รุ่งเช้าวันถัดมาธันและนนท์มาโรงเรียนและเข้าเรียนตามปกติ บรรยากาศคึกคักตามเคยเหมือนทุกวัน ในห้องเรียนเต็มไปด้วยนักเรียนราวๆ50 คน ต่างคนต่างพูดคุยกันเสียงดัง บ้างก็เล่นมือถือบ้างก็กำลังลอกการบ้านเพื่อน บ้างก็เอาขนมมากินแทนอาหารมื้อเช้า ทั้งสองพูดคุยกันระหว่างรออาจารย์เข้ามาสอนในวิชาคาบแรก
‘‘มึงเมื่อวานเพื่อนของนัทคนนึงทักกูมาว่ะ’’ ธันรีบเล่าก่อนที่ครูจะมา
‘‘จริงหรอวะใครหรอ?’’ นนท์เริ่มอยากรู้
‘‘อัญญ่าไงมึง กูเพิ่งเห็นว่าหน้าตาดีด้วยนะกูไม่คิดว่าเขาจะทักกูมา เมื่อคืนเขาคุยกับกูทั้งคืนเลย’’ ธันตอบ
‘‘เออดีแล้วมึงจะได้เป็เพื่อนกัน กูบอกแล้วว่าเพื่อนกลุ่มไอนัทมันไม่ถือตัว ที่จริงเมื่อวานอัญญ่าก็ลงมากินข้าวพร้อมกับนัทนะมึง’’
‘‘กูว่าสังคมห้องอินเตอร์เผลอๆจะดีกว่าห้องเราอีกว่ะห้องเราแม่งเถื่อน เถื่อนจนครูทุกคนหมายหัวหมดแล้ว’’
‘‘เออดิมึง ห้องเราแม่งเถื่อนเกเร วีรกรรมเยอะจะตาย แต่เอาเหอะ อดทนอีกหน่อยเดี๋ยวพวกเราก็จบแล้ว’’ นนท์ตอบเพื่อให้ธันปลงกับเื่ที่แก้ไขอะไรไม่ได้
‘‘มึงรู้จักอัญญ่าด้วยหรอวะ?’’ เสียงผู้ชายในน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามจากข้างหลังลั่นออกมา เขาแอบฟังธันเมื่อสักครู่นี้นี่เองเป็ผู้ชายสูง หุ่นผอมซูบ ใส่ชุดนักเรียนที่ผิดระเบียบั้แ่หัวจรดเท้าอยู่ท่าทางเก๋าเหมือนนักเลง แถมทำศัลยกรรมจมูกมาทั้งๆที่อายุเพียงเท่านี้ตามปกติแล้วหมอจะไม่อนุญาตให้ทำแต่ด้วยความที่บ้านรวยบวกกับแม่ของเขามีเส้นสายที่ใหญ่ หมอจึงจำใจทำให้ ชื่อของเขาคือ ‘‘พิชญ์’’ นั่นเอง
พิชญ์เป็เด็กเกเร ไม่ตั้งใจเรียน ขี้บูลี่ใช้เงินแก้ปัญหาจนเป็นิสัย ชอบพูดจาข่มขู่ดูถูกคนที่มีหน้าตาไม่หล่อไปทั่วไม่ชอบให้ใครมีชื่อเสียงดังกว่าตน เขาเคยอยู่แก๊งเดียวกับธันมาก่อนตอนมัธยมต้นแต่สุดท้ายแตกหักกัน เพราะแค่ความไม่ถูกกันบางอย่างบวกกับเคยลงไม้ลงมือกันมาบ้าง ด้วยความที่หน้าตาของพิชญ์ดูโอเคแถมเขามีวงดนตรีเป็ของตัวเองอีกด้วย เขามักจะชอบโชว์ความหล่อขายหน้าตาเพื่อให้ตัวเองป๊อปปูล่าโดดเด่นในกลุ่มสาวๆอยู่เสมอทำให้เขามีแฟนคลับมากมายทั้งโรงเรียน เด็กผู้หญิงที่ปลื้มในตัวเขาชอบเรียกเขาว่า ‘‘พี่พิชชี่ (Pitchii)’’
‘‘คนสารรูปหน้าอย่างมึงอยู่ไม่หล่อแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนจากห้องอินเตอร์มาชวนคุยด้วยว่ะ’’หลังจากที่พิชญ์พูดจบนั้นทำให้นักเรียนชายที่อยู่ในแก๊งเดียวกับเขาต่างหัวเราะโห่ลั่นออกมา
‘‘โอ้วววววว…!!!/เอ้วววววว…!!!!!’’บ้างก็เกากีตาร์และทุบโต๊ะรัวๆประชดประชันด้วยเช่นกันเพื่อเป็การเรียกร้องความสนใจภายในตัวจงใจทำให้ธันอับอาย ธันเลือกที่จะเงียบเขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้แต่อย่างใด เพราะเขารู้สึกชินและสามารถเมินเฉยกับแวดล้อมแบบนี้ได้
‘‘…’’
‘ก็แค่แมลงหวี่แมลงวัน’ เขาคิดในใจ
‘‘คนอย่างมึงก็เป็ได้แค่ไอหน้าเห่ยอย่างนี้ตลอดไป’’พิชญ์พยายามพูดยั่วโมโหใส่ธันอีกครั้งหวังให้ธันอารมณ์ขึ้นและใช้กำลัง
‘‘…’’
แต่ธันเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเงียบและไม่ได้สนใจคำพูดพล่อยๆอยู่แล้ว
‘’โอ้..!!!!!’’ เสียงจากสมาชิกของคนในแก๊งเดียวกับพิชญ์โห่ลั่นขึ้นอีกครั้ง
‘‘นี่ทุกคนนั่งที่ให้เรียบร้อยได้แล้ว!’’ เสียงตะคอกจากคุณครูวิชาแรก เธอเดินเข้ามาในห้องพอดี ด้วยความที่เสียงของเด็กผู้ชายกลุ่มนี้ดังทะลุลอดออกมานอกห้องเรียนเด่นชัดที่สุดในชั้นนั้นพานรังควาญห้องเรียนข้างเคียงไปด้วย
‘‘ครูจะเริ่มสอนแล้วห้ามพูดคุยกันเด็ดขาด!’’ พูดจบครูวางหนังสือและชีทเรียนไว้บนโต๊ะครูหน้าห้องจากนั้นเริ่มทำการหันไปหยิกปากกาเมจิกและเริ่มเขียนกระดาน
‘‘มึงอย่าไปอะไรกะไอพวกนั้นเลยนะ ช่างพวกแม่งเห๊อะ’’ นนท์ซุบซิบพูดเพื่อให้กำลังใจธันกลัวว่าธันจะคิดมาก
‘‘เออกูไม่อะไรอยู่แล้ว ก็แค่ลมปากพล่อยๆว่ะ’’ ธันซุบซิบตอบกลับก่อนที่จะเริ่มเรียน
ณ โรงอาหาร
‘‘มึงๆไปจองโต๊ะก่อนเลย’’ นนท์ชี้นิ้วไปที่โต๊ะว่างที่อยู่ข้างหน้าธันรีบเดินตรงไปเพื่อที่จะไปนั่งจอง
‘‘เห้ยมาช้าไปว่ะ ที่ตรงนี้ที่ของพวกกูเว้ย!’’ พิชญ์เดินมาพร้อมเอามือตบโต๊ะอย่างจังราวกับว่าแสดงความเป็เ้าของ ส่งสายตาดั่งผู้ชนะออกมา ยักคิ้วให้หนึ่งครั้ง คนในแก๊งของเขาต่างเอากีตาร์มานั่งเกาเล่นพร้อมกับตั้งสายเหมือนว่าแต่ละคนจะชอบทำตัวเป็จุดสนใจ โดยเฉพาะร้องเพลงเล่นดนตรีเรียกคะแนนเสียงแฟนคลับจากสาวๆในบริเวณนั้น
‘‘กรี๊ดดดดด…พี่พิชชี่มาแล้ว!!!’’ เสียงแก๊งเด็กผู้หญิงมอต้นที่อยู่บริเวณนั้นดังลั่นกันเรียงโต๊ะตามลำดับพานทำให้เด็กผู้หญิงที่อยู่ตามโต๊ะอื่นๆส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วย
‘‘เท่จังเลย!!!’’
‘‘มาครบทั้งวงเลยแก!!!’’
‘‘จริงด้วยพี่พิชชี่นี่นา… บังเอิญจังเลยยยย!!!’’
‘‘อยากให้พี่เค้าแต่งเพลงให้เราบ้างจัง..’’
‘‘อร๊ายยยยยย…’’
‘‘ไงล่ะ..มึงจะเอาไง..?’’ พิชญ์ทำเสียงข่มขู่เหมือนพร้อมทำเื่เล็กให้กลายเป็เื่ใหญ่ได้ทุกเมื่อ
‘‘…’’
‘‘อยากได้โต๊ะนี้ก็เอาไปกูไม่ลำบากอะไรอยู่แล้ว’’ พูดจบ ธันทำเฉยเดินถอยห่างออกมาและหันหลังเดินไปหาโต๊ะใหม่กับนนท์ ปล่อยให้กลุ่มของพิชญ์เรียกฐานคะแนนเสียงจากสาวๆต่อไป
‘‘สาวๆอยากฟังเพลงของพี่ๆมั้ยเอ่ย?’’ พิชญ์ยืนประกาศหว่านล้อมทุกคนในวงเตรียมกีตาร์และคาฮองกลองนั่งตีไว้พร้อมแล้ว
‘‘กรี๊ดดดดดดดดด..!!!!!’’
‘‘อ๊ายยยยยยยยย ..!!!!!’’
‘‘เอ้ามาเริ่มกันเลยยยย…’’ จากนั้นเสียงคาฮองเคาะเริ่มจังหวะตามมาด้วยกีตาร์โปร่งเริ่มบรรเลงพิชญ์และสมาชิกในวงของเขาก็ได้ยึดครองพื้นที่ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เหล่าเด็กสาวที่เป็แฟนคลับต่างลุกขึ้นมาโยกย้ายส่ายสะโพกร้องเล่นเต้นรำไปด้วยอย่างสนุกสนาน
‘‘ปล่อยแม่งไป’’ ธันพูดขณะที่เขากำลังนั่งกินข้าวกับนนท์ที่โต๊ะอื่นไกลออกไป เขาไม่ได้สนใจอะไรอยุ่แล้ว
‘‘เออไม่เกี่ยวไรกับเราอยู่แล้ว’’ นนท์กล่าวเห็นพ้องด้วยกัน
กลับมาที่ห้องเรียน ทั้งสองถอดรองเท้านักเรียนออก สอดในช่องเก็บรองเท้าไว้ที่อยู่หน้าห้องแล้วเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะเรียนของตัวเอง
‘‘…’’
‘‘เห้ยมึงใครทำวะ?’’ นนท์ทักขึ้น สิ่งที่ธันเห็นต่อหน้าเลยคือรอยลิขวิดและปากกาแดงที่ขีดเขียนอยู่ตามบนโต๊ะเรียนของธัน ข้อความเต็มไปด้วยคำด่าหยาบคายปะปนกันนับไม่ถ้วนธันไม่พูดไม่จา นั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะเรียนของเขาเงียบๆ
‘‘…’’
‘‘เห้อออ… ช่างแม่ง’’ เขาถอนหายใจขณะที่เขากำลังหยิบหนังสือออกจากในลิ้นชักนั้น กระดาษเอสี่ยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งได้ปลิวว่อนออกมามีรอยปากกาน้ำเงินเขียนคำว่า ‘กูเกลียดมึง’ ธันไม่พูดไม่จาเขาก้มลงไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาและใช้มือทำการฉีกชำแหละออกเป็ชิ้นๆและนำไปทิ้งในถังขยะ
‘‘เื่ของมันว่างการว่างงาน’’ ธันพูดด่าพวกพิชญ์ขึ้นมาลอยๆ
‘‘ช่างมันไม่ต้องไปสนใจ กูเองก็รำคาญพวกขายความหล่อว่ะ’’ นนท์เห็นด้วย