่เย็นของวัน จิวหรงไม่สามารถลุกเดินได้สะดวกเลย ทำให้มื้อเย็น ซือหานต้องเป็คนหาข้าวหาน้ำมาให้กับนาง
จิวหรงพูดบอกกับสามี “ถึงตรงนั้นจะมีความสุข แต่ไม่สามารถทำบ่อยได้ เพราะนางจะไม่สามารถเดินได้เป็ปกติเลย หากต้องเดินถ่างเขาตลอดวันละก็ คงจะเป็เื่น่าอายยิ่งนัก”
แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ซือหานได้รู้สึกรสชาติของช่องลับด้านหลังแล้ว ตลอดเวลาที่เขาร่วมรักกับภรรยาต้องมีสักครู่หนึ่งที่การสอดใส่เข้าไปัักับจุดลับนั้น
หลังจากนั้นมา กิจกามของจิวหรงกับแก่นกายเทียมก็ค่อยๆ ลดลงจากสองสัปดาห์ต่อครั้งกลายเป็หนึ่งครึ่งต่อเดือนหรือสองครั้งต่อเดือน ไม่เพียงเท่านั้น นางก็ไม่เคยใช้แก่นกายเทียมยัดเข้าทางช่องด้านหลังของตัวเองอีกเลย ราวกับสงวนไว้ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่สุดเพื่อสามีของนาง
ในตอนนั้นซือหานคิดว่าตัวเอง เข้าใจและรู้ความลับที่แอบซ่อนของจิวหรงไปหมดแล้ว ทว่าความจริงนั้นเปล่าเลย...ที่เขารู้เป็เพียงส่วนหนึ่งของจิวหรงเท่านั้นเอง
....
....
ด้วยความที่จิวหรงและเฟยเซียงสนิทกันประดุจพี่น้องร่วมอุทร เื่ที่ถูกโจรบุกเข้ามาในจวน จิวหรงได้เล่าให้นางฟัง
ในวันต่อมาเฟยเซียงได้มาเยือนที่จวนอีกครั้ง คร่านี้นางมาพร้อมกับบุรุษผู้หนึ่ง เฟยเซียงทำการแนะนำอีกฝ่าย ให้ซือหานและจิวหรงได้รู้จักกับสหายสนิท นามว่า เกาซิน
เกาซินอายุพอๆ กับซือหานและจิวหรง เขาเป็บุตรชายของแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนเกาหยาง มีรูปร่างสูงล่ำ แข็งแกร่งและมีใบหน้าที่เข้มคมคลาย คิ้วดก ผิวกายสีน้ำตาล ท่วงท่าสง่างามสมกับเป็แม่ทัพน้อย
เกาซินตามบิดามารายงานสถานการณ์ของาทางเหนือที่กำลังร้อนระอุ นานครั้งที่เกาซินจะมาพักอาศัยในเมืองหลวงและก็หายไปเป็ปีๆ กว่าจะกลับมา
หากไม่ใช่เพราะชีวิตที่ต้องเทียวไปเทียวกลับระหว่างชายแดนและเมืองหลวงแบบนี้ เขาคงได้ลงหลักปักฐานอยู่ในฉางอันไปแล้ว
เกาซินนั้นเป็คนมีน้ำใจและเป็สุภาพบุรุษสายเืนักรบ เขาไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยในเื่ของตัวเอง แต่ในเื่ของผู้อื่นเขามักจะเป็ห่วงและออกหน้าอยู่เสมอทำให้เกาซิน สนิทกับซือหานและจิวหรงได้อย่างรวดเร็ว
การที่เฟยเซียงเป็คนพาเกาซินมาแนะนำ ก็เพื่อจะได้ช่วยเหลือเื่โจรที่บุกเข้ามาในจวนตระกูลหลาง จิวหรงเล่าเื่ราวให้เฟยเซียงฟังั้แ่ต้น แต่เื่ที่นางอยู่ในสภาพเปลือยและถูกพวกโจรทำอะไรไปบ้างนั้นไม่ได้กล่าวถึงให้ได้รู้ ตัวของซือหานก็คอยย้ำอยู่เสมอว่าไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น เขากลับมาทันและช่วยจิวหรงเอาไว้ได้ โจรพวกนั้นหวาดกลัวจึงหนีไป
“ให้ลูกน้องของข้าช่วยติดตามดีหรือไม่?” เกาซินเอ่ยถาม
ได้ยินเช่นนั้น ซือหานสะดุ้งตัวเล็กน้อย จะให้ติดตามได้อย่างไร ในเมื่อโจรทั้งสองคนเป็สหายของเขา
“ขอบคุณสหายเกาในความหวังดี แต่เื่นี้ข้าได้สั่งให้คนทำการอย่างลับๆ ไปแล้ว คงจะจับโจรพวกนั้นได้ในสามวันเจ็ดวัน” ซือหานพูด
จิวหรงกล่าวเสริม “พวกเราเองก็จ้างคนงานผู้ชายและทหารยามเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า พวกโจรคงไม่สามารถเข้ามาได้อีก”
แน่นอนว่าหากไม่ใช่เพราะตัวเองไล่ข้ารับใช้ออกจากเรือนนอนไปหมด ไม่มีทางเลยที่พวกโจรจะฉวยโอกาสเข้ามาโดยที่ไม่มีใครพบเห็นและส่วนหนึ่งที่จิวหรงตัดสินใจแบบนี้ ก็เป็เพราะว่าซือหานยกแม่น้ำทั้งห้ามาพูดให้นางเห็นดีด้วย
ในเมื่อทั้งคู่ไม่ติดใจหรือ้าความช่วยเหลือ เฟยเซียงก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
“ข้าอุตส่าห์คิดว่าถ้าเจอพวกโจร จะให้คนซ้อมมันให้เข็ด กล้าบุกบ้านพี่เขยและคิดปล้นพี่หญิงของข้า” เฟยเซียงพูดอย่างเสียดาย การที่นางพาเกาซินมาก็คงเพราะ้าระบายอารมณ์กับโจรพวกนั้นอย่างแน่นอน
ซือหานคิดแล้วก็เสียวสันหลังวาบ โชคดีที่จบเื่นี้ได้เร็ว ไม่เช่นนั้นทั้งอี้ชวนและฉีิคงมีสภาพไม่สวยเป็แน่
เฟยเซียงยังคงพูดต่อ “ถ้าวันนี้ไม่ได้ไปเล่นจับพวกโจร งั้นพวกเราไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวกันเถอะ พี่หญิงพวกเราไปเดินเที่ยวและซื้อของกันนะ”
จิวหรงเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจครู่หนึ่ง นางกำลังคิดว่าตัวเองจะไปซื้อสิ่งใด คิดได้แล้วจึงตอบตกลง “เช่นนั้น ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”
เฟยเซียงยิ้มเล็กน้อย “ถ้างั้นก็ ข้าก็จะเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน จำได้ว่าที่จวนพี่หญิงมีชุดของข้าอยู่ด้วยนี่นา” ถึงตรงนี้นางหันมาพูดกับซือหานและเกาซิน
“พวกท่านรอพวกเราก่อนนะ ขอไปแต่งตัวครู่หนึ่ง”
จากนั้นเฟยเซียงก็ได้เดินคล้องแขนไปพร้อมกับจิวหรง
ประมาณครึ่งชั่วยามทั้งสองคนก็กลับมา จิวหรงในตอนนี้ประดุจเทพธิดาที่ลงมาจาก์ เครื่องประทินโฉมจากนอกด่านขับให้ผิวพรรณที่ดีอยู่แล้วให้ขาวผ่องดั่งหิมะ ดวงตาคู่งดงามแฝงไว้ด้วยเสน่น่าค้นหา เส้นผมดำขลับสลวยยาวสยายถูกรวบไว้อย่างงดงาม ปลายผมแต่งด้วยดอกไม้แดงขาวแซมกลีบ กลางหน้าผากถูกวาดด้วยฮวาเตี้ยนสีชมพูอ่อน นับเป็ภาพที่สะกดสายตาผู้คนไม่อาจละไปได้ และอาภรณ์ที่จิวหรงเลือก คือแพรดำล้ำค่าอันเป็สินเดิมของตัวเอง บริเวณแขนและกลางอก ถูกเย็บตัดด้วยผ้าแพรสีแดงอ่อนราวกับอัญมณี กลีบแพรเผยให้เห็นผิวขาวผ่องบริเวณเนินอก ข้างในสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักเกล็ดทองตามขอบตะเข็บ ตกแต่งด้วยสร้อยทองและต่างหูระย้าเพิ่มความงดงามสมฐานะสตรีสูงศักดิ์
สำหรับซือหานแล้ว ภรรยาของเขาแต่งตัวงดงามกว่าทุกครั้งประกอบกับสวมใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างแปลกตา เพราะหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน นางแทบไม่ค่อยได้แต่งตัวเหมือนตอนที่ยังเป็องค์หญิงเลย สงสัยว่าวันนี้จิวหรงจะถูกคะยั้นคะยอจากเฟยเซียงให้แต่งตัวงดงามเป็พิเศษแน่นอน
และถึงแม้วันนี้ จิวหรงจะงดงามเป็พิเศษ ราวกับสามารถสะกดสายตาให้ลืมเลือนลมหายใจไปได้ แต่อีกคนหนึ่งที่ยืนเด่นอยู่ข้าง ก็มีความงดงามไม่แพ้กัน
เฟยเซียง สวมใส่อาภรณ์แพรเนื้อดี สีแดงสลับขาว ปักลวดลายหงส์ทองแแ่ไปกับเรือนกาย และมีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่สามารถสวมชุดปักหงส์ได้ อาภรณ์ที่มีเฉพาะชนชั้นสูง ขับใบหน้าของนางให้งดงามเหนือสตรีทั่วหล้า แขนเสื้อสีขาวประดุจหิมะ ตัดกับสีแดงเพลิงราวหยินหยางหลอมรวมกันอย่างพอเหมาะ ให้ความรู้สึกสูงส่งและเย้ายวนในคราวเดียว เส้นผมสีดำถูกเกล้าแน่นประดับเครื่องสีทองอร่าม ต่างหูแดงรูปดอกไม้ห้อยระย้าเป็พู่ ยามสายลมพัดผ่าน พู่แดงก็เคลื่อนไหวไปมาส่งกลิ่นอ่อนจางๆ
น้อยครั้งที่ซือหานจะได้เห็น เฟยเซียงแต่งกายขับความงดงามเช่นนี้ โดยปกติแล้วนางมักจะแต่งตัวเลียนแบบจอมยุทธหญิง ทำให้เขาเผลอตัวมองไปชั่วขณะ
เกาซินยิ้มอ่อน ก่อนจะเอ่ย “ท่านสองคนแต่งตัวแบบนี้ เพียงพอจะทำให้ข้าละทิ้งอาวุธ ทิ้งสนามรบ ยอมอยู่ในเมืองหลวงไปตลอด”
เฟยเซียงหัวเราะเบาๆ “พี่เกา ก็พูดเกินไป พอเอาเข้าจริง ท่านนั้นแหละที่หนีไปสนามรบเป็คนแรก”
เห็นแบบนั้น ซือหานกระซิบกับภรรยาให้ได้ยินกันสองคน
“ทั้งคู่เหมาะสมกันดี อนาคตคงได้แต่งงานกันกระมัง?”
จิวหรงส่ายหน้าเบาๆ “เมื่อครู่ข้าก็ถามคำถามนี้กับนางเหมือนกัน แต่ว่านางหัวเราะและบอกว่า พวกเขาเป็สหายที่ดีต่อกัน สหายไม่สามารถเป็สามีภรรยากันได้”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ซือหานได้ยินแบบนี้ พลันรู้สึกโล่งใจอยู่หลายส่วน เห็นว่าสามีเหม่อลอยไปอีกครั้ง จิวหรงจึงสะกิดแขนของเขาและเอ่ยถามออกไป “ท่านพี่เป็อะไรหรือเปล่า กำลังคิดอะไรอยู่หรือ??”
ซือหานยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ข้ากำลังคิดว่า ตัวเองไม่อยากไปไหนแล้วสิ”
“เป็อะไรไป หรือว่าท่านพี่ไม่สบาย” จิวหรงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
ซือหานกระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ “ก็น้องหญิงเล่นแต่งตัวงดงามถึงเพียงนี้ ทำให้ข้าอยากใช้เวลาร่วมกันสองคนมากกว่า”
ได้ยินแบบนั้นจิวหรงรีบมองไปที่เฟยเซียงและเกาซิน กลัวว่าทั้งคู่จะได้ยิน ก่อนจะตอบกลับมาโดยระวังไม่ให้ทั้งสองได้ฟัง
“ท่านพี่คิดอะไรอยู่เนี้ย??”
จากนั้นจิวหรงมองไปที่เฟยเซียงและเอ่ยขึ้นว่า
“กว่าเทศกาลหยวนเซียวจะเริ่มก็อีกสองชั่วยาม ไม่สู้รอให้ตะวันตกเสียก่อน พวกเราค่อยออกไปดีหรือไม่ ตอนนี้ก็พักผ่อนในจวนเอาแรงกันไปก่อน”
เฟยเซียงพยักหน้าเห็นด้วย “ดีเหมือนกัน ต่อให้ไปเร็ว ก็ไม่ได้เห็นโคลมไฟอยู่ดี ถ้างั้นพี่หญิง พวกเรามาเดินหมากกันหน่อยดีหรือไม่?”
จิวหรงส่ายหน้าเล็กน้อย “พอดีข้าลืมไปว่า ยังมีเื่ในจวนที่จัดการไม่เสร็จ น้องหญิงชวนท่านเกาเดินหมากไปพลางก่อน ขอให้ข้าไปจัดการธุระสักประเดี๋ยว”
เฟยเซียงพยักหน้าขึ้นลง “ยังพอมีเวลาจริงๆ นั้นแหละ พี่หญิงท่านรีบไปจัดการธุระในจวนก่อนเถอะ จะได้ไปเที่ยวกันอย่างสบายใจ”
ได้ยินเช่นนั้น จิวหรงหันมองไปยังซือหานผู้เป็สามี
“ท่านพี่ข้า ต้องรีบจัดการสมุดบัญชีของเดือนนี้ หากได้ท่านพี่ช่วยเหลือ เื่จะได้เสร็จไวขึ้น ท่านเกาและน้องหญิงก็จะได้ไม่ต้องรอนาน”
ได้ยินเช่นนั้น ซือหานพยักหน้าตอบรับ และเดินตามจิวหรงเข้าไปในเรือนโดยไม่พูดอะไร
อ่านแบบจัดหน้ากระดาษ ไม่ขัดใจ ช่องทาง Ebook