เมื่อเห็นว่านางใกล้ที่จะสำเร็จวิชาแล้ว ชิงหลงจึงตัดสินใจที่จะลงจากเขาไปช่วยเทียนเปาและหลินเฟย เขาจึงได้บอกกับท่านเ้าสำนักถึงสิ่งที่จะกระทำ
“ใจจริงๆของข้าอยากจะไปกับท่านด้วยแต่ท่านคงจะไม่ยอม”ท่านเ้าสำนักกล่าว”แต่ข้าจะให้ศิษย์ของข้าติดตามท่านไปด้วย อย่างน้อยๆพวกเขาก็ยังพอช่วยเหลือท่านได้”
“ขอบพระคุณท่านเ้าสำนัก”ชิงหลงกล่าว ก่อนจะลงมายังเขาและพบเข้ากับฟู่ถังและมู่จินที่รออยู่
“พวกเ้าแน่ใจนะว่า้าจะไปด้วย”ชิงหลงกล่าวถามขึ้น
“ครั้งก่อนข้าประมาทเกินไป แต่ครั้งนี้ไม่มีอีกแน่”ฟู่ถังกล่าวตอบส่วนมู่จินได้แต่พยักหน้าไม่ได้พูดอะไร
“เดี๋ยวก่อนสิ”แล้วก็มีอีกเสียงดังขึ้น เมื่อหันไปมองยังต้นเสียงก็พบว่าเป็คุณชายอู้เิกงที่มีผ้าพันแผลหลายจุด”ให้ข้าไปด้วยนะ”
“คุณชาย ครั้งนี้อาจจะหนักกว่าครั้งก่อนมาก อีกอย่างครั้งก่อนคุณชายเกือบจะไม่รอดข้าคง...”
“ครั้งก่อนข้าไม่ทันได้ตั้งตัว ครั้งนี้ข้าพร้อมเต็มที่เพื่อช่วยแม่นางเทียนเปาล่ะก็”ชิงหลงมองอีกฝ่ายที่มั่นใจตัวเองมากๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยทั้งสี่จึงออกเดินทางด้วยม้าตรงไปยังบ้านตระกูลฉางซึ่งอยู่ไกลพอควรหากแต่ครั้งนี้พวกเขามีม้าจึงทำให้เดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น
.......................................................
บ้านตระกูลฉาง
วันนี้ท้องฟ้าไม่โปร่งใสนักเพราะมีเมฆฝนมาปรากฏ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตภายในย่ำแย่อะไร ยังคงทำหน้าที่ดังเคยเหมือนทุกๆวัน หากแต่วันนี้ค่อนข้างจะมีปัญหาภายในบ้านกันนิดหน่อย เพราะเนื่องด้วยบุตรชายคนรองที่จะต้องเดินทางไปยังอีกแคว้น รวมถึงฉางซื่อที่จะต้องไปธุระให้กับท่านแม่ของนางอีก
ภายในบ้านเลยเหลือสมาชิกไม่กี่ชีวิตที่ยังอยู่ ส่วนตัวของหัวหน้าตระกูลฉางโจเองก็ไม่ได้อยู่บ้านเพราะต้องไปยังบ้านของสหายซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ตอนนี้จึงเหลือเพียงแต่ผู้เป็ภรรยา และบุตรชายคนโตที่อยู่บ้านและแน่นอนว่ารวมถึงเทียนเปาด้วย
ฉางเฟยในตอนนี้ยังคงพยายามรวบรวมพลังภายในร่างกายเหมือนอย่างที่เขาเคยทำที่เกาะร้างหากแต่หนนี้เขามีความทะเยอทะยานมากกว่าเก่ามาก ถึงแม้ว่าตนจะบรรลุถึงขั้นสูงสุดของวิชาแล้วแต่ก็ยังไม่เป็ที่พอใจ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉางเฟยต้องเร่งการรวบรวมพลังนั้นก็คือ เขามาคิดได้ว่าชิงหลงอาจมีไม้ตายที่เหนือกว่าและยากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
รอบๆกายของเขาในตอนนี้ห้อมล้อมไปด้วยสายโลหิตแดงฉาน ลอยเหนือพื้นท่ามกลางอากาศรอบตัว หยดเืที่ค่อยๆไหลเวียนอยู่ กลิ่นคาวของมันกำลังปลุกความดุร้ายภายในจิตของฉางเฟยให้ตื่นขึ้น
“คุณชายฉางเฟย มีแขกมาขอพบเ้าค่ะ”เสียงของสาวใช้ดังอยู่หน้าจวนของตน ทำให้ฉางเฟยต้องระงับทุกสิ่งอย่างเอาไว้ เขาไม่ได้นัดใครเอาไว้ไม่ใช่หรือแล้วใยถึงมีคนมาขอพบเขาล่ะ
เมื่อเกิดความสงสัยจึงหยุดการฝึกและออกจากจวนมายังจวนใหญ่เพื่อดูหน้าแขกที่มาขอพบเขา สิ่งแรกที่ฉางเฟยเห็นคือร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดที่เขาแสนจะคุ้นตาเอามากๆ ชุดขององครักษ์ทองคำซึ่งเป็คนของวังหลวง
“เ้ามีธุระอะไรกับข้างั้นเหรอ”ไม่รอช้าที่จะถาม ปกติเขาไม่ค่อยได้เจอหรือคุยกับคนพวกนี้นัก
“คุณชายรองเรียกตัวข้ามา ให้มาช่วยท่าน”
“ช่วยข้า?”ฉางเฟยทวนคำของอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“ขอรับ คุณชายรองบอกว่าจะมีคนมายังที่นี่จึงให้ข้ามาช่วย”พอได้ยินเช่นนั้นฉางเฟยจึงกระตุกยิ้มที่มุมปากทันที รู้ถึงความสามารถของเ้าน้องชายคนรองเป็อย่างดีคถึงการคาดเดาอนาคตล่วงหน้าถึงแม้จะระยะสั้นแต่ก็แม่นยำ หากเห็นว่าใกล้เวลาก็จะกระทำบางอย่าง และครั้งนี้คงจะใกล้เวลาแล้วจริงๆ
ฉางเฟยไม่รอช้ารีบกลับมายังจวนของตนคว้าเอาฝักดาบประจำกายแล้วเดินกลับมายังจวนใหญ่ ก่อนจะสั่งให้คนของเขาเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อรอรับสิ่งที่กำลังจะมาหาเขาอย่างเต็มที่
......................................................
เป็ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะนานพอดูหลังจากออกจากสำนักและตรงมายังเมืองอันเป็ที่ตั้งของบ้านตระกูลฉาง ในที่สุดทั้งสี่ก็มาถึงยังทางเข้าเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่มาก แถมบ้านเรือนแต่ละหลังที่พวกเขาได้เห็นนั้นเทียบกับเมืองอื่นๆที่นี่ดูใหญ่กว่ามาก
“ทางนั้น”ชิงหลงกล่าวก่อนจะลงจากหลังม้าพาเดินนำไปในที่สุดโดยมีทั้งสามเดินตามมาด้วย มองสถานการณ์โดยรอบก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลก จนกระทั้งยิ่งเดินลึกเข้ามาเส้นทางเริ่มที่จะซับซ้อนเล็กน้อย อีกทั้งยังผู้คนโดยรอบที่มองพวกเขาอย่างผิดปกติ
“ทำไมพวกเขาถึงมองเราเช่นนั้นล่ะ”อู้เิกงเอ่ยถามชิงหลงในระหว่างเดินฝ่าฝูงชนที่นอกจากมองแปลกๆยังแต่งตัวกันแปลกๆด้วย
“พวกนี้ไม่ใช่ชาวบ้านหรือชาวเมือง”ชิงหลงตอบกลับ
“หมายความว่า”ฟู่ถังเอ่ย
“พวกนักฆ่างั้นเหรอ”มู่จินเป็ฝ่ายพูดบ้าง มองโดยรอบตลอดระยะทางเห็นได้ชัดว่ามีจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนแถมแต่ละคนล้วนดูมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา จนกระทั้งชิงหลงที่ต้องหยุดเดินกะทันหันทำให้ทั้งสามต้องหยุดตามและมองไปยังทางเดียวกับเขา
“ดูเหมือนเขาจะเตรียมต้อนรับพวกเราเป็อย่างดีเลยนะ”ชิงหลงกล่าวในขณะมองไปยังข้างหน้า ฉางเฟยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้
“ในที่สุดก็มาถึงเสียทีนะ ตาเฒ่า”คำทักทายจากอีกฝ่าย พร้อมด้วยท่าทางที่ไม่เกรงกลัว
“ข้าถือว่าวันนั้นข้าเตือนเ้าแล้วนะ ฉางเฟย”ชิงหลงตอบกลับทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ใช่เ้าเตือนข้าแล้ว แต่ข้ามันคนประเภทหัวลั้น อยากทำอะไรก็ทำอย่าได้อะไรก็ต้องได้ อย่างเช่นวันนี้ข้าอยากได้ชีวิตของเ้าข้าก็ต้องได้!!”ตวาดเสียงดังลั่นพร้อมจ้องชิงหลงตาเขม็ง ก่อนที่ท่าทีแข็งกร้าวนั้นจะค่อยๆอ่อนลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
“นางอยู่ไหน”ไม่รอช้าชิงหลงถามหาตัวเด็กสาวทันที
“แหม แหม แหม... ใจคอจะไม่มาดื่มลำลึกความหลังซักหน่อยเหรอตาเฒ่า มาถึงก็ถามหาคนเลยนะ”พูดจบก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณเรียก และไม่นานนักองครักษ์ทองคำผู้ถูกส่งมาก็พาตัวเทียนเปาออกมาทันที ในสภาพที่ถูกจับมัดมือเท้าอีกทั้งหลินเฟยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วย ร่างของเด็กน้อยถูกส่งให้กับฉางเฟยได้เป็คนอุ้ม
“เอาล่ะ ได้เห็นแล้วนะ พวกนางสบายดีหากแต่ต้องถูกพันธนาการเอาไว้ รอเวลาที่จะได้เห็นหัวของเ้าได้หลุดออกจากบ่ายังไงล่ะ”
“ปล่อยตัวแม่นางเทียนเปานะ!! ถ้าเ้าทำอะไรนางข้าสาบานข้าฆ่าเ้าแน่!!”อู้เิกงที่เมื่อเห็นสภาพของเด็กสาวก็เกิดความโมโห ะโลั่นพร้อมชี้นิ้วไปยังฉางเฟย แต่มีเหรอที่อีกฝ่ายจะหวาดกลัว
“รอดตายงั้นเหรอ แสดงว่าครั้งนั้นข้าคงยั้งมือไปไหน แต่หนนี้เ้าไม่รอดแน่”
“เ้า้าพบข้าเพื่อจัดการข้า ถ้าเช่นนั้นก็มาทำให้เื่มันจบๆไปเถอะ”ชิงหลงกล่าวพร้อมยกไม้เท้าในมือขึ้น
“จุ๊ จุ๊.... ไม่เอาไม่รีบไม่ร้อนสิตาเฒ่า”ฉางเฟยทำเสียงพร้อมลุกขึ้นยืน”เ้าขอพบคนที่พวกเ้าอยากพบแล้ว ทีนี้ตาข้าบ้าง นางอยู่ไหน”ไม่ต้องมากความฉางเฟยเอ่ยถามหาตัวหลินเอ๋อทันที อีกฝ่ายชะงักไปในที่สุด
“นางไม่ได้มาด้วย”ฟู่ถังเป็ผู้ตอบคำถามนี้
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงไปนำตัวนางมา หากข้าไม่เห็นนางพวกเ้าก็อย่าได้หวังว่าจะได้ตัวเด็กกลับไป”เป็การยื่นคำขาดที่ทำให้ทั้งสี่ต้องชะงักไปอีกหน
“นางจะมาก็ต่อเมื่อนางพร้อม”ชิงหลงพูดขึ้นบ้างเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ค่อยดี
“ข้าต่างหากคือผู้บอกว่านางพร้อมหรือไม่! เหมือนที่ข้ากำลังจะบอกว่านางเด็กนี้พร้อมที่จะตายแล้วในตอนนี้!!!”พูดจบก็ชักดาบจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆออกมาแล้วตวัดหมายบั่นคอของเทียนเปาในทันที
“ห๊ะ! เข็มวายุ!!”เป็อู้เิกงที่ออกกระบวนท่าใส่หมายจะหยุดการกระทำของอีกฝ่าย ทว่าฉางเฟยกลับเห็นและเขาใช้ดาบนั้นป้องกันการจู่โจมทันที เมื่อเห็นว่าเื่มาถึงขั้นนี้ชิงหลงจึงส่งสัญญาณให้กับที่เหลือทันที
แล้วเหล่านักฆ่ารวมถึงองครักษ์ที่ถูกเรียกตัวมาก็พากันพุ่งเข้าใส่ทั้งสี่ทันที เกิดเป็การต่อสู้แบบหมู่เล็กเจอหมู่ใหญ่ ทว่าฝีมือของทั้งสี่ก็ไม่ใช่เื่เล่นๆ
อู้เิกงจัดการคนโดยรอบเปิดทางให้กับตนเองก่อนจะใช้วิชาเท้าวายุพุ่งเข้าหาฉางเฟยในทันที ทำเอาอีกฝ่ายต้องหันกลับมาตอบสนอง
“คิดจะมาต่อกรกับข้ามันยังเร็วไป!”ใช้ฝ่ามือซัดร่างของอู้เิกงจนกระเด็นออกมา แต่อีกฝ่ายก็สู้ไม่ถอยลุกขึ้นได้ก็พุ่งเข้าไปอีกหน
ฟู่ถังเมื่อจัดการศัตรูโดยรอบเปิดทางได้อีกคนจึงอาศัยจังหว่ะนั้นใช้วิชาตัวเบาจนหลุดออกมาจากวงนักฆ่าได้และพุ่งลงไปหาฉางเฟยอีกเช่นกัน ใช้กระบี่ในมือตนเข้าต่อกรอีกคนช่วยอู้เิกง
ทว่าต่อให้สองคนฉางเฟยก็ไม่ได้รู้สึกเป็กังวลซักนิด เขารับมือได้สบายๆมาก จนเมื่อเห็นว่าวิชาปกติใช้ไม่ได้ผลทั้งฟู่ถังและอู้เิกงตัดสินใจงัดไพ่ตายออกมา
“วิชาพัดอสรพิษ!”
“วิชาลูกเตะเขียวขจี!!!”ทั้งสองเปิดท่าไม้ตายเข้าใส่ฉางเฟยจนทำให้อีกฝ่ายต้องใช้สองมือในการตั้งรับทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มีดีกันแค่นี้เองเหรอ! ฝ่ามือสยบั!!!”ซัดร่างของทั้งสองลอยออกมาอย่าง่ายดายจนมู่จินที่จัดการพวกที่เหลือเสร็จและเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปรับตัวทั้งฟู่ถังและอู้เิกง แต่แรงที่พวกเขาถูกซัดมากระทบถึงนางทำเอาต้องล่วงลงมานอนกระอักเืเหมือนๆกัน
“หึ่ม!!...”ชิงหลงที่เห็นว่าทั้งสามไม่ไหวจึงรีบเข้ามารับหน้าแทน
“มาเลยตาเฒ่า ข้ารอวันนี้มานานมากแล้ว! ย๊า!”
.................................................................
ณ สำนักหมู่ตึกบัณฑิต
บึ่มมมมมม!!!
ประตูของห้องจิตแห่งบัณฑิตถูกะเิออกจากภายใน ทำเอาคนที่เฝ้าอยู่ยังต้องกระโจนหนีออกมาด้วยความใ ก่อนที่ควันจะบางลงปรากฏร่างของหญิงสาวที่เดินออกมา และกระบี่ในมือของนาง