the choice

    the choice : twenty one

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ในที่สุดวินนี่ก็รู้สึกตัวขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกับได้นอนในที่อุ่นสบาย เธอขยับตัวไปมาเพื่อมุดเข้าหาไออุ่นด้านหน้าอย่างพอใจ
    'อืมมม มันช่างรู้สึกปลอดภัยจริง ๆ ' วินนี่คิดขึ้นในภวังค์ แขนบาง ๆ ของเธอคล้องโอบกอดความอบอุ่นนั้นเอาไว้แน่นขึ้น
    วินนี่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จนทำให้เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจาง ๆ ที่คุ้นเคยของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็จำไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ เธอพยายามหลับตาคิด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จนมีเสียงทุ้มใหญ่แทรกเข้ามาทำให้เปลือกตาของเธอเปิดขึ้น
    "ตื่นแล้วก็ตื่นสิ" มันเป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่เขาอยู่ด้วยมาหนึ่งวันเต็ม ๆ
    พอเธอได้ยินอย่างนั้นแล้ว ความสะลึมสะลือก็หายไปทันที วินนี่รีบลืมตาขึ้น ก่อนที่จะพบว่าเธออยู่บนหลังของเจมส์
    เธอทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีคนจำนวนมากกำลังช่วยกันปิดทางเข้าต่าง ๆ ของอาคาร
    "นี่เจ้าหนุ่ม จะไปหาเพื่อนไม่ใช่เหรอ รีบไปหาสิ อุตส่าห์โชคดีเข้ามาได้แล้ว ก็รีบใช้เวลาด้วยกันเถอะไป ๆ " เสียงแหบ ๆ ของชายแปลกหน้าพูดขึ้น ทำให้วินนี่หันไปมองด้วยความงงงวย
    เธอเลยถือวิสาสะดูค่าสเตตัสของเขา
    [ชื่อ ลุงพล เลเวล 1 อาชีพ ชาวบ้าน]
    "ครับลุง ขอบคุณคุณลุงมากนะครับ ถ้าไม่ได้ลุงช่วยไว้ ผมคงแย่เลย งั้นผมขอตัวไปตามหาเพื่อนก่อนนะครับ สวัสดีครับ" เสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูสุภาพอ่อนโยนของคนตรงหน้าเอ่ยขึ้น ทำให้วินนี่ถึงกับไปไม่เป็น เพราะเธอไม่เคยได้เห็นมุมนี้ของเจมส์เลยแม้แต่น้อย
    เธอค่อย ๆ ลงจากหลังของเจมส์ ก่อนจะเดินอ้อมมามองหน้าเขา
    'ก็เจมส์ตัวจริงนี่ แต่เสียงเมื่อกี้ มันเอ่อ...จะดูปั้นคำเกินไปไหม' เธอได้แต่ทำหน้าตาฉงนคิ้วขมวดคิดอยู่คนเดียว น้ำเสียงของคนตรงหน้าตอนที่คุยกับลุงพล มันช่างปลอมจนแทบจะไม่มีอะไรปลอมไปได้มากกว่านี้แล้ว ยิ่งคิดเธอเองก็ยิ่งขนลุก
    เจมส์ที่เห็นว่าวินนี่มองมาที่ตนไม่หยุด ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบจูงมือเธอแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น
    เดินมาได้ไกลสักระยะหนึ่ง เขาหันหน้าไปพูดกับเธอด้วยเสียงเรียบเย็น "เธอมองอะไรของเธอ วินนี่" เจมส์ทำหน้าตาไม่พอใจ คิ้วผูกกันเป็นปมจนทำให้วินนี่หลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้าจะกลับมาเป็นคนเดิมที่เธอรู้จักแล้ว
    "ก็ไม่มีอะไรนี่คะ แค่ตกใจเวลาที่คุณคุยกับผู้ใหญ่แล้วมันดูไม่ใช่คุณน่ะ คือมันดู...ปลอมเปลือก" เธอยิ้มหัวเราะอย่างชอบใจ
    "ปลอมเปลือก? เหอะ เขาเรียกว่าแอคติ้ง" เจมส์ส่ายหน้าทันที
    "นี่ แล้วเธอรู้ไหม กว่าฉันจะเข้าตึกได้ มันยากขนาดไหน" เขาทำสายตาดุดันมองมาที่เธอซึ่ง ๆ หน้า
    วินนี่ส่ายหัวเป็นการยอมรับ ก่อนจะถามขึ้น "ทำไมล่ะคะ"
    "ก็ตึกพวกนี้น่ะ มันถูกปิดกั้นทุกชั้นอย่างมิดชิด แต่ละตึกก็มีพวกที่ฆ่าซอมบี้ได้แบบเรา เลเวลมันก็ประมาณสองถึงสี่ แต่ทำตัวเป็นหัวหน้าจัดหาคนมาเฝ้าทางเข้าอะไรแบบนี้ แม่งกร่างฉิบหายเลย" เขาพูดด้วยความหงุดหงิดและส่ายหน้าให้กับสิ่งที่เจอ
    "แล้ว...คุณทำยังไงถึงเข้ามาได้คะ" เสียงเล็กใสถามด้วยความสงสัย
    "ผมเหรอ ก็แกล้งทำเป็นว่าเธอป่วยหนักมาก พอพวกนั้นเข้ามาดูค่าสเตตัสเธอแล้วมันดูไม่ได้ ก็คงคิดว่าเป็นคนธรรมดาทั่วไปล่ะมั้ง เลยให้เข้ามา" เจมส์ทำหน้าตาชิล ๆ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
    "ทำไมถึงดูไม่ได้ล่ะคะ ฉันยังดูของคนอื่นได้เลย"
    "เธอนี่โง่หรือโง่เนี่ย ที่เราดูของใครก็ได้มันเป็นเพราะเลเวลเราสูงไง เธอคิดว่ามีสักกี่คนที่ฆ่าซอมบี้หนึ่งหมื่นสี่พันตัวภายในวันเดียวบ้าง" เขาส่ายหัวอย่างเอือมระอา
    "ในโลกนี้ก็มีแค่เราสองคนแล้วมั้ง ถ้าไม่นับพวกที่มีอาวุธกลไฟน่ะนะ"
    "งั้นแปลว่า...เราจะดูสเตตัสของคนที่เลเวลสูงกว่าไม่ได้เหรอคะ" เธอถามกลับทันที
    "ก็ใช่ไงเธอ นี่ไม่เคยเล่นเกมเหรอ" เจมส์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองเธอ
    "เห้อ ช่างมันเถอะ นี่ก็ตึกที่สามแล้ว ผมหวังว่ามุกจะอยู่ที่นี่นะ" เขามองไปยังทางข้างหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
    "มุก...เธอมีหน้าตาประมาณไหนเหรอคะ" เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
    "เธอเป็นผู้หญิงผมยาวมีหน้าม้า ผิวขาว ๆ ตาโต ปากเล็ก ๆ แล้วถ้าผมเดาไม่ผิด เธอน่าจะใส่ชุดเดิมกับเมื่อวานนะ เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงยีน ใส่ช็อปวิศวะ รองเท้าสีเหลือง ความสูงก็ประมาณผมกับคุณหารสอง" เจมส์หลุบตาลงก้มมองพื้นพร้อมกับพูดออกมา
    วินนี่ที่มองอยู่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน
    "โอเคค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยหาอีกแรง" วินนี่พูดออกไปพร้อมกับตบบ่าเจมส์เบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้เขารู้สึกเศร้าใจ “นี่คุณ ฉันหลับไปนานแค่ไหนเหรอคะ”
    “อืม… ก็ไม่รู้สิ ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะ”
    วินนี่ที่ได้ยินเจมส์ถาม ก็รีบควานหาโทรศัพท์ทันที แต่ก็ไม่เจอ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเพราะเพิ่งคิดได้ว่าเธอเก็บมันไว้ในแหวนช่องเก็บของ เธอรีบเอามันออกมาและรีบบอกเวลากับเขา
    “ตอนนี้หกโมงเช้าค่ะ” วินนี่มองหน้าเจมส์พร้อมบอกด้วยเสียงนิ่งเรียบ
    เจมส์รู้สึกตงิด ๆ กับเวลาที่เธอบอก ก่อนจะนึกได้ว่าเธอน่าจะทำอะไร “นี่ อย่าบอกนะว่าเธอเก็บมันไว้ในแหวน”
    “ใช่ค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าใสซื่ออย่างไม่รู้อะไร
    “ไม่ต้องมาทำหน้าตาซื่อบื้อเลยนะ นี่ลืมไปแล้วเหรอว่าแหวนมันหยุดเวลาไว้ ที่เธอดูน่ะ มันเป็นเวลาที่เธอเก็บเจ้านั่นลงไปในแหวน” เขาส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย
    เจมส์มองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นว่ามีนาฬิกาติดผนังอยู่เรือนหนึ่ง มันบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสิบห้านาฬิกาห้าสิบสี่นาที เขาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะชี้ให้เธอมองตามไป “ตอนนี้ก็เกือบๆ สี่โมงเย็นแล้ว”
    “อา...นานเหมือนกันนะคะ” เธอทำหน้าหงึกหงักมองไปยังนาฬิกาเรือนขาวที่อยู่บนผนัง
    “แล้วทำไมเธอถึงสลบไปล่ะ” เจมส์หันมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้ตัวอีกทีทุกอย่างมันก็ดับมืดไปหมด เหมือนกับว่าพอใช้สายฟ้าไปมันทำให้เหนื่อยมาก ๆ ถึงพลังชีวิตจะไม่ลดลงเลย แต่ฉันรู้สึกว่าร่างกายกลับอ่อนล้า หลังจากนั้นระดับก็เพิ่มขึ้นมา ทำให้รู้สึกสบาย พอความรู้สึกสองอย่างนี้มาปะทะกัน ฉันก็หลับไม่รู้ตัวเลยค่ะ”
    เจมส์ทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “อืม...น่าจะเป็นเพราะเธอใช้ทะเลจิตไปมากเกินไป”“มันหมดอย่างกะทันหัน และเพิ่มขึ้นทันทีในตอนที่เลเวลเพิ่ม ก็คงเป็นความรู้สึกเหนื่อยและสบายสองอย่างที่เธอบอกล่ะมั้ง”
    วินนี่ฟังที่เจมส์พูดวิเคราะห์ ก็คิดตาม พลางมองไปที่ใบหน้าของเขาที่มีสีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่
    “สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยความกังวล
    “นิดหน่อยน่ะ พอดีเจอเรื่องแย่ ๆ มา” เจมส์หลุบตาต่ำลงและตอบกลับไปด้วยเสียงเนือย ๆ
    “ถามได้ไหมคะว่าเรื่องอะไร คุณเล่าให้ฉันฟังได้นะ” วินนี่มองไปยังคนที่อยู่ตรงหน้า เธอคิดว่าตัวเองน่าจะพอเป็นที่รับฟังให้ได้ ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเขาก็ได้ระบายความทุกข์ใจออกมา
    เจมส์เงียบไม่ตอบอะไร เขามุ่งหน้าเดินขึ้นตึกไปทีละชั้น พร้อมกับพยายามมองหามุกอย่างสุดความสามารถ
    เวลาผ่านไประยะหนึ่ง หลังจากที่เงียบมาตลอดทาง เขาก็เปิดปากพูดขึ้นมา 
    “จริง ๆ แล้วผมแค่กลัวน่ะ” เขาพูดในขณะที่กำลังเดินหาอยู่
    “ผมเพิ่งรู้ว่าการมีคนร่วมเดินทางมาด้วยมันช่วยผมไว้ได้แค่ไหน ตอนที่คุณ ไม่สิตอนที่เธอ วินนี่ ในตอนที่เธอหลับ ในหัวของผมคิดแค่ว่าแบกเธอขึ้นหลังมาแล้วก็ตามหาเพื่อนให้เจอแค่นั้นก็พอ”“แต่พอเดินไปเรื่อย ๆ ตามหาด้วยตัวคนเดียว มันทำให้ผมพบว่า โลกมันน่ากลัวแค่ไหน ผมใช้พละกำลังที่มีทั้งหมดตามหาอย่างสุดความสามารถเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้”“แต่สิ่งที่พบคือ...”“ใบหน้าของคนรู้จักคนแล้วคนเล่า ศพแล้วศพเล่า ทั้งพวกพี่ปอโท รุ่นน้อง หรือแม้แต่อาจารย์ พวกเขานอนกองอยู่บนพื้น บางคนก็ยังไม่ได้กลายเป็นซอมบี้ บางคนเป็นแล้ว...แต่ก็ถูกฆ่าเหมือนผักปลา”“พอเห็นแบบนั้นแล้ว ผมก็แทบจะไม่กล้าค้นหาต่อ ผม...กลัว ผมไม่รู้ว่าถ้าคนที่เจอเป็นศพของมุกผมจะต้องทำยังไงต่อไป ผมจะทนรับความเจ็บปวดได้รึเปล่า ตอนนี้น่ะ ผมกลัวจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว” เสียงของเขาสั่นเครือขึ้นมา แววตาที่ฉายความเศร้าออกมาอย่างไม่ปิดบังของเจมส์ เธอเห็นได้อย่างชัดเจน
    วินนี่ไม่รู้จะต้องปลอบคนตรงหน้ายังไง เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เธอได้แต่นำมือทั้งคู่ของตัวเองยื่นไปกุมมือของเขาเอาไว้ “เจมส์ ฉันเชื่อนะคะว่ามุกต้องไม่เป็นอะไร” เธอมองหน้าเขาด้วยความอ่อนโยน
    เขามองหน้าเธอพร้อมกับพยักหน้าให้ ก่อนจะหยุดเดิน แล้วนั่งลงพิงกำแพง “ผมต้องทำยังไงกันนะ ถึงจะหาเธอเจอ” เขาหลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจออกมายาว ๆ ในใจก็ได้แต่คิดถึงแต่หน้าของมุก
    -tbc-

    นิยายแนะนำ