บทนำ พินัยกรรมสั่งลา
การต่อสู้ที่เดิมพันด้วยทุกสิ่ง อานาคต ความรัก ชีวิตกำลังจะมาถึงจุดสิ้นสุด คมอาวุธของคนทั้ง 3 หันหน้าเข้าหากันฟาดฟันกันในปราสาทที่ประดับไปด้วยศิลปะที่ประณีต ท่ามกลางการต่อสู้ที่ล้อมรอบตัวปราสาทนี้ และเมืองนี้ ที่มีกองทัพของบุคคลทั้ง 3 ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อกันนับพันนับหมื่นชีวิต และมองเตอร์ขนาดั์ที่บินอยู่บนฟากฟ้ามากมาย ส่งเสียงแผ่ร้องเข้าห่ำหั่นกันด้วยคมเขี้ยว
มันกำลังจะจบลงแล้วทั้ง 3 คิด มันช่างเป็เวลาที่ยาวนานและดุเดือดจริงๆนับจากวันนั้น
2 ปีก่อนนอกเกม
ฝนตกลงมาโปรยปรายั้แ่เช้าจนล่วงเวลามายามสายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เหมือนบ่งบอกว่าเป็ตัวแทนของความโศกเศร้า
งานศพดำเนินต่อไปจนฝังร่างของชายชราวัย 83 ปีลงหลุม หญิงสาวคนนึงที่เพิ่งขึ้นไปกล่าวปราศรัยถึงชายแก่ในตัวโบสถ์ยังคงชายตามองไปรอบด้าน หาคนๆ นึง ทว่ามันกลับทำให้เธอเกิดแค่ความรู้สึกเดิมขึ้นมาเท่านั้น
มันอยู่ไหน?
เ้าโรคจิตนั่น?
ทั้งๆที่นี่เป็พิธีจากลาครั้งสุดท้ายของผู้ที่มีพระคุณกับมันล้นฟ้า?
เธอทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจ เวลาเย็นของวันนี้เธอยังคงมีบางอย่างที่ต้องสะสาง และเธอก็เชื่อว่าเ้าหมอนั่นต้องโผล่มาแน่
หลังจากแขกทยอยกันกลับบ้านไปแล้ว เหล่าลูกหลานทายาทของซิลเวอร์ก็ได้กลับเข้ามาในตัวบ้านหลักพร้อมบุคคลอีกจำนวน แทบทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความ้าบางอย่างที่จะชี้ชะตาอนาคตของพวกเขา
ทว่ามันกลับติดอยู่เื่เดียว
“ทำไมเราต้องรอมันคนเดียวด้วย เปิดอ่านเลยสิครับคุณฌองพวกเราในที่นี้จะได้ไม่เสียเวลา”ชายคนนึงพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดกับทนายความแก่ผู้ถือพินัยกรรมสุดท้ายของซิลเวอร์ผู้เป็บิดาของตน
“หากทุกคนในรายชื่อมาไม่ครบองค์ประชุมผมก็มิอาจเปิดมันอ่านได้ครับ”
“แล้วแบบนี้จะให้พวกเรารอไปอีกนานเท่าไหร่กัน”เสียงของอีกคนพูดขึ้นมาแต่หนุ่มกว่า
“เ้าหมอนั่นรู้ทั้งรู้ว่าวันนี้เป็วันจัดงานศพคุณพ่อที่เก็บมันมาเลี้ยง มันกลับไม่มา คนพรรค์นั้นจะไปสนใจทำไม” อีกคนก็ว่าตามด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน
“ขออภัยด้วยครับผมต้องทำตามหน้าที่”ฌองผู้เป็ทนายรับได้กับอารมณ์ของทุกคนอย่างสบายๆ
แทบทุกคนในที่นี้ต่างเป็ผู้ที่มีอำนาจแทบจะมากที่สุดของประเทศนี้หรือของโลกก็ว่าได้ แต่กลับต้องมารอเ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าเพียงคนเดียวแบบนี้มันยิ่งทำให้พวกเขาแค้นใจ และซิลเวอร์ยังเอาใจใส่มันเป็พิเศษจนออกนอกหน้านอกตาเสียอีกด้วย
ในขณะที่หลายๆคนเค้นความคิดสาปแช่งมันผู้นั้นในใจอยู่
ปัง!! ประตูบานพับก็เปิดออกเสียงดัง ชายหนุ่มคนนึงก็ได้เดินตรงมาหาทุกคนด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มแล้วกล่าว
“ฉันมาแล้ว...”ทุกคนเงียบเป็เสียงเดียวกันก่อนจะมีเสียงพูดขึ้นมา
“แกไปไหนมาถึงได้มาเอาป่านนี้!”
แล้วก็ตามมาอีกหลายๆคำถาม เสียงพวกนี้ปานจะกินเืกินเนื้อชายหนุ่มเลยก็ว่าได้ แต่เขาได้เพียงแต่เงียบและมีรอยยิ้มตอบกลับไปจนความเดือดดาลเริ่มปะทุขึ้นไม่หยุด แต่ไม่นาน
“หยุดเถอะพ่อ ถ้ามาแล้วพวกเราก็จะได้ฟังสิ่งที่ปู่ทิ้งเอาไว้สักที”ชายหนุ่มผมทองร่างสูงสง่าพูดขึ้นทำให้ชายที่เพิ่งมาเหล่สายตามองเขา
และข้างชายที่เพิ่งมาก็มีสายตาของหญิงสาวที่จับจ้องเขาเช่นกัน
ในที่สุดพินัยกรรมก็ได้เปิดออก ทนายความว่าความทันทีทุกคนต่างพากันจดจ่ออยู่กับมัน
“พินัยกรรมฉบับที่หนึ่งเปิดอ่าน ณ หลังจากจัดพิธีศพของฉันเสร็จแล้ว อเล็กซานเดอร์ ซิลเวอร์ วันที่เขียน +++----++++
ฉันอล็กซานเดอร์ ซิลเวอร์ ได้ไตร่ตรองมาเป็เวลานานแสนนานแล้วว่าควรมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของฉันนั้นให้กับใคร ทุกคนรอบตัวข้าพเ้าล้วนแล้วแต่มีความสามารถจริงๆเล่นเอาฉันปวดหัวเลยที่เดียว ทั้งลูก ทั้งหลาน หรือทั้งลูกน้อง คนรู้จัก ทุกคนต่างมีความสามารถมากพอที่จะสืบทอดตำแหน่งของฉัน
แต่ฉันกลับไม่สามารถเลือกพวกเขาคนใดคนนึงด้วยตัวเองได้เลย ฉันจึงคิดเกมๆ นึงขึ้นมา เกมที่จะเลือกผู้สืบทอดของฉัน และมีรายชื่อ 7 คนที่มีสิทธิ์เข้าไปเล่นเกมนี้ คนทั้ง 7 คนที่ว่าจะต้องเข้าไปในเกมและทำการต่อสู้ห้ำหั่นกันและยึดครองเกมนั้นจากด้านในให้เป็ของตัวเองให้ได้โดยปริยาย“จงเป็าาของโลกนั้น” ถึงจะได้มีสิทธิ์ในมรดกของฉันอย่างเป็รูปธรรม”
“นี่มันอะไรกัน?”เริ่มมีเสียงแทรกขึ้นมา ฌองยังคงอ่านต่อ
“Emperor world onlineนี่คือชื่อเกมที่ฉันจะให้คนทั้ง 7 เล่น หลังจากชนะเกมนี้แล้ว แล้วรับมอบมรดกของฉันไปจะทำอะไรต่อไปก็แล้วแต่ตัวผู้สืบทอดเลย กฎระเบียบและที่เหลือนอกจากนั้นเข้าเกมไปก็จะรู้เอง”
“7 คน คนในห้องนี้มีมากกว่า 20 คนเชียวนะ” เสียงหญิงสาวคนนึงพูดขึ้น
“มันหมายความว่ายังไง?”
“ไม่ต้องห่วงครับเดี๋ยวผมจะชี้แจงต่อจากนี้ละ”ฌองตอบแล้วอ่านต่อ
“คนแรกที่มีสิทธิ์ในพินัยกรรมของฉันคือ
อเล็กซานเดอร์ อดัม”
เสียงฮือฮาดังขึ้นก่อนผู้เป็พ่อจะหันมามองหน้าลูกที่มีรายชื่อ เขาเป็ชายที่มีรูปร่างสูงสง่าผมทองนั่นเอง
“คนที่สอง หวัง ไทหยาง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นมาอีก
“เฮ้ยไอ้หมอนี่ไม่ใช่คนในตระกูลนะ”เสียงทัดทานดังขึ้น
“แต่ท่านได้ตัดสินใจแล้วครับ”ฌองตัดบททันที
“คนที่ 3 อเล็กซานเดอร์ เฮอร์ริน่า”
คราวนี้มีแต่ความเงียบก่อนหญิงสาวร่างโปร่งสูงที่ถูกขานชื่อจะกระซิบเข้าไปที่หูของผู้ที่เป็บิดา
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก เดี๋ยวหนูจะยกมันให้พ่อที่หลังเองเพราะยังไงซะมันก็บอกนี่ว่าจะทำอะไรต่อกับมันก็ได้เมื่อได้รับมา”
ผู้ที่เป็พ่อกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดตอบกลับไป
“...นั่นสินะ”
“คนที่ 4 อเล็กซานเดอร์ ซีนิท”
ผู้ที่ถูกกล่าวชื่อถึงกับลุกขึ้นมาร้องเฮก่อนจะมองหน้าคู่แข่งและมองหาอีก 3 คนที่ยังไม่ขานชื่อ
“คนที่ 5 ไอมิเซ่ มิต้า”
“เอาอีกแล้ว ทำไมพ่อถึงเอาคนนอกเข้ามาในพินัยกรรมด้วย”
ถึงจะมีเสียงทัดทานแต่ร่างของหญิงสาวที่สวยสง่าสดใสกับมีชายอีกคนยืนจับไหล่เป็กำลังใจให้ ซึ่งเป็พ่อของเธอที่มีใบหน้าสุขุมราวกับว่าเขารู้ว่าทำไมซิลเวอร์ถึงคิดเช่นนี้ ซิลเวอร์ที่เป็เพื่อนต่างวัยของเขา
“คนที่ 6 อเล็กซานเดอร์ ฟุยูกิ”
คราวนี้หลายคนเพียงซุบซิบก่อนจะหันมามองหน้าของหญิงสาวที่ยืนห่างจากทุกคน เธอที่ได้รับเลือกได้เพียงแต่กอดอกมั่นรับไว้ด้วยใบหน้าสุขุม
คราวนี้ทุกคนที่ยังไม่ถูกขานชื่อต่างหันมองหน้ากัน คนที่ถูกรับเลือกทำไมมันถึงมีแต่ลูกพวกเขา ทั้งๆที่พวกเขานั้นเป็พ่อเกิดก่อนมีสิทธิ์ก่อนแท้ๆ ทุกคนต่างพากันคิดถึงจุดนั้นตามๆกัน คนนอกตระกูลยังมีสิทธิ์ในพินัยกรรมพ่อของพวกเขาหรือปู่ของหลานๆคงจะเพี้ยนขนาดหนักจริงๆ ถึงเขียนพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นมา
ในชื่อสุดท้ายพวกเขาทุกคนต่างหวังว่าคงจะมีชื่อตนเองอยู่ สุดท้ายพวกเขาก็ผิดหวัง
“และคนสุดท้าย อเล็กซานเดอร์ จักรพรรดิ”
ทุกคนต่างเงียบเป็เสียงเดียวก่อนจะมีเสียงโวยวายขึ้นมา
“บ้าแล้ว เ้าหมอนั่นเป็แค่เด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงแค่สิบปีเศษๆ ทำไมถึงมีรายชื่อ คุณฌองอ่านผิดรึเปล่า!!!”
“ไม่ผิดครับ”ฌองยืนยัน
“พ่อคิดอะไรของเขาอยู่นะ ทำไมถึงเอาชื่อมันเข้าไปในพินัยกรรมด้วย”
“ปู่คงคิดอะไรสนุกๆได้มั้งคะ” เสียงหญิงสาวร่างสูงโปร่งพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
แต่พอหันไปหาเ้าตัวที่มีชื่อเป็คนสุดท้ายพวกเขากลับเห็นมันนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารอย่างไร้มารยาทและหยิบกินแอปเปิ้ลที่จัดวางเอาไว้หน้าตายก่อนจะเผยยิ้มออกมาสู่สายตาทุกคน
พอกินหมดมันก็พูดขึ้นมา
“กะไว้แล้วว่าปู่ต้องเล่นไม้นี้ เห็นบ่นนักหนาว่าพวกลูกๆ มันไม่ได้ความ จนถึงขนาดรับฉันเข้ามาเป็ลูกบุญธรรม เกมงั้นเหรอ...น่าสนุกดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอพวกแก แทนที่จะแบมือขอส่วนบุญจากคนอื่นมาแข่งกันด้วยสิ่งที่พวกแกมีและฉันมีดีกว่า...”
ความเดือดของทุกคนแทบจะมาถึงขีดสุดฌองจำเป็ต้องว่าความต่อให้จบก่อนจะมีเื่มีราวเกิดขึ้น
“ตามที่นายท่านว่าไปแล้ว หากใครได้เป็ผู้สืบทอดแล้วจะทำยังไงต่อกับทรัพย์สมบัติก็แล้วแต่พวกท่านจะพิจารณา และจงอย่าลืมว่าสังเวียนตัดสินนั้นคือในเกมเท่านั้น เกมออนไลน์เสมือนจริง และเป็การรับประกันหากมีการเล่นลูกเล่นตุกติก นายท่านได้สั่งไว้ว่า หากมีผู้ใดทำการอันใดจนทำให้ผู้แข่งไม่มีสิทธิ์ในมรดกนอกซะจากตัดสินกันในเกม ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกโอนให้มหาชนทันทีและบริจาคให้กับมูลนิธิยากไร้ที่มีอยู่ทั่วโลก”
เสียงโวยวายยิ่งดังขึ้นการกระทำแบบนั้นมันเหมือนกับโยนของมีค่าลงมหาสมุทรก็ไม่ปาน ทำไมซิลเวอร์ถึงคิดจะทำแบบนั้น แต่พินัยกรรมันก็เป็ของจริง ฌองก็พูดจริง พวกเขาจำเป็ต้องตัดสินกันในเกมจริงๆ เหรอ
ไร้สาระจะให้อำนาจมากมายต้องมาชี้ชะตาในเกมบ้าๆผู้ที่มีอำนาจหลายคนต่างพากันพร่ำบ่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเขาจำยอมต้องผลักดันลูกๆของตนเองให้ชนะเท่านั้น ดีที่ลูกที่สืบสายเืของพวกเขาทุกคนถูกขานชื่อไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะหมดสิทธิ์ในมรดกนี้โดยปริยาย
“พินัยกรรมของท่านจบลงเพียงแค่นี้ล่ะครับ ผมจะทวนอีกครั้งก็แล้วกันว่าจงยึดเกมนั้นให้เป็ของคุณเพียงคนเดียวซะ ในเวลานั้นพวกคุณก็จะเป็ผู้ชนะ เริ่มเกมได้นับั้แ่นี้เลย”
ทุกคนต่างเงียบฟังก่อนหลายคนจะรีบออกจากห้องด้วยอารมณ์ที่ไม่พึงใจ พวกเขาต้องรีบทำแต้มให้เร็วที่สุดพวกเขาคิด
แต่ในตอนนั้นในห้องกับเหลือเพียงคน 4 คนที่เหมือนจะยังมีเื่พูดคุยกับฌองอยู่
“พวกคุณทั้ง 4 มีอะไรจะกล่าวถามผมอีกเหรอครับ?” ฌองเปิดประเด็นทันที
“ขออภัยค่ะ ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อที่จะถามอะไรเพิ่มเติมหรอก”หญิงสาวลูกครึ่งนามฟุยูกิหันไปมองชายหนุ่มแทน ชายหนุ่มที่เห็นเพียงยิ้มตอบอย่างจริงใจ
อดัมตอนนั้นพูดขึ้นมา
“พอดีผมเล่นเกมนี้อยู่แล้ว ไม่ทราบว่ายังสามารถใช้ตัวละครเดิมได้อยู่รึเปล่าครับ”
ฌองตอบทันที
“ไม่มีปัญหาครับ ท่านเขียนเพียงแค่ว่าจงยึดเกมมาเป็ของตัวเองจะเล่นก่อนเล่นหลังไม่เกี่ยว”
“ขอบคุณมากครับ”อดัมโค้งให้เขาก่อนจะออกจากห้องไปแต่สายตากับเหลียวมองชายจีนร่างบึกบึนที่อยู่ข้างกายแวบนึง
ข้อได้เปรียบของเขาที่เริ่มเกมก่อนเหมือนจะทำให้เขาเป็ผู้ได้เปรียบ แต่ฌองกับไม่คิดแบบนั้นแม้แต่น้อย
พออดัมไปแล้วชายจีนร่างบึกบึนในห้องนามไทหยางก็พูดขึ้นทันที
“นอกจากที่ผมมีสิทธิ์ในพินัยกรรมของท่านแล้วมีอย่างอื่นพิเศษกว่านั้นอีกไหมครับ”
ฌองเหมือนรู้ใจจึงยิ้มตอบไทหยางไปว่า
“ท่านฝากมาบอกคุณด้วยว่า “จงขยี้ทุกคนซะ” แค่นั้นล่ะครับ”
ไทหยางที่ได้ยินถึงกับเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
“สมกับเป็ท่านจริงๆ”นั่นเป็คำพูดของไทหยางก่อนจะเดินออกจากห้องไปพลางโบกมือให้ชายหนุ่ม
“แล้วคุณมีธุระอะไรกับผมเหรอครับคุณจักรพรรดิ”ฌองหันไปหาคนสุดท้ายที่ยังคงนั่งอย่างไร้มารยาทอยู่ที่โต๊ะ ก่อนเขาจะลุกตัวลงมายืน
“เปล่า ผมแค่อยากจะบอกว่ายังติดเรียนอยู่อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้วผมไม่อยากให้มันค้างคา”
“เื่ง่ายๆหากจะดร็อปมาก่อนแล้วเล่นเกมให้เคลียร์ก็ได้ครับ” ฌองเสนอ
“เปล่า ที่ผมจะบอกก็คือผมขอเข้าเล่นเกมหลังจากเรียนจบจะได้รึเปล่า แบบว่าอยากจะเรียนให้จบก่อนน่ะครับ”
ฌองถึงกับใคนอื่นๆต่างใจร้อนเร่งรีบแต่เขากลับทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่มีหน้าที่มากกว่านั้น ในคนทั้ง 7 คนเขาคนนี้เป็คนที่เขาไม่รู้จักมากที่สุด
“ผมไม่มีสิทธิ์ขัดความคิดใคร หากคุณอยากจะเรียนต่อให้จบแล้วมาเคลียร์เกมที่หลังก็แล้วแต่คุณ แต่ระหว่างนั้นเกมมันจะเคลียร์ไปก่อนแล้วนะครับผมว่า”
“ไม่มีทางหรอก...”จักรพรรดิกลับยิ้มตอบเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
ถึงจะสงสัยแต่มันก็หมดหน้าที่ของฌองแล้ว
“งั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวบ้างก็แล้วกัน”ฌองโค้งให้ทั้ง 2 ก่อนจะจากไป
“มีเื่อะไรเหรอครับถึงยังอยู่ที่นี่?”จักรพรรดิหันไปมองหญิงสาวที่ผู้คนแทบไม่ให้ความสนใจเหมือนกับตน ฟุยูกิ
ฟุยูกินั้นมีพ่อเป็คนญี่ปุ่นเธอจึงเป็ลูกครึ่งคนเดียวของที่นี่ที่ถูกรับเลือก ส่วนสูงน้อยที่สุดในบรรดาคนทั้ง 7 แต่ความงดงามนั้นไม่แพ้ 2 สาวที่ถูกรับเลือกเช่นเดียวกับเธอเลย แววตาสีดำกลมโตกับผมสีดำแซมขาวประบ่าของเธอตัดกับจมูกที่เป็สันได้อย่างลงตัว ยิ่งพอแววตาดูมีความมุ่งมั่นเสน่ห์ของตัวเธอก็ราวกับถูกดึงออกมาจนถึงขีดสุด ความงดงามที่แฝงไว้ด้วยความน่าค้นหาต่อเพศตรงข้ามที่เห็น ทำให้จักรพรรดิหยุดมองเธอไม่ได้จริงๆ
ฟุยูกิเดินตรงมาที่จักรพรรดิก่อนจะเพ่งมองเขาด้วย 2 สายตาชัดๆจักรพรรดิที่เห็นเกือบโอบเอวของเธอได้แล้วแต่เธอกับไหวตัวทันทิ้งระยะห่างออกมาเสียก่อน
“ฉันนึกว่านายจะเป็พวกตายด้านจากที่เห็นภายนอกซะอีกแต่พอมองดูดีๆแล้วกับเป็คนที่อ่อนไหวเหมือนกันนะ...”
จักรพรรดิรู้ว่าเธอพูดถึงอะไร เธอพูดถึงดวงตาที่ฉ่ำน้ำของตัวเองนั่นเองแต่กับกลบเกลื่อนด้วยท่าทางหยิ่งยโสจนคนอื่นๆพาลเกลียดแทน
จักรพรรดิเดินเข้าไปใกล้เธอแต่เธอกับทิ้งระยะห่างเพิ่ม
“แหม...ใจร้ายผมเองก็เป็คนเหมือนกันนะครับ แค่ผมไม่คิดว่าท่านจากไปแล้วเท่านั้น สำหรับผมปู่นะยังคงมีชีวิตอยู่เสมอนั่นละ แทนที่จะมาพูดเื่นี้กับผมรีบเข้าไปเล่นเกมดีกว่ามั้งครับ เพราะเ้าพวกนั้นเท่าที่ดูคงร้ายกาจกันพอดู”
เธอที่มีสีหน้าเรียบปากเป็รอยขีดพูดกลับ
“ฉันก็เหมือนอดัมนั่นละเล่นก่อนพวกนายแล้ว พออดัมถามคุณฌองฉันก็ได้รับคำยืนยันอย่างชัดเจนไปด้วย จุดสตาร์ทที่เหนือกว่าคนอื่นอีก 5 คนรวมทั้งนาย นายนั่นละคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงยอมเสียเวลาที่ด้านนอกอีก”
จักรพรรดิทำท่าบิดี้เี
“ผมก็แค่ไม่อยากให้มันค้างคาอย่างที่บอกก็เท่านั้น แต่ถ้าหากอยากจะรู้อะไรมากกว่านั้นแลกด้วยนี่ 1 ครั้งสิครับ”นิ้วชี้ของจักรพรรดิยกมาจ่อที่ปากตัวเอง ฟุยูกิหันหน้าหนีเดินจากไปพร้อมทิ้งคำพูดเอาไว้แทน คำพูดที่มุ่งมั่นจนจักรพรรดิรู้สึกถึงความพยายามของเธอ
“ฉันจะต้องชนะเกมนี้และสืบทอดมรดกของปู่!”
จักรพรรดิมองเธอเดินจากไปอย่างเงียบๆด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดขึ้น
“น่ารักซะเบอร์นั้น แต่เกมน่ะ ถ้าไม่สนุกก็ไร้ความหมายสิ ไม่เข้าใจกันเลยรึไง?”