เจียงมั่วหลุบตาลง ดูท่าว่านี่จะเป็แผนการที่กู้หลิงเยว่จงใจวางเอาไว้เพื่อเล่นงานเธอโดยเฉพาะ แม้ว่าเธอจะ้าเพิ่มค่าความเกลียดชัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมเป็แพะรับบาปให้ใครในเื่ที่ตัวเองไม่ได้ก่อเสียหน่อย เื่ศักดิ์ศรีที่คอขาดบาดตายแบบนี้ เธอไม่มีวันยอมให้อภัยเด็ดขาด
ระหว่างที่เธอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ พ่อบ้านก็เดินกลับเข้ามาพอดี ก่อนจะรายงานกู้เหลียนด้วยท่าทางนอบน้อม "คุณชายใหญ่ พวกเราค้นห้องพักคนรับใช้หมดทุกห้องแล้ว แต่ไม่เจอเครื่องประดับที่หายไปของคุณหนูใหญ่เลยครับ"
กู้เหลียนกวาดสายตามองทุกคนในที่นั้นด้วยความไม่สบอารมณ์ "ไม่เจอเหรอ? ค้นกันละเอียดดีแล้วหรือยัง ของพวกนี้มันจะหายไปเองเฉย ๆ ได้ยังไง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าคนรับใช้ต่างพากันเงียบกริบด้วยความกลัว ทันใดนั้น สาวใช้คนหนึ่งก็ถูกเบียดให้ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น กู้เหลียนปรายสายตามองพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ "มีอะไร?"
สาวใช้เงยหน้าขึ้นมองเจียงมั่วอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอเม้มปากอยู่นานกว่าจะยอมพูดออกมาอย่างระมัดระวัง "คุณชายใหญ่คะ ในเมื่อค้นห้องพักคนรับใช้แล้วไม่เจอ ทำไมคุณชายไม่ลองคิดดูล่ะคะว่า อาจจะเป็คนอื่นที่เกิดความโลภขึ้นมา..."
"เหลวไหล! ในบ้านนี้จะมีใครมาอยากได้ของกระจุกกระจิกไร้ราคาของเด็กผู้หญิงอีก" พอกู้เหลียนพูดจบ เขาก็ได้รับสัญญาณทางสายตาจากสาวใช้คนนั้น เขาจึงรีบหันไปมองเจียงมั่วด้วยสีหน้าลังเล
เจียงมั่วรู้ทันทีว่ากู้เหลียนกำลังสงสัยในตัวเธอ พอนึกถึงตอนบ่ายที่แกล้งทำตัวอ่อนแอน่าสงสาร แล้วทำให้ค่าความประทับใจของกู้เหลียนเพิ่มสูงขึ้น คราวนี้เธอเลยขอลองเปลี่ยนแผนดูบ้าง เธอยกยิ้มมุมปากแล้วมองไปที่สาวใช้คนนั้นด้วยสายตาเย้ยหยัน "ที่พูดแบบนี้ หมายความว่าฉันเป็หัวขโมยงั้นเหรอ?"
สาวใช้คนนั้นก้มหน้าลงและไม่ยอมตอบคำถามเธอ ทำให้เจียงมั่วหัวเราะออกมา "แล้วถ้าสุดท้ายค้นไม่เจอเครื่องประดับพวกนั้น เธอจะรับผิดชอบคำพูดตัวเองยังไง?"
กู้หลิงเยว่ทำเป็ใ รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "เจียงมั่ว คงไม่ใช่ว่าเธอเอาเครื่องประดับของพี่ไปจริง ๆ หรอกใช่ไหม? ของพวกนั้นเป็ของขวัญที่พวกพี่ชายซื้อให้พี่ทั้งนั้นเลยนะ เธอช่วยคืนให้พี่หน่อยได้ไหม ถ้าเธอชอบ พี่ซื้อของชิ้นอื่นให้ใหม่ก็ได้ พี่ขอแค่เอาของพวกนั้นคืนมาเถอะนะ มันสำคัญกับพี่มากจริง ๆ "
เจียงมั่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ฉันไม่ได้เอาไป"
กู้หลิงเยว่ทำหน้าตาน่าสงสารและเต็มไปด้วยความอัดอั้น "เจียงมั่ว พี่รู้ว่าของพวกนั้นเป็ตัวแทนความรักของพี่ชาย การที่เธออยากได้ก็ไม่แปลกหรอก แต่บอกพี่ตรง ๆ ก็ได้นี่นา ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ"
"พอได้แล้วเยว่เอ๋อร์ เื่ยังไม่ทันเคลียร์ให้ชัดเจนเลย อย่าเพิ่งพูดจาซี้ซั้ว" กู้เหลียนอดไม่ได้ที่จะดุกู้หลิงเยว่ขึ้นมา
"พี่ใหญ่คะ~"
กู้เหลียนตวัดสายตาเ็าดุจน้ำแข็งมองกู้หลิงเยว่ แม้ว่าเธอจะไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมหุบปากลง
"พ่อบ้าน เข้าไปดูในห้องของเจียงมั่วหน่อย" กู้เหลียนไม่ได้ถามความสมัครใจของเจียงมั่วเลยสักคำ แต่สั่งการพ่อบ้านโดยตรง
เจียงมั่วยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางสงบ ใบหน้าของเธอไม่มีทั้งความตื่นตระหนก ความอัดอั้นตันใจ หรือความโกรธแค้นใด ๆ ทั้งสิ้น
ทุกคนต่างชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้ว่า ในห้องของเจียงมั่วจะเป็อย่างไร หลังจากนั้นไม่นาน พ่อบ้านก็เดินออกมา เขาส่ายหน้าให้กู้เหลียนเบา ๆ "คุณชายใหญ่ ผมไม่พบสิ่งของต้องสงสัยใด ๆ ในห้องของคุณหนูรองเลยครับ"
กู้หลิงเยว่ตาโตขึ้นมาทันที "ไม่มีเหรอ?"
สิ้นคำพูดนั้น เธอถึงเพิ่งนึกได้ว่าแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป จึงรีบเก็บอาการแล้วแสร้งถามย้ำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอีกครั้ง "ค้นละเอียดดีแล้วใช่ไหมคะ?"
พ่อบ้านพยักหน้ารับและยิ้มให้ "ค้นละเอียดมากแล้วครับ คุณหนูใหญ่"
กู้หลิงเยว่กำหมัดแน่นด้วยความกังวล เธอเหลือบมองไปทางหนึ่งตามสัญชาตญาณแล้วเงียบเสียงลง เห็นแบบนั้นเจียงมั่วจึงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะมองตามไปในทิศทางเดียวกัน เธอรู้ได้ในทันทีที่เห็น ที่แท้ก็เป็เขานี่เอง...
กู้เหลียนหันไปมองสาวใช้คนนั้นด้วยความไม่พอใจ "วันหลังถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจน ก็อย่ามาเดาสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก"
สาวใช้คนนั้นตัวสั่นด้วยความกลัว ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม "ค่ะ"
กู้หลิงเยว่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้าไปเกาะแขนกู้เหลียน พลางเบะปากน้อย ๆ ทำทีเป็ยอมตัดใจไม่เอาความ "ช่างมันเถอะค่ะพี่ใหญ่ ในเมื่อหาไม่เจอก็ไม่ต้องหาแล้ว แต่เปลี่ยนเป็วันเกิดปีหน้า พี่ใหญ่ต้องซื้อของพวกนี้ชดเชยให้ฉันให้ครบนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงเสียดายตายเลย"
"ไม่หาแล้วงั้นเหรอ" เจียงมั่วเค่นหัวเราะออกมาทันที "เมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้บอกว่าเครื่องประดับพวกนั้นสำคัญมากอยู่เลยไม่ใช่หรือไง? ไม่หาต่อแล้วล่ะ มันน่าเสียดายแย่เลยนะ" พูดจบ เจียงมั่วก็คว้าแจกันดอกไม้ที่อยู่ข้างตัวขึ้นมา แล้วปาใส่คนรับใช้ชายคนหนึ่งด้วยความรวดเร็ว ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากันตื่นตระหนกใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน บางคนถึงกับหลับตาลงด้วยความกลัว
ทว่า เสียงแจกันแตกที่ทุกคนคิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น คนรับใช้ชายค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ในใจกำลังนึกดีใจที่ตัวเองรอดพ้นมาได้หวุดหวิด แต่คาดไม่ถึงว่า เจียงมั่วจะจ่อแจกันเข้าที่หน้าอกของเขาแล้วใช้ก้นแจกันกระทุ้งเบา ๆ
คนรับใช้ชายใจหายวาบ รีบก้าวถอยหลังไปสองก้าว ขาสั่นจนเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ทันใดนั้นเอง สิ่งของที่ซุกซ่อนอยู่ในอกเสื้อของเขาก็ร่วงหล่นลงมา มันคือห่อผ้าที่คลายปมออกเล็กน้อย จนเผยให้เห็นเครื่องประดับระยิบระยับร่วงกราวออกมา
พ่อบ้านตื่นตะลึง รีบเข้าไปเก็บของเ่าั้ขึ้นมาดู แล้วนำไปยื่นให้กู้หลิงเยว่ดู "คุณหนูใหญ่ ลองดูสิครับ ว่านี่ใช่เครื่องประดับที่หายไปของคุณหนูหรือเปล่า?"
กู้หลิงเยว่กะพริบตาปริบ ๆ ในใจนึกอาฆาตแค้นแทบตาย แต่ภายนอกกลับต้องแสร้งทำเป็ดีใจจนเนื้อเต้น "ใช่ค่ะ นี่แหละเครื่องประดับของฉันที่โดนขโมยไป"
กู้เหลียนเองก็ใไม่แพ้กัน เขามองเจียงมั่วด้วยความทึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าน้องสาวจะเก่งกาจขนาดนี้ ถึงขั้นช่วยจับหัวขโมยตัวจริงได้สำเร็จ ทั้งที่เมื่อกี้เขายังแอบระแวงเธออยู่เลย นี่มันใช่สิ่งที่คนเป็พี่ควรทำซะที่ไหน ตอนนี้หัวใจเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนนึกโทษตัวเอง ได้แต่ปฏิญาณกับตัวเองเงียบ ๆ ว่า หลังจากนี้เขาจะดีกับน้องสาวแท้ ๆ คนนี้ให้มากที่สุด
หลังเจียงมั่ววางแจกันลงได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงระบบประกาศความคืบหน้าด้วยท่าทางมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นดังขึ้นมา
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 4]
[กู้โย่ว : -50]
[กู้อวี๋ : -50]
[แจ้งเตือนเสร็จสิ้น]
เจียงมั่วถึงกับอ้าปากค้าง ทำไมอยู่ ๆ ค่าความประทับใจมันถึงพุ่งขึ้นมาตั้ง 3 แต้มรวดล่ะเนี่ย!?
ในตอนที่เธอถกเถียงกับตัวเองในความคิด กู้เหลียนได้สั่งให้คนรับใช้คนอื่น ๆ แยกย้ายกันไป เหลือไว้เพียงแค่พ่อบ้าน คนรับใช้ชายคนนั้น กู้หลิงเยว่ และเจียงมั่ว ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด "พูดมา ทำไมต้องขโมยเครื่องประดับของเยว่เอ๋อร์"
คนรับใช้ชายนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น น้ำเสียงสั่นเครือ "คือ...คือว่า..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ กู้หลิงเยว่ก็รีบพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน "พี่ใหญ่คะ ตอนนี้จะมาถามหาเหตุผลอะไรอีก คนมือไม้อยู่ไม่สุขแบบนี้ แค่ไล่ออกไปก็สิ้นเื่แล้วค่ะ ใครจะไปรู้ว่าคำพูดที่ออกจากปากเขาจะมีเื่จริงสักกี่ประโยคกันแน่" พูดจบเธอก็หันไปถลึงตาใส่คนรับใช้ชายอย่างดุดันเพื่อเป็การข่มขู่
คนรับใช้ชายก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง "เป็เพราะ่นี้ผมขัดสนเื่เงินครับ เห็นว่าคุณหนูใหญ่มีเครื่องประดับเยอะแยะ เลยแอบหยิบมาสองสามชิ้น คิดว่าเธอคงจะไม่สังเกตเห็น"
กู้เหลียนหรี่ตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำจับผิดชัดเจน "แน่ใจเหรอ?"
คนรับใช้ชายกัดฟันพยักหน้ารับ "ครับคุณชายใหญ่ ได้โปรดอย่าส่งผมไปที่กรมตำรวจเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะลงไปเก็บข้าวของออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"
กู้เหลียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมตกลงออกไป และหลังจากจบเื่ คนรับใช้ชายก็เดินลงไปเก็บข้าวของส่วนตัว ส่วนกู้หลิงเยว่ก็เตรียมจะเดินกลับห้องพักของเธอ แต่ในจังหวะที่เจียงมั่วกำลังจะหันหลังกลับไปที่ห้องของตัวเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นกู้เหลียนที่กำลังมองตามหลังของกู้หลิงเยว่ไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เจียงมั่วที่รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาจึงจะลงไปดื่ม แต่ในตอนที่เธอเดินลงมาที่ชั้นล่าง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบแว่วมาจากทางห้องพักคนรับใช้