ตอนที่ 8
ทันทีที่คุณกาญจนาเอ่ยปากแนะนำว่าผู้หญิงตรงหน้าชื่อเรียงเสียงไรคนเป็นลูกที่กำลังหน้าง้ำแอบลอบมองหญิงสาวผู้นั้นด้วยความรู้สึกประทับใจ...วินาทีแรกของตอนนี้ช่างต่างกับตอนที่รู้ข่าวการจับจองคู่หมายไว้เมื่อวันก่อนยิ่งนัก
ดวงตากลมโตดั่งไข่ห่านแม้เพียงแค่มองจ้องมอง เหมือนมีมนตราสะกดให้ใจที่เต้นรัวเหมือนกลองเพลนั้นชะงักเหมือนดับลมหายใจค้างไว้ ยิ่งรอยยิ้มนั้นที่เจือไปด้วยมิตรภาพ...กลีบปากบนบางหากแต่กลีบปากล่างนั้นอวบอิ่ม...รอยยิ้มที่สวยงามดุจดอกทานตะวันหันหน้าเข้าหาแสงตะวันชายหนุ่มนึกอยากให้ตัวเองเป็นดั่งแสงสีทองที่แผ่รัศมีกว้าง จนดอกไม้สีเหลืองที่เบ่งบานตามท้องทุ่งต้องหันมาให้เขาหมายปองเพียงผู้เดียว
แค่แวบแรก...ทำไมถึงรู้สึกอยากครอบครองเธอคนนั้นยิ่งนัก
ไม่รู้การสมอ้างมานาลีว่าเป็นแฟนจะเป็นการคิดผิดหรือไม่ แต่เมื่อเหตุการณ์พาไป หากกลับคำตอนนี้ก็คงจะลำบากเช่นนั้นคงต้องปล่อยเลยตามเลย
“สวัสดีค่ะ...แป้งค่ะพี่ปลาจำแป้งได้ไหม”
แป้งร่ำเอ่ยทักชายหนุ่มอย่างสนิทสนมแถมยังถามเขาว่าจำเธอได้หรือไม่ นี่แสดงว่าระหว่างเธอและเขานั้นเคยรู้จักกันมาก่อนแต่ทำไมถึงนึกไม่ออก
เมื่อเห็นว่ากัลปพฤกษ์ขมวดคิ้วหญิงสาวจึงเอ่ยในสิ่งที่เขายังนึกไม่ออก “ก็แป้งที่เคยไว้ผมเปียตอนเด็กๆเคยอยู่ข้างบ้านพี่ปลา...ตอนนั้นพี่ปลายังชอบแกล้งแป้งด้วยการดึงผมเปียอยู่เป็นประจำ...ทีนี้จำได้รึยังเอ่ย”
หญิงสาวเอ่ยย้อนภาพเก่าในวัยเด็กให้กัลปพฤกษ์ฟังแต่สายตากลับมองมายังลายเสือ แล้วค้อนควักให้เขาทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังอมยิ้มกับคำพูดของเธอ
“นึกออกไหมคะ”
ความทรงจำในวัยเด็กเมื่อช่วงที่เขาอายุเจ็ดขวบแล้วเด็กหญิงแป้งร่ำอายุห้าขวบ ผุดขึ้นมาท่ามกลางการทบทวนเขาย้อนเวลากลับไปตามคำบอกเล่าของหญิงสาวตรงหน้าจึงระลึกได้ว่าเด็กหญิงผมเปียคนนั้นคือคนที่โดนเขาแกล้งจนร้องไห้บ่อยครั้งก็คือเธอคนนี้...
ใครจะไปจำได้...ก็รูปหน้าของแป้งร่ำนั้นเปลี่ยนไปมากไม่เหลือเค้าเดิมเลยแม้แต่น้อยยิ่งตอนนี้ไว้ผมหน้าม้าตัดอยู่เหนือคิ้วโก่งเพียงเซนติเมตรเรือนผมดำขลับเป็นเงามัน ยาวประบ่าหากแต่ดัดปลายงอนเล็กน้อย...ทุกสิ่งทุกอย่างในปัจจุบันทำเอาตัวเขานั้นตกตะลึงแม้จะลบเลือนภาพในวัยวันไปนานแล้ว แต่ ณขณะนี้ภาพเดิมผุดขึ้นมาทีระลอกดั่งภาพที่ฉายทางโทรทัศน์กำลังย้อนกลับมาเล่นซ้ำอีกครั้ง
หัวใจเขาปีติจนแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน...ดวงตากลมโตคู่นี้กำลังสะกดเขาไว้ตราตรึงใจ
“พี่จำได้แล้ว...ยายผมเปียขี้แยนั่นเอง”
หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าระลึกได้ว่าเธอเป็นใคร...หญิงสาวเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบด้วยเวลาเพียงสั้นๆไม่กี่คำเมื่อมองไปยังบุคคลทั้งสองที่ยืนข้างๆเขา...กัลปพฤกษ์จึงเอ่ยแนะนำคนทั้งคู่ให้รู้จัก
“นี่ลายเสือเพื่อนพี่”
จบประโยคการแนะนำ...เขาหันไปมองเพื่อนจอมเจ้าชู้ก็เห็นแววตากรุ้มกริ่มฉายชัด จนเขาต้องกระแอมเบาๆยิ่งพอเห็นว่าลายเสือยื่นมือออกไปทักทายแบบฝรั่งเขายืดตัวตรงแอบย่นหัวคิ้วใส่เพื่อน
แต่ลายเสือก็ไม่สน...นายเพื่อนตัวแสบยังหันมาหลิ่วตาให้เขาเหมือนจงใจบอกอะไรบางอย่างที่เขารับรู้ได้ทันที ว่าเพื่อนจอมเจ้าชู้กำลังสนใจแป้งร่ำ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแป้ง...ผมเป็นเพื่อนนายปลาเราสองคนสนิทกันครับ ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็คือ...”ลายเสือเป็นคนจะเอ่ยแนะนำมานาลีให้แป้งร่ำรู้จัก เมื่อเห็นว่าเขายังคงทำเฉย
แต่ชื่อของมานาลีก็ไม่ทันหลุดจากปากของลายเสือสาวลูกครึ่งก็ชิงพูดขึ้นเอง จนทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนแปลกใจ
“ฉันชื่อเมนี่...เป็นแฟนกับคุณปลา”
มานาลีลอยหน้าลอยตาพูดแถมยังคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของ...กัลปพฤกษ์จึงได้แต่ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ...หรือว่ามานาลีกำลังจะแก้เผ็ดเขา
หนุ่มปากจัดได้แต่ยิ้มแหยเมื่อเห็นว่าแป้งร่ำหุบยิ้ม แววตาดูผิดหวังลง...หันไปมองเพื่อนสนิทก็เห็นยิ้มในหน้า...นี่มันก็คงจะสะใจเขาอยู่เช่นกัน
แต่เมื่อหันไปสบตาคุณกาญจนาความน่ากลัวที่แผ่มาพร้อมรังสีพิฆาตอยู่ในดวงตาเอาเรื่อง...อีกประเดี๋ยวเขาคงจะถูกมารดาเทศน์อีกกัณฑ์ใหญ่พร้อมกับการคาดคั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
หรือว่าเขาจะตกนรกทั้งเป็น เมื่ออุตริผูกเรื่องเองให้ปวดหัวคิดแล้วอยากจะบ้าตาย ที่เกิดคิดว่าหญิงสาวที่มารดาจับคู่ให้จะเป็นเหมือนกอผักตบชวาที่ลอยมารบกวนจนกลายเป็นสวะหัวใจถ้ารู้ว่าผู้หญิงคนที่มารดาหมายมั่นจับคู่ให้ เป็นแป้งร่ำ...คนที่เขาเคยแอบรัก
เขาจะไม่ปฏิเสธเด็ดขาด!
...............................................