หลินเหมยนับศิลาปีศาจในถุงเป็รอบที่สามของวัน
ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม สามสิบเจ็ดศิลา
หนี้หนึ่งแสนสองหมื่นศิลาปีศาจ ทรัพย์สินทั้งหมดสามสิบเจ็ดศิลา
หลินเหมยรู้สึกว่าตนเองกำลังพยายามใช้ช้อนตักน้ำในทะเลสาบให้แห้ง
ต่อให้นับอีกพันรอบ ตัวเลขก็ไม่น่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้
“ศิษย์พี่...” อู๋ซือโผล่หน้ามาจากอีกฝั่งของโต๊ะ
“ท่านคิดจะจ้องมันจนออกลูกออกหลานหรือขอรับ "
“หากมันออกลูกออกหลานได้จริง ข้าคงยกมันเป็บรรพบุรุษไปแล้ว” หลินเหมยตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อู๋ซือหัวเราะแห้ง ๆ
“ต่อให้มันออกลูกออกหลานจริง ก็ยังใช้หนี้ไม่หมดอยู่ดีนะขอรับ”
หลินเหมยนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“เ้าพูดถูก”
“...”
“เช่นนั้นคงต้องให้มันออกเหลนด้วย”
อู๋ซือถึงกับยกมือกุมหน้า
“เ้ามามีอะไร” หลินเหมยถามพลางเหน็บถุงศิลาไว้ที่เอว
“ศิลาจันทราดับที่ใช้หลอมแก่นศาสตราอสูรหมดเกลี้ยงเลยขอรับ! ข้าลืมไปเสียสนิทว่าต้องเบิกของเพิ่ม”
“แค่ของหมดก็ไปซื้อเพิ่มสิ”
หลินเหมยตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางหยิบค้อนตีอักขระขึ้นมา
“แต่...แต่ตลาดปีศาจอยู่นอกเขตวังนะขอรับ” อู๋ซือเกาศีรษะอย่างลำบากใจ “ข้าตัวคนเดียวจะขนกลับมาได้อย่างไรตั้งสิบกระสอบ”
มือของหลินเหมยชะงักไปเล็กน้อย
“นอกเขตวังหรือ”
“ขอรับ”
“ไกลหรือไม่”
“นั่งรถอสูรครึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว”
หลินเหมยพยักหน้าช้า ๆ
ั้แ่ถูกกักบริเวณ นางก็วนเวียนอยู่แต่ในหอศาสตรา ข่าวสารที่ได้รับมีเพียงเื่ศาสตราชำรุดกับของวิเศษที่รอซ่อม ส่วนเื่พันธะแฝดนั้น ไม่มีผู้ใดพูดถึงเลย บางทีการออกไปตลาดปีศาจอาจทำให้นางได้ยินอะไรบ้าง
“ช่างเถิด” นางวางค้อนลงบนโต๊ะ
“ข้าไปกับเ้าก็ได้”
อู๋ซือเงยหน้าขึ้นทันที
“จริงหรือขอรับ?”
“จริง”
หลินเหมยตอบหน้าตาย
“ถือเสียว่าข้าออกไปช่วยเ้าขนของ”
แล้วค่อยแวะหาข่าวสักเล็กน้อย แน่นอนว่าประโยคหลัง นางไม่ได้พูดออกไป
อู๋ซือถอนหายใจโล่งอกทันที “ข้ารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่ต้องไม่ทอดทิ้งข้า!” พูดจบก็หันหลังวิ่งออกไป “ข้าจะรีบไปขอตราอนุญาตเดี๋ยวนี้!”
ข่าวการเดินทางออกนอกวังของช่างซ่อมศาสตราคนใหม่ถูกส่งไปยังตำหนักจอมมารอย่างรวดเร็ว องครักษ์ในชุดเกราะดำสนิทค้อมกายลงรายงาน ขณะที่เยี่ยอู๋ฉีกำลังจรดพู่กันลงบนม้วนตำราโบราณ
“นางจะไปตลาดปีศาจกับศิษย์น้องของนางพ่ะย่ะค่ะ”
ปลายพู่กันของเขาหยุดชะงักลงกลางคัน หมึกสีดำหยดหนึ่งซึมลงบนกระดาษสาเกิดเป็รอยด่าง เขาวางพู่กันลงอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เนื้อดี
“ตลาดปีศาจหรือ” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบดังเดิม จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน
“นำรายงานการค้าของเดือนนี้มาให้ข้า” องครักษ์ชะงักไป
“ตอนนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
“มีปัญหาหรือ”
“มะ...ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบก้มศีรษะลงทันที
เพียงแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ตลาดปีศาจอยู่ภายใต้การดูแลของวังมารก็จริง และทุกเดือนก็มีการส่งรายงานบัญชีเข้ามาตามปกติ
ทว่าในความทรงจำของเขาตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาท่านจอมมารไม่เคยลงไปตรวจสถานที่ด้วยตนเองเลยแม้แต่ครั้งเดียววันนี้กลับสนใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน ช่างเป็เื่บังเอิญเสียจริง
บรรยากาศของตลาดปีศาจคึกคักกว่าที่หลินเหมยจินตนาการไว้มาก เสียงพ่อค้าเรียกลูกค้าและเสียงต่อรองราคาดังสลับกันไปทั่วทั้งถนนแผงลอยสองข้างทางเต็มไปด้วยสินค้าสารพัดชนิด ั้แ่ผลไม้สีสดที่ไม่เคยพบเห็นในโลกเดิม ไปจนถึงศาสตราอสูรโบราณที่แผ่ไอพลังเย็นเยียบออกมาจาง ๆ
อสูรนานาพันธุ์เดินขวักไขว่ไปมาบางตนมีเขาโค้งงอกอยู่กลางหน้าผาก บางตนมีปีกสีดำพับอยู่ด้านหลัง ขณะที่บางตนมีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
กลิ่นเนื้อย่างร้อน ๆ ลอยปะปนกับกลิ่นเครื่องเทศและสุราผลไม้จนอบอวลไปทั่วทั้งตลาด
หลินเหมยสูดหายใจเข้าลึกอย่างอดไม่ได้ ั้แ่ทะลุมิติมา นางแทบไม่ได้ออกจากหอศาสตราเก้าอัปยศเลย เมื่อเทียบกับกองเศษเหล็ก เตาหลอม และกำแพงหินสีเทาที่เห็นทุกวัน สถานที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาจนน่าเหลือเชื่อ
“ศิษย์พี่หญิงขอรับ ร้านศิลาจันทราดับอยู่ทางโน้น” อู๋ซือชี้ไปยังร้านใหญ่ท้ายตลาด
“เ้าไปซื้อของก่อนเลย ข้าขอเดินดูของแถวนี้สักครู่ เดี๋ยวตามไป” นางบอกปัดพลางกวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างสนใจ แสร้งทำเป็ดูเครื่องประดับที่ทำจากเขี้ยวสัตว์อสูร แต่ในใจกลับกำลังมองหาร้านขายของวิเศษหรือร้านรับซ่อมของเก่า