บทที่ 12 โจรขโมยกระต่ายหน้าไม่อาย
ข้าวสารและแป้งถูกคนงานจากร้านข้าวขนขึ้นเกวียนลา นางก็ขึ้นเกวียนลาไปด้วยเช่นกัน
เดิมที นางตั้งใจจะซื้อผ้ามาทำเสื้อผ้า แต่เห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว และที่บ้านยังมีเด็กสองคนรอกินข้าวอยู่ จึงตัดสินใจว่าจะกลับมาซื้อของในเมืองพรุ่งนี้อีกครั้ง
เมื่อผ่านร้านขนม ฉู่ชิงเฉินก็ให้คนขับหยุด แล้วเข้าไปซื้อขนมหลายอย่าง รวมเป็เงินทั้งหมดยี่สิบอีแปะ
หลังจากนั้น ฉู่ชิงเฉินก็ขึ้นเกวียนลาแล้วไม่ได้ลงไปอีกเลย จนกระทั่งถึงหมู่บ้านเถาฮวา
เหล่าสตรีในหมู่บ้านเห็นฉู่ชิงเฉินซื้อข้าวสารและแป้งมาไม่น้อย ก็ถึงกับตาค้าง ประมาณการดูแล้วว่า พอให้ห้าคนกินได้ครึ่งปี
"สะใภ้เสิ่นไปรวยที่ไหนมา ถึงซื้อข้าวสารมามากมายขนาดนี้?"
"นางจะมีวิธีหาเงินอะไรได้ ข้าว่านางไปพบชายชู้ในเมืองมามากกว่า ข้าวสารและแป้งพวกนี้คงเป็ค่าตอบแทนกระมัง?"
แม่เฒ่าหลี่ถุยเปลือกเมล็ดทานตะวันในปากออกมา แล้วถ่มน้ำลายอย่างแรง
"บางคนกินองุ่นไม่ได้ก็บอกว่าองุ่นเปรี้ยว เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ก็ใส่ร้ายป้ายสีไปทั่ว สงสัยจะเป็โรคอิจฉากระมัง?" ฉู่ชิงเฉินไม่โกรธ และตอบโต้ทันที
ฮึ! พวกขี้อิจฉาทั้งหลาย
"นังเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เ้าด่าว่าใครเป็โรคอิจฉากัน ข้าจะฉีกปากเ้าให้ขาดเลย"
แม่เฒ่าหลี่ขึ้นชื่อว่าเป็หญิงปากจัด ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร นางวิ่งเข้าไปไม่กี่ก้าว หวังจะกระชากฉู่ชิงเฉินลงจากเกวียนลาเพื่อสั่งสอน
ฉู่ชิงเฉินแสดงท่าทีดูแคลน เมื่อแม่เฒ่าหลี่ตัวกระโจนเข้าใส่ นางก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โน้มตัวไปทางซ้ายอย่างคล่องแคล่ว หลบร่างของแม่เฒ่าหลี่ได้อย่างทันท่วงที ทำให้แม่เฒ่าหลี่ถลาลงกระแทกกับช่องว่างบนเกวียนลาอย่างแรง
"ไสหัวไป อย่ามาทำให้เกวียนลาสกปรก"
ฉู่ชิงเฉินไม่รีรอ ยกขาขึ้นถีบแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังโผเข้าหาจนกระเด็นออกไป
เห็นเพียงแม่เฒ่าหลี่ตัวลอยละลิ่วเลียนแบบกายกรรมกลางอากาศชั่วขณะ ก่อนจะตกลงพื้นอย่างแรงจนฟันหน้าหักไปสองซี่
เหล่าหญิงชาวบ้านที่กำลังนั่งแทะเมล็ดทานตะวันใต้ต้นไม้ต่างหยุดชะงัก และตะลึงไปตาม ๆ กัน
ผู้หญิงที่เผ็ดร้อนราวกับพริกขี้หนูตรงหน้านี้ ยังเป็ฉู่ชิงเฉินคนเดิมที่ถูกตีก็ไม่ตอบโต้ ถูกด่าก็ไม่ตอบกลับหรือเปล่า?
ทว่า เื่ราวเล็ก ๆ นี้ ไม่ได้กระทบกับอารมณ์ที่ดีของฉู่ชิงเฉินที่วันนี้หาเงินได้ไม่น้อยแต่อย่างใด
เมื่อเกวียนลาหยุดที่หน้าบ้าน คนขับก็ช่วยขนข้าวสารและแป้งเข้าไปในลานบ้านให้ ก่อนจะจากไปอย่างเร่งร้อน พลางคิดในใจว่า หญิงผู้นี้ไม่ใช่คนที่เขาจะตอแยได้เลย
"ท่านแม่ ในที่สุดก็กลับมาเสียที หยวนเป่ากลัวว่าท่านแม่จะไม่้าพวกเราแล้ว กลัวจังเลยเ้าค่ะ"
หยวนเป่ารออยู่ในลานบ้านมาตลอด พอเห็นมารดากลับมา ก็วิ่งเข้าไปกอดขาของท่านแม่ไว้ เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้ว ท่านแม่จะวิ่งหนีไป
"หยวนเป่าไม่ต้องกังวล แม่ไม่ทิ้งพวกเ้าหรอก พวกเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม่เข้าเมืองไปขายสมุนไพรมา หาเงินได้ไม่น้อยเลย จึงกลับมาช้าหน่อย ดูสิ แม่ซื้ออะไรมาให้พวกเ้าด้วย?"
ฉู่ชิงเฉินมองเด็กน้อยที่กอดขาตัวเองด้วยมือทั้งสอง ใจก็อ่อนยวบลง นางก้มตัวลงไปอุ้มหยวนเป่าไว้ในอ้อมกอด แล้วโบกถุงขนมต่อหน้าเด็กน้อย
"โอ้โฮ! ขนมหรือ ท่านแม่ใจดีจัง"
หยวนเป่ารับมาเปิดดู ด้านในมีขนมมากมาย ทั้งขนมฟูหรง ขนมข้าวเหนียว และขนมกุ้ยฮวา นางอยากกินจนน้ำลายแทบหกใส่ขนม ครั้งสุดท้ายที่ได้กินขนม คือตอนที่ท่านพ่อยังไม่สลบไป ซึ่งก็นานมากแล้ว
เด็กน้อยยื่นมือไปหยิบขนมกุ้ยฮวาออกมาจากถุงกระดาษ แล้วยัดเข้าปากท่านแม่
"ท่านแม่ อร่อยหรือไม่?"
หยวนเป่าถามด้วยสายตาที่เปี่ยมความคาดหวัง
"อืม หวานมากเลย"
ฉู่ชิงเฉินเห็นลูกสาวน้ำลายจะไหลออกมาแล้ว แต่กลับให้ขนมชิ้นแรกกับนาง ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
ไม่เสียแรงที่เอ็นดู เด็กผู้หญิงคนนี้ซื้อใจง่ายจริง ๆ ไม่เหมือนลูกชายที่ยืนเ็าอยู่ข้าง ๆ ดูห่างเหินยิ่งนัก
"หยวนเป่า ไปกินขนมกับพี่ชายสิ กินแต่น้อยนะ อย่ากินจนอิ่ม ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่ทำเนื้อกระต่ายแล้ว พวกเ้าจะกินไม่ไหว"
ฉู่ชิงเฉินวางหยวนเป่าลงบนพื้นพลางกำชับ
"ท่านแม่ หยวนเป่าไร้ประโยชน์ ดูแลกระต่ายไม่ดี ท่านแม่โกรธหยวนเป่าหรือไม่?"
พอหยวนเป่าได้ยินว่า ท่านแม่จะทำเนื้อกระต่าย นางถึงนึกขึ้นได้ว่า กระต่ายน้อยหายไปแล้ว ทันใดนั้น ขนมในมือก็ดูไม่น่าอร่อยอีกต่อไป
ดวงตานางเริ่มชื้น ร้องไห้พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา
"กระต่ายหนีไปหรือ? หยวนเป่าอย่าร้องไห้ เกิดอะไรขึ้น เล่าให้แม่ฟังสิ แม่ไม่โกรธหรอก"
ฉู่ชิงเฉินรู้สึกแปลกใจ นางผูกขากระต่ายไว้แ่าแล้ว มันไม่น่าจะหนีไปได้ด้วยตัวเอง ต้องมีเหตุผลแน่นอน
"ท่านแม่ไม่โกรธหยวนเป่ากับพี่ชายก็ดีแล้ว ป้าหวังข้างบ้านมาแย่งกระต่ายไป พี่ชายไม่ยอมเลยโดนนางผลักจนล้ม มือถลอกเืออกเลยเ้าค่ะ"
หยวนเป่าร้องไห้พลางเล่า พอนึกถึงป้าหวังบ้านข้าง ๆ แก้มเล็ก ๆ ก็พองขึ้นด้วยความโกรธ ผู้หญิงคนนั้นน่าเกลียดนัก เห็นท่านแม่จับกระต่ายกลับมาได้ เลยเข้ามาแย่งไป
"ยังมีผู้หญิงไร้ยางอายขนาดนี้อีกหรือ หยวนเป่าไม่ต้องร้องไห้นะ กล้าแย่งของจากมือข้า ข้าจะให้นางได้รู้ซะบ้าง"
ฉู่ชิงเฉินปลอบเด็กน้อย แววอำมหิตวาบผ่านดวงตา โลกนี้มีคนทุกประเภทจริง ๆ หน้าด้านไร้ยางอายเกินไปแล้ว
หญิงสาวเดินไปหาลูกชาย แล้วดึงมือน้อย ๆ ของเขาขึ้นมาโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เด็กน้อยผอมแห้งมาก มือเล็ก ๆ ก็ไม่ค่อยมีเนื้อ
บนมือของถวนเป่ามีรอยแผล และยังมีเสี้ยนเล็ก ๆ ปักอยู่ข้างในด้วย
"เด็กโง่ ก็แค่กระต่ายตัวหนึ่งเท่านั้นเอง ถูกแย่งไปก็ปล่อยไปเถอะ แม่กลับมาก็ต้องไปเอาคืนให้แน่ เ้าไปวิ่งตามจนทำให้ตัวเองาเ็ทำไม เจ็บไหม เสี้ยนในมือต้องใช้เข็มสะกิดออก ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดอักเสบเป็หนองขึ้นมา คงแย่แน่"
ฉู่ชิงเฉินไม่ได้เสียดายกระต่ายตัวหนึ่ง นางเพียงแค่เจ็บใจที่ลูกชายเจ็บมือต่างหาก
นางยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบชุดเข็มฝังเข็มและขวดแอลกอฮอล์ออกมาจากมิติ
ศาสตร์ลี้ลับและวิชาแพทย์นั้นเชื่อมโยงกัน ความรู้พื้นฐานเื่ยา นางย่อมเข้าใจดี นี่ก็คือเหตุผลที่นางสามารถจำแนกสมุนไพรได้ และยังเตรียมชุดฝังเข็มนี้ไว้ในวิลล่าด้วย
ฉู่ชิงเฉินหยิบเข็มเงินออกมาจากชุดฝังเข็ม เปิดขวดแอลกอฮอล์เทลงบนเข็มเงินเพื่อฆ่าเชื้อ
ถวนเป่าเห็นแม่เลี้ยงถือเข็มเงินในมือ จริงจังกับการสะกิดเสี้ยนที่มือของเขา
ในชั่วขณะนั้นเขารู้สึกว่า แม่เลี้ยงช่างอ่อนโยนเหลือเกิน จิตใจน้อย ๆ ของเขารู้สึกะเืใจ เป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่า เด็กที่มีแม่รักช่างโชคดีเหลือเกิน
"เจ็บก็ร้องออกมาได้ ไม่มีอะไรน่าอาย"
ฉู่ชิงเฉินพูดพลางสะกิดเสี้ยนให้เขาไปด้วย
แปลกมาก ถวนเป่าเป็เพียงเด็กอายุห้าขวบเท่านั้น ตามเหตุผลแล้ว เมื่อเข็มเงินเข้าไปในเนื้อย่อมเจ็บมาก แต่นางไม่ได้ยินเขาร้องสักแอะ เข้มแข็งจนทำให้คนรู้สึกเจ็บแทน
"ไม่เจ็บขอรับ ท่านพ่อบอกว่า ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง ไม่ควรร้องไห้"
ถวนเป่ากัดฟันทนความเจ็บ ขณะพูดประโยคนั้นออกมา
"เหอะ! อย่าไปฟังพ่อเ้าเลย ฟังแม่ดีกว่า ลูกผู้ชายก็เจ็บได้ น้อยใจได้ อย่ากลั้นเอาไว้ ควรแสดงออกบ้างตามสมควร แบบนั้นถึงจะมีคนเป็ห่วง"
ฉู่ชิงเฉินสะกิดเสี้ยนออกจากมือลูกชาย แล้วมองตาเขาพลางพูดอย่างจริงจัง
"รู้แล้ว ขี้บ่นจัง"
แม้ถวนเป่าจะทำหน้าเ็า แต่ในใจกลับรู้สึกซาบซึ้ง เพียงแค่ไม่อยากแสดงออกมา
"เ้าเม่นน้อยที่เต็มไปด้วยหนาม แม่จะไปจัดการกับโจรขโมยกระต่ายที่บ้านข้าง ๆ เ้ากับน้องสาวไปกินขนมเถอะ เดี๋ยวแม่กลับมา"
ฉู่ชิงเฉินไม่ได้ถือสาลูกชาย และยื่นมือไปลูบหัวเขาเบา ๆ
"พี่ชาย ท่านแม่ใจดีกับพวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ นะ! พี่ชาย กินขนมกุ้ยฮวานี่สิ มีกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวา อร่อยมากเลย"
ถวนเป่ามองน้องสาวที่กินจนเศษขนมเต็มหน้า แต่ยังไม่ลืมที่จะยื่นมือส่งขนมให้เขาชิ้นหนึ่ง
เขารับขนมกุ้ยฮวาแล้วยัดเข้าปากคำโต กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวา ผสมผสานกับเนื้อขนมนุ่มนิ่ม ละลายทันทีที่ััลิ้น อร่อยเหลือเกิน