หลังจากขี่อาชาขนวารี ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันคนทั้งหมดก็ได้มาถึงเขตที่สอง
“มาถึงเขตที่สองแล้ว…หลังจากนี้เราจะสามารถเจอสัตว์อสูรระดับห้าหรือหกได้ตลอดเวลา จำไว้ว่าแม้ว่าสัตว์อสูรบางตัวอาจอยู่ในขั้นลมปราณระดับห้า แต่ว่าหากข้าบอกว่าหนีก็จงหนี ห้ามดึงดันไปสู้เด็ดขาด” อูหลินเฟิงบอกกับคนทั้งกลุ่มเพราะหากทั้งกลุ่มไปเจอสัตว์อสูรที่มีสายเลือดพิเศษ ต่อให้รวมกำลังของทั้งกลุ่มก็อาจไม่สามารถต่อสู้ได้ สัตว์อสูรสายเลือดพิเศษบางตัวที่มีสายเลือดโบราณ และ สายเลือดวิวัฒน์บางตัวจะมีบันทึกเอาไว้ แต่พวกที่กลายพันธุ์จะไม่สามารถบอกได้จนกว่ามันจะแสดงความแข็งแกร่งหรือความผิดปกติออกมา
เหมือนกับการคลุ้มคลั่งของสัตว์อสูรในป่าเมฆฝน การต่อสู้กับสัตว์อสูรธรรมดาที่มีระดับลมปราณระดับห้าขั้นต้นหนึ่งตัวอาจต้องใช้นักสู้ระดับห้าขั้นต้นหนึ่งถึงสามคนในการจัดการ แต่ว่าหากเป็นวิหคมรณะที่เป็นสัตว์อสูรสายเลือดวิวัฒน์ วิหคมรณะมีระดับเพียงระดับหกขั้นสูง แต่ว่าแม้จอมยุทธ์ระดับเจ็ดถึงสี่คนร่วมมือกันยังไม่สามารถจัดการได้ เพราะฉะนั้นหากไปเจอสัตว์อสูรสายเลือดพิเศษการหนีคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
“รับทราบ” คนทั้งหมดตอบรับ จากนั้นอูหลินเฟิงก็ส่งฮุยฮุยบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้งหลังจากที่เขาเก็บฮุยฮุยก่อนออกเดินทางเข้าเขตที่สอง เพราะเขาจำเป็นต้องให้ฮุยฮุยได้พักบ้าง
“เป้าหมายคือสัตว์อสูรระดับห้า โดยต้องล่าให้มากที่สุด”อูหลินเฟิงบอกเป้าหมายอีกครั้ง
“ข้าสามารถแยกไปล่าสัตว์อสูรระดับหกให้ได้” กู่ซือเอินเสนอ ถึงแม้นางจะมีลมปราณระดับห้าขั้นสูง แต่ว่าพิษที่นางมีในตัว สามารถล้มได้แม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับหกขั้นสูงที่ไม่มีภูมิต้านทานพิษ
“ต้องขออภัยแม่นางกู่ ข้าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้” อูหลินเฟิงปฏิเสธทันที
“ข้าเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน” กวนซ่างซีกล่าวเสริม
“เพราะเหตุใดกัน?” กู่ซือเอินถาม เพราะหากให้นางแยกไปอาจทำให้คะแนนของทั้งกลุ่มดีขึ้น
"ท่านห้ามลืมว่าในการประลอง ไม่มีกฎห้ามการแย่งซากอสูรหลังจากสังหาร หากท่านไปคนเดียวแล้วเจอกลุ่มอื่นๆ อาจเป็นอันตรายกับท่าน แม้ว่าพวกนั้นอาจสู้ท่านไม่ได้ แต่ว่าขอเพียงให้ท่านล่าสัตว์อสูรระดับหกไปเรื่อยๆ จนท่านอ่อนแรง จากนั้นก็สามารถบังคับแย่งชิงได้ง่าย หรือ ต่อให้ไม่สามารถบังคับให้ท่านมอบซากอสูรได้ ก็ยังอาจทำให้ท่านสามารถใช้ป้ายเหล็กเพื่อออกจากการแข่งขันได้ เท่านี้ก็สามารถกำจัดคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้แล้ว ในขณะเดียวกันกลุ่มของพวกเราที่ไม่มีท่าน ความสามารถก็เป็นเพียงกลุ่มระดับกลางเท่านั้นแต่ว่าหากมีท่านอยู่ต่อให้เป็นกลุ่มจากสำนักระดับสูงก็ไม่กล้าโจมตีพวกข้า"อูหลินเฟิงอธิบาย หากอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแม้คะแนนอาจหาได้ช้า แต่ว่าความปลอดภัยของกลุ่มจะมีมากกว่า
“ข้าเข้าใจแล้ว” เมื่อได้ยินคำอธิบาย กู่ซือเอินไม่ใช่คนโง่ที่ต้องจะดึงดันทำอะไรตามใจจึงไม่ออกไปล่าสัตว์อสูรเพียงคนเดียว
“กรีซ!!!”ฮุยฮุยส่งเสียงหาอูหลินเฟิงผ่านยันต์ อูหลินเฟิงจึงหลับตาเพื่อมองผ่านสายตาของฮุยฮุย
"ฮุยฮุยเจอเป้าหมายแล้ว…เป็นสัตว์อสูรแรดนอเหล็กระดับห้าขั้นกลาง อยู่ห่างจากที่นี้สองกิโลเมตร"อูหลินเฟิงกล่าวพร้อมกับลืมตาขึ้น หลังจากนั้นก็ขี่อาชาขนวารีนำทางคนทั้งหมดตรงไปหาแรดนอเหล็ก ใช้เวลาเพียงไม่นานคนทั้งหมดก็มาถึงจุดหมาย คนทั้งหมดก็เห็นแรดนอเหล็ก แรดนอเหล็กมีขนาดเท่ากับแรดโตเต็มวัยธรรมดาแต่ว่านอกจากนอที่เหล็กยิ่งกว่ากล้าแล้ว ผิวหนังรอบตัวของมันเองก็แข็งไม่แพ้กัน
“ลองใช้การโจมตีรูปแบบที่หนึ่ง” อูหลินเฟิงบอก ก่อนเริ่มงานประลอง หลังจากที่คนทั้งหมดได้แนะนำ อูหลินเฟิงได้ขอคำแนะนำในการล่าสัตว์อสูรจากกวนซ่างซีเพราะตระกูลกวน คือตระกูลที่ใช้การล่าสัตว์อสูรเป็นธุรกิจของตระกูล ทั้งรับจ้างล่าสัตว์อสูรที่ออกมาทำร้ายชาวบ้านหรือล่าเพื่อนำแก่นลมปราณของสัตว์อสูรมาขาย
ในกลุ่มที่มีนักสู้ระดับต่างกัน และ ในครั้งนี้จำเป็นต้องล่าสัตว์อสูรที่มีระดับใกล้เคียงกับนักสู้ที่มีระดับสูงสุดของกลุ่ม นักสู้ที่มีระดับต่ำกว่าจึงอาจเป็นตัวถ่วงได้หากวางแผนไม่ดีพอ ลี่เจียง ถงต้าเหวย และ อูหลินเฟิงที่มีระดับสี่ขั้นสูงแต่ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับห้าขึ้นไปตลอดสิบวันจึงอาจเป็นตัวถ่วงของกลุ่มได้
ผู้ที่มีปราณปฐพีอย่างลี่เจียงจึงมีหน้าที่หลักในการปรับเปลี่ยนพื้นผิวหากต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีขนาดใหญ่ หรือ ที่มีน้ำหนักตัวมาก เพราะว่าหากลี่เจียงที่มีระดับสี่ขั้นสูงฝืนใช้ปราณปฐพีป้องกันโดยตรงแม้จะสามารถป้องกันการโจมตีได้แต่ว่าอาจเสียลมปราณอย่างมหาศาล
ในครั้งนี้เป็นการล่าสัตว์อสูรที่กินเวลาถึงสิบวัน จึงไม่อาจเทียบกับการเข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่าเมฆฝนที่อูหมินจิงและจงหมิ่นที่ระดับลมปราณเพียงระดับสี่ แต่ก็สามารถสู้กับสัตว์อสูรระดับห้าได้ ในครั้งนั้นอูหมินจิงและจงหมิ่นถึงกับต้องใช้ลมปราณทั้งหมดในการต่อสู้เพียงครั้งเดียว ในการล่าสัตว์ครั้งนี้ที่กินระยะเวลานานจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาระดับลมปราณไม่ให้ใช้มากเกินไป ทั้งเพื่อคอยรับมือสัตว์อสูรตัวต่อไปหรือผู้เยาว์กลุ่มอื่น
“รับทราบ” ถงต้าเหวย ลี่เจียง อูหมินจิง เป็นสามคนแรกที่เคลื่อนที่ออกไปหาสัตว์อสูรแรดนอเหล็ก ส่วนกวนซ่างซีก็หายออกไปจากกลุ่มเพื่อหาจุดซุ่มยิง
“เห้ยย!!!! เจ้าแรดโง่” ถงต้าเหวยตะโกนเสียงดังออกไป แรดนอเหล็กที่กำลังเดินอยู่ก็หันไปตามเสียงเหมือนได้เห็นว่ามีคนกำลังแสดงท่าทางเหมือนยั่วยุตัวเองก็แสดงท่าที่เป็นศัตรูออกมาทันที แรดนอเหล็กได้นำเท้าตะกุยพื้นทำท่าเตรียมที่จะพุ่งออกไปหาถงต้าเหวย
“เข้ามาเลย…แน่จริงก็พุ่งมาหาข้าคนนี้ได้เลย!!!” ถงต้าเหวยยังคงยั่วยุต่อไป แรดนอเหล็กพอโดนตะโกนใส่แบบจะฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็พุ่งออกไปตามคำเรียกร้องของถงต้าเหวย
“เอาเลยลี่เจียง”
“ได้เลยสหายถง”
ปราณปฐพี ดินโคลน
ก่อนที่แรดนอเหล็กที่พุ่งเข้ามา จุดที่ถงต้าเหวยยื่นอยู่ลี่เจียงที่รออยู่ด้านหลังได้ใช้ลมปราณปฐพีเปลี่ยนพื้นดินที่แข็งให้กลายเป็นดินโคลน ขาทั้งที่ข้างของแรดนอเหล็กจึงจมลงในโคลนไม่อาจวิ่งชนถงต้าเหวยได้ อูหมินจิงที่รอเวลาที่แรดนอเหล็กไม่อาจเคลื่อนที่ได้จึงออกกระบี่ทันที
ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่สอง ฟาดฟันต่อเนื่อง
กระบี่ของอูหมินจิงกลายเป็นแสงอัสนีสีม่วงอ่อนที่ฟันอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ฟันไปทั่วทั้งตัวของแรดนอเหล็ก ในการฟันครั้งนี้อูหมินจิงไม่ได้ใส่เต็มแรง แต่ใช้พลังเพียงสองจากสิบส่วน เป็นการฟันเพื่อหาจุดอ่อนของแรดนอเหล็กว่าจุดไหนอ่อนไหวที่สุด
“ขะ..แข็งมาก ผิวของมันแข็งเกินไป” อูหมินจิงตะโกนบอก แรดนอเหล็ก จุดเด่นไม่ใส่พลังโจมตีแต่เป็นพลังป้องกันที่สูง การโจมตีโดยปกตินั้นไม่อาจทะลวงผิวที่แข็งเหมือนเหล็กออกมันได้ อูหมินจิงก็ออกท่าฟันอย่างต่อเนื่องจนมีรังสีกระบี่สายหนึ่งไปโดนใกล้บริเวณใต้ท้องของแรดนอเหล็ก
"ครืดดดด!!" เสียงของแรดนอเหล็กที่โดนจากโจมตีดังออกมาอย่างเจ็บปวดเนื่องจากกระบี่นั้นโจมตีโดนเข้าจุดที่อ่อนที่สุดของร่างกาย นั้นคือใต้ท้องของแรดนอเหล็ก
“ใต้ท้อง จุดอ่อนอยู่ใต้ท้อง” อูหมินจิงตะโกนบอกหลังจากเห็นปฏิกิริยาของแรดนอเหล็ก
“ลี่เจียง…พลิกตัวของมัน” อูหลินเฟิงออกคำสั่ง
“ได้เลย”
ปราณปฐพี เพลงหมัดตระกูลลี่กระบวนท่าที่หนึ่ง แปลงกายยักษ์ศิลา
ลี่เจียงกลายร่างเป็นยักษ์ศิลาเพื่อจับแรดนอเหล็กพลิกตัวลงมา หลังจากที่สามารถจับแรดนอเหล็กหงายท้องได้สำเร็จ ถงต้าเหวยก็ออกเพลงหมัดที่แรงที่สุดของตัวเองทันที
ปราณเพลิง เพลงหมัดตระกูลถง หมัดตรงกัมปนาท
ตู้มมม!!! เสียงดังสนั่นจากหมัดระเบิดของถงต้าเหวยดังออกมาแต่ว่า แม้จะเป็นการโจมตีสุดกำลังของถงต้าเหวยแต่ว่าก็ไม่อาจสังหารแรดนอเหล็กลงได้ทันที
"คริืดดด" เสียงร้องของแรดนอเหล็กดังขึ้นอย่างเจ็บปวด
ปราณวายุ ศรตระกูลกวนกระบวนท่าที่หนึ่ง ศรรวมศูนย์
พริ้วว!! ปัก!! ศรของกวนซ่างซี พุ่งทะลุจุดตายของแรดนอเหล็ก ทำให้แรดนอเหล็กตายทันที
“ขอบคุณซ่างซี” ถงต้าเหวยกล่าวกับกวนซ่างซีที่ช่วยสังหารเนื่องจากตนไม่สามารถสังหารได้ในการโจมตีเดียวเพราะพลังชีวิตของแรดนอเหล็กสูงเกินกว่าพลังโจมตีของเขา
“กรีซซ กรีซ” เสียงร้องเตือนของฮุยฮุยดังขึ้นเป็นสัญญาณของการโดนบุกรุก
“กรร! กรร!” หั่วอี กับ หั่วเอ้อเองก็ส่งเสียงขู่สัตว์อสูรที่เข้ามาใหม่ คนทั้งหมดที่เหลือจึงได้มองไปยังทิศทางที่หั่วอี และ หั่วเอ้อมองไปจึงได้เห็นว่า มีฝูงของสัตว์อสูรหมาในมากกว่าสิบตัวกำลังเดินเข้ามาใกล้
สัตว์อสูรหมาในเป็นสัตว์อสูรที่อยู่รวมกันเป็นฝูงแต่มีนิสัยไม่ชอบล่าด้วยตัวเองแต่มักจะแย่งเหยื่อจากสัตว์อสูรตัวอื่น ครั้งนี้พวกมันเองก็รอให้แรดนอเหล็กถูกสังหารก่อนแล้วค่อยแสดงตัว ฝูงของพวกมันมีจำนวนมากถึงสิบสี่ตัว ตัวจ่าฝูงมีระดับลมปราณสูงถึงระดับห้าขั้นกลาง นอกจากนั้นก็มีตั้งแต่ระดับสี่ขั้นต้นถึงระดับสี่ขั้นสูง
“รอให้พวกเราสังหารแรดนอเหล็กได้ แล้วคิดจะลงมือขโมยเหยื่อสินะ” ถงต้าเหวยกล่าวเมื่อเห็นสัตว์อสูรหมาในค่อยๆ เดินเข้ามา
“ได้...ถ้าอยากได้นักละก็…หาเอาเองละกัน” พูดจบถงต้าเหวยก็เก็บซากแรดนอเหล็กเข้าแหวนมิติของตัวเองทันที สร้างแล้วงงงวยให้มันสัตว์อสูรหมาในที่อยู่ๆ เหยื่อที่เล็งไว้ก็หายไป
"กรรร!!" สัตว์อสูรหมาในเมื่อเห็นเหนื่อยของตัวเองหายไปจึงขู่ถงต้าเหวย
“เข้ามาเลยไอ้พวกหมาบ้า” แม้ไม่รู้ว่าถงต้าเหวยพูดอะไรแต่จ่าฝูงของสัตว์อสูรหมาในก็สั่งในโจมตีทันที ในตอนนี้จ่าฝูงของหมาในเห็นเพียงแค่ อูหลินเฟิง อูหมินจิง จงหมิน ถงต้าเหวย ลี่เจียง เสวี่ยหานเอ๋อร์ คนหกคนกับกั้งปีที่เกาะบนไหล่ของอูหลินเฟิง และหั่วอีกับหั่วเอ๋อ คนที่มีระดับพลังสูงสุดคือจงหมินที่มีลมปราณระดับห้าขั้นต้น ทั้งจำนวนที่มีมาก และ ระดับลมปราณของจ่าฝูงที่มากกว่าจงหมิ่น จ่าฝูงของสัตว์อสูรหมาในจึงกล้าที่จะสั่งให้ลูกน้องในฝูงบุก สัตว์อสูรหมาในทั้งหมดจึงวิ่งเข้าหาคนทั้งหมด แต่ที่ดูจะเป็นเป้าหมายโจมตีเหมือนจะเป็นอูหลินเฟิงที่มีระดับลมปราณต่ำที่สุด
“หือ??? มีเป้าหมายเป็นคนที่มีระดับลมปราณน้อยที่สุดงั้นหรือ งั้นพวกเจ้าก็ออกไปเล่นด้วยแล้วกัน” อูหลินเฟิง เรียกหั่วซานและหั่วซื่อออกมาเพิ่มทำให้ตอนนี้หมาป่าขนเพลิงได้ออกมาสี่ตัวแล้ว
“กรร!!” หมาป่าขนเพลิงทั้งสี่ได้สร้างเปลวเพลิงหมาป่าที่ร้อนแรงรอบขนของตัวเองจากนั้นก็กระโจนเข้าหาสัตว์อสูรหมาในสี่ตัวที่วิ่งเข้ามา
ปราณเพลิง เพลงหมัดตระกูลถง หมัดตรงกัมปนาท
ถงต้าเหวยรับมือกับสัตว์อสูรหมาในระดับสี่สองตัว ถงต้าเหวยปล่อยหมัดออกตัวเองออกไป ตู้มม!!! เมื่อหมัดของถงต้าเหวยโดยตัวของสัตว์อสูรหมาในจะเกิดการระเบิดทันที
ปราณปฐพี กายศิลาตระกูลลี่กระบวนท่าที่หนึ่ง แปลงกายยักษ์ศิลา
ลี่เจียงแปลงกายเป็นยักษ์ศิลารับมือกับสัตว์อสูรหมาในกว่าสี่ตัว แม้ไม่อาจจัดการสังหารได้ทันที แต่ว่าก็ใช้พลังป้องกันของยักษ์ศิลา เพื่อถ่วงเวลาให้เพื่อนในกลุ่มจัดการตัวอื่นก่อน
ปราณอัสนีม่วง กระบวนท่าที่หนึ่ง วาดกระบี่อัสนี
ร่างของอูหมินจิงกลายเป็นแสงสีม่วง ใช้ปราณกระบี่อัสนีและความเร็วของตัวเองแทงกระบี่เข้าจุดตายของสัตว์อสูรหมาในหนึ่งตัวโดยทันที จากนั้นก็พุ่งเข้าหาสัตว์อสูรหมาในอีกสามตัวที่เหลือทันที
ปราณวายุ ศรตระกูลกวนกระบวนท่าที่หนึ่ง ศรรวมศูนย์
กวนซ่างซีที่สามารถหาจุดซุ่มโจมตีของตัวเองได้แล้วก็โจมตีเข้าหาสัตว์อสูรหมาในที่กำลังต่อสู้กับลี่เจียงอยู่ กวนซ่างซีเรียกได้ว่าสามารถสังหารหนึ่งตัวจากการใช้ศรเพียงหนึ่งดอกเท่านั้น
เพียงไม่นานสัตว์อสูรหมาในก็เหลือเพียงจ่าฝูงที่จงหมิ่นกำลังเดินเข้าไปหา ทุกๆ ก้าวที่จงหมินก้าวเข้าไป คือการถอยของหมาในจ่าฝูงยิ่งเห็นจงหมิ่นก้าวเท้ามาเร็วมากขึ้น สัตว์อสูรหมาในจึงตัดสินใจที่จะหนี แต่ว่าเมื่อมันหันหลังหนี
“ช้าไป” จงหมิ่นที่รอจังหวะให้สัตว์อสูรหมาในหันหลังหนี ก็ชักดาบพร้อมผนึกลมปราณธาตุลมที่สามารถเร่งความเร็วได้มากที่สุดและมีพลังในการตัดมากที่สุดโจมตี
ปราณดาบจตุรธาตุสายวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบตัดวายุ
เพียงการโจมตีเดียวเท่านั้น สัตว์อสูรหมาในที่กำลังวิ่งหนีก็ถูกผ่าออกเป็นสองท่อนทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานกลุ่มของอูหลินเฟิงก็สามารถล่าสัตว์อสูรระดับห้าขั้นต้นหนึ่งตัว และ ระดับห้าขั้นกลางหนึ่งตัว และ ระดับสี่อีกสิบสองตัว เป็นระดับสี่ขั้นต้นหกตัว ระดับสี่ขั้นกลางสี่ตัว และ ระดับสี่ขั้นสูงสองตัว ทำให้ตอนนี้ทั้งกลุ่มมีคะแนนรวมสี่พันห้าร้อยคะแนน