Switch body สลับร่าง สลักรัก : ตอนที่2 โลกของเรา
ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็คือตอนเช้าของวันถัดมาแล้ว บ้าจริง ปวดหัวฉิบหาย เผื่อผมจะนึกออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นก็ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกัน จนกระทั่งมีเสียงคนเคาะประตูอยู่ด้านนอก ผมจึงรีบเดินออกไปเปิดประตู แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบช็อกก็คือ ผม ครับ ผมมายืนเคาะประตูหน้าห้องตัวเอง ใช่ครับทุกคนฟังไม่ผิด ร่างกายผม หน้าตาผม ชุดผม นั่นมันคือผม แต่ แล้วที่ยืนพูดอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่ผมเหรอวะ อะไรกันละครับเนี่ย
“มึงเข้าไปในห้องเลย เรามีเื่ต้องคุยกัน” ร่างกายที่เป็ของผม มันดันตัวผมเข้ามาในห้องแล้วที่ผม งง มากๆ คือตอนนี้ผมอยู่ห้องใครแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับผมวะ ผมยังคงนั่งมองร่างกายตัวเองที่นั่งตรงข้ามอยู่อย่างนั้น ด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและหัวใจที่เต้นรัว พร้อมคำถามในหัวอีกมากมาย
“มึงเลิกช็อกแล้วฟังกูดิ เฮ้ย! มึงฟังกู ไอ้นที” สิ่งที่ทำให้ผมช็อกไปอีกรอบคือ ร่างกายผม มันเรียกชื่อผม ใครมันอยู่ในร่างผมวะ เกิดอะไรขึ้นกันวะเนี่ย และสิ่งที่ผมสงสัยก็ถูกเฉลย พร้อมกระจกตรงหน้าผม ที่ไอ้ร่างกายผมเอามาให้ ผมไม่รู้ต้องเรียกว่าอะไร เรียกร่างกายตัวเองว่าไอ้ร่างกายแล้วกัน ผมช็อกอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าคนในกระจก เชี่ย ไอ้พี่อัคนี 0_0
“เฮ้ย พี่ นี่มึงไปอยู่ในร่างกู แล้วกูมาอยู่ในร่างมึงได้ไงวะพี่” ถึงผมใมากแค่ไหนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ผมก็ไม่ได้ลืมนะ ว่าผมไม่ชอบหน้าไอ้พี่อัคนีมัน ทำไมผมต้องพูดดีกับคนแบบนั้นด้วยละ อีกอย่างทำไมผมต้องมาอยู่ในร่างไอ้พี่บ้านี่ด้วย ทำไมเื่แบบนี้ต้องมาเกิดกับคนน่ารักใจดีแบบนทีด้วยเนี่ย
“ถ้ามึงจะพูดกับกูขนาดนี้ ก็ไม่ต้องเรียกกูพี่แล้วป่ะ” ดูมันพูด ดูมัน
“งั้นตามนั้น” คนอย่างผมเหรอครับจะยอมคนแบบไอ้พี่อัคนีมัน ก็มาดิค้าบ เสนอมาผมก็จะสนองให้
“ไอ้เด็กนี่ ทะลึ่งละมึง” ไอ้พี่อัคนีไม่พูดเปล่า แต่กลับเอามือมาขยี้หัวผมเล่นไปด้วย รอยยิ้มแบบนี้ มันรอยยิ้มอะไรของพี่มันวะ ผมสาบานเลยว่าใบหน้าอันหล่อเหลาของผมไม่เคยยิ้มแบบนี้
“อย่ามาเนียนจับหัวผมนะพี่ แต่เอ๊ะ จะว่าไปนี่มันก็หัวพี่ นั้นมันก็มือผมนี่หว่า งั้นก็ ... จับเลยพี่ จับอีกๆ ขยี้ให้ผมยุ่งๆ เลย 555” ผมเองก็ไม่พูดเปล่านะทำหน้ากวนประสาทไอ้พี่อัคนีไปด้วย สะใจผมล่ะ ว่าแต่นี่ผมลืมเื่สำคัญอะไรไปหรือเปล่านะ
“เลิกกวนประสาทพี่ได้ละ ไอ้น้ำวน แล้วมาคุยกันว่าเราจะเอายังกับเื่ที่เกิดขึ้น พี่นั่งคิดก่อนที่จะมาเคาะห้องเราสักพักละ เลยว่าอยากจะมาคุยกับเราก่อนจะได้เข้าใจตรงกันและปฏิบัติตัวตามข้อตกลงตรงกันด้วย โอเคไหม ฟังพี่อยู่ไหมไอ้น้ำวน” อ่อ เื่ที่ผมลืมไปเมื่อกี้ คือเื่นี้ เื่ที่เราสลับร่างกันนี่เอง แล้วทำไมดูไอ้พี่อัคนีมันดูไม่ใอะไรเลยวะ จะให้มมาตกลงทำความเข้าใจยังกับพาเด็กไปทัศนศึกษาแล้วกลัวเด็กหลงงั้นอ่ะ
“ฟังอยู่พี่ แต่กูแค่งง อ่ะ ทำไมมึงดูไม่ใเลยว่ะพี่ แล้วอักอย่างนะ ผมชื่อนที นที ที่แปลว่าสายน้ำเว้ยพี่ ไม่ใช่นทีที่แปลว่าน้ำววน เรียกผมให้มันถูกด้วย ผมชื่อ นที อ่านปากผมนะ ผม ชื่อ นะ ที จำไว้ด้วยนะพี่”
(กูรู้ว่ามึงชื่อนที แต่ที่กูเรียกมึงว่าไอ้น้ำวน เพราะมึง คือสายน้ำเย็นฉ่ำที่มาคอยวนเวียนอยู่ในความคิดและอยู่ในหัวใจกูตลอดเวลานี่ไง โง่จริงนะไอ้น้ำวน)
“พี่มึงบ่นอะไรพึมพำอยู่คนเดียววะ พูดดังๆ ดิ ผมไม่ได้ยิน มึงว่าไงนะพี่”
“ไม่เกี่ยวกับมึงโว๊ย” ไอ้พี่อัคนีมันเป็อะไรวะ พูดเหมือนโกรธกูแต่ดันยิ้ม อ้าว อย่าบอกว่ามึงเป็ไบโพลาร์นะพี่ กูวิ่งนะ เดี๋ยววันดีคืนดีมาบีบคอกู บึ๋ย สยอง ไอ้คนหล่อดีกรีเดือนมหาลัยของพี่ส้มเปรี้ยว บึ๋ย
“เอางี้นะ มึงเล่าให้กูฟังดิก่อนที่มึงจะตื่นขึ้นมาแล้วอยู่ในร่างกูเนี่ย มึงไปทำอะไรมาไอ้น้ำวน” นั่น กูว่าเป็ไบโพลาร์แน่นอนละไอ้พี่อัคนีเนี่ยเมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย มาตอนนี้ทำหน้าเครียดใส่กูซงั้น แต่จะว่าไป...
“กูไม่ได้ทำไรนะพี่ ก็นอนปกติ แล้วสดุ้งตื่นเพราะเสียงฝนตกฟ้าร้อง กูเลยรีบวิ่งไปเก็บผ้าที่ระเบียงห้อง จากนั้นก็ลื่นล้มวะพี่ แล้วภาพก็ตัดเลย จนได้มาเจอพี่นี่แหละ”
“อืม ... เหตุการณ์เดียวกัน เวลาก็น่าจะเดียวกันด้วยเพราะกูได้ยินเสียงร้องจากห้องมึงตอนที่กูก็ลื่นล้มพอดี งั้นเป็ไปได้ว่าที่เกิดขึ้นกับกูและมึงเนี่ย น่าจะมาจากการที่พายุเข้าเมื่อคืน”
“แล้วเราจะไงวะพี่ กูกับมึงถึงจะได้กลับเข้าร่างตัวเอง กูไม่อยากอยู่ในร่างคนใจร้อนขี้โมโหแบบมึงอะพี่ กูรับไม่ได้”
“ก่อนที่มึงจะว่ากูอ่ะ มึงเห็นกูโมโหโวยวายใส่มึงสักครั้งหรือยังไอ้น้ำวน ห๊ะ”
“เออ ที่มึงพูดก็จริงนะพี่ ทำไมวันนี้มึงดูมีสติ และไม่โมโหไม่โวยวายวะ”
(ถ้ามึงจะสังเกตสักนิดนะไอ้น้ำวน มึงก็จะรู้ว่ากูใจเย็นทุกครั้งที่อยู่กับมึง)
“นี่มึงพูดอะไรคนเดียวอีกแล้ววะพี่ กูเริ่มกลัวมึงแล้วนะ”
“ช่างกูเหอะ ก่อนอื่นเลยระหว่างที่มึงใช้ชีวิตของกู กูใช้ชีวิตของมึงเนี่ย เราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อน 1. มึงเลิกเรียกกู
ว่า มึงสักที ให้เรียกกูว่าพี่อัค 2. มึงห้ามเที่ยวกลางคืน 3. ห้ามกลับห้องเกินสามทุ่ม ถ้าเกินนั้นต้องโทรบอกกูก่อนเดี๋ยวกู
ออกไปรับ 4. ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่ และข้อสุดท้าย ห้ามมี ใคร เอ้อ กูหมายถึงว่า กูยังไม่มีแฟนแล้วกูก็ยังไม่อยาก
มีใคร ต่อให้ใครมาขอเบอร์ มาจีบ เอาของมา ให้ มึงต้องปฏิเสธทั้งหมด ตกลงไหม”
“กฎของมึงเยอะจังวะพี่ กูจำไม่ได้หรอก แล้วอีกอย่างนะทำไมกูต้องเรียกมึง ว่าพี่อัคด้วยวะพี่ กูไม่ เรียก” พูดยังไม่จบไอ้พี่อัคนีมันเป็บ้าอะไรของมันอีกเนี่ย มึงมาผลักกูลงที่นอนมึงทำม๊าย มึงจะทำไรกูเนี่ย ปล่อยกูได้แล้วโว๊ย
“ถ้ามึงไม่ทำตามกฎ กูจะจูบมึง เอาไง มึงว่ามา ... อยากให้กูปล่อยเหรอ มึงเรียกกูใหม่ดิ”
“พะ พี่อัค ปล่อยผม ปล่อย” ผมพูดไปก็ผลักไอ้พี่อัคนีให้ออกห่างจากตัวผมด้วย เรียกก็เรียกว่ะ ผมไม่ยอมให้ไอ้พี่บ้านี่จูบผมแน่ ม๊ายยย....