บทที่ 3 วาฬอ้วนกลืนข้าวในคำเดียว
เมื่อฉินอี้หานลงจากรถมาเห็นฉากนี้ก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้
เป็อีกครั้งที่เขารู้สึกว่าตนเองเลือกได้อย่างชาญฉลาด เด็กน้อยน่ารักนุ่มนิ่ม น่ารักมากขนาดที่ทำให้เยี่ยนลี่เฉิงที่ไม่เคยดูชอบด็กมาก่อนใจละลายได้
เขาอุ้มเ้าตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะตบไหล่ของเยี่ยนลี่เฉิงเบา ๆ
“ไป กลับบ้านกันเถอะ”
เยี่ยนลี่เฉิงก้มหน้าลงมองอ้อมกอดที่ว่างเปล่าและมองไปที่อิงอิงตัวน้อยซึ่งถูกอาฉินอุ้ม เธอกำลังเงยหัวเล็ก ๆ มองหน้าของเขาด้วยตาที่เหมือนองุ่น จากนั้นเด็กหนุ่มก็รีบร้อนตามไป
เมื่อมาถึงห้องรับแขก ฉินอี้หานวางเด็กน้อยลงบนโซฟาตัวกว้างนุ่มนิ่ม
“อิงอิงตัวน้อยหิวรึยัง?”
เดิมทีฉินอิงอิงไม่ได้รู้สึกหิวเลย
แต่ถ้ามีให้กิน เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ
ในฐานะวาฬตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ ชีวิตของเธอมักจะกินอิ่มแล้วนอน เมื่อนอนจนอิ่มก็เล่น เมื่อเล่นจนพอก็กินอีกครั้ง
หากใช้ภาษาคนในการนิยาม เธอก็คือลูกทูนหัวที่ไม่ต้องทำอะไรเองเพราะมีคนทำให้หมดทุกอย่าง
ลูกวาฬเพชฌฆาตเป็วาฬที่สมควรได้รับความรักมากที่สุดในฝูง ขอแค่ในฝูงวาฬเพชฌฆาตมีชีวิตใหม่ถือกำเนิด ญาติและเพื่อนฝูงจะมาเยี่ยมเยียนแสดงความยินดีเหมือนกับกับครอบครัวของมนุษย์
“อื้ม”
กินได้นะ!
เธอไม่หิว แต่เธอกินได้
เยี่ยนลี่เฉิงนึกถึงข้อความวีแชตที่อาฉินส่งมาก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าอิงอิงตัวน้อยหิวแล้วจึงให้ป้าแม่บ้านช่วยจัดโต๊ะมื้อเที่ยงให้และจูงมืออิงอิงตัวน้อยไปที่ห้องทานอาหาร
โต๊ะอาหารค่อนข้างสูง สัดส่วนของเก้าอี้และโต๊ะอาหารสร้างมาสำหรับผู้ใหญ่
ตอนนี้ฉินอิงอิงเป็เด็กอายุสามขวบครึ่ง แถมยังเป็เ้าก้อนกลมที่จ้ำม่ำและไม่สูงนัก
เยี่ยนลี่เฉิงวางเธอบนเก้าอี้แล้วนั่งลง มองดูอีกที เห็นแต่เพียงก้อนขนดกสีดำเข้ม จากนั้นก็เป็ดวงตากลมโตสีดำที่เหมือนกับเม็ดองุ่น…
เธอเหมือนเ้าเห็ดน้อยที่ผุดขึ้นมาข้างโต๊ะเลย เ้าเห็ดน้อยมีดวงตาที่สดใส กลมโต อีกทั้งยังมีชีวิตชีวาด้วย
ดวงตาคู่นั้นจ้องไปยังจานอาหารที่มีกลิ่นหอมหวนบนโต๊ะ ดวงตาเต็มไปด้วยคำว่า ‘อยากกินจัง ๆๆ’
ไม่เพียงแค่นั้น จากมุมมองของเขา เขายังเห็นขาอ้วนท้วนของอิงอิงตัวน้อยที่ดิ้นไปมาอยู่ด้านล่าง เหมือนว่าอยากจะพยายามเหยียบอะไรบางอย่างเพื่อปีนขึ้นไปด้วย
แต่ใต้เก้าอี้มีเพียงความว่างเปล่า อิงอิงตัวน้อยยังคงหายใจหอบเหนื่อย ตาที่เหมือนเม็ดองุ่นกะพริบถี่ แก้มเปลี่ยนเป็สีแดงเล็กน้อย
เยี่ยนลี่เฉิง “...”
อิงอิงตัวน้อยน่ารักถึงขั้นฆ่าคนได้เลย!
ฉินอี้หานถอดสูทตัวนอกออกและมองเห็นฉากนี้พอดีจึงหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้
เด็กน้อยตัวเล็กเกินไปแล้วจริง ๆ!
ทั้งเล็กทั้งนุ่มนิ่ม เขาขำมากเสียจนไหล่สั่น
เขาเดินตรงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาและให้เธอนั่งบนตัก
“อิงอิงตัวน้อย พ่อจะอุ้มลูกกินข้าวนะ”
เยี่ยนลี่เฉิงที่เพิ่งเตรียมตัวจะอุ้มอิงอิงตัวน้อยได้แต่เซ็งอยู่ในใจ “...”
เหมือนว่าเขาจะช้าไปหนึ่งก้าว
เพราะได้เห็นฉากน่ารักน่าเอ็นดูของอิงอิงตัวน้อยเมื่อกี้ เขาจึงเหม่อลอยไปหน่อย!
ฉินอี้หานก้มหน้าถามเด็กน้อย “อิงอิงอยากกินอะไร?”
ฉินอิงอิง ‘ยืดตัวสูงขึ้น’ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจานอาหารที่มีกลิ่นหอมเตะจมูก เธอก็ขยับปากส่งเสียงดัง
เ้าตัวเล็กยื่นมือออกมา เผยให้เห็นท่าทางราวกับจะลูกวาฬแปซิฟิกที่อยากจะกินอาหาร แขนเล็กมีเนื้อเยอะโบกไปมา ทำท่าทางชี้ไปข้างในปาก
“งือออ”
อยากกิน อยากกินทั้งหมดเลย!
อาหารทั้งหมดนี้ใกล้จะเข้ามาอยู่ในท้องของวาฬเพชฌฆาตตัวอ้วนแล้ว
ถึงปริมาณจะเยอะกว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่มาก แต่ก็นะ… ตอนอยู่ที่นั่นเธอกินอิ่มจริง ๆ กี่มื้อกัน
เยี่ยนลี่เฉิงคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานมาวางลงในชามใบเล็กตรงหน้าน้องสาวตัวน้อย
“อิงอิงตัวน้อย ลองชิมซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานดูสิ ทั้งนุ่มทั้งเปื่อยยุ่ย ละลายในปากเลยล่ะ”
วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยรู้ว่านี่คือเนื้อ เธอโหยหาที่จะกินเนื้อมาก
ถึงขนาดลืมไปแล้วว่าผอ.จางบอกว่าต้องใช้ส้อมกิน เ้าตัวน้อยจึงก้มหัวมุดลงไปในชามข้าว
เป็การกินอาหารท่ามาตรฐานอย่างดุร้ายของเหล่าวาฬเพชฌฆาต
ฉินอี้หานใ
เยี่ยนลี่เฉิงเองก็ชะงักไปเช่นกัน
หนุ่มหล่อเล็ก หนุ่มหล่อใหญ่ลอบมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ
อิงอิงตัวน้อยคงหิวมากเลยนะเนี่ย!
แค่ชั่วพริบตา เ้าตัวน้อยก็กลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเข้าไปแล้ว
มันทั้งนุ่มทั้งเปื่อยจริงด้วย!
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะติดฟันรึเปล่า เพราะเธอกลืนมันลงไปเลย
ใช่!
ใน่เวลาหนึ่งเธอลืมว่าตอนนี้ตัวเองเป็มนุษย์ เธอยังคิดว่าตัวเองเป็วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยอยู่
ดังนั้น…
วินาทีต่อมาจึงเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับฉินอิงอิง
“แค่ก…”
“แค่ก ๆ…”
เยี่ยนลี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเธอสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีของอิงอิงตัวน้อยได้ทันที
“อิงอิงตัวน้อย เป็อะไรไป?”
เด็กหญิงสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นเล็ก ๆ จนแทบจะหายใจไม่ออก
ดีที่ไม่ได้ทำให้เหล่าวาฬเพชฌฆาตขายหน้า
เธอนิ่งไปเพราะกลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นนั้นลงคอไปแล้ว
จึงรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อยเท่านั้น
ฉินอิงอิงยื่นมืออันอวบอ้วนออกมาแล้วแตะคอของตัวเอง ทำให้ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของอีกฝ่าย
“อิงอิงตัวน้อย เป็อะไรไป?”
“เอ๋?”
ไม่เป็ไร ๆ ก็แค่ไม่ทันระวังนิดหน่อย ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้ว
ถ้าเธอสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจนตาย คงเป็เื่น่าอับอายสำหรับเหล่าวาฬเพชฌฆาตที่ทั้งดุร้ายและน่ารัก
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัตว์ทะเลจำนวนมากเสียชีวิตจากอวนจับปลาลอยน้ำและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่น ๆ มากมาย แต่เธอจะไม่ยอมเป็วาฬเพชฌฆาตตัวแรกที่สำลักตายหลังจากกินซี่โครงขนาดเท่ากุ้งฝอยแน่!
เธอกลัวว่าจะถูกเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งมหาสมุทรขำจนตาย
ส่วนพวกวาฬเพชฌฆาตฝูงอื่น…
ช่างเถอะ ๆ!
วาฬเพชฌฆาตไม่สื่อสารกันด้วยภาษา วาฬเพชฌฆาตทุกเผ่าพันธุ์มีภาษาของตัวเอง
ถ้าเธอขายหน้า เผ่าพันธุ์อื่นก็ไม่รู้หรอก!
แต่ที่กลัวคืออาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่คาดคิดเหมือนเธอซึ่งเกิดมาฉลาดกว่าญาติในฝูงมากกว่า
เธอไม่ได้รู้แค่ภาษาวาฬั์แปซิฟิก ภาษาของวาฬั์แอนตาร์กติก เธอก็พูดได้อยู่นิดหน่อย
ฉินอิงอิงกลัวว่าเื่ฉาวพวกนั้นจะไปถึงหูวาฬที่ผ่านไปผ่านมา เธอยังมีพี่ชายอีกสามคนนะ!
โอ๊ย!
เ้าตัวเล็กเผลอคิดมากไปหน่อย
เมื่อหันมาเห็นพ่อผู้เป็คนให้อาหารกับพี่ชายผู้เป็คนให้อาหารมองเธออย่างกังวลใจ เ้าวาฬน้อยก็แยกเขี้ยวยิงฟัน
“ฮี่ ๆๆ!”
ดูสิ วาฬอ้วนตัวน้อยของเราไม่เป็ไรจริง ๆ อย่าห่วงไปเลย
คุณพ่ออย่างฉินอี้หานไม่ห่วงไม่ได้อยู่แล้ว
เขาเพิ่งจะมั่นใจอยู่หน่อย ๆ กับลี่เฉิงไปเมื่อกี้
ว่าเ้าตัวน้อยกลืนซี่โครงลงคอไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว
ใช่!
กลืนไปแล้ว!
โชคดีที่เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่าอิงอิงตัวน้อยยังเด็กมาก กลัวว่าเธอจะเอากระดูกข้างในซี่โครงออกมาไม่ได้ เลยเอากระดูกออกให้ก่อน
ถ้าไม่ได้เอาออกมา อิงอิงตัวน้อยที่กลืนเนื้อลงไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว คงได้รับผลร้ายที่ยากจะจินตนาการถึงแน่ ๆ
ฉินอี้หานซึ่งไม่แม้แต่จะกะพริบตาเมื่อเจอกับะุยี่สิบล้านนัดยังใจนเหงื่อออกท่วมแผ่นหลัง
“อิงอิงตัวน้อย ตอนกินข้าวจะกลืนเลยไม่ได้นะ ต้องเคี้ยวก่อน”
เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะไม่เข้าใจ ฉินอี้หานจึงคีบขึ้นฉ่ายขึ้นมาหนึ่งชิ้นเข้าไปในปากแล้วเคี้ยวช้า ๆ ก่อนจะกลืนลงไป
หลังจากที่ทำสิ่งนี้ เขาก็มองดวงตากลมโตของเด็กน้อยและถามเธอ
“อิงอิงตัวน้อย เข้าใจมั้ย?”
“งือออ”
รู้แล้ว ๆ ๆ
วาฬั์อย่างฉันจะจำไว้ว่าต้องใช้ส้อมและกลืนลงคอในคำเดียวไม่ได้
แต่หากให้ฟันของวาฬเพชฌฆาตกินแบบนี้ มันจะไม่พังก่อนเหรอ?