ยวเถิดขอรับ ข้าจะไปตามนายท่านมา"
ถงเชียนไม่ได้แก้ไขคำพูดที่ผิดพลาดของเขา ชำเลืองมองจี้ซิวผิงแวบหนึ่ง แล้วเดินตามบ่าวรับใช้เข้าไปด้านในพร้อมเอ่ยกับจี้ซิวผิงเบาๆ ว่า “พี่ซิวผิง บ้านหลังนี้แหละ ท่านลองดูสิว่าไม่พอใจตรงไหนหรือไม่ พอถึงเวลาที่ซื้อมาแล้ว พวกเราค่อยหาคนมาตกแต่งเติมซ่อมแซมเสียหน่อย”
แรกเริ่มเดิมทีจี้ซิวผิงคิดว่าบ้านในความคิดของถงเชียน คงไม่แคล้วเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่มีห้องเพียงไม่กี่ห้อง ถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ก็คงจะไม่เท่าไรนัก ทว่าพอเห็นบ้านที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ความคิดทั้งหมดที่คาดการณ์ไว้ในใจก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
จึงเอ่ยปากถามอย่างอึ้งๆ ว่า “เชียนเอ๋อร์ มิใช่ไม่ยอมรับหรอกนะ บ้านหลังนี้สวยงามมากอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน แต่ว่า คงต้องใช้เงินมากมายเลยทีเดียว เงินที่มีอยู่ในมือพวกเรายามนี้จะพอรึ”
ครั้นถงเชียนได้ยินเขาเอ่ยชมว่างาม ก็รู้สึกพอใจอยู่พอสมควร จึงได้ตัดสินใจรอให้เจ้าของบ้านผู้นั้นมาแล้ว ค่อยเร่งจัดการเรื่องส่งมอบเงินนี้และทำให้บ้านมาอยู่ในมือของตนให้เร็วที่สุด
ส่วนความกังวลของจี้ซิวผิงนั้น ท้ายที่สุดตนก็ยังช่วยเขาขจัดความกังวลออกไปและเอ่ยเบาๆ ว่า “พี่ซิวผิง ท่านไม่ต้องคิดมากถึงเพียงนั้น ข้าเคยบอกท่านนานแล้ว เรื่องบ้านหลังนี้ ขอเพียงท่านเอ่ยมา ท่านรู้สึกว่ามันเหมาะสมหรือไม่ก็พอแล้ว”
“ส่วนเรื่องเงินนั้น ยามนี้ก็เตรียมไว้เกือบจะครบแล้ว อย่างไรเสียเงินส่วนแบ่งที่มาจากการร่วมมือกับเถ้าแก่โรงน้ำชา ทั้งยังมีเงินที่ท่านมอบให้ข้าจำนวนนั้นอีก เพียงพอที่จะซื้อบ้านหลังนี้ได้แล้ว แค่ท่านชอบก็พอ”
เห็นได้ชัดว่าจี้ซิวผิงไม่เชื่อคำพูดนาง บ้านสวยขนาดนี้ เหตุใดจึงใช้เงินเพียงแค่นั้น ทว่าสิ่งที่จี้ซิวผิงไม่รู้ก็คือยามนี้รายได้ของโรงน้ำชานับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถงเชียนจึงนำเงินที่ได้รับทั้งหมด รวมถึงเงินที่เบิกก่อนล่วงหน้าจำนวนหนึ่งเพิ่มเข้าไปจนหมด
ครั้นเห็นว่าถงเชียนไม่ได้เล่นละครตบตาตนเอง จึงได้วางใจพร้อมทั้งยึดมั่นในจุดยืนของตนว่าต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกับอาจารย์ชิวให้ดี พยายามเรียนรู้ในเนื้อหาที่ใช้สอบเคอจวี่ให้ได้มากที่สุด เพื่อรับประกันว่าหลังจากที่ตนเองสอบเคอจวี่แล้ว จะได้ดำรงตำแหน่งขุนนาง มีเพียงวิธีนี้จึงจะสามารถช่วยเชียนเอ๋อร์ได้
เจ้าของบ้านรีบออกมาตามเสียงของบ่าวรับใช้และเชื้อชวนให้ถงเชียนกับจี้ซิวผิงเข้ามาในบ้าน จากนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนูถงท่านคงคิดใคร่ครวญดีแล้วใช่หรือไม่”
ถงเชียนหันกลับไปมองจี้ซิวผิง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเจ้าของบ้านว่า “ย่อมต้องคิดดีแล้ว ส่วนเงินที่จะซื้อบ้านหลังนี้ ข้าเองก็ได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่วันนี้ไม่ได้นำติดตัวมาก็เท่านั้นเอง ท่านสามารถหาเวลาที่เหมาะสมมา จากนั้นพวกเราก็ทำการแลกเปลี่ยนเงินและบ้านก็พอ ท่านคิดว่าเช่นไร”
เจ้าของบ้านได้ยินถงเชียนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ขณะที่กำลังจะตอบตกลง แต่ทว่าพอเหลือบไปเห็นจี้ซิวผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พลันรู้สึกลังเลใจขึ้นมาและถามตามตรงว่า “แม่นางน้อย เจ้าตัดสินใจเองได้ใช่หรือไม่”
ถงเชียนมองดูเขาที่ชำเลืองมองจี้ซิวผิงเป็นบางครั้ง ก็รู้ได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ ในขณะที่คิดจะเอ่ยวาจา ก็ได้ยินจี้ซิวผิงเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “ความเห็นของถงเชียนก็คือความเห็นของข้า ท่านมิต้องกังวลใจจนเกินไป ปรึกษาเรื่องนี้กับนางก็พอ ข้าเพียงแต่มาเป็นเพื่อนนางเท่านั้น”
เดิมทีเจ้าของบ้านก็คาดหวังให้ถงเชียนเป็นผู้ตัดสินใจ อย่างไรเสียนางก็ติดต่อกับตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ตกลงดีแล้ว จู่ๆ ก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน หากมาเจรจาเรื่องอื่นอีกล่ะก็ ไม่แน่ว่าสถานการณ์จะออกมาเป็นเช่นไร พอได้ฟังเขาเอ่ยเช่นนี้ จึงได้พยักหน้าอย่างพอใจ
“ในเมื่อพวกท่านเอ่ยเช่นนี้แล้ว อย่างนั้นพวกท่านกำหนดเวลามาก็พอ ส่วนตัวข้านั้น ย่อมรู้สึกว่ายิ่งเร็วยิ่งดี อย่างไรเสียพอจัดการเรื่องนี้เสร็จ พวกเราก็จะได้จากไปเช่นกัน” เมื่อเอ่ยเช่นนี้แล้ว จึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความสบายใจ
ถงเชียนมองดูท่าทางเขาแล้ว ตนเองย่อมไม่ชักช้าอืดอาดให้มากความ หลังจากที่ตกลงเวลากับเถ้าแก่แล้ว จึงได้กลับไปที่หมู่บ้านพร้อมกับจี้ซิวผิง
ระหว่างทางก็ยังพูดอย่างไม่ตั้งใจว่า “พี่ซิวผิง ถ้าหากข้าต้องการเพิ่มรูปแบบใหม่ๆ ลงไปในหนังสือบทละครที่เพิ่งเขียนเมื่อวานล่ะก็ ท่านมีข้อคิดเห็นอะไรดีๆ หรือไม่”
.
.
.