สีหน้าของเมิ่งฝานเปลี่ยนไปในทันใดเขารู้มาตลอดว่ามารดาเป็โรคหานซางซึ่งมันก็คือโรคที่มีไอความเย็นอยู่ในตัวและไม่สลายไปเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้ทันที
แค่กแค่ก!
เมื่อซินหลันคลายมือออกก็พบว่าในมือของนางเต็มไปด้วยเืเมื่อเมิ่งฝานเห็นว่ามันคือเืสดๆของมารดาพลันรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาที่ศีรษะ เขากัดฟันแน่นนึกไม่ถึงเลยว่าโรคหานซางของมารดาจะรุนแรงถึงขั้นนี้แล้ว
“ท่านแม่ ข้าจะไปต้มเหอโส่วมาให้ท่าน!”
เมิ่งฝานพยุงมารดาให้นั่งลงแล้วจึงรีบไปหาวัตถุดิบในครัว
สิ่งที่สามารถบรรเทาโรคหานซางของซินหลันได้ก็คือยาต้มพืชวิเศษสรรพคุณของมันไม่เพียงช่วยทำให้เส้นแขนงปราณไหลเวียนได้ดีกว่าเดิมทั้งยังสามารถระงับไอเย็นได้อีกด้วย แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานเมิ่งฝานก็พบว่าในบ้านของเขาเหลือเหอโส่วอยู่เพียงต้นเดียวเท่านั้นเขาจึงหันไปมองมารดาอย่างชะงักงัน
เมิ่งฝานนึกไม่ถึงว่าเหอโส่วจะเหลืออยู่เพียงต้นเดียวแต่มารดาก็ยังคิดจะนำมันมาเป็ยาให้เขาแล้วตนเองก็ยอมทนต่อความหนาวเหน็บของโรคหานซางแทนเมื่อคิดได้เช่นนั้นดวงตาของเมิ่งฝานจึงแดงก่ำไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยอะไรออกไป
ซินหลันเห็นท่าทีของเมิ่งฝานเช่นนี้แล้วจึงคลี่ยิ้มออกมานางลูบศีรษะของเมิ่งฝานพลางเอ่ยเสียงเบา
“ไม่ต้องห่วง แม่ไม่เป็ไร เหอโส่วต้นนี้เ้านำไปต้มกินเถิดอย่าลืมสิว่าเ้ายังต้องบำเพ็ญตนต่อไป เ้าเป็เสาหลักของบ้าน แม่ยังทนไหว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็กัดฟันแน่นเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแต่พยุงมารดาเข้าไปในห้องของตนเองทว่าในตอนที่เมิ่งฝานหันหลังเดินออกมากลับเผยแววตาแห่งความโกรธแค้นขึ้นที่ั์ตาทั้งคู่ก่อนจะหายไป
เดิมทีแล้วบ้านตระกูลเมิ่งไม่ได้อยู่ในอูเจิ้นแต่อยู่ที่เขาเทียนหานซึ่งตั้งอยู่ไกลจากเทือกเขาชิงหลงออกไปหลายพันลี้อยู่ในพรรคเหมันต์์!
ที่นั่นมีพรรคใหญ่เลิศล้ำอยู่พรรคหนึ่งเล่ากันว่าผู้บำเพ็ญตนที่แข็งแกร่งของที่นั่นเพียงผู้เดียวก็สามารถทำให้ฟ้าฟื้นแผ่นดินพลิกขยับผืนนภา พลิกปฐีด้วยมือเปล่า หนึ่งกระบี่ตัดขุนเขา
ส่วนบิดาของเมิ่งฝานก็เคยเป็หนึ่งในคนของพรรคเหมันต์์ยามนั้นเมิ่งฝานเพิ่งจะมีอายุได้เพียงห้าขวบอาศัยอยู่ในพรรคนี้ด้วยชีวิตที่นับว่าไม่เลวทีเดียว
ตอนนั้นบิดาของเมิ่งฝานอย่างเมิ่งชางก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเมิ่งแห่งพรรคเหมันต์์เขาใช้กำลังของตนเองเพียงผู้เดียวในการทำให้ตระกูลเมิ่งแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ขึ้นจนได้เข้าไปอยู่ในพรรคเหมันต์์เมื่อเมิ่งชางแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ขึ้นตระกูลเมิ่งก็รุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวกลายเป็พันธมิตรที่สำคัญและแข็งแกร่งของพรรคเหมันต์์
กระทั่งมาถึงวันที่ทำให้ตระกูลเมิ่งต้องเปลี่ยนไปในขณะที่เมิ่งชางปฏิบัติภารกิจของพรรคกลับตัดสินใจผิดพลาดและก่อความผิดครั้งใหญ่ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ภารกิจนั้นล้มเหลวแต่ยังทำให้ผู้ที่เข้าร่วมภารกิจครั้งนั้นล้มตายทั้งหมดรวมถึงตัวของเมิ่งชางเองด้วย
การปฏิบัติภารกิจครั้งนั้นทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมหาศาลซึ่งต่อให้พรรคเหมันต์์จะเดือดดาลเป็อย่างมากแต่ก็ไม่อาจทำอันใดเมิ่งชางที่ตายไปแล้วได้จึงมาลงกับซินหลันและเมิ่งฝานที่เพิ่งจะมีอายุได้เพียงห้าขวบด้วยการขับไล่ออกจากพรรคเหมันต์์แทน
ซินหลันพาลูกน้อยของตนเองกลับไปยังตระกูลเมิ่งซึ่งเป็บ้านของญาติสนิททว่าสิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือคนของตระกูลเมิ่งที่เคยเคารพนบนอบล้วนแต่พลิกจากหน้ามือเป็หลังมือเพราะ้าที่จะประจบพรรคเหมันต์์จึงกลับกลายเป็ผู้ที่จ้องจะหาเื่พวกเขาแทน
ไม่ว่าจะเป็สิ่งของหรือทรัพย์สินชิ้นใดตระกูลเมิ่งก็แย่งชิงกลับไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือไว้ให้เมิ่งฝานแม้แต่ชิ้นเดียว
เพื่ออนาคตในการบำเพ็ญตนของเมิ่งฝานแล้วนั้นซินหลันที่เ็ปรวดร้าวไปทั้งหัวใจจำต้องไปคุกเข่าหน้าบ้านตระกูลเมิ่งเพื่ออ้อนวอนทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นกลับเป็ฝ่ามือของเมิ่งเทียนเซิงผู้เป็พี่ชายแท้ๆของเมิ่งชางที่รับตำแหน่งประมุขแห่งตระกูลในยามนั้นทั้งยังขับไล่พวกเขาทั้งสองออกมาพร้อมทั้งกล่าวย้ำว่าหากทั้งสองยังคิดอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเมิ่งในเมืองซ่างจิงจะสังหารทันที
ด้วยเหตุนี้ซินหลันที่ไร้ซึ่งพลังใดๆจำต้องพาลูกน้อยอย่างเมิ่งฝานหลบออกมาให้ไกลกระทั่งมาถึงอูเจิ้นซึ่งห่างจากถิ่นดินแดนเดิมกว่าหลายพันลี้แล้วตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่
เมื่อฝ่ามือของผู้ที่ฝึกฝนพลังปราณธาตุน้ำแข็งมานานหลายปีฟาดลงบนร่างของคนธรรมดาถึงแม้ว่าซินหลันจะไม่ถึงตายแต่ก็ทำให้นางกลายเป็โรคหานซางนับแต่นั้นมาความเ็ปจากความหนาวเย็นในยามราตรีทำให้ซินหลันพลิกตัวไปมาด้วยความเ็ปจนถึงขั้นที่คิดจะฆ่าตัวตายแต่เพื่อเมิ่งฝานตัวน้อยๆ จึงทำให้นางอดทนมาจนถึงทุกวันนี้
“พรรคเหมันต์์! ตระกูลเมิ่ง!”
ทุกยามที่คิดถึงสองชื่อนี้ก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาในทันใดั์ตาก็คับคั่งไปด้วยความดุดัน
ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมอูเจิ้นอย่างช้าๆจันทร์เสี้ยวลอยตระหง่านกลางผืนนภา
เมิ่งฝานนอนอยู่บนเตียงขนาดเล็กแต่ก็หลับไม่ลง ด้วยเขารู้ดีว่าหากซินหลันไอออกมาเป็เืย่อมหมายความว่าโรคนั้นรุนแรงขึ้นกว่าเดิมจำเป็ต้องใช้พืชวิเศษที่ล้ำค่าเท่านั้นจึงจะสามารถระงับเอาไว้ได้มิเช่นนั้นก็ต้องเผชิญกับความเ็ปที่เหมือนตายทั้งเป็จนถึงขั้นที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต
แต่เหอโส่วที่มีอยู่เพียงต้นเดียวในยามนี้มันพอเสียที่ไหน!
ทว่าสำหรับบ้านของเมิ่งฝานยามนี้แล้วนั้นหาก้าพืชวิเศษระดับหนึ่งมาเพิ่มอีกต้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยเมิ่งฝานครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วเข้มด้วยรู้ว่าไม่อาจรอให้หมู่บ้านนำมาแจกจ่ายได้อีกแล้วลำพังแค่พืชวิเศษระดับหนึ่งบ้านเขายังต้องรอให้หมู่บ้านนำมาแจกยิ่งไม่ต้องพูดถึงพืชวิเศษที่อยู่ในระดับสองขึ้นไปเลย!
เด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วคิดถึงความเป็ไปได้บางอย่างท่ามกลางความมืดมิดดวงตาคู่นั้นก็วาวโรจน์ขึ้นในทันทีความลึกลับในยามราตรีทำให้เมิ่งฝานลุกขึ้นนั่งอย่างอดไม่ได้เขาถอนหายใจเสียงยาวแต่ก็คล้ายกับว่าตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง
พึมพำออกมาเสียงเบา “คงต้องทำเช่นนี้แล้วล่ะท่านพ่อเคยบอกเอาไว้ว่าเกิดเป็บุรุษ...ตัดสินใจทำสิ่งใดแล้วก็ต้องลงมือทันทีผิดก็ให้มันผิดไป!”