บทนำ
สองก้อนแป้งมาแล้ว!
"โอ๊ยยยยยยยยยย!!!"
"อุแว้!!!"
เสียงกรีดร้องพร้อมเสียงทารกแรกเกิดดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันทว่าทารกนั้นไม่ได้มีเพียงคนเดียวทำให้หมอตำแยต้องเร่งเร้าสตรีโทรมเหงื่อห้ามหมดแรงหรือสลบตอนนี้เด็ดขาดยังเหลืออีกหนึ่งชีวิตกำลังจะออกมาพร้อมกับทารกคนแรกอีกชั่วอึดใจเดียว
"นายหญิงอย่าเพิ่งสลบนะเ้าคะ ออกแรงอีกเ้าค่ะ! บุตรท่านยังเหลืออีกคนเ้าค่ะ!!!"
ได้ยินว่าเหลืออีกคนเจียฮุ่ยเหมยจำต้องอดทนต่อความเ็ปรวดร้าวทั่วทั้งร่างกายพลางก่นด่าในใจถึงผัวเฮงซวยที่ไม่เคยมาดูดำดูดีว่าเมียกำลังจะคลอดลูกสักนิดต้องตายก่อนหรืออย่างไรถึงจะมาดูใจกันนะ หืม!?!
"หัวเด็กออกมาแล้วเ้าค่ะนายหญิง!!! เบ่งอีกเ้าค่ะ!!!"
เจียฮุ่ยเหมยจิกผ้าแล้วจิกผ้าอีกจนมือเล็กแดงก่ำเพราะความเ็ปทรมานในการเบ่งคลอด นางขบเม้มริมฝีปากห่อเืช้ำท้ายสุดไม่อาจข่มความเ็ปรวดร้าวจึงกัดปากตัวเองพานให้เืซึมออกมา
"อุแว้!!!"
ในที่สุดเ้าก้อนแป้งลูกที่สองก็ออกมาลืมตาดูโลกได้สำเร็จส่วนเจียฮุ่ยเหมยไม่มีแรงมากพอจะได้ยลโฉมเ้าเด็กแฝดเสียก่อน พลันสิ้นสติด้วยหมดกำลังหมดแรงจึงทนฝืนลืมตาไม่ไหวอีกต่อไป มือขาวราวกับหยกน้ำนมแพะผ่อนคลายออกจากอาการจิกดึงผ้า
หลังจากนั้นนางไม่สามารถรับรู้อะไรอีกเลยฤทธิ์ความเพลียบวกกับร่างกายอ่อนแอหลังคลอดทารกแฝดเข้าจู่โจมร่างกายของแม่ลูกอ่อนบังคับให้พักผ่อนทั้งอย่างนั้นความเ็ปผสมอาการหนักอึ้งไปทั่วทั้งร่างพานให้เจียฮุ่ยเหมยเข้าสู่ห้วงนิทรา
3 วันต่อมา
แพขนตางอนขยับพลิ้วไหวดุจปีกผีเสื้อกระพือขึ้นลงระแ่เบาเปลือกตาบางสีไข่มุกเผยอปรือตาขึ้นอย่างเงียบงัน ภาพที่เห็นเลือนรางหาได้แจ่มชัดจำต้องพยายามปรับสายตาหลายต่อหลายครั้งในที่สุดั์ตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนเปลือกไม้จึงมองเห็นทุกอย่างชัดเต็มสองตา
เจียฮุ่ยเหมยรู้สึกคันยุบยิบบริเวณอกอิ่มของตัวเองอย่างไรไม่รู้พอก้มดูเท่านั้นกลับสบตาใสแจ๋วซึ่งเผยอขึ้นนิดหนึ่งแล้วก็ปิดลงของเ้าก้อนแป้งตัวน้อยทั้งสองลูกชวนแข่งขันกันดูดนมอย่างตะกละตะกลาม ท่าทางเ้าก้อนแป้งทั้งสองเริ่มรู้สึกว่ามารดากำลังขยับตัวพลันละปากนุ่มนิ่มออกจากอก ยิ้มเห็นเหงือกชมพูพร้อมตาหยีเสียจนไม่รู้ว่าดีใจหรืออย่างไรส่งเสียงอ้อแอ้นิดนึงเรียกร้องความสนใจจากมารดาทันที
สติมึนงงของเจียฮุ่ยเหมยยังคงปวดหน่วงไม่คลายจำได้เพียงว่าตัวเองคลอดลูกแล้วสลบไป แล้ว...
เื่ก่อนหน้านั้นล่ะ?
พ่อของลูกล่ะ?
แล้วไอ้เรือนไม้ผุพังจวนจะล้มลงมานี้อีก?
ราวกับว่าความทรงจำก่อนหน้านั้นหายไปอย่างปริศนาคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หันมองซ้ายแลขวาไม่เจอกับผู้ใดนอกจากเ้าก้อนแป้งทั้งสองซึ่งพยายามส่งเสียงพูดคุยกับมารดาเท่านั้น
แล้วตัวนางหลับไปนานเท่าไร? เหตุใดเ้าก้อนน้อยทั้งสองถึงมาอยู่บนตัวดูดกินน้ำนมเช่นนี้เงียบๆ ? ทุกอย่างล้วนเกิดเป็คำถามกับเจียฮุ่ยเหมยไม่สิ้นสุด
หรือข้าล้มหัวฟาดเตียงตอนคลอดเ้าแฝด?
หรือข้าตกเืเยอะเกินจนเฉียดตายแล้วจำไม่ได้?
แต่มีคนเคยบอกข้าว่าถ้าตกเืมากๆ ก็ไม่สามารถรอดชีวิตทั้งแม่ทั้งลูกได้!? แต่ข้ากับลูกยังมีชีวิตอยู่หัวข้าก็ไม่ได้ปูดบวมเพราะล้มหัวฟาดพื้นนี้???
เจียฮุ่ยเหมยคิดไปต่างๆนานาเกี่ยวกับความเป็ไปได้ที่ความทรงจำบาง่บางตอนขาดหายไปกระทั่งเจียวซือบ่าวรับใช้ของนางเดินกลับเข้ามาพอเห็นว่านายหญิงของตนฟื้นคืนสติรีบถลาเข้ามาหาด้วยความดีใจจนน้ำตาซึมยกใหญ่
"นายหญิง ท่านฟื้นขึ้นมาแล้วข้ากังวลไม่น้อยว่านายหญิงจะไม่ฟื้นขึ้นมาภายในสามวัน โชคดีนายหญิงมีน้ำนมมากคุณชายน้อยทั้งสองจึงไม่ค่อยงอแงเท่าไร เลี้ยงง่ายด้วยนะเ้าคะ"
"สามวัน???"
"เ้าค่ะ"
เจียฮุ่ยเหมยพยายามทบทวนคำพูดของเจียวซือช้าๆน่าแปลก นางสามารถจดจำบ่าวคนสนิทของตัวเองได้ แต่เื่ที่นางสลบไปสามวันนี้มัน... "ข้าไม่มีสตินานสามวันหรือ?"
เจียวซือพยักหน้าหงึกหงักยืนยันคำตอบ
"แล้วลูกของข้า...เออ..." แม่ลูกอ่อนพูดไม่ออก
ผินมองเ้าสองก้อนซึ่งเริ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าตอนคลอดใหม่ๆยังคงผิวแดงยับยู่เล็กน้อย ศีรษะของเด็กน้อยทั้งสองขยับกระดุกกระดิกไปมาแ่เบาเผยอมองมารดาด้วยดวงตาดำใสไม่เต็มดวง ช่างคงความแพรวพราวราวดวงดารายามราตรีให้เห็นเพียงเล็กน้อยมือเล็กๆ เดี๋ยวกำเดี๋ยวแบอยู่บนเนินอกของมารดา ก่อนส่งเสียงคิกคักสั้นๆอย่างชอบอกชอบใจ ราวกับรู้ว่าเจียฮุ่ยเหมยมีสีหน้าหลากหลายใน่เวลาสั้นๆ
แม่ไม่ได้หยอกเย้าเ้านะลูกรัก...
เจียฮุ่ยเหมยแทบอยากร่ำไห้เป็เด็กทารกนี้ดีแท้ไม่รู้เลยว่าคนเป็มารดาเช่นนางรู้สึกเ็ปคละเคล้าความเอ็นดูเ้าสองแฝดมากมายแค่ไหนนางช่างเป็มารดาที่ใช้ไม่ได้เลย แทนที่คลอดเด็กน้อยออกมานางควรได้อุ้มชูและเฝ้าดูแลทะนุถนอมอย่างใกล้ชิด นางกลับหลับ! หลับไปถึงสามวันเชียว!!!
"อย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะนายหญิงคุณชายน้อยเลี้ยงง่ายมากเ้าค่ะ!" เจียวซือยืนยันหนักแน่นเหมือนเดิม
เ้าก้อนน้อยทั้งสองพลางส่งเสียงร้องขานรับช่วยบ่าวยืนยันให้มารดาสบายใจได้ว่าพวกเขาไม่ดื้อไม่งอแงยามท่านแม่พักผ่อนแน่นอนช่างรู้ความเกินวัยเกินขนาดตัวยิ่งนัก
เห็นแบบนี้เจียฮุ่ยเหมยไม่สามารถเปล่งเสียงพูดอะไรออกมานอกจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสมเพชตัวเองแค่เริ่มต้นบทบาทของมารดายังน่าสมเพชขนาดนี้ จำสามีไม่ได้น่าสมเพชยิ่งกว่า
ใครเป็สามีข้า!?!
ถึงจะอย่างนั้นเด็กแฝดทั้งสองช่างทำให้หัวใจของมารดาซึ่งอยู่ๆ พุ่งสูงด้วยความสับสนและกรุ่นโกรธกลับอ่อนยวบลงมาอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนเมื่อได้สบมองเ้าก้อนซาลาเปา
"คนเก่ง...เกิดมาได้แค่สามวันก็ไม่งอแงที่มารดาละเลยพวกเ้าเลยหรือลูกรัก?" นางเกลี่ยแก้มย้วยนุ่มของเด็กทั้งสองด้วยความรักใคร่
ท่าทางเ้าสองแฝดชอบให้เจียฮุ่ยเหมยหยอกเย้าเช่นนี้ไม่อย่างนั้นคงไม่หัวเราะคิกคักนิดหน่อยจนแย้มยิ้มกว้างเห็นเหงือกสีชมพูสุขภาพดีพร้อมน้ำลายใสๆซึ่งไม่อาจห้ามได้ นางไม่รังเกียจสิ่งใดของลูกน้อยมันเป็ธรรมชาติของเด็กแรกเกิดอยู่แล้ว ยิ่งมานอนคว่ำตัวอยู่บนอกของนางทั้งสองคนนางยิ่งลืมเื่แย่ๆ ไปทั้งหมด
"เจียวซือ"
"เ้าคะนายหญิง?"
"ข้าขอบอกกับเ้าตามตรงเลยว่า..."
"?"
"ข้าจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้สักนิดรวมถึงสามีเฮงซวยของข้าด้วย" ว่าไปเจียฮุ่ยเหมยรู้ได้อย่างไรว่าสามีตัวเองเฮงซวยแต่ปากนางเอ่ยออกไปเช่นนั้นก่อนครุ่นคิด
คนใยิ่งกว่าต่อคำสารภาพความจริงของเ้านายคงหนีไม่พ้นเจียวซือนางอ้าปากพะงาบๆ ราวกับได้ยินเื่น่าเหลือเชื่อเกินสิ่งอื่นใด
"ว่าอย่างไรนะเ้าคะนายหญิง?!" เจียวซือถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ข้าบอกว่าข้าจำเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นไม่ได้แล้วข้าก็จำสามีตัวเองไม่ได้เช่นกัน" ดวงตาสวยเหม่อมองเพดานสูงแสนผุพังถอนหายใจออกมาระคนปลงตก "ทำไมข้าถึงมาอยู่เรือนห่วยแตกเช่นนี้ด้วยนะ"
"นะ...นายหญิง..."
"แล้วเ้าจะน้ำตาคลอไปทำไม?" เจียฮุ่ยเหมยขมวดคิ้วเมื่อเห็นเจียวซือตาแดงก่ำ
"ฮึก..."
เวรกรรม... เจียฮุ่ยเหมยไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจียวซือจึงมีอาการเศร้าเสียใจแทนตรงกันข้ามกับนางซึ่งคล้ายว่าทุกอย่างดูปลอดโปร่งไปหมด ต่อให้ความทรงจำบาง่บางตอนขาดหายไปก็เถอะรู้สึกว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับตัวเองมากนัก
"เ้าอย่ามาร้องไห้ต่อหน้าข้าหรือลูกข้านะ" เจียฮุ่ยเหมยกดเสียงต่ำ
ค่อยๆหยัดตัวนั่งขึ้นพลางประคับประคองบุตรน้อยทั้งสองด้วยท่าทางเก้กังกับการอุ้มเ้าก้อนแป้งเด็กน้อยเริ่มหน้ามุ่ยเมื่อััได้ว่ามารดาเริ่มแผ่ความน่ากลัวพากันเบะปากคล้ายจะร้องไห้ออกมา เจียฮุ่ยเหมยจำต้องปรับอารมณ์ ท่าทางและโทนเสียงใหม่ตามสัญชาตญาณ เกรงว่าสองแฝดน้อยจะร้องไห้จ้าเสียก่อนจากความผวาแทน
"โอ๋...ลูกรัก แม่ไม่ได้โกรธเคืองพวกเ้าเลยพวกเ้าน่ารักขนาดนี้ แม่จะโมโหไปทำไมกัน หืม?"
คำปลอบโยนเล็กน้อยพอทำให้เด็กทั้งสองเริ่มอารมณ์ดีขึ้นพากันผ่อนคลายยามรับรู้ว่ามารดาอารมณ์ดีซ้ำมารดามีรอยยิ้มสวยประดับใบหน้าหวานอวบอิ่ม มารดาของพวกเขายังบรรจงจูบมือจูบแก้มน้อยๆของเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดู ทารกน้อยยิ่งแผดเสียงร้องแสดงความชอบใจยกใหญ่เมื่อััความอบอุ่นจากริมฝีปากนุ่มนิ่มของมารดาได้
"จะอย่างไรก็ช่างเถอะข้ากับลูกไม่มีทางอยู่เรือนที่อาจจะพังแหล่มิพังแหล่นี้วันดีคืนดีมันพังครืนหล่นทับข้ากับลูกขึ้นมาจะทำอย่างไร?" เจียฮุ่ยเหมยหันมาเรียกร้องสิทธิ์ที่นางควรจะได้รับคลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองควรอยู่เรือนที่ดีกว่านี้
แต่...ก็จำไม่ได้อยู่ดี? น่าหงุดหงิดเป็บ้า!
"ข้าจะย้ายออกจากที่นี่!"
"นายหญิง!!!"
"ทำไม?"
"หากท่านออกจากที่นี่นายท่านกลับมาไม่เจอจะทำอย่างไรเ้าคะ?"
'นายท่าน' ที่เจียวซือกำลังเอ่ยถึงคงจะหมายถึงสามีด้านชาของเจียฮุ่ยเหมยใช่หรือไม่เรียกเช่นนั้นสื่อได้อย่างเดียวว่าต้องเป็คนมีฐานะแล้วไอ้เรือนทรุดโทรมนี้จัดหาไว้ให้สำหรับสตรีมีลูกน่ะหรือ ตลกสิ้นดี!
"ทำอย่างไร? เกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า? ในเมื่อข้าจำไม่ได้ว่า'นายท่าน' ที่เ้าว่า ใช่สามีของข้าหรือไม่ ใช่ไหมเ้าก้อนซาลาเปาที่รักของแม่?" ไม่ลืมหันความสนใจไปหาเด็กแฝดทั้งสองด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
"แอ้!" เด็กแฝดตัวน้อยต่างร้องตอบรับมารดาเกือบพร้อมกันเรียกเสียงหัวเราะให้เจียฮุ่ยเหมยไม่น้อยกับความใสซื่อของเด็กทั้งสอง
"นายท่านก็ต้องเป็สามีของนายหญิงอยู่แล้วสิเ้าคะ"
"แล้วทำไมข้าถึงมาอยู่เรือนผุๆ พังๆ นี้ล่ะ?"
"เออ..."
"พอข้าคลอดลูกมีใครมาดูหรือไม่ว่าได้บุตรชายหรือบุตรสาว แล้วข้ากับลูกปลอดภัยหรือเปล่ามีใครมาไหม?"
เจียวซือพูดไม่ออกอย่างกับศีรษะของตัวเองถูกทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยคำพูดของผู้เป็นายั์ตาสวยหวานมีเพียงความว่างเปล่าหาได้แยแสเวลาเอ่ยถึงบุคคลที่สามที่สี่ในยามนี้
"ที่พวกเขาไม่มา เพราะข้าเคยทำไม่ดีกับพวกเขาหรือไม่?" นี่เป็ความสงสัยประการแรกของเจียฮุ่ยเหมย
นางพิจารณาจากสถานที่ที่อยู่อาศัยข้าวของเครื่องใช้ภายในเรือนและมีเพียงบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเจียวซือซึ่งเป็บ่าวจากตระกูลของนางเองไม่ได้มาจากตระกูลของสามีแต่อย่างใด แค่เห็นสภาพความเป็อยู่ยามนี้ก็รู้ทันทีว่าย่ำแย่ขนาดไหน
ส่วนคนเป็บ่าวรับใช้ไหนเลยจะกล้าเอ่ยถึงเ้านายของตัวเองอีกคนซึ่งอีกฝ่ายเป็ 'สามี' ของคุณหนูของตัวเอง อย่างว่าบุตรสาวที่แต่งงานออกจากตระกูลไปแล้ว ก็เหมือนเป็คนของตระกูลสามีคิดดูตอนนี้ในแววตาของเจียฮุ่ยเหมยกำลังทอประกายความดื้อรันอย่างรุนแรง
"เห็นทีข้าคงอยู่ที่นี่ไม่ได้!"
"นะ...นายหญิง!?"
"ข้าจะไปอยู่ที่เมืองเซียงโจวทางชายแดนติดกับแคว้นเหลียนเอาสินเดิมของข้าขนออกจากที่นี่ให้หมด ถ้าเ้าคิดว่าไม่เหมาะสมก็เชิญเ้ารับใช้ตระกูลของสามีข้าไปเถอะ"
เจียวซือผวาคลานเข้ามากอดขาของเจียฮุ่ยเหมยเกือบทันทีความเด็ดขาดของนายหญิงมีใครบ้างไม่คิดหวาดกลัวถึงนางจะสูญเสียความทรงจำบางเื่ไปทว่าความเอาแต่ใจและการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างยังคงเด็ดขาดเสมอเื่นี้เจียวซือย่อมรู้ดี
"ไม่นะเ้าคะนายหญิง บ่าวเป็บ่าวของนายหญิงไม่ใช่บ่าวของนายท่านหรือนายหญิงผู้เฒ่าไม่ว่าอย่างไรบ่าวก็ต้องไปกับนายหญิงอยู่แล้วเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นไปเก็บเสื้อผ้า ขนไปเฉพาะของจำเป็อะไรที่ไม่จำเป็ก็ทิ้งไว้ ถือว่าข้าทำทานให้คนที่นี่" เห็นเจียวซือสมัครใจติดตามเจียฮุ่ยเหมยจึงออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
"เ้าค่ะ!"
"สินเดิมของข้าต้องได้คืนครบอย่าลืมส่งความไปให้ตระกูลจางด้วย"
"เ้าคะ!?" นี่นายหญิงกำลังหมายถึงท่านแม่ทัพหรือ!? ญาติทางฝ่ายมารดาของนายหญิง!!!
"กรณีข้าได้สินเดิมคืนมาไม่ครบ ก็ให้พี่ใหญ่ช่วยทวงให้หน่อยถ้าเกิดถูกนำไปขายทอดตลาดคงไม่ดี หากขาดไปแม้เพียงชิ้นเดียวสงสัยเื่ควรถูกส่งให้ทางการตรวจสอบ"
เจียวซืออ้าปากค้างกับความตระหนี่ถี่ของเจียฮุ่ยเหมยนายหญิงของนางกล่าวไร้ความทุกข์ร้อนใดๆ ดุจเป็เื่เล็กๆ น้อยๆแต่มันกำลังกลายเป็เื่ใหญ่ชวนปวดหัวให้กับคนจวนนี้ต่างหาก
"สินเดิมของข้า ควรเป็ของของข้า ไม่ใช่ของผู้อื่น"
เจียวซือชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเจียฮุ่ยเหมยจำไม่ได้จริงๆหรือเสแสร้งความจำเสื่อมกันแน่ แต่คำพูดคำจาของนางเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยนนางไม่เคยก้มหัวให้ใคร และไม่เคยยอมให้ใครบังคับให้ก้มหัวในสิ่งที่นางไม่ได้ทำในเื่ที่นางไม่ใช่คนผิดหรือเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกันเจียฮุ่ยเหมยรู้สึกว่าลึกๆภายในใจร่ำร้องอยากทำลายที่นี่ให้ย่อยยับมากกว่าแม้ไม่รู้เหตุผลว่ามันเป็เพราะอะไรสมองของนางสั่งเพียงว่าที่นี่ควรถูกเอาคืนเสียบ้างให้สมกับที่นางถูกพามาอยู่ในเรือนผุพังเช่นนี้ ต้องเอาคืนให้สาสมสถานเดียว
"เอาไปเฉพาะของสำคัญและสินเดิมของข้า เ้าก็ไปว่าจ้างม้าเทียมเกวียนให้ข้าใน่เช้ามืดของวันพรุ่งนี้ให้ข้าทีเดินทางออกจากที่นี่เร็วเท่าไรยิ่งดี"
"อะ...เออ...แต่ร่างกายของนายหญิง"
"สมควรอยู่ไฟใช่หรือไม่?"
"จะ...เ้าค่ะ"
"เรือนนี้เหมาะกับการอยู่ไฟหรือ?"
เจียวซือส่ายหน้าพรืดดีไม่ดีเสี่ยงอันตรายเพราะอะไรหลายๆอย่างของเรือนนี้ไม่แข็งแรงและไม่สะอาดมากพอสำหรับสตรีหลังคลอด
"เช่นนั้นควรออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดอาจทำให้ร่างกายของข้าอ่อนแอ อย่างน้อยก็ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเช่นนี้อีก"
เจียวซือพยักหน้าเห็นด้วย
"จงรีบทำรีบออกเดินทาง ก่อนอะไรๆ จะยุ่งยากไปมากกว่านี้เถิด"
"เ้าค่ะนายหญิง"
จะว่าไปเจียฮุ่ยเหมยั้แ่ฟื้นขึ้นมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่น้อยมัวแต่เค้นสมองพยายามจำเื่ที่ขาดหายไปทว่าไม่อาจฝืนเรียกความทรงจำเ่าั้กลับคืนมาไหนจะเรือนพักอาศัยกระจอกเช่นนี้อีก ตัวนางไม่เท่าไร แต่เ้าก้อนแป้งทั้งสองคงไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ดีนักในใจเอาแต่ก่นด่าด้วยหัวใจจงเกลียดจงชังต่อจวนแห่งนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้นทั้งที่จำอะไรไม่ได้
น่าหงุดหงิดเกินไปแล้ว!
แต่ตอนนี้ท้องของนางเริ่มส่งเสียงประท้วงขึ้นมาแล้วนี่สิ...
"เจียวซือ"
"เ้าค่ะนายหญิง"
เจียฮุ่ยเหมยประคับประคองเ้าแฝดไว้ในอ้อมอกจนมั่นใจว่าลูกน้อยของนางไม่หลุดมือหล่นจากนางก่อนเอ่ยความประสงค์บางประการ
"ช่วยหาผักกาดหวานๆ ต้มเป็น้ำแกงให้ข้ากินได้หรือไม่? ข้าหิว"
"เ้าคะ?"
เจียฮุ่ยเหมยจิ๊ปากขัดใจกับท่าทางมึนงงของเจียวซือก่อนย้ำอีกรอบว่า
"ข้าหิว! ข้าอยากกินน้ำแกงผักกาดขาวหวานๆ ของหาง่ายเช่นนี้ในจวนใหญ่โตคงไม่ขาดแคลนกระมัง?"
"เ้าค่ะๆ"
เจียวซือกุลีกุจอไปหาน้ำแกงมาให้เจียฮุ่ยเหมยทันทีทันใดทิ้งให้สามแม่ลูกรออยู่ในเรือนทรุดโทรมเพียงลำพังเ้าของเรือนจึงก้มหน้าพูดคุยกับก้อนแป้งทั้งสองด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
"เด็กดี แม่จะบำรุงร่างกายให้ดีๆให้พวกเ้าได้กินนมเยอะๆ พวกเ้าจะได้อวบอ้วนกว่านี้แม่ขอโทษที่ทำให้พวกเ้าผอมแห้งเกินไป"
"แอ๊!"
เด็กน้อยประท้วงขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามารดาแสดงความรู้สึกเศร้าจากัั พลันดวงหน้างามของนางแต่งแต้มรอยยิ้มให้กับลูกทั้งสองอย่างมันเขี้ยว
"ช่างรู้ความนัก เ้ารู้หรือว่าแม่พูดเื่อะไร?"
"แอ้...แอะ"
กลายเป็ว่าเ้าก้อนซาลาเปาทั้งสองแย่งกันส่งเสียงสั้นๆกับมารดาอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งชูแขนชูขาออกแรงขยับกกกอดอ้อมอกของมารดาแแ่ด้วยแรงอันน้อยนิดคล้ายกลัวว่ามารดาจะไม่พูดคุยกับพวกเขาอีก
"วางใจเถอะลูกรัก แม่สัญญาว่าพวกเ้าจะได้อยู่ในสถานที่ดีๆอาจไม่ใหญ่โตเท่าที่นี่ แค่มีเราสามคนแม่ลูกก็พอ" เจียฮุ่ยเหมยชำเลืองตามองบนไปมาครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า "อ้อ...มีเจียวซืออยู่กับพวกเราด้วย"
คราวนี้เป็เสียงหัวเราะเล็กๆแสนน่ารักน่าชังจากเ้าแฝดอารมณ์ดี หากพวกเขามีเนื้อมากกว่านี้คงน่าฟัดไม่น้อยแต่ยามนี้อะไรๆ ก็ต้องระวังเพราะเจียฮุ่ยเหมยกลัวเหลือเกินว่าออกแรงนิดออกแรงหน่อยอาจทำให้ลูกน้อยเจ็บตัวจึงไม่ค่อยขยับแขนมากมายและอยู่ท่าเดิมเช่นนั้นเรื่อยมา
ในที่สุดน้ำแกงผักกาดที่นางรอคอยก็มาถึงเสียทีพอเจียวซือเอาถ้วยน้ำแกงมาวางตรงหน้าเพียงแค่นั้น...
"นี่อะไร?"
"น้ำแกงผักกาดเ้าค่ะ"
"ไหนล่ะผักกาด?"
เจียวซือเม้มปากตึงเป็เส้นตรงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนครัวของจวนนี้ช่างคิดเองเออเองแทนเ้านายจริงๆ
บัดซบ!
มาแต่น้ำแกงแม้แต่เศษิญญาผักกาดสักเล็กน้อยก็ไม่มี แบบนี้ยังเรียกน้ำแกงผักกาดได้อีกหรือ!? คอยดูเถอะ! เจียฮุ่ยเหมยคนนี้ไม่อยู่ให้พวกเ้ารังแกนานหรอกคืนนี้เก็บของเสร็จนางพร้อมโบกมือลาขาดจากจวนนี้ั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างให้ดู!