เมืองโคกูรยอ ตำหนักองค์ชายสาม เมื่อในอดีต
จางจองอิมแอบหลบมานั่งเหม่อมองท้องฟ้า อยู่ในสวนของตำหนักองค์ชายสาม สีหน้าของนางดูเศร้าสร้อยนัก ผิดกับปกติที่มักมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก ทำให้องค์ชายสามที่บังเอิญเดินผ่านมาพบเข้ารู้สึกสงสัย
"มีใครรังแกเ้างั้นรึ เหตุใดถึงทำสีหน้าเช่นนั้น"
"องค์ชายสาม!"
"หม่อมฉันไม่ได้ถูกใครรังแกเพค่ะ เพียงแต่เพราะว่าวันนี้เป็วันปีใหม่ หม่อมฉันเลยรู้สึกคิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่เท่านั้น ปกติในทุกๆวันปีใหม่หม่อมฉันและท่านพ่อท่านแม่ จะอยู่ด้วยกันตลอดคืน พวกเราจะต้องนั่งล้อมวงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน" เสียงของนางสั่นเครือไม่น้อย
"อื้ม...เป็เช่นนั้นเอง ถ้างั้นปีนี้ข้าจะอยู่กับเ้าทั้งคืนเอง" จองอิมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางแฝงด้วยความซาบซึ้ง
"พรุ่งนี้เราไปเดินเที่ยวตลาดกัน เผื่อเ้า้าจะซื้อสิ่งใด"
"องค์ชายจะซื้อให้หม่อมฉันอย่างนั้นหรือ" จองอิมแกล้งเอ่ยถามองค์ชายสาม
"ใช่แล้ว หรือเ้าไม่้า"
"้าเพค่ะ" จองอิมรีบตอบรับทันที นางเกรงว่าองค์ชายสามจะเปลี่ยนใจ มีคนซื้อของให้ทั้งทีใยต้องปฏิเสธกัน
ตลอดค่ำคืนนั้นองค์ชายสามและจางจองอิมอยู่พูดคุยเื่ราวต่างๆ กันตลอดทั้งคืน จนกระทั่งมีเสียงพลุดังขึ้น เป็สัญญาณว่าได้ล่วงเข้าสู่ปีใหม่แล้ว ทั้งสองจึงได้แยกย้ายกันกลับที่พัก
จองอิม รู้สึกว้าวุ่นใจอย่างมาก ทั้งมีความสุขอิ่มเอมใจ ทั้งสับสน ทั้งไม่มั่นใจ นางไม่รู้ว่าเหตุใดองค์ชายสามถึงได้เปลี่ยนไป หันมาสนใจดูแลนางเช่นนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะพยายามทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยสนใจ ไม่แม้แต่ปลายหางตามามองนางเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่กี่วันมานี้เขาดูเป็คนละคนกับองค์ชายสามในวันแต่งงาน เขาเอาอกเอาใจนางสารพัด ไม่ว่านางจะร้องขอสิ่งใดเขาก็ทำให้ทั้งสิ้น ไม่ดุด่านาง ไม่เมินเฉยกับนางเหมือนแต่ก่อน
จองอิมพยายามคิดอย่างหนักก็คิดไม่ออก นางจึงยอมแพ้เลิกหาเหตุผล ในเมื่อเขาหันมาเอาอกเอาใจนาง อย่างที่นาง้าแล้ว นางต้องสนสิ่งใดอีกเล่า นางจึงค่อยๆปิดเปลือกตาบางลงเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด
ในตอนเช้าของวันใหม่
เนื่องจากวันนี้เป็วันปีใหม่ ผู้คนทั้งเมืองจึงคึกคักกันเป็อย่างมาก บรรดาถนนหนทาง ต่างถูกประดับตกแต่งจนดูสวยงามแปลกตา ทุกคนต่างสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่สีสรรสดใด สะอาดสะอ้าน ทำให้ทั้งเมืองดูมีชีวิตชีวายิ่ง
หลังจากที่องค์ชายสามพาจองอิมไปเดินซื้อของในตลาดเสร็จ เขาจึงพานางมารับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในตลาด โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็โรงเตี๊ยมชื่อดังของเมืองหลวง ทำให้มีผู้คนหนาแน่นแทบทุกวัน โดยเฉพาะ่เทศกาลแบบนี้ที่ผู้คนจะหนาแน่นเป็พิเศษ หากไม่จองคิวก็คงไม่มีวันได้กินเป็แน่
"โอ๊ะ! องค์ชายสาม หม่อมฉันต้องขออภัยเป็อย่างสูงที่บังอาจเดินชนองค์ชาย" สตรีรูปงามแต่งตัวโชว์เนินอก แกล้งเดินมาชนองค์ชายสาม และกอดเขาไว้แน่น โดยพยายามให้หน้าอกใหญ่โตโดนตัวองค์ชาย
"ไม่เป็ไร" องค์ชายสามเอ่ยขณะมือโอบประคองสตรีนางนั้นไว้ ไม่ให้ล้มลงไปนอนที่พื้น
"เพื่อเป็การขอโทษ ให้หม่อมฉันดูแลองค์ชายวันนี้นะเพค่ะ" สตรีนางนั้นไม่ยอมปล่อยองค์ชายสามไป นางยังคงกอดองค์ชายไว้แน่น พยายามทำทุกทางเพื่อให้ใกล้ชิดองค์ชายให้ได้
"ไม่เป็ไร เราต้องไปแล้ว ขอตัวก่อน"
องค์ชายสามพาจองอิมไปยังห้องรับรองพิเศษที่เขาจองไว้บนชั้นสองของร้าน กลางห้องมีโต๊ะกลมใหญ่พร้อมกับอาหารหลากหลายจานวางเรียงรายเต็มโต๊ะ หัวใจจองอิมพองโต ลืมความขุ่นเคืองใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าทันที ด้วยไม่คาดคิดว่าองค์ชายสามผู้เืเย็น จะเอาใจนางถึงเพียงนี้ นางนั่งลงตรงข้ามกับองค์ชายสาม พรางค่อยๆลิ้มรสอาหารทุกจานอย่างช้าๆ พร้อมกับสุราเลิศรสที่องค์ชายสามรินให้ไม่ขาด จองอิมไม่เคยรู้สึกมีความสุขเช่นนี้มาก่อน หัวใจนางพองฟูจนแทบะเิ นางรู้สึกราวกับอยู่บนสรวง์
"มึนหัวจริง เมาเสียแล้วหรือนี่ สงสัยจะดื่มมากไป"
"มึนหัวอย่างนั้นหรือ สงสัยเ้าจะดื่มมากไป งั้นเ้านอนพักที่นี่สักหน่อยแล้วกัน เย็นๆพวกเราค่อยกลับจวน"
"เพค่ะ"
องค์ชายสามจึงช่วยพยุงนางไปนอนที่เตียง ส่วนตัวเขานั้นก็รีบออกจากห้องไป เพื่อไปพบกับใครบางคนที่เขานัดไว้ถัดออกไปไม่ไกลจากห้องจองอิม
"เป็เช่นไรบ้าง นางหึงหวงหรือไม่?" อีวอนโดเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
อีวอนโด นั้นเป็พ่อค้าที่ขายทุกอย่างที่ได้กำไร เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าสิ่งเ่าั้จะถูกหรือผิดกฎหมาย เขาสนเพียงสิ่งเดียวคือเงิน ส่วนใหญ่เขาจึงเลือกค้าขายกับต่างชาติ หรือกับคนในตลาดมืด เพราะพวกนี้ให้ราคางาม อีวอนโดนั้นสนิมสนมกับองค์ชายสามอย่างมาก พวกเขามักพูดคุยกันแบบเป็กันเองตลอด เนื่องด้วยพวกเขามีอายุเท่ากัน และยังมีนิสัยคล้ายกันหลายๆเื่ โดยเฉพาะเื่การค้า จึงยิ่งทำให้พวกเขาสนิทกันมากยิ่งขึ้น
"ข้าไม่รู้ ข้าเห็นแต่หน้าเรียบเฉยของนางเท่านั้น" องค์ชายสามเอ่ยตอบ
"หรือหม่อมฉันแสดงไม่ดีพอเพค่ะ" สตรีที่เดินชนองค์ชายสามเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงแสร้งรู้สึกผิด
"ไม่หรอกยอดรัก เ้าแสดงเก่งยิ่งนัก" องค์ชายสามเอ่ยเยินยอนาง พรางกอดนางแแ่ เพื่อปลอบใจ
นางยิ้มประจบ พร้อมกับคอยดูแลปรนนิบัติองค์ชายสามต่ออย่างเต็มที่
จริงๆแล้ว เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็แผนการณ์ของทั้งสองคนที่อยากจะทดสอบความรู้สึกของจางจองอิม ว่าหากเห็นสตรีที่สวยงามปานนางฟ้าเข้ามาใกล้ชิดเขานางจะแสดงออกเช่นไร
"ข้ามิเชื่อหรอกว่านางจะไม่หึงหวงเลย?" วอนโดเอ่ย
"นอกจากว่านางจะไม่รู้สึกอันใดกับเ้า ถ้าเช่นนั้นการพนัน...ของพวกเรา..." ใบหน้าของวอนโดก็ปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้น
"ยังตัดสินไม่ได้เสียหน่อย ตอนที่เราตกลงพนันกันนั้น เ้ามิได้พูดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนมิใช่หรือ"
"เ้า...เ้า...นี่เ้า..." ประโยคนี้ทำให้วอนโดมีโทสะไม่น้อย เขาชี้นิ้วไปทางองค์ชายสามแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร
"เ้ามันขี้โกง" วอนโดรู้สึกไม่พอใจ
"เหมืองทองครึ่งหนึ่ง ยังไงเสียก็ต้องเป็ของข้า" ใบหน้าขององค์ชายสามก็ปรากฏรอยยิ้มยินดีขึ้น
"เอาเถอะเห็นแกเ้าที่ทำการค้ากับข้ามานาน พวกเรากำหนดเวลาหน่อยดีหรือไม่? อีกครึ่งปีข้างหน้าเป็อย่างไร" องค์ชายสามนั้นมีความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เพราะเขารู้ว่าจองอิมนั้นมีใจให้กับเขา แต่ถึงไม่มีใจให้แล้วเช่นไร ยังไงสตรีโง่เช่นนั้นก็ต้องตกหลุมรักเขาอยู่ดี
"ดี ดี อย่างนี้สิถึงจะยุติธรรม" วอนโดพยักหน้าพอใจ
"แต่ถึงอย่างไร เ้าก็ไม่มีทางชนะหรอก ยังไงเ้าก็ต้องตกหลุมรักนางเข้าให้สักวัน" วอนโดเอ่ย
"ไม่มีวันนั้นแน่นอน สตรีหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนั้นผู้ใดจะไปรักลงได้ ขนาดแค่ข้าเข้าใกล้นางได้ไม่กี่วัน ข้ายังรู้สึกสะอิดสะเอียดถึงเพียงนี้ นี่ถ้าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป ข้าคงขาดใจตาย แค่คิดก็สยองแล้ว" องค์ชายสามเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางรังเกียจ
"พอๆ เราเลิกพูดเื่ของ สตรีอัปลักษณ์ ผู้นั้นเสียที เรามาคุยเื่การค้าของเราดีกว่า" องค์ชายสามตัดบท
ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะได้พูดคุยเื่การค้ากัน องค์ชายสามก็ได้ยินเสียงแ่เบาที่ด้านนอก จึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปทางบานประตู
"ใคร?" องค์ชายสามะโถามออกไป คิ้วทั้งสองของเขาขมวดเข้าหากัน เขาไม่พบผู้ใด แต่เขาก็มิได้เดินกลับเข้าไปที่ห้องในทันที กลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
"มีสิ่งใดอย่างนั้นหรือ" วอนโดจ้องไปที่องค์ชายสามอย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่มีสิ่งใด"
"อย่างนั้นเรามาคุยการค้ากันต่อดีหรือไม่"
องค์ชายสามพยักหน้า จากนั้นพวกเขาทั้งสองจึงได้เริ่มเจรจาการค้ากันอย่างลับๆ
นอกห้องโถงใหญ่ จองอิมนั้นกำลังนั่งพิงเข้ากับหลังกำแพงเงียบๆ ไม่ขยับแม้แต่น้อย ดวงตาทั้งสองของนางปิดสนิท สีหน้าขาวซีด นางกัดริมฝีปากเรียวบางของตนจนแน่น มือที่อยู่ใต้แขนเสื้อนั้นกำแน่นเข้าหากัน นางได้ยินที่พวกเขาคุยกันทั้งหมด ที่แท้หลายวันมานี้ที่เขาทำดีกับนางนั้นหาใช่เื่จริงไม่ มันเป็เพียงแค่เกมการพนันเท่านั้น
ใจที่แต่เดิมเคยพองฟูนั้น มาบัดนี้มันได้เหี่ยวเฉา แฟบลงจนไม่เหลือชิ้นดี ต่อให้นางแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้
สำหรับเขาแล้วนางก็เป็เพียงแค่เครื่องมือในการพนันเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญอื่นใดไปมากกว่านี้
นางพยายามห้ามน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหลออกมา แต่ว่านางกลับทำไม่ได้ หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลผ่านแก้มของนางไม่หยุด นางทำได้เพียงแค่พิงอยู่ที่หลังกำแพง ปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมา จากนั้นนางก็พยายามยกมือขึ้นค้ำกำแพงแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าทีละก้าวกลับห้องพักของตน ไปอย่างเงียบเชียบ
---
งานแข่งขันยอดบุปผางาม ณ อุทยานหลวง
หัวใจของฮายอนในตอนนี้นั้น ความเ็ปค่อยๆ เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ กับเื่ราวในอดีตที่ผ่านมาทั้งหลาย
'เ็ปเหลือเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งเ็ป'
"ฮายอน… ฮายอน… ซอฮายอน!" ชอลซูเอ่ยเรียกน้องสาว พร้อมกับเขย่าตัวนางอย่างแรง
"เ้าค่ะ"
"เ้าเป็อะไร ทำไมอยู่ๆก็นิ่งไป พี่เรียกก็ไม่ตอบ"
"ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ แค่คิดถึงเื่บางอย่างนิดหน่อยเ้าค่ะ"
"ถ้าเ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว งั้นพวกเรากลับกันเถอะ" แม่ทัพซอเอ่ยชวนทุกคนกลับจวนใต้เท้าลี