บทที่ 1 ทูต์
ณ ดาวโลก จักรวรรดิหัวเซี่ย มณฑลเทียนฝู่ เมืองชิงหยาง
ณ สนามกีฬาของโรงเรียนมัธยมปลายชิงหยางหมายเลข 1 เหล่านักเรียนมัธยมปลายปี 3 กว่าร้อยคนกำลังนั่งเรียงกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย พวกเขาตั้งใจฟังคำปราศรัยของอาจารย์ใหญ่หวังเหว่ยบนเวที
“นักเรียนทั้งหลาย เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าพวกเธอทุกคนต่างรอคอยวันนี้มาถึง หลังจากเรียนมาสามปี ฉันเชื่อว่าพวกเธอทุกคนพร้อมที่จะเป็ผู้ประกอบอาชีพแล้ว”
“วันนี้เป็วันที่พวกเธอจะได้ปลุกพลังสายอาชีพ ฉันคิดว่าพวกเธอทุกคนคงตื่นเต้นยิ่งกว่าฉัน แต่ไม่ว่าพวกเธอจะปลุกพลังอาชีพใดได้ ก็อย่าดูถูกตัวเอง ในโลกนี้ไม่มีอาชีพที่ไร้ค่า มีแต่คนไร้ค่าเท่านั้น”
“เคยมีคนปลุกพลังอาชีพลับที่แข็งแกร่งได้ แต่กลับหลงระเริง ไม่พยายามพัฒนาตัวเอง ทำให้กลายเป็คนไร้ค่า แต่ก็มีคนปลุกพลังอาชีพพ่อครัวที่ไม่มีพลังต่อสู้ แต่ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละ เขาได้กลายเป็เทพปรุงอาหารขั้นเก้าที่ทุกคนต้องยกย่อง”
"ดังนั้นนักเรียนทั้งหลาย อนาคตของพวกเธออยู่ในมือของเธอเอง เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา เอาล่ะ พิธีปลุกพลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการได้!"
เว่ยเสี่ยวซู่มองไปทางเวทีหลัก สายตาเป็ประกาย ความรู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษ
เขามาเกิดใหม่ในโลกนี้ครบ 3 ปีแล้ว และเข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่เป็อย่างดี
สามร้อยปีก่อน บนท้องฟ้าของโลกที่เขาอยู่จู่ ๆ ก็ปรากฏวังวนอวกาศขนาดต่างๆ หลายพันแห่งในชั่วข้ามคืน วังวนอวกาศเหล่านี้เชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกว่า มิติลับ
หลังจากมิติลับปรากฏขึ้น กฎของโลกเดิมก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการแปลงเป็ข้อมูล
แน่นอนว่า อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ เกมได้บุกเข้ามาในโลกแห่งความจริงแล้ว
มีทั้งผ่านด่านในมิติลับ สังหารสัตว์อสูร ได้รับค่าประสบการณ์ เพิ่มระดับและความแข็งแกร่ง
่แรกที่มิติลับปรากฏขึ้น สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลออกมา สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับมนุษยชาติ ร่างกายของมนุษย์เปรียบเสมือนกระดาษแผ่นบางๆ เมื่อเทียบกับสัตว์อสูร
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสียสละของบรรพบุรุษที่ยอมพลีชีพต่อสู้ ในที่สุดมนุษย์ก็สามารถกำจัดสัตว์อสูรที่หลุดออกมาจากมิติลับได้
แม้จะต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง จึงทำให้มีชีวิตที่ค่อนข้างสงบสุขอย่างเช่นทุกวันนี้
สิ่งที่ช่วยให้บรรพบุรุษสามารถเอาชนะสัตว์อสูรได้ คือการปลุกพลังอาชีพ จากนั้นจึงเพิ่มระดับและบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนอาชีพขั้นสุดท้าย
หลังจากผ่านการพัฒนามาสามร้อยปี มนุษย์ก็ค้นพบวิธีการปลุกพลังอาชีพที่มีประสิทธิภาพ 100% ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถควบคุมอาชีพที่ได้รับได้ แต่การที่ทุกคนสามารถกลายเป็ผู้มีอาชีพได้ ถือเป็ความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อ
ความแข็งแกร่งของอาชีพที่ได้รับจากการปลุกพลังนั้น มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลการเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายสามปี นักเรียนที่เรียนเก่งย่อมมีโอกาสได้รับอาชีพที่แข็งแกร่งมากกว่านักเรียนที่เรียนไม่เก่งอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นถ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชค แล้วจะตั้งใจเรียนไปทำไม นอนรอจนอายุ 18 ปีแล้ววัดดวงเอาไม่ดีกว่าเหรอ?
จริงอยู่ว่าบางครั้งนักเรียนหัวกะทิก็อาจพลาด หรือเด็กท้ายห้องอาจพลิกโผได้ แต่กรณีแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมากทั่วโลกในแต่ละปี แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลย
บนเวที หลังจากที่อาจารย์ใหญ่หวังเหว่ยเดินออกไป ผู้เชี่ยวชาญด้านเวทอักษรหลายคนก็เริ่มร่วมมือกันสร้างวงเวท
ไม่กี่นาทีต่อมา ระลอกคลื่นเวทมนตร์สีขาวนวลก็เริ่มแผ่กระจายไปทั่วสนาม ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวัง
หวังเหว่ยกลับขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำ โบกมือพร้อมกล่าวว่า "นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1 เตรียมตัวปลุกพลังอาชีพ
ขอให้ครูประจำชั้นดูแลความเรียบร้อยของนักเรียนแต่ละห้องด้วย"
"สวีเสี่ยวฉิง ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1 เชิญขึ้นมาบนเวที"
สวีเสี่ยวฉิงในฐานะหัวหน้าห้องปี 3 ห้อง 1 มีผลการเรียนดีเยี่ยม และยังเป็หนึ่งในสามดาวโรงเรียนของโรงเรียนมัธยมชิงหยาง ทันทีที่เธอก้าวขึ้นไปบนเวที เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากด้านล่าง
"บ้าไปแล้ว ดูสิ เทพธิดาของฉันขึ้นเวทีแล้ว"
"โอ้ เสี่ยวฉิงยังสวยเหมือนเดิม ถ้าให้เธอมาเป็แฟนฉันนะ ต่อให้ต้องอายุสั้นลง 10 ปี ฉันก็ยอม"
"เหอะ ฝันกลางวันอยู่รึไง?"
"เฮ้อ ชุดนักเรียนบ้าบอนี่ มองอะไรไม่เห็นเลย"
"หา? นายอยากมองอะไรกันแน่?"
…
ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น แต่ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนจ้องมองสวีเสี่ยวฉิงเช่นกัน แต่สายตาของพวกเธอก็แฝงไปด้วยความอิจฉาและริษยาไม่มากก็น้อย
"สอบกลางภาคปีที่แล้ว สวีเสี่ยวฉิงได้ที่สองของโรงเรียนไม่ใช่เหรอ?"
"แน่นอนสิ ก็มีตัวประหลาดห้อง 2 อยู่นี่นา เทพธิดาเสี่ยวฉิงของเราก็เลยได้เป็ที่สองตลอด"
"จริงด้วย ฉันลืมเื่นี้ไปเลย หัวหน้าห้อง 2 ได้ที่ 1 ของระดับชั้นทุกครั้งตลอดสามปี เขาต้องไม่ใช่คนแน่ๆ"
"ใช่แล้ว เขาชื่อ เว่ยเสี่ยวซู่ ใช่มั้ย? น่าหมั่นไส้จริงๆ ทำให้เทพธิดาของฉันต้องได้ฉายาที่สองตลอดกาลมาตลอดสามปี น่าโมโหชะมัด"
…
เมื่อได้ยินเสียงกระซิบรอบข้าง เว่ยเสี่ยวซู่ก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก ถึงแม้ว่าก่อนจะทะลุมิติมามา ผลการเรียนของเขาจะค่อนข้างดี แต่มันก็ไม่ได้เว่อร์วังอลังการแบบนี้
ความจำและไหวพริบของเขาหลังจากข้ามเวลามาได้พัฒนาขึ้นอย่างน่าประหลาด
ตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากศึกษาอยู่พักหนึ่ง เขาคาดว่าน่าจะเป็เพราะการรวมิญญาสองดวงเข้าด้วยกัน ทำให้ิญญาของเขามีพลังมากกว่าคนทั่วไป
จึงทำให้เขากลายเป็เด็กเรียนอัจฉริยะแบบนี้
สวีเสี่ยวฉิงเดินเข้าไปในวงเวท ไม่กี่วินาทีต่อมา วงเวทก็เปล่งแสงเจิดจ้า ดาบั์เล่มหนึ่งที่เปล่งแสงสีทองอร่ามปรากฏขึ้น ทุกคนในสนามต่างก็ส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง
"เทพธิดาสุดยอด! ปรากฏการณ์ระดับนี้ ต้องเป็อาชีพหายากแน่ๆ"
"ใครรู้บ้างว่านี่คืออาชีพหายากอะไร?"
"ดูเหมือนนักรบศักดิ์สิทธิ์นะ แต่ดาบเล่มนั้น ดูเหมือนจะแตกต่างจากดาบของนักรบศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง"
…
ขณะที่นักเรียนในสนามยังคงพูดคุยกันอยู่นั้น อาจารย์ใหญ่หวังเหว่ยและครูประจำชั้นห้อง 1 บนเวทีกลับตกตะลึงอย่างที่สุด
ด้วยประสบการณ์ของทั้งคู่ พวกเขาจึงมองออกถึงความผิดปกติ
"นี่มัน...นี่มัน..."
"อาจารย์ใหญ่หวัง เสี่ยวฉิงเธอ..."
ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอ่ยความคิดของตัวเองออกมา ในวินาทีต่อมา ใจกลางวงเวทก็เปล่งแสงสีทองอร่ามที่งดงามเกินพรรณนา พร้อมกับขนนกสีขาวบริสุทธิ์ที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
ช่างงดงามและน่าตื่นตะลึง
ไม่กี่อึดใจต่อมา ที่มีรูปร่างเลือนรางของฑูต์หกปีกก็ปรากฏขึ้น และยื่นมือออกไปคว้าดาบั์สีทองกลางอากาศ ทันใดนั้น แสงสีทองก็สาดส่องไปทั่วทั้งผืนฟ้า
"สวีเสี่ยวฉิง ปลุกพลังอาชีพ - ฑูตสววรค์ อาวุธประจำตัว ดาบแสงศักดิ์สิทธิ์เทวทูต"
"ฑูตสววรค์! เป็ถึงอาชีพลับฑูตสววรค์เชียวหรือ!"
"เทพธิดาสุดยอด! ฮ่าๆๆๆ สวยงามมาก เทพธิดา ผมรักคุณ!"
…
ด้านล่างเวที เว่ยเสี่ยวซู่ก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน นั่นคืออาชีพหาลับเลยนะ! แถมยังเป็อาชีพที่ติดอันดับท็อป 20 ของอาชีพลับที่แข็งแกร่งอีกด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็อดอิจฉาไม่ได้
"เฮ้อ ยุ่งละสิ" เว่ยเสี่ยวซู่ส่ายหัวพร้อมกับยิ้มแห้งๆ
สวีเสี่ยวฉิงได้รับคำชมเชยจากหวังเหว่ยแล้วก็เดินลงจากเวที แต่เมื่อเดินผ่านเว่ยเสี่ยวซู่ เธอก็แสยะยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "ครั้งนี้ นายจะเอาอะไรมาชนะฉัน?"
เว่ยเสี่ยวซู่ไม่ได้พูดอะไร ไม่แม้แต่จะหันไปมองเธอ ยิ่งทำให้สวีเสี่ยว ฉิงกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ