ห้องรับรองใหญ่ทางด้านหน้าของต้องฟ้าแน่นขนัดไปด้วยบรรดาหัวหน้างานทุกระดับชั้นและบ่าวหญิงชายที่ต่างมาเลือกดูผ้าสำหรับใช้สอย
“ยินดีที่ได้พบท่านฟาลี” เ้าของเสียงนุ่มหวานนี้คือ ‘อันนา’ ลูกสาวของพ่อค้ากาวางที่เอ่ยทักทายด้วยท่าทีนอบน้อมอีกฝ่ายแม้เพียงแค่ยิ้มรับแต่สีหน้าและแววตากลับบอกชัดถึงความดีใจ
“สักครู่พ่อข้าคงตามมา ระหว่างทางเห็นแวะคุยอยู่กับลุงแซงนู”
“เ้าเป็ยังไงบ้าง”
“ข้าสบายดี” นางระบายยิ้มบาง “ครั้งนี้ข้านำผ้ามามากกว่าปกติเพราะเห็นว่างานเฉลิมฉลองจะใกล้เข้ามาแล้ว” นางส่งสัญญาณมือให้คนของตัวเร่งขนตัวอย่างผ้าให้เร็วขึ้น
“งานใหญ่ของต้องฟ้า คงได้ใช้ผ้าที่ร้านของเ้าอยู่มากอีกเช่นเคย”
“ข้ายินดี” อันนาตอบขณะละสายตายังประตู
“น้องสาวของท่านมาแล้ว ข้ามีผ้าสวยๆ มาฝากพวกนางด้วย” สองคนที่ถูกพูดถึงทำชายหนุ่มมุ่ยหน้า ‘ตัวขัดจังหวะ’ มือหนารับผ้ามาถือไว้ทั้งที่สายตายังจับจ้องสองสาวผู้มาใหม่ตอนนี้สมควรแก่เวลาออกมาเดินเล่นกระนั้นหรือ
“ละเลยหน้าที่ได้ยังไง!” คู่มาใหม่สะอึก
มาถึงก็ถูกดุเชียว
“แต่..ท่านเนเรนอนุญาตแล้ว” ลินดาไม่ยอมแพ้ ก็เื่อะไรต้องมากล่าวหากันด้วยกับน้องละปั้นหน้าตึง ทีกับคนนั้นละหน้าบานเป็ดอกเห็ด
“ยินดีที่ได้พบ แม่นางอันนา” วารีหันมากล่าวเสียงห้วนอันที่จริงไม่จำเป็ต้องทักทายก็ได้แต่เห็นแก่มารยาทอันดีที่เหลือน้อยเต็มทีในตอนนี้
“ข้าก็เช่นกัน” อันนายังคงยิ้มตอบด้วยไมตรี และเพียงเท่านั้นแม่สองสาวตัวแสบก็แจ้นเข้าประกบพี่ชายซ้ายขวาทว่าอาการกันท่าเลือนหายเป็ปลิดทิ้งเมื่อเหลือบเห็นสิ่งที่อยู่ในมือคนเป็พี่
“ผ้าสวยจริง อย่างนี้ตัดเป็ชุดแบบยาวต้องงามกว่าใครเชียว” คราวนี้หยิบฉวยกันมือเป็ระวิงจนคนเป็พี่ต้องลอบส่ายหน้าระอา
“สำหรับเ้าทั้งสองนั่นล่ะอันนาเอามาฝาก” ชะงักมือลิงราวสั่งได้สองสาวมองหน้ากันพัลวัน..เล่นเผลอตัวทำหน้าระรื่นเหมือนได้ของถูกใจไปแล้วหนิ
“ส่วนนี่ ผ้าสวยงามสำหรับแขกพิเศษ” อันนาพูดพลางยื่นผ้าหอบหนึ่งให้
“แขกพิเศษ?” ฟาลีย้อนถามด้วยความงุนงง “เ้าหมายถึงใคร?”
“แขกคนที่..คนที่เขาลือกันทั่วเมืองหลวงว่าท่านพาเข้าต้องฟ้า คนนั้น..”
นาตาลีทันเข้ามาเป็คำเฉลยให้ทุกคนได้กระจ่างคำว่า ‘แขกพิเศษ’ ซึ่งตีความหมายต่างกันเพราะต่างมุมมองด้านหนึ่งเข้าใจว่าเป็ของท่านฟาลี ส่วนอีกด้านเข้าใจว่าเป็ของสูงสุดแห่งแผ่นดิน
“สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่ได้พบท่าน” คนมาใหม่ให้ความสำคัญกับ‘ท่าน’ ก่อนคนอื่นแม้กิริยาท่าทางจะละม้ายคนพื้นที่แต่สำเนียงยังแปร่งตามเคย สุดท้ายไม่มีใครใส่ใจสำนวนของเธอเท่าไหร่นัก
“เ้าอยากมาดูผ้าสวยๆ เหมือนกันล่ะสิ” วารีกระเซ้านาตาลีเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ก็..ทำนองนั้น”
ฟาลีกระแอมเบาๆคล้ายจะเข้าสู่การสนทนาอย่างเป็ทางการ
“อันนา..นี่แม่นางนาตาลี นางเป็แขกคนสำคัญของที่นี่” คนถูกแนะนำหันขวับ ก็ทำไมท่านต้องบอกว่าเป็แขกคนสำคัญด้วยเล่า..แปลก!
แต่ไอ้ที่เธอไม่ทักท้วงเห็นจะเป็เพราะมันไม่ใช่ประเด็นหลักของวันนี้..ผู้หญิงตรงหน้าต่างหาก
อันนาโปรยยิ้มมุมปากตอบรับ
“นาตาลี อันนาเป็ลูกสาวของพ่อค้ากาวางเ้าของร้านผ้าแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง” เ้าของชื่อฉีกยิ้มแฉ่งถูกใจ
ยิ่งได้พิจารณาเ้าหล่อนถนัดตาก็ยิ่งแน่ใจ
ใช่ผู้หญิงคนนั้นที่ยืนบนระเบียงจริงด้วย
ขนาดผู้หญิงด้วยกันยังจ้องตาไม่กะพริบรูปหน้าเรียวรีสะดุดตาแถมผิวพรรณยังขาวผ่องน่ามอง คงไม่ผิดหรอกหากท่านฟาลีจะมีใจ
ลินดาเข้าไปกระซิบคนเป็พี่ว่าแม่หญิงไพลิน้าหารือในรายละเอียดบางอย่างเื่ผ้าสำหรับใช้ในงานเฉลิมฉลองทำให้ชายหนุ่มต้องหันมาทิ้งท้ายก่อนขอแยกตัวออกไป
“อันนา ข้าฝากเ้าช่วยเลือกผ้าสำหรับใส่ในงานเลี้ยงให้นางด้วย” แม้คนฟังจะรู้สึกปวดแปลบในอกอย่างประหลาด หากยังรับคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ได้ท่าน”
ลินดาตามติดคนเป็พี่ออกไปด้วยทิ้งให้คนที่เหลือยืนประชันหน้ากันอยู่นั่น นาตาลีสะกิดวารียิกๆ “งานเมื่อกี้ที่ท่านฟาลีบอกนี่มันงานอะไร”
“ก็งานเฉลิมฉลองประจำปีของต้องฟ้าไง ทุกคนจะได้สนุกสนานกันสุดเหวี่ยงไปเลย”
“น้อยคนนะที่ไม่รู้จักงานนี้ เรียกว่าไม่น่าจะมีดีกว่า” อันนาสันนิษฐานให้นาตาลีได้กรอกตาไปมาราวเรด้าจับทิศ
“ฟังดูแย่ยังไงก็ไม่รู้เนอะ”
คนไม่รู้จริงๆ นี่ จะให้ทำไงล่ะ
“เ้าเป็หญิงงาม รูปร่างก็ระหงได้ส่วนผ้าที่ข้าจัดมาล้วนแต่เหมาะสำหรับเ้าทั้งนั้น คงต้องเลือกแล้วล่ะว่าเ้าชอบสีอะไร”อันนาแนะนำด้วยสีหน้าอิ่มยิ้ม หากเป็ยามปกติคงเหลิงคำชมจนตัวลอยตามลมไปไหนต่อไหนแต่นี่ยังติดพิศวงกับปริศนาที่แฝงในบางคำพูด..
“วารี เธอไม่ไปดูผ้าทางโน่นล่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นสวยๆ ลายแปลกๆ เยอะเลย”
“จริงหรือ?”
“ฮืม! เดี๋ยวฉันรอเธอตรงนี้นะ รีบไปรีบมาล่ะ” เท่านั้นเ้าหล่อนก็แทบจะวิ่งปรู๊ดไปเลยทีเดียว อันนาลอบอมยิ้มอย่างรู้เท่าทันเป็วิธีการ ‘ไล่’ อย่างเหนือชั้นในความคิดของนาง
นาตาลีเบือนหน้ากลับมาทันควัน
“ที่ว่าเลือกมาแล้วและเหมาะสำหรับฉัน มันหมายความว่ายังไงคะ คุณน่าจะบอกฉันว่าบังเอิญเอาผ้าสวยๆมาเยอะพอจะให้ฉันเลือกมากกว่า” ข้อสงสัยทะลักออกมาจนคนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
“แขกพิเศษของท่านฟาลีทั้งคน ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ขบวนต้อนรับออกใหญ่โต”อันนาส่งเสียงปนน้อยใจออกมาโดยไม่รู้ตัว นาตาลีถึงบางอ้อเป็หนสอง
อย่างนี้นี่เองการเข้าใจผิดนี่ทำเื่ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงหนอ
“ดูเ้าเข้ากันดีกับพวกนาง” อันนาเปรยขึ้นแบบที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มว่าหมายถึงใคร
“สองคนนั่นก็น่ารักดี ถึงจะติดเล่นไปบ้างแต่ก็มีสาระอยู่มาก เหมือนท่านฟาลีนั่นล่ะค่ะ”คนตอบไม่เพียงพูดเปล่าพลางเลือกผ้าไปด้วย
“เ้ามาที่นี่ด้วยเื่อะไรหรือ?” คำถามทำให้นาตาลีต้องเงยหน้าขึ้นสบตาอันนาตะกุกตะกักชี้แจง
“คือ..ข้าหมายความว่า..เผื่อข้ากับพ่อมีอะไรได้รับใช้หรือเป็การช่วยเหลือเ้าได้ก็ขอให้บอกพวกข้ายินดี” พูดกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นความจริงแล้วแค่อยากรู้ว่านางเป็ใคร เป็คนสำคัญของท่านฟาลีจริงหรือไม่
ถึงแม้ที่ผ่านมานางจะทำเฉยกับท่านมาตลอดแต่ส่วนลึกแอบรู้สึกหวั่นไหวได้ทุกครั้งที่เจอกัน แล้วตอนนี้เล่าทุกอย่างเปลี่ยนไปหรืออย่างไร
นาตาลีลอบผ่อนลมหายใจยาวอย่างคนฉลาดทั่วไปเขาทำกัน..ไอ้เื่อย่างนี้ล่ะถนัดนักนะยัยนัทไหนมาดูกันสิว่าสองคนนี้จะลงเอยอย่างไร
ใครรักใคร !
รักข้างเดียวไหม !!
หรือว่าต่างก็รักกัน !!!
“ตกลงฉันเลือกสีฟ้าอ่อนกับสีชมพูค่ะ” ทำเป็เฉไฉไม่ตอบดีกว่าอมพะนำไว้ล่ะดี..มีลุ้น
“คราวนี้ฉันคงต้องให้คุณช่วยจริงๆ ละ” นาตาลียื่นผ้าในมือส่งให้“ฉันอยากได้ชุดสวยๆ สักสองชุด ช่วยฉันหน่อยนะคะ”
เป็จังหวะเดียวกับที่พ่อค้ากาวางตามเข้ามาสมทบอันนาจึงแนะนำให้นาตาลีรู้จักกับบิดา และพอดีกับที่ท่านฟาลีเสร็จสิ้นการสนทนากับแม่หญิงไพลินตามติดมาด้วยอีกคนคือ ลินดา
“ท่านฟาลี” พ่อค้ากาวางค้อมศีรษะทำความเคารพ
“มาพอดีเลยนะ ข้าฝากงานให้แม่หญิงไพลินจัดการไปแล้วคงต้องรบกวนเ้าแนะนำและบอกรายละเอียดกับนางด้วย”
“ยินดีท่าน”
“เชิญทางนี้ดีกว่า เราคงต้องคุยกันอีกยาว” แม่หญิงไพลินกล่าวเสียงเรียบปนห้วนจัดจนคู่สนทนาเหมือนจะสงวนรอยยิ้มไว้เพียงลำพังไม่มีการทักทายใดๆ ทั้งสิ้นต่อผู้มาเยือน นาง้าคุยแต่เื่งานเท่านั้นแต่จะไปว่าอย่างไรได้ก็นางเป็อย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร จนกลายเป็เื่ธรรมดาไปแล้ว
ไม่มีใครถือสา
มีเพียงนาตาลีเท่านั้นที่ยังไม่ชินจึงเห็นว่าออกจะ ‘แปลกคน’ อยู่
“ท่านพี่ ข้าขอไปดูวารีทางด้านโน้นสักหน่อย ฝากนาตาลีด้วยนะ” ลินดาพูดพลางชะเง้อคอยาว
นาตาลีสืบเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างท่านฟาลีอย่างจงใจ รับรองได้ว่านี่ไม่ใช่แผนร้ายแต่ไอ้สายตาเขม็งแวบหนึ่งเมื่อครู่ของอันนานี่สิ ทำให้ชักไม่แน่ใจ
มาถึงขั้นนี้ ขอลองสักตั้ง
“ท่านฟาลีคะ ฉันอยากให้คุณอันนาเข้ามาตัดชุดให้ที่นี่ได้ไหม?” เธอแกล้งขอร้องในสิ่งที่ตัวเองแน่ใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าท่านต้องอนุญาต แล้วก็ไม่ผิดดังคาด
“ได้สิ ข้าอยากให้เป็อย่างนั้นอยู่แล้ว” เข้าทางให้มีโอกาสได้เจอหญิงที่รัก..มีหรือจะปฏิเสธในทางกลับกันคนฟังอีกคนกลับเข้าใจผิดคิดว่าท่านทั้งรักและเอาใจหญิงอื่นจนออกนอกหน้า ย่อมไม่พ้นคนจ้องดูตาเป็มัน
ชัดเลย
นาตาลีลอบอมยิ้มพอใจ คงต้องลุยต่อกันละงานนี้ “แล้วท่านเนเรนล่ะคะจะ…”
“ข้าจะดูแลเ้าเอง ยังไงท่านคงไม่ขัดข้องหรอก เชื่อเถอะ”
ด้วยความไม่รู้ของใครหลายคนคนหนึ่งไม่รู้ถึงความคิดอันแยบยลเ้าเล่ห์ของหญิงสาวที่้าดูท่าทีคนรักกันอีกคนหนึ่งก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มที่ชื่อเนลคือใคร! จึงทำให้เื่ราวมากันได้ลงตัว
ส่วนอีกคนดูจะหนักกว่าใครคือ ‘อันนา’ ที่เข้าใจผิดไปกันใหญ่ แต่ยังทำฝืนเป็ปกติอยู่ได้
“ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนคุณอันนาด้วยนะคะ” นาตาลีจบท้ายพร้อมโค้งคำนับงามๆให้อีกฝ่ายตามมารยาท
“ข้ายินดี” อันนายังคงเสนอรอยยิ้มตอบรับแต่พอหันไปทางคู่กรณีกลับเปลี่ยนท่าทีเป็ ‘ขึงตึง’ อย่างเปิดเผย
สองสาวฝาแฝดกลับมาร่วมวงสนทนาพร้อมผ้าสวยงามเต็มสองแขนนาตาลีจึงทำเป็หันไปสนใจคู่มาใหม่แทนแล้วปล่อยคู่หนุ่มสาวให้ได้อยู่กันตามลำพัง
“ดูท่าทางพวกเธอไม่ค่อยชอบคุณอันนาเลยนะ เอ..หรือว่าฉันคิดไปเอง” นาตาลีแกล้งถามทั้งที่พอจะรู้อยู่แก่ใจ
“ใครๆก็รู้ว่าทั้งสี่นักรบของต้องฟ้าเป็ขวัญใจของสาวๆ เื่ความกล้าหาญ งามสง่าไม่เป็รองใครยิ่งเวลาที่ออกตรวจงานพร้อมกันนะ ถูกสาวรุมทุกย่างก้าวเลยล่ะ” ลินดาเล่าอย่างภูมิใจ
“มีแต่แม่นางอันนาที่เฉยเมยกับพี่ข้าโธ่เอ้ย! ทำเป็หยิ่ง” วารีเสริมต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน
“พี่ข้าเป็หนุ่มรูปงามมากความสามารถ ถึงจะเ้าสำราญไปหน่อยแต่ก็เป็คนดีทำไมถึงไปชอบผู้หญิงอย่างนางก็ไม่รู้”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะนางเป็คนเฉยๆ พูดน้อยยิ่งเวลาอยู่กับท่านพี่เหมือนไม่ค่อยอยากจะอ้าปากเท่าไหร่ ทำเหมือนไม่อยากคุย เชอะ!เล่นตัวซิไม่ว่า ถึงนางจะงามกว่าใครก็จริง แต่งามแบบจืดๆไม่ได้เื่หร้อก”
“ข้าว่าเหมาะกับท่านเซออนมากกว่า”
“เ้าก็พูดไป เดี๋ยวมายารู้เข้าได้มาปาดคอเ้าทิ้งเท่านั้น”
‘มายา’ นาตาลีสะดุดหูทันทีที่ได้ยิน
“มายาที่หมู่บ้านริมน้ำใช่ไหม?”
“เ้ารู้จักนางด้วยหรือ?” ลินดาย้อนถาม นาตาลีเบ้ปาก
“รู้จักสิ! รู้จักดีเลยล่ะ” ภาพเหตุการณ์ต่างๆผุดพราวราวเพิ่งเกิดขึ้น
คนอะไรร้ายชะมัด!
“รายนี้หลงรักท่านเซออนเอามากๆ พวกข้าเคยทะเลาะกับนางตั้งหลายครั้งเพราะนางชอบเข้าใจอะไรผิดๆ ชอบคิดเอาเองว่าผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ท่านเซออนคือภัยสำหรับนาง”
“พอกันกับแม่นางซินตา รายนี้ก็ใช่ย่อย..ร้ายนักเชียว”
“แม่นางซินตา” นาตาลีทวนชื่อนั้นอย่างแน่ใจว่ารายนี้ไม่เคยรู้จักแน่ๆ
“นางเป็น้องสาวของท่านซิคาล แม่ทัพผู้ปกครองแผ่นดินจอมยานางหลงรักท่านเนเรนมาก”
แผ่นดินจอมยา ซิคาลแม่ทัพผู้ปกครองแผ่นดิน ก็มีศักดิ์เท่ากับท่านเนเรนสินะ
“ท่านเนเรน แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยเห็นว่าจะโปรดนางใด ขนาดแม่นางซินตาใส่พานยกมาให้ถึงที่ท่านยังไล่กลับไป”
“ท่านอาจชอบหญิงอื่นอยู่ก็ได้” นาตาลีสันนิษฐาน เพราะยุคนี้ไม่น่าจะมีพวกแอ๊บแอบชาย หรือเก้งกวางนี่นา
“ไม่มีทาง!เพราะไม่มีใครเข้าถึงตัวท่านได้ง่ายๆจะเห็นมีก็แต่เ้านั่นล่ะที่ได้อยู่ใกล้ท่านที่สุด” ด้วยความลืมตัวของวารีที่เผลอหลุดปากออกไปและลินดาก็ห้ามไม่ทัน
“อะไรนะ!” คนฟังทำหน้าเหมือนรวมความฉงนทั้งมวลไว้ที่เดียว
“คือ…ข้า…หมายความว่า…เ้านั่นล่ะได้อยู่ใกล้ท่านที่สุดละเพราะห้องพักรับรองท่านเนเรนอยู่ชั้นบน ตรงกับห้องที่เนลอยู่พอดี” วารีแก้ตัวน้ำขุ่นคลัก หากคนฟังก็ยังคงหลงเหลือรอยพิศวงเด่นชัด
“ใช่และเป็เพราะว่าพวกเราไปเฝ้าไข้เนลหรอกนะถึงได้มีโอกาสอยู่ใกล้ท่านขนาดนั้นถ้าเป็ปกติล่ะก็..ไม่มีทางได้เข้าไปเหยียบหรอก มันเป็เขตส่วนใน” ลินดารีบเสริมให้คนฟังเริ่มคล้อยตาม
ประการสำคัญเมื่อมีใครพูดถึง‘เนล’ ปุ๊บ นาตาลีก็นึกได้ปั๊บว่าตัวเองสัญญาอะไรไว้กับเขา!
“ฉันต้องรีบกลับก่อนนะ ออกมานานละ” สองสาวรีบโบกมือไล่พัลวัน พลางเป่าปากระบายโล่ง
เมื่อคล้อยหลังคนขอแยกตัวไปลินดาจึงหันมาตำหนิวารีที่เกือบทำแผนแตก
“เ้านี่! เกือบไปแล้วเห็นไหม”
“ข้าขอโทษ ลืมตัวไปหน่อย..รับรองต่อไปไม่พลาด”