ตอนที่ 6 สมควรโดนแบบนี้
“ชิงชิง อย่ากังวลไปเลยนะ เื่นี้เราต้องให้อวี๋ิฉืออธิบายกับลูกแน่ ถ้าเขากล้าทำเื่แบบนี้จริงๆ งานแต่งนี้เราก็แค่ยกเลิกไปซะ” ซูอวิ๋นเข้าไปกุมมือเธอพลางเอ่ยปลอบเสียงอ่อนโยน
“ใช่ ผมจะรอดูว่าเขาไปเก่งมาจากไหน ถึงได้กล้าทำแบบนี้กับลูกผม!” เผยเจียงหลินพูดเสียงเย็น ใบหน้ามีอายุดูดุดันน่าเกรงขาม
“พี่คะ ไม่แน่นี่อาจจะเป็แค่ความเข้าใจผิดก็ได้ พี่ฉือเป็คนรักเดียวใจเดียวขนาดนั้น ไม่มีทางทำเื่อย่างนี้ได้หรอก” เผยหลานชูเอ่ย พยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ให้อวี๋ิฉือ
“โอ้ ดูเหมือนเธอจะรู้จักเขาดีจังนะ รู้ได้ยังไงว่าเขารักเดียวใจเดียว ชายโฉดที่ตอนนี้เหยียบเรือสองแคมวิ่งวุ่นไปทั่ว เธอไม่ช่วยพูดแทนพี่สาวอย่างฉัน กลับออกตัวพูดคำดีๆ แทนอวี๋ิฉือ ฉันว่า…ผู้หญิงในคลิปนั่นคงจะเป็เธอสินะ”
เผยเย่ว์ชิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น เห็นเธอแล้วยังกล้าเอาตัวมาเสนอถึงที่ ย่อมต้องโดนมีดกระซวกแทงกลับไปทันทีอย่างไร้ปรานี
“ฉัน ฉันก็แค่ทำใจยอมรับไม่ได้ ว่าพี่ฉือจะทำเื่แบบนั้นก็เท่านั้นเอง พี่อย่าเข้าใจผิดสิ เมื่อกี้ป้าอู๋ก็เป็พยานให้แล้วว่าฉันอยู่ในห้องทั้งวัน เื่นี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว พี่ก็อย่าเอาแต่กัดไม่ปล่อยเลย…”
เผยหลานชูใกับคำพูดของอีกฝ่าย ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาเป็เชิงปฏิเสธ ทำท่าจะร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“พิสูจน์น่ะก็พิสูจน์ไปแล้วหรอก แต่เชื่อหรือไม่นั่นก็อีกเื่…ฉันกัดไม่ปล่อย หรือว่าพฤติกรรมของเธอทำให้ฉันเข้าใจผิดกันแน่ล่ะ น้องสาวสุดที่รัก” เผยเย่ว์ชิงปัดเส้นผมที่ปรกไหล่ออก จ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ส่งสัญญาณชัดเจนว่าถ้าส่งเสียงอีกนิดเธอโดนดีแน่
“พอแล้ว ชิงชิง เื่เข้าใจผิดถูกแก้ไปแล้ว อย่าทำให้หลานชูลำบากใจอีกเลย ส่วนเื่ของอวี๋ิฉือ ลูกวางใจได้ เราจะไม่ปล่อยให้ลูกต้องเสียใจ” ซูอวิ๋นเอ่ยปากไกล่เกลี่ย
“เอาละ พรุ่งนี้หลังงานประมูล ผมจะไปบ้านตระกูลอวี๋สักหน่อย ถ้าเื่นี้เป็เื่จริง งานแต่งนี้ก็ไม่มีความจำเป็ต้องจัดต่ออีกแล้ว! เย่ว์ชิง คราวหลังห้ามแต่งตัวมอซอแบบนี้อีก คืนนี้ก็พอแค่นี้ก่อน กลับไปนอนเถอะ” เผยเจียงหลินทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง ก่อนจะนำขึ้นบันไดไปชั้นบน ซูอวิ๋นปลอบประโลมเธออีกไม่กี่ประโยคแล้วเดินตามไปติดๆ
เผยเย่ว์ชิงมองแผ่นหลังของทั้งคู่แล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เป้าหมายมาถึงครึ่งทางแล้ว พรุ่งนี้ค่อยดำเนินการต่อ
สองสามีภรรยาเดินจากไป ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ก็เหลือเพียงพวกเธอสองคน เผยเย่ว์ชิงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วเดินตรงดิ่งขึ้นไปชั้นสองโดยไม่แม้แต่ปรายตามองเผยหลานชูสักนิด แต่เผยหลานชูกลับยื่นแขนขวางหน้าเธอไว้
“พี่คะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ตบหน้าฉันแบบนี้ ไม่ควรขอโทษฉันหน่อยเหรอ” เมื่อสองสามีภรรยาไม่อยู่ ในที่สุดเผยหลานชูก็เก็บสีหน้าน่าสงสารลงแล้วจ้องเผยเย่ว์ชิงอย่างเคียดแค้น
เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม อย่างที่รู้กันว่าเผยเย่ว์ชิงรักอวี๋ิฉือแทบตาย แต่ตอนนี้เื่ราวกลับใหญ่โตถึงขั้นจะยกเลิกงานแต่งงาน หนำซ้ำยังไม่ออกปากห้าม นี่คือเผยเย่ว์ชิงจริงหรือ
“ขอโทษงั้นเหรอ หูหนวกหรือสมองไม่ดีหรือไง ฉันบอกว่านี่เป็สิ่งที่เธอสมควรโดน” เผยเย่ว์ชิงเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
“เธอ!...พี่คะ ฉันไม่เข้าใจ ความสัมพันธ์ของพวกเราดีมาโดยตลอด ทำไมอยู่ๆ พี่ถึงโมโหใส่ฉันล่ะ ถ้าฉันทำผิดตรงไหน พี่บอกมาฉันจะแก้ไขแน่ๆ” เผยหลานชูพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ กัดริมฝีปากด้วยความเสียใจ มองอีกฝ่ายด้วยท่าทางน่าสงสารอย่างมาก
“ทำผิดอะไรเธอยังไม่รู้ตัวเหรอ หลานชูเอ๋ย ทำอะไรก็อย่าทิ้งร่องรอยไว้ ไม่งั้นก็รอฉันจัดการได้เลย!” เผยเย่ว์ชิงทิ้งท้ายประโยคแฝงความนัยและไม่คิดจะยุ่งกับเธออีก ก่อนเดินอ้อมอีกฝ่ายขึ้นไปชั้นบน
เผยหลานชูยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม ต่อให้คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกว่าประโยคนี้ของเผยเย่ว์ชิงหมายความว่าอย่างไร เธอยืนนิ่งงันอยู่สักพัก ถึงได้สติกลับมาและสับเท้าพุ่งกลับไประบายอารมณ์ในห้อง
เธอกวาดทุกสิ่งอย่าง ทั้งขวดและกระปุกบนโต๊ะเครื่องแป้งลงพื้นราวกับคนบ้า จิกปลายเล็บลงขอบโต๊ะแรงๆ ใบหน้าดวงเล็กงดงามกำลังบิดเบี้ยวเหยเก
ยายบ้าเผยเย่ว์ชิง สมควรตาย! เผยเจียงหลินกับซูอวิ๋นก็สมควรตาย! เฮอะ ก่อนหน้านี้ยังตามใจยังปกป้องเธอ วินาทีถัดมากลับสงสัยเพิกเฉยต่อเธอ เพียงเพราะประโยคเดียวของเผยเย่ว์ชิง! สักวันหนึ่งเถอะ เธอจะเอาคืนร้อยเท่าให้มันสาสมกับที่เธอโดนเหยียดหยามและโดนตบหน้าในวันนี้!
หลังจากระบายอารมณ์โกรธไป ไม่นานเผยหลานชูก็สงบสติลงได้ นึกถึงประโยคเตือนของเผยเย่ว์ชิง ความกังวลก็ก่อตัวขึ้นในใจ จึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาใครคนหนึ่ง
“พี่ฉือ แย่แล้ว…”
ในตอนที่เสียงระบายอารมณ์ของหญิงสาวดังแว่วออกมา ก็เป็เวลากลางดึกพอดี เผยเย่ว์ชิงถือแก้วน้ำเดินผ่านหน้าห้องอย่างเชื่องช้า คอยมองแสงไฟที่ลอดออกจากในห้องอย่างอารมณ์ดี เธอ้าให้พวกเขาคาดเดา พยายามเดาให้ถึงที่สุด เดาว่าเธอจะทำอะไรกันแน่ในแต่ละวัน ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงไม่สบายใจในทุกๆ วัน
รองานประมูลจบลง เธอค่อยมาจัดการพวกเขาอย่างดี ค่อยๆ ทวงคืนสิ่งที่เดิมควรเป็ของตนทีละนิด
วันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้าห้องผ่านช่องแคบของหน้าต่าง เผยเย่ว์ชิงขยับตัวลืมตาขึ้น ลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วคว้ากระเป๋าลงไปชั้นล่าง
เผยเจียงหลินและภรรยาออกจากบ้านไปแต่เช้า มีเพียงเผยเย่ว์ชิงนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ในห้องอาหารเพียงลำพัง เลื่อนสายตาจากจานอาหารไปยังตัวป้าอู๋ที่กำลังล้างจานอยู่ในห้องครัวด้วยสายตาเยือกเย็น
ป้าอู๋ไม่มีลูก มีแต่สามีที่แข้งขาไม่สมประกอบคนหนึ่ง เธอชื่นชอบเด็กเป็อย่างมาก ส่วนเผยหลานชูก็เป็เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง มีเื้ัชีวิตที่น่าสงสาร ขับให้เธอดูน่าทะนุถนอมเป็พิเศษ ลับหลังก็ยิ่งปฏิบัติต่อเธอราวกับเป็ลูกสาวแท้ๆ คนหนึ่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนเธอคงไม่เพ่งเล็งไปที่ตัวป้าอู๋ พอมานึกเอาตอนนี้แล้ว ทุกรายละเอียดก็เริ่มผุดขึ้นในหัวของเธอ ที่แท้ป้าอู๋ก็คอยปกปิดให้เผยหลานชูมาตลอด ทั้งยังคอยจับตามองทุกอิริยาบถของตัวเธอ แค่จุดนี้ป้าอู๋ก็อยู่บ้านหลังนี้ต่อไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงเป็ภัยในวันหน้า
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูจะออกไปข้างนอกหรือเปล่าคะ” ป้าอู๋ล้างจานเสร็จ เห็นเผยเย่ว์ชิงยังกินอาหารอยู่ก็กำเสื้อกันเปื้อนเดินเข้ามา เอ่ยทักเธออย่างระมัดระวัง
“อืม” เผยเย่ว์ชิงพยักหน้ารับอย่างเ็า
“ออกไปกับคุณชายอวี๋หรือคะ แหม งานแต่งใกล้เข้ามาแล้ว ออกไปเดตกันบ่อยๆ ก็ดีเหมือนกัน ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเื่ความรักเท่าไร แต่ก็ยังดูออกถึงความตั้งใจที่คุณชายอวี๋มีต่อคุณหนู หวังจากใจจริงว่าพวกคุณจะรักกันไปนานๆ มีความสุขตลอดไป” ใบหน้าซื่อสัตย์ของป้าอู๋เผยยิ้มซื่อๆ ดูเหมือนไม่มีเจตนาปองร้ายจริงๆ
ในที่สุดเผยเย่ว์ชิงก็เหลือบตาขึ้นมองเธอด้วยสายตามีเลศนัย
อวี๋ิฉือเอาใจใส่เธอจริงๆ เอาใจใส่ถึงขนาดว่าเธอกินมื้อเช้ายังต้องมีคนคอยจับตาดู
ป้าอู๋โดนเธอจ้องเอาแบบนี้ก็เริ่มออกพิรุธ มือที่กำเสื้อกันเปื้อนกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ป้าอู๋ ตั้งใจทำงานนะ ฉันจะออกไปข้างนอกละ” ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เผยเย่ว์ชิงก็ละสายตากลับมาและลุกขึ้นเดินออกไป ป้าอู๋มองแผ่นหลังของเธอจากไป ถึงมารู้สึกทีหลังว่าตัวเองใกับสายคู่นั้นจนเหงื่อท่วมไปทั้งตัว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/239f3a2be3124680b5f0a1f4bb3f35d5