ไอสังหารอันเย็นเยียบจางหายไปพร้อมกับดวงตาสีแดงก่ำที่คืนกลับสู่สีฟ้าใส ประกายแห่งความมืดมิดในแววตาเลือนลับไปสิ้น ทิ้งไว้เพียงร่างของณิชาที่ยืนตัวสั่นเทา หอบหายใจอย่างหนักหน่วงท่ามกลางซากศพไร้ศีรษะทั้งสี่ ภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้าทำให้ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและสับสน
ทันใดนั้น ความทรงจำที่เคยพร่าเลือนก่อนหน้านี้ก็ไหลบ่ากลับเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ทั้งภาพตัวตนอีกคนในกระจก บทสนทนา คำเตือนเื่ท่านอาจารย์มทินา การผนึกความทรงจำ ทุกอย่างกระจ่างชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความสับสนถาโถมเข้าใส่จนแทบยืนไม่อยู่
'เมื่อกี้...ไม่ใช่เรา...' ณิชาคิด ตัวตนนั้น... 'นิชา' คือคนที่ลงมือสังหารอย่างโเี้
"อึก...อ้วก..." ทันทีที่ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า กลิ่นคาวเือันรุนแรงก็ปะทะเข้าจมูกอย่างจัง ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจน
นางไม่อาจทนไหว ต้องหันไปอาเจียนออกข้างทางพุ่มไม้อย่างหมดเรี่ยวแรง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นความตาย นางก็ยังไม่คุ้นชิน...มันน่าสะอิดสะเอียนจนแทบทนไม่ไหว
'..เื่แค่นี้ก็ทนไม่ได้ แม่คุณหนู...' เสียงกระซิบเ็าดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง เป็เสียงของ 'นิชา' นั่นเอง
'...คืนนี้ค่อยมาคุยกัน มีเื่ที่เ้าต้องรู้...’
ณิชาสะดุ้ง แต่ยังไม่ทันได้ตอบโต้ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
‘...ก่อนไป สำรวจกำไลมิติของพวกมันด้วย อย่าทิ้งทรัพยากรไปเปล่าๆ...’
สำรวจของจากศพ? ความคิดนั้นทำให้ณิชาลังเลใจอย่างหนัก ศีลธรรมในใจนางร้องคัดค้าน การทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับพวกโจรหรืออีแร้งทึ้งซากศพ
'แต่เราต้องแข็งแกร่งขึ้น...' ความคิดอีกด้านแย้ง 'พวกมันมาเพื่อทำร้ายเราก่อน เราแค่ป้องกันตัว... และเรา้าทรัพยากรเพื่อเอาชีวิตรอด'
ณิชาหลับตาลง สูดหายใจลึก พยายามข่มความรู้สึกผิดและความขยะแขยงเอาไว้ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของนางก็เปลี่ยนไป แม้จะยังมีความสั่นไหว แต่ก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวและ...จำยอมต่อความเป็จริงอันโหดร้าย นางเดินเข้าไปใกล้ร่างไร้ิญญาเ่าั้อย่างรวดเร็ว จัดการถ่ายโอนคะแนนสะสมและสิ่งของจำเป็บางอย่าง รวมถึงเครื่องปรุงอาหารที่เห็นโดยบังเอิญ จากกำไลมิติของพวกนางเข้าสู่กำไลของตนเอง พยายามไม่มองสภาพศพให้มากที่สุด
ณิชากลับมาถึงค่ายพักด้วยท่าทางที่พยายามเก็บอาการ แต่รุจีและมารินที่รออยู่ก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างได้
"ณิชา! กลับมาแล้วเหรอ เป็อะไรรึเปล่า หน้าซีดๆ นะ?" รุจีรีบลุกเข้ามาถามอย่างเป็ห่วง
"ข้า...ข้าไม่เป็ไร แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ" ณิชาฝืนยิ้ม
"ได้ปลากับเนื้อกระต่ายป่ามาด้วย เดี๋ยวข้าทำอาหารให้"
"แล้วเื่ลูกแก้วว่างเปล่า...ข้าจะชดใช้คืนให้ตอนกลับวิหารฯนะ" ณิชาหันไปทางรุจิ
นางรู้สึกไม่ดีที่ติดหนี้รุจีเยอะ ตอนนี้นางมี ลูกแก้วว่างเปล่าที่ได้จากศพแล้ว แต่ การให้ตอนนี้อาจทำให้เพื่อนสงสัยได้ นางตั้งใจให้เื่นี้เงียบหาย ไหนๆก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์
รุจีพยักหน้าอย่างไม่ติดใจอะไรนัก "ได้ๆ ไม่รีบๆ" นางมองสำรวจณิชาอีกครั้ง
"ว่าแต่...เมื่อกี้เ้าดูเหมือนคิดอะไรหนักๆ อยู่นะ มีเื่ไม่สบายใจอะไรรึเปล่า?"
"คือข้าแค่สงสัยน่ะ..." ณิชาลองหยั่งเชิง
"ในวิหารฯ หรือในบรรดาศิษย์ของท่านอาจารย์มทินาเนี่ย... พวกเรามีคนที่ไม่ชอบหน้า หรือเป็ศัตรูกับกลุ่มอื่นบ้างไหม?"
รุจีกับมารินมองหน้ากันเล็กน้อย
"อืม...ศัตรูโดยตรงคงไม่มีหรอก" รุจีตอบ
"แต่ถ้าถามว่ามีคนไม่ชอบหน้า หรือเขม่นกันบ้างไหม...ก็ต้องบอกว่ามี โดยเฉพาะกับศิษย์ในสังกัดของผู้าุโนักบุญสุธีรา กับ..." นางลดเสียงลงเล็กน้อย
"...กับผู้าุโนักบุญสาธิตาน่ะ รายนั้นน่ะตัวดีเลย ไม่ถูกกับท่านอาจารย์มทินามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ศิษย์ของพวกนางก็เลยพลอยไม่ชอบพวกเราไปด้วย"
"สาธิตา..." ณิชานึกถึงท่าทีเย้ยหยันของผู้าุโท่านนั้นตอนทดสอบ นางรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
"ข้าหิวแล้ว" มารินแตะแขนณิชาเบาๆ ดึงสติกลับมา
"เอาล่ะๆ เื่เครียดๆ พักไว้ก่อน มากินข้าวกินปลากันดีกว่า!" รุจีเสนอ
ณิชาจึงลงมือย่างปลาและเนื้อกระต่ายที่หามาได้ กลิ่นหอมกรุ่นเริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
"โห! ณิชา เ้ามีเกลือกับพริกไทด้วยเหรอเนี่ย! เตรียมพร้อมจัง!" รุจีตาโตเมื่อเห็นเครื่องปรุง
"เอ่อ...ก็พกติดตัวไว้นิดหน่อยน่ะ" ณิชายิ้มแหยๆ ไม่กล้าบอกว่าเพิ่ง "ได้" มาจากไหน
หลังจากทานอาหารเย็นกันเสร็จ รุจีก็กางเต็นท์ขนาดเล็กออกมาสามหลัง
"นี่เต็นท์พักแรมของวิหารฯ น่ะ ...ป้องกันอสูรระดับต่ำๆและกันลมกันฝนได้ดีเลย ราคาก็ไม่เบาหรอกนะ แต่สะดวกมากเวลาต้องทำภารกิจค้างแรมข้างนอกแบบนี้" นางยื่นเต็นท์หลังหนึ่งให้ณิชา
"คืนนี้เ้าใช้หลังนี้ไปก่อนนะ ไว้กลับไปมีคะแนนแล้วค่อยหามาเป็ของตัวเอง หรือจะจ่ายคืนข้าทีหลังก็ได้"
"ขอบใจมากนะ รุจี" ณิชารับเต็นท์มาด้วยความขอบคุณ
ในเต็นท์ของณิชา กลางดึกสงัด
หลังจากที่แน่ใจว่ารุจีและมารินหลับไปแล้ว ณิชาก็ล้มตัวลงนอน แต่ข่มตาให้หลับไม่ลง ภาพเหตุการณ์สังหารหมู่ยังคงติดตา เสียงกรีดร้องยังคงก้องอยู่ในหู และความรู้สึกของการมีตัวตนอื่นอยู่ในร่างก็ทำให้นางสับสนและหวาดกลัว
‘...แค่จัดการพวกมดปลวกชั้นต่ำไปไม่กี่ตัว แม่คุณหนูทำเป็รับไม่ได้...’ เสียงกระซิบเ็าดังขึ้นในหัวนางอีกครั้ง
"นิชา!" ณิชาเรียกชื่อนั้นออกไปเบาๆ ตามความทรงจำที่เพิ่งกลับคืนมา
"เ้าออกมาทำไม! แล้วทำไมต้องฆ่าพวกนั้นด้วย!"
‘หึ ก็พวกมันบังอาจมาแตะต้องร่างนี้’ เสียงนั้นตอบกลับ แฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
‘ข้าไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว แล้วพวกมันก็อ่อนแอเกินไป เป็ความผิดของพวกมันเองที่ไม่ประมาณตน’
"แต่พวกนางก็ไม่ได้ทำผิดถึงตายนะ! ข้าสู้ได้ ข้าแค่้าเวลา..." ณิชาเถียงทั้งที่รู้ว่าตนเองก็เกือบจะเอาตัวไม่รอด
‘เวลา? ฮ่าๆๆ! คนอ่อนแออย่างเ้าไม่มีสิทธิ์เลือกหรือต่อรองอะไรทั้งนั้น!’ เสียงนั้นตวาดกลับมาในหัว ทำเอาณิชารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เถียงไม่ออก
‘...เอาเถอะ เห็นแก่ที่เ้าร้องหาความแข็งแกร่ง... ข้ามีข้อเสนอ’ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ข้อเสนอ?"
‘พลังงานในกระจกนี่ใกล้จะหมดแล้ว ข้า้าให้เ้าเติมพลังงานให้มัน ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะออกมาช่วยเ้า (หรือออกมาใช้ร่างนี้) ไม่ได้อีก... แลกกับการที่ข้าจะช่วยฝึกฝนเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สนใจหรือไม่?’
ข้อเสนอนั้นทำให้ณิชาใจเต้นแรง ฝึกฝน? แข็งแกร่งขึ้น? นี่คือสิ่งที่นาง้าที่สุดในตอนนี้! แม้จะยังหวาดระแวงและไม่ไว้ใจตัวตนนี้ แต่นี่อาจจะเป็ทางรอดเดียวของนางก็ได้
"ตกลง! ข้าตกลง!" ณิชาตอบรับอย่างรวดเร็ว ดีใจจนลืมความกลัวไปชั่วขณะ
"ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง? เื่เติมพลังงานให้กระจก..."
‘เื่นั้นไม่ยาก... พลังงานที่ข้า้ามาจาก แก่นเวท ซึ่งก็คือสิ่งที่เ้าจะได้จากพวกสัตว์อสูรนั่นแหละ ยิ่งแก่นที่มีพลังงานสูง หรือรวบรวมแก่นเวทหลายๆ ชิ้นมาหลอมรวมเป็ผลึกเวทก็จะยิ่งเติมพลังให้กระจกได้มาก... แต่ก็ต้องคอยเติมอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน’ เสียงกระซิบตอบกลับ
‘แต่มีสิ่งหนึ่งที่เ้าต้องรู้ การที่ข้าผนึกความทรงจำบางส่วนของเ้าไปก่อนหน้านี้ เหตุผลหลักคือนังนักบุญมทินานั่น’
"เ้าหมายความว่า...ท่านอาจารย์..." ณิชาเริ่มสับสนในสิ่งที่ได้ยิน
'นางเ้าเล่ห์และฉลาดเกินไป ข้าไม่อยากให้นางจับพิรุธได้จากท่าทีหวาดระแวงหรือความรู้ที่เ้ามีเกี่ยวกับข้า การที่เ้าเข้าไปหานางแบบเด็กสาวใสซื่อนั่นแหละ คือสิ่งที่ดีที่สุด’
"หมายความว่าอย่างไร?" ณิชาขมวดคิ้ว
‘หมายความว่า ทุกครั้งที่เ้าต้องไปพบหรือพูดคุยกับมทินา ข้าจะผนึกความทรงจำที่เกี่ยวกับตัวข้าอีกครั้ง’ เสียงนั้นกล่าวอย่างจริงจัง ‘การผนึกความทรงจำของเ้า มันสิ้นเปลืองพลังงานของกระจกโดยใช่เหตุ ซึ่งตอนนี้มันเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ข้าไม่อาจเสี่ยงให้พลังงานหมดไปก่อนเวลาอันควร...’ นิชาเว้น่สักพักก่อนจะพูดต่อ
‘...ข้าแค่เตือนให้ระวังตัว พยายามเลี่ยงการพูดคุยกับนางโดยไม่จำเป็ ส่วนเื่การฝึกวรยุทธ์หรือทรัพยากรที่เ้า้า ข้าจะหาทางชี้นำหรือช่วยเหลือเ้าเอง ไม่ต้องไปร้องขออะไรจากนางมากนัก’
"เอาตามเ้าว่า"ณิชายอมตกลงถึงจะไม่ชอบ
นางรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างความจริง ความลับ และอันตรายที่ไม่รู้จัก แต่ในเมื่อตกลงไปแล้ว นางก็ไม่มีทางเลือกอื่น
‘‘ ประเสริฐ ค่อยๆ เรียนรู้ไป... หึๆๆ’ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไป ทิ้งให้ณิชานอนอยู่กับความหวังและความกังวลที่ปะปนกัน โดยไม่รู้เลยว่าในอีกด้านของห้วงมิติอันมืดมิดของจี้กระจก ตัวตนนั้นได้แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย