หลังจากวางแผนการเรียบร้อยแล้วว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ทีนี้ก็มาถึงเวลาสำรวจดูว่าตอนนี้ทรัพย์สินเธอมีอะไรบ้าง และเธอจะจัดการยังไงกับมันดี เธอเปิดดูเงินในบัญชีพบว่าตอนนี้เธอมีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 2 ล้านบาท คอนโดห้องนี้เป็ชื่อของเธอคิดว่าจะประกาศขายมัน โชคดีที่เพื่อนในออฟฟิศเคยถามเกี่ยวกับมัน เพราะคอนโดนี้อยู่ใกล้กับที่ทำงานของเธอมากและอยู่ทำเลใจกลางเมืองทำให้ตอนนี้ไม่มีห้องว่างเหลือแล้ว เธอคิดว่าเธอสามารถขายมันได้โดยง่าย ราคาตอนนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็ประมาณ 4.5 ล้านบาทจากตอนที่เธอซื้อมาประมาณ 3.5 ล้านบาท
เธอจัดการติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวทันที อีกฝ่ายตอบตกลงโดยทันทีเพราะเขากำลังหาที่อยู่ใหม่และสนใจทำเลคอนโดของเธอมากๆเธอนัดจัดการโอนในอีก5วันข้างหน้า จบไปอีกหนึ่งเื่
แม้ว่าเธอจะเป็เด็กกำพร้าแต่เธอเป็คนเก่งและขยัน เธอทำงานมาั้แ่เด็ก บวกกับเธอได้ทำงานด้านไอที ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต้องใช้ความสามารถพิเศษสูง รวมทั้งอยู่ในบริษัทชั้นนำของโลก ดังนั้นผลตอบแทนย่อมไม่น้อย
วิมลินไม่ค่อยได้ใช้เงินกับสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ มากนัก อย่างที่บอกว่าความสนใจของเธอหลักๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง ทำให้ตอนนี้เธอมีเงินเก็บมากกว่าคนในอายุรุ่นเดียวกัน
“เข้าใจล่ะที่เราเก็บเงินไว้ไม่ยอมใช้ คงเพราะต้องเอามาใช้ตอนนี้นี่แหละนะ” เธอคิด
นอกจากนี้เธอยังมีเงินในส่วนของกองทุนสำหรับพนักงานที่ทางบริษัทจัดเตรียมให้เป็สวัสดิการให้กับพนักงานอีกด้วย รวมๆ แล้วทรัพย์สินของเธอทั้งหมดตอนนี้น่าจะมีมูลค่าประมาณ 7ล้านบาทซึ่งคงมากเพียงพอสำหรับการเตรียมของ
อย่างไรก็ตามเธอจะแบ่งครึ่งหนึ่งให้กับแม่ญา และบ้านเด็กกำพร้าของเธอ เงินจำนวนนี้คงพอจะต่อชีวิตให้กับน้องๆ ได้อีกนาน และแม่ญาก็ไม่ต้องหนักใจมากนักในการหาเงินบริจาคให้น้องๆ ทุกเดือน เธอโชคดีมากที่ไม่มีหนี้สินใดๆ ให้ปวดหัวเลย ดังนั้นเธอจึงสามารถจากไปได้อย่างสบายใจ
หลังจากเคลียร์ลิสต์ ทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว เธอวางแผนที่จะไปออฟฟิศเพื่อลาออกเป็อันดับแรก ลาออกและบอกลาเพื่อนร่วมงานที่แสนดีทุกคน แม้ว่าเธอไม่ค่อยได้ออกไปสังสรรค์กับทุกคนบ่อยนัก แต่ทุกคนก็ดีกับเธอมาก โดยเฉพาะพี่นิด หัวหน้าของเธอที่เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ
วิมลินอดน้ำตาซึมออกมาไม่ได้ เมื่อเดินเข้าไปในออฟฟิศที่คุ้นเคย ภาพความทรงจำต่างๆ ที่เธอได้ใช้ชีวิตที่นี่ไหลเวียนเข้ามา ที่นี่เป็ที่ทำงานที่แรกในชีวิตของเธอและคงจะเป็ที่เดียวในชีวิตนี้แล้ว เธอเดินไปที่แผนกบุคคลเป็อันดับแรก เธอจัดการลาออกเคลียร์เื่เอกสารและเงินต่างๆ ให้เสร็จสรรพภายในวันนี้ แม้ว่าการลาออกโดยกระทันหันจะผิดกฏของบริษัท แต่พี่ๆ แผนกก็ช่วยผ่อนปรนให้เธอไปหลายส่วนในเื่ของค่าปรับต่างๆ
เมื่อเธอจัดการเื่เอกสารเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเดินกลับมาที่ห้องทำงานของเธอและพี่ๆ ในทีม
“อ้าว ยัยลินมาแล้วเหรอ เจ้ นึกว่าวันนี้หนูจะไม่มาซะแล้ว กะว่าตอนเที่ยงจะโทรไปถามอยู่ โอเคมั้ย ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” เจ้นิด ทักเมื่อเห็นเธอเดินเข้าไป
“ลิน สบายดีค่ะเจ้ พอดีเมื่อเช้าแวะไปทำธุระมานิดหน่อย” เธอตอบพร้อมกับนั่งลงข้างๆ เจ้นิด
“เจ้นิด และพี่ๆ ทุกคนคะวันนี้ลินมีเื่จะบอกค่ะ” เธอพูดกับทุกคน
“ว่าไงมีอะไร ยัยลินเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าทำไม ทำหน้าซีเรียสขนาดนั้นล่ะ” เจ้นิดและ พี่ๆ ทุกคนหันมามองเธออย่างตั้งใจฟังสิ่งที่เธอจะบอก
“คือ...ลิน จะบอกกับทุกคนว่า วันนี้เป็วันสุดท้ายที่ลินจะทำงานที่นี่ แล้วค่ะ ลินขอบคุณเจ้ กับพี่ๆ ทุกคนมากที่เอ็นดู และช่วยเหลือลินมาโดยตลอด...ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะลินไม่ลืมทุกคนอย่างแน่นอน” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
จะบอกว่าไม่ใจหายคงไม่ได้ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับพี่ๆ มาหลายปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ย่อมมีความผูกพันกันอยู่แล้ว
“ห๊ะ ลิน หมายความยังไง ทำไม มันฉุกละหุกขนาดนี้ล่ะ มีเื่อะไรรึเปล่า บอกเจ้มา ถ้าเจ้ช่วยได้เจ้จะช่วยอย่างเต็มที่” เจ้นิด เอ่ยขึ้นอย่างใ
“คือลินจำเป็ต้องเดินทางไกลไปทำธุระบางอย่างเร็วๆ นี้ค่ะ ลินไม่รู้ว่าลินต้องไปนานเท่าไหร่ มันเป็เื่ที่สำคัญมาก ลินไม่ไปไม่ได้จริงๆค่ะ ลินต้องขอโทษเจ้ กับพี่ๆ ทุกคนด้วยนะคะ ที่มันกะทันหันแบบนี้” เธอตอบ ก้มหน้าน้อยๆ เล็กน้อยเพราะเธอก็รู้สึกผิดจริงๆ ที่ต้องทิ้งงานบางส่วนให้พี่ๆ ช่วยจัดการให้
“เจ้ ถามได้รึเปล่าว่าลินจะไปที่ไหน ลินลางานแบบไม่รับเงินเดือนไปก่อนก็ได้นี่ บริษัทน่าจะยอมเพราะลินก็เป็คนเก่งเบอร์ต้นๆ ของแผนกเรา” เจ้นิดพยายามเอ่ยโน้มน้าวให้เธอไม่ต้องลาออก
“เื่นี้ ลิน บอกไม่ได้จริงๆ ค่ะเจ้อย่าถามลินเลยนะคะ ลินขอบคุณที่เจ้กับทุกคนที่หวังดีกับลิน แต่ลินไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะต้องนานขนาดไหน” เธออาจไม่ได้กลับอีกต่อไปแล้ว...หญิงสาวพูดต่อท้ายในใจ
เธออดที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ น้ำตาหยดเล็กร่วงหล่นลงมา เจ้นิดเห็นท่าทางเธอแบบนั้นเลยไม่ได้ ซักไซ้ต่อ
“เอาเถอะ เจ้เข้าใจล่ะ ว่ามันคงจำเป็จริงๆ แต่ลินจำไว้นะว่าที่นี่ต้อนรับลินเสมอ ถ้ากลับมาแล้วอย่าลืมแวะมาหากันล่ะ” เจ้นิดกล่าว
“ขอบคุณค่ะเจ้ ที่เข้าใจลิน” เธอตอบพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ คนที่เปรียบเหมือนพี่สาวคนหนึ่งของเธอ
“ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราไปทานข้าวกลางวัน เลี้ยงส่งน้องลินกันเถอะ”
พี่ก้องพูดขึ้นมา ทุกคนรวมทั้งเธอก็เห็นด้วย
หลังจากทานข้าวกลางวันกันเสร็จเธอกับพี่ๆ รวมทั้งเจ้นิดก็แยกย้ายกันตรงหน้าบริษัท พี่ๆ กลับเข้าไปทำงานส่วนเธอก็ต้องไปทำภารกิจในการเตรียมซื้อข้าวของต่อ
หญิงสาวหันกลับไปดูสถานที่แห่งนั้นอีกครั้ง กล่าวลาและขอบคุณในใจเงียบๆ ก่อนจะหันหลังกลับและเดินหน้าต่อไปในทางที่เธอเลือกแล้วว่าจะเดินไป
สามวันต่อมาเธอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการตระเวนซื้อของที่มีในลิสต์ที่เตรียมไป เธอเลือกที่จะไปตามแหล่งค้าส่งต่างๆ ไม่ว่าตลาดไท สำเพ็ง ประตูน้ำ รวมทั้งห้างค้าส่งเพื่อสั่งของจำนวนมากในคราวเดียว เธอเช่าโกดังเก็บของชั่วคราวและให้ ร้านค้าต่างๆ นำของไปส่งไว้ที่นั่น เพื่อกันสายตาคนอื่นเห็นตอนเธอเก็บของเ่าั้เข้ามิติของเธอ
วันนี้เธอตั้งใจจะไปที่เยาวราช เธอจะไปซื้อทองและเครื่องประดับหยกไปด้วยสักหน่อย เผื่อว่าจะมีประโยชน์ในอนาคต รวมทั้งตระเวนซื้ออาหารโปรดของเธอไปด้วยไม่ว่า จะเป็เป็ดย่าง ซาลาเปา ฮะเก๋า เธอตระเวนสั่งทุกอย่างที่พอจะนึกออก ณ ตอนนี้ไปให้ได้มากที่สุด โชคดีที่มิติของเธอสามารถรักษาสภาพและอุณหภูมิของอาหารที่นำเข้าไปเก็บได้ เธอยังไม่ลืมที่จะเหมาไอศครีมไปหลายถัง เพื่อเด็กๆ ของเธออีกด้วย
วิมลินเธอผ่านวัดจีนชื่อดังแถวนั้น ก็คิดได้ว่าควรเข้าไปไหว้พระเสียหน่อยดีกว่า ไหว้วัดจีนก็ดีเหมือนกันเผื่อท่านเทพเ้าท่าจะได้ยินคำอธิฐานของเธอ
เธอเดินเข้าไปภายในบริเวณวัด มีผู้คนเข้ามาบูชาอยู่ประปรายเนื่องจากเป็วันและเวลาทำงานของคนทั่วไปอยู่ หญิงสาวจุดธูปแล้วไปยืนอยู่ตรงหน้า องค์พระประธาน เธอตั้งใจขอพรต่อท่าน ขอให้การเดินทางไปทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอให้เธอเจอกับสิ่งที่เธอตามหา รวมทั้งขอให้เด็กๆ ลูกของเธอเป็เด็กดี มีสุขภาพแข็งแรง เมื่อขอพรเสร็จเธอจึงนำธูปไปปักตรงกระถางที่ทางวัดเตรียมไว้ ก่อนจะหันมากราบลาองค์พระประธานอีกรอบ
เธอหันหลังกลับกำลังจะเดินออกจากวัด พลันก็ได้ยินเสียงเรียกเธอดังขึ้น
“โยม โยมผู้หญิงที่กำลังเดินอยู่นั่นแหละ หยุดคุยกับอาตมาสักครู่ได้หรือไม่” หลวงจีนมีอายุ มีกลิ่นอาย สงบน่าเลื่อมใสรูปหนึ่งยืนเรียกเธออยู่ไม่ไกล
“หนูเหรอคะ” เธอหันไปมองท่านพร้อมกับชี้ตัวเองแล้วถาม
“ใช่ โยมนั่นแหละ มาทางนี้หน่อยเถอะ อาตมามีสิ่งที่ต้องส่งให้โยม ใช้เวลาเพียงไม่นาน” หลวงจีนตอบกลับมา
วิมลินเดินเข้าไปหาหลวงจีน พร้อมทำความเคารพท่าน
“ใกล้เวลาที่ต้องออกเดินทางแล้วสินะโยม ขอให้เดินทางอย่างราบรื่นและทำภารกิจให้สำเร็จนะ อาตมามีของสำคัญจะให้โยม ไหนยื่นมือมาตรงหน้าหน่อยสิ” หลวงจีนพูดกับเธอพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้เธอ
วิมลินรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่หลวงจีนพูด ท่านพูดเหมือนกับรู้ว่าเธอกำลังจะต้องไปที่ไหน แต่คิดอีกทีก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะ แค่นึกถึงเ้าหนังสือจอมกวนที่อยู่ที่บ้านก็คงไม่มีอะไรให้แปลกใจเท่าไหร่แล้วล่ะ เธอคิดแล้วก็อดขำขึ้นมาได้
เธอยื่นมือไปตรงหน้าตามที่หลวงจีนบอก พลันก็รู้สึกถึงความเย็นของหินสีม่วงก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่ง มันดูเป็หินที่ยังไม่ได้รับการเจียระไน เพราะยังเป็รูปทรงธรรมชาติอยู่ แต่ดูแล้วน่าจะเป็หินเกรดดีมาก เพราะมันสะท้อนแสงแดด เปล่งประกายเป็สีม่วงชัดเจน
“ให้หนูเหรอคะ หลวงพ่อ สิ่งนี้มันคืออะไรคะ” เธอเอ่ยถามหลวงจีน
“สิ่งนี้เป็ของที่โยมตามหา และต้องใช้มันในไม่ช้า เมื่อโยมไปถึงที่แห่งนั้นโยมก็จะรู้เองว่า มันคืออะไร รักษามันไว้ให้ดี โยมใช้เวลาตามหามันมาทั้งชีวิตแล้ว อย่าทำมันหล่นหายอีกล่ะ อาตมาต้องขอตัวก่อนล่ะ โยมก็ไปได้แล้วขอให้เดินทางปลอดภัย” หลวงจีนรูปนั้นตอบเธอพร้อมทั้งขอตัว เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวคะ ท่าน ท่านคะรอก่อน” เธอเอ่ยเรียกหลวงจีนไว้ หลังจากยืนงงอยู่ชั่วครู่ เพราะเธอรู้สึกยังถามไม่จบเลยเธอก้าวเท้าจะเดินตามท่านไปแต่ไม่รู้ทำไมท่านถึงเดินเร็วนัก เพียงคลาดสายตาเพียงแวบเดียว หลวงจีนรูปนั้นก็หายไปเสียแล้ว
“ปริศนา...ปริศนาอีกแล้ว วุ้ย ปริศนาเต็มไปหมดหัวจะปวดจริงๆ ท่านเทพคะ ทำไมพวกท่านไม่เฉลยให้มันดีๆ ไปเลย นี่มันเกมส์ชิงรางวัลอะไรรึเปล่า” เธออดที่จะบ่นท่านเทพออกมาไม่ได้ คราวที่แล้วที่ต้องจิตตกไปแวบนึงกว่าจะไขปริศนายืนยันตัวตนได้
เธอรู้สึกว่าชีวิตที่เธอกำลังจะย้อนไปมันคงจะไม่ธรรมดาแค่ เลี้ยงลูก ทำสวน ปลูกผักแล้วรึเปล่านะ มีไอเทมลึกลับโผล่มาเยอะแยะไปหมดแบบนี้
เธอคิดอย่างปลงชีวิต เอาเถอะอะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิดอยู่ดีสินะ
วิมลินเก็บหินสีม่วงที่ได้มาเข้ากระเป๋าเก็บอย่างดี แล้วก็เดินทางไปซื้อของที่ยังเตรียมไม่ครบ ที่สถานีต่อไป
*************************************************************
ไอเทมปริศนา โผล่มาอีกหนึ่ง ก็หน้าตาประมาณนี้ล่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ ถ้าชอบอย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะคะ
ถึงไม่ถูกใจ ไรต์ก็ยังขอบคุณที่ สละเวลาแวะมานะคะ
อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยน๊า