ร่างองค์หญิงถูกวางไว้บนเตียงลูกดอกอาบยาพิษดอกนั้นเสียบอยู่บนช่วงท้องด้านซ้ายแม้พิษจะทำอันตรายนางไม่ได้เพราะนางได้กินยาต้านพิษไว้แล้วแต่ฤทธิ์ของบาดแผลที่เกิดจากลูกดอกก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอมิใช่น้อย
“ท่านหมอเป็นอย่างไรบ้าง?”กุนซือเซียงร้อนรนที่เห็นใบหน้านางขาวซีด
“นางแค่อ่อนเพลียเท่านั้นท่านกุนซือ บาดแผลก็ไม่หนักหนา”
“เหตุใดนางหน้าซีดนักเล่า?”
“บางทีอาจเป็นเพราะระยะนี้นางพักผ่อนไม่เพียงพอเมื่อออกรบจึงต้องใช้พลังมากกว่าปกติ นางจึงได้มีอาการเช่นนี้”
กุนซือเซียงมีสีหน้าดีขึ้นเขามองจินเฟิ่งที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความโล่งใจไป๋อวี้นางกำนัลประจำตัวมาช่วยถอดเสื้อผ้าและทำแผลให้ตามที่ท่านหมอสั่ง กว่า องค์หญิงจะตื่นบรรทมก็ล่วงไปหัวค่ำ
“องค์หญิงท่านตื่นแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ?”
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“กุนซือเซียงพาท่านขี่ม้าออกจากสนามรบมาจนถึงที่นี่ในยามบ่ายเพคะ”
องค์หญิงนึกถึงภาพสุดท้ายที่คล้ายเห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายผู้เป็นที่รักก่อนจะหมดสติไป“แล้วกุนซือเล่า?”
“เขารอท่านฟื้นตั้งแต่บ่ายแล้วคงจะนั่งอยู่ด้านนอกเพคะ”
“เจ้าไปตามเขาเข้ามาหาข้าที”
จวิ้นอ๋องกับจินวั่งซูนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลกระโจมนักทั้งรอให้องค์หญิงฟื้นและรอแม่ทัพจินนำทหารกลับมา
“ข้าฝากถุงน้ำแก้พิษไว้กับรองแม่ทัพหยางหมิงหวังว่าเขาคงจะได้ใช้มันช่วยชีวิตทหารบางส่วนไว้ได้”
“การสู้รบครั้งนี้คนที่อาจเสียชีวิตเพราะลูกดอกอาบยาพิษก็ส่วนหนึ่ง คนที่สู้รบด้วยอาวุธจนตายก็ส่วนหนึ่งนับว่ายานี้ของพี่สะใภ้เจ้าช่วยคนได้มากจริงๆ”
“ข้าคงต้องเขียนจดหมายไปขอบคุณนาง”
“สมควรแล้วเอ่อ! เจ้าอย่าลืมถามนางอีกล่ะว่ายังมียาดีอะไรซ่อนไว้อีกบ้าง? เผื่อนางยอมแบ่งเรา”
จินวั่งซูเชื่อมั่นว่าฟ่านซิ่วอิงต้องมียาประหลาดอีกหลายขนานเป็นแน่ จวิ้นอ๋องพยักหน้ารับในยามนี้เขาเองก็เริ่มเชื่อมั่นในตัวพี่สะใภ้เช่นกัน
ไป๋อวี้เดินตามกุนซือเซียงให้เข้าเฝ้าองค์หญิงชายหนุ่มจึงยิ้มได้ใบหน้าเบิกบานเดินตามหลังนางกำนัลเข้ากระโจมไป
‘อีกแล้ว เจอหญิงลืมพี่ จวิ้นอ๋องเจ้านี่มัน...ไม่ลืมหูลืมตาเหมือนชินอ๋องไปอีกคนแล้วนี่ขนาดนางดำปี๋ หากนางงามเลิศเยี่ยงฟ่านซิ่วอิง ข้ามิต้องโดนเจ้าทอดทิ้งหรือ?’
จังหวะนั้นแม่ทัพจินควบม้านำหน้ากองทหารกลับมายังค่ายจินวั่งซูจึงเข้าไปรายงานอาการบาดเจ็บขององค์หญิง แม่ทัพจินพยักหน้ารับทราบแล้วหันไปสั่งให้รองแม่ทัพทั้งสองสำรวจจำนวนทหารที่บาดเจ็บล้มตายจินหลี่หมิงย่างเท้าเข้าไปนั่งพักในกระโจมใหญ่จินวั่งซูรีบสั่งทหารเฝ้ากระโจมเตรียมน้ำชามาให้ท่านแม่ทัพส่วนตัวแยกไปสำรวจเครื่องดีดอาวุธลับ และโล่ที่เหล่าทหารขนกลับมา
“พวกเจ้าสำรวจความเสียหายอาวุธของเราด้วย”
หน่วยข่าวลับก็ได้ติดตามมาร่วมรบในครั้งนี้ด้วยโดยทำหน้าที่ดูแลอาวุธที่ออกแบบพิเศษมาทุกชิ้น
เมื่อเขียนสรุปรายงานแล้วจินวั่งซูจึงกลับเข้าไปในกระโจมเพื่อสมทบกับนายทหารคนอื่นในการรายงานความเสียหายอันเกิดจากการศึก
“พรุ่งนี้พวกเขาคงส่งคนมาเจรจากับเรา”หยางหมิงประเมินสถานการณ์ หลังการตีทัพเผ่าวิหคฟ้าแตกพ่ายกำลังทหารส่วนที่รอดชีวิตคงกลับไปรวมตัวกันที่เผ่าวิหคด้านหลังของภูเขาซงซาน
“เราจะต้องบุกตามเขาไปหรือไม่?”เหยียนเหลยหันไปถามความคิดเห็นของท่านแม่ทัพ
“การบุกเข้าไปมิใช่เรื่องง่ายที่เราชนะเขาได้ในคราวนี้ก็เป็นเพราะองค์หญิงปลิดชีพถังฮุยจงแต่กองทัพพวกเขามิใช่จะไร้พิษสง โดยเฉพาะค่ายกลด้านหลังหุบเขานั้นข้ากับพี่เหมยจิงเคยบุกเข้าไปแล้ว แทบจะเอาชีวิตรอดออกมาไม่ได้”
จินวั่งซูนิ่งฟังด้วยความประหลาดใจแม้จะฆ่าหัวหน้าเผ่าได้แล้ว การจะกวาดล้างพวกเขาก็ยังมิใช่เรื่องง่าย
“เช่นนั้นเราต้องรอให้พวกเขาออกมาสวามิภักดิ์ใช่หรือไม่?”
“ต่อให้กวาดล้างพวกเขาได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เดิมทีข้ากับพระชายาก็เห็นว่าการสยบพวกเขาไว้ก็เพียงพอแล้ว แต่ศึกครั้งนี้ทำให้ข้ารู้ว่าพวกเขาเตรียมกำลังพลไว้มากขึ้นกว่าคราวก่อนมากนัก ต่อไปเราอาจจะต้องระวังยิ่งขึ้นนอกจากจะให้พวกเขาทำสัญญาสงบศึกไม่ออกจากหลังเขาซงซานแล้วต้องควบคุมกำลังพลของพวกเขาด้วย”
จินวั่งซูฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าความจริงแล้วแม่ทัพจินอาจจะหนักใจศึกภายในมากกว่าการทำศึกภายนอกจึงหวังเพียงแค่ปรามไว้เท่านั้น
“เอ้า! พวกเจ้ารายงานความเสียหายมา”แม่ทัพจินให้ทุกฝ่ายชี้แจงสิ่งที่สำรวจไว้ และให้ผู้จดบันทึกในกองทัพบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำขึ้นทูลจินอ๋อง
กุนซือเซียงเดินเข้าไปนั่งอยู่ริมเตียงองค์หญิงส่งสายตาให้ไป๋อวี้ออกไปรอข้างนอก ชายหนุ่มกุมมือนางไว้
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”
“ข้าแค่เหนื่อยส่วนบาดแผลนั้นไม่นับเป็นกระไรได้” องค์หญิงยิ้มอ่อนๆอีกมือยกขึ้นมากุมข้างบนมือเขาไว้
จวิ้นอ๋องโน้มตัวไปประทับจูบที่หน้าผากนาง“เจ้ากินยาแล้วพักผ่อนเถิด ข้าจะออกไปดูท่านแม่ทัพสักหน่อย”
นางดึงมือเขาไว้“ข้าอยากให้ท่านอยู่ดูแลข้า”
จวิ้นอ๋องอมยิ้มแล้วกระซิบ “ตกดึกข้าจะแอบเข้ามาดูแลท่าน”
แม่ทัพจินเดินมาถึงหน้ากระโจมองค์หญิงกับจวิ้นอ๋องจึงจำต้องปล่อยมือกันร่างสูงใหญ่ของท่านน้ามาหยุดอยู่หน้าเตียงเบือนหน้ามองกุนซือหนุ่มรูปงามที่ยืนสงบประสานมืออยู่ปลายเตียง
“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้วพรุ่งนี้ข้าจะจัดการลงนามสงบศึกกับพวกเขา เราตรวจสอบความเรียบร้อยของกองทัพแล้วในสามวันก็เดินทางกลับเมืองหลวงได้” แม่ทัพจินเหลือบมองชายหนุ่มอีกครั้งแม้เขาไม่อาจขวางได้เต็มที่เพราะมีเรื่องจินฉิงอีมาเป็นข้อต่อรองแต่จะปล่อยให้เซียงเฉินกงมาใกล้ชิดหลานสาวมากเกินไปย่อมไม่ควร
“ท่านสบายใจได้ข้ามีไป๋อวี้คอยดูแลอยู่”
จินหลี่หมิงขยิบตาให้กุนซือเซียงเดินตามตนออกไปนอกกระโจมเห็นสายตาที่เจ้าหนุ่มนี้มองหลานสาวแล้ว เขารู้สึกใจไม่ดี
‘เจ้านี่ เผลอหน่อยไม่ได้ตอนหน้าด่างยังไม่น่าไว้ใจ ตอนนี้กลายเป็นบัณฑิตรูปงามเฟิ่งเอ๋อร์อาจจะหลงใหลเอาได้ง่าย’
-------------------------------------