“ หวงเฟยหลง พวกข้าดีใจจริงๆที่เ้ายังมีชีวิตอยู่ ”
“ ใช่ แต่เ้าไม่ควรกลับมา เ้าควรจะหนีไปเสียตอนนี้ เดี๋ยวพวกข้าจะเปิดทางให้ ”
“ คุณชายใหญ่!! ท่านยังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกินที่ท่านไม่เป็อะไร ”
“ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าจะต้องไม่ตายง่ายๆเช่นนั้น คุณชายใหญ่!! ”
เหล่าผู้าุโของตระกูลหวังที่เข้ามาปกป้องหวังเฟยหลงต่างก็พูดกันด้วยความดีใจ นอกจากนี้ยังมีตงหยางผู้รับใช้และเซียงหลานช่างตีเหล็กของหวังเฟยหลง พวกเขาเตรียมที่จะฝ่าวงล้อมศัตรูออกไป แต่หวังเฟยหลงไม่ได้สนใจพวกเขานัก ตอนนี้เขาเป็ห่วงอาการของพ่อของเขามากกว่า เขาจึงหันไปบอกคนอื่นๆด้วยสีหน้าจริงจัง
“ ช่างเื่นั้นก่อน ช่วยถ่วงเวลาให้สักหนึ่งนาที แล้วพวกเราจะมีทางรอดขากสถานการณ์นี้ ”
“ ได้สิ!! ข้าจะถ่วงเวลาให้เ้าจนกว่าเ้าจะพอใจเลยละ ”
“ ต่อให้ต้องตายข้าก็จะปกป้องท่านเอง ”
สิ้นสุดคำพูดพวกเขาก็เคลื่อนไหวกันและตั้งเป็ค่ายกลป้องกัน โดยมีหลายชั้น จุดศูนย์กลางของค่ายกลก็คือหวังเฟยหลง พวกเขาเลือกที่จะเชื่อปาฏิหาริย์อย่างหวังเฟยหลงที่มีชีวิตรอดกลับมา พวกคนตระกูลฉู่ก็ด้วยเช่นกัน ตอนนี้เองหวังเข่อซิงกับหวงเปาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ หวังเข่อซิงมองหวังเฟยหลงที่เหมือนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่กลางค่ายกล
“ หวังเฟยหลง!! ไม่คิดเลยว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่ ทั้งๆที่ข้าเห็นเ้าถูกหมาป่าศิลาเขียวกินเข้าไปแล้วแท้ๆ!! ”
“ เ้ามีของดีอะไรกันแน่ เอามันออกมาแล้วข้าจะไม่ให้เ้าต้องตายอย่างทรมาน ”
“ ไอพวกโลภมาก อย่าแม้แต่จะคิด พวกข้าไม่ยอมให้เ้าทำตามใจได้อีกเด็ดขาด ”
“ สงหารพวกมันให้หมด…ส่วนหวังเฟยหลงขอแค่มันมีชีวิตอยู่ก็พอ ”
แม้ว่าศัตรูจะมีจำนวนมากกว่า แต่เนื่องจากแรงฮึดสู้ พวกเขาก็ต้านทานกองกำลังฝ่ายศัตรูเอาไว้ได้ แม้จะพบเจอความยากลำบากก็ตาม หวังเข่อซิงและหวงเปาก็ไม่ได้อยู่เฉย พวกเขาพยายามฝ่าเข้าไปเช่นกัน แต่ก็ไม่ง่ายเพราะพวกเขาร่วมใจกันต้านทานหวังเข่อซิงและหวงเปาอย่างสุดชีวิต
หวังเฟยหลงมองรอบๆ ที่จริงแล้วเขามาถึงได้ครู่หนึ่งแล้ว เขาตั้งใจมองดูอยู่เฉยๆ มันเป็การต่อสู้ใหญ่ เขายังไม่มีประสบการณ์ เขากลัวว่าจะตัวเขาจะกลายเป็ภาระของคนอื่นทำให้คนอื่นเดือดร้อน ที่สำคัญคือที่เขารออยู่รอบนอกเพราะเขามีแผนจะช่วยพ่อเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าพ่อของเขาถูกแผนของหวังเข่อซิงเล่นงาน เขาก็ไม่อาจอยู่เฉยๆได้อีก เขาจึงรีบเข้าไปช่วยพ่อเขา
แต่เขาไม่คิดเลยว่าคนอื่นๆจะพากันมาปกป้องเขาและพ่อของเขาแถมยังแสดงความเป็ห่วงออกมาอีก มันทำให้เขารู้สึกสับสนและงุนงงอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญพวกเขายังเต็มใจที่จะปกป้องหวังเฟยหลงอีก โดยเฉพาะคนตระกูลฉู่ แม้ว่าจะมีเหตุผล แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้เอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งไม่น้อยเลย ตอนนี้เองหวังกังก็ยื่นมือมาลูบหน้าของหวังเฟยหลงด้วยความอ่อนโยน โหยหา คิดถึง น้ำตาเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตา
“ เฟยหลง!! เ้ายังไม่ตายงั้นรึ? ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ”
“ ท่านไม่ได้ฝัน ข้ายังไม่ตาย ข้ากลับมาแล้ว ”
“ ดี ดีจริงๆ …เ้าต้องรีบหนีไปเดี๋ยวนี้!! ”
“ ข้าจะไม่หนี เพราะท่านจะปกป้องข้า ปกป้องตระกูลเอาไว้ได้ ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ท่านรีบรักษาตัวก่อน ”
เวลาไม่คอยท่า หวังเฟยหลงไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถต้านทานเอาไว้ได้นานเท่าไหร่ ตอนนี้เขาต้องรีบ เขารีบเอาโอสถสองเม็ด แม้ไม่รู้ว่ามันเป็โอสถอะไร แต่เขาก็กินตามที่ลูกชายตัวเองบอก และทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกาแเริ่มได้รับการรักษา เรี่ยวแรงเริ่มฟื้นฟูกลับมา ที่สำคัญพลังปราณของเขาที่ถูกใช้ไปจำนวนมากได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุดเลย นอกจากฟื้นฟูแล้วเขารู้สึกว่ามันช่วยเพิ่มพลังปราณให้เขาอีกด้วย
“ นี้มันคือโอสถอันใดกัน!? ”
“ ช่างเื่นั้นก่อน ตอนนี้ท่านรีบโคจรพลังปราณของท่านแล้วฟื้นฟูตัวเองเสีย เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้านเอาไว้ได้นานเท่าใด!? ”
ไม่รอช้าหวังกังนั่งขัดตะหมาดเริ่มโคจรพลังปราณภายในร่างกายไปดูดซึมโอสถทั้งสองเม็ดเพื่อฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณที่ถูกใช้ไป การกระทำของเขาสองพ่อลูกไม่อาจรอดพ้นสายตารอบๆ พวกเขายิ่งรุกหนักขึ้นจนแทบจะไม่อาจป้องกันได้แล้ว หวังเข่อซิงกับหวงเปาก็เช่นกัน พวกเขาร้อนรนเป็อย่างมาก หากหวังกังฟื้นคืนพลังกลับมามันจะเป็งานยากสำหรับพวกเขาที่ใช้พลังไปแล้วจะต่อสู้กับหวังกังได้ง่ายๆเช่นนี้
“ บุกเข้าไป อย่าปล่อยให้มันได้ฟื้นฟู!! ”
ทางด้านฉู่หลินเยาก็มองเห็นสถานการณ์เช่นกัน เขายิ้มอย่างดีใจ สำหรับเขามันเป็การเดิมพันที่ถูกต้องและโชคดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เขามองไปยังคนตระกูลฉู่ที่อยู่รอบๆก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ตระกูลฉู่จงฟัง หากอยากชนะก็จงปกป้องหวังเฟยหลงซะ หากปกป้องได้ศึกนี้พวกเราจะชนะ!! ”
“ อย่าปล่อยให้พวกมันไปเสริมกำลังกันได้ ”
หลงเฮาเหลินเองก็รู้สถานการณ์เช่นกัน เขาสั่งการกองกำลังฝ่ายเขาให้ขวางทางกองกำลังของที่จะไปช่วยเสริมป้องกันให้หวังเฟยหลง ตอนนี้มันกลายเป็สนามรบบ้าคลั่งไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็พยายามทำตามหน้าที่ของตนจนถึงที่สุด
มองไปรอบๆเขาเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและยุ่งเหยิงพอๆกัน หวังเฟยหลงพยายามสังเกตทั่วทั้งพื้นที่ จากนั้นก็มองไปที่พ่อของเขาที่กำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่ เหลืออีกไม่นานแล้วที่พ่อของเขาจะดูดซึมโอสถสองเม็ดนั้นเสร็จ จนการต่อสู้อันดุเดือดผ่านไปกระทั่งหวังกังดูดซึมโอสถเสร็จแล้ว เขาเตรียมตัวที่จะออกไปสู้อีกครั้งแต่ก็ถูกหวังเฟยหลงห้ามไว้ก่อน
“ ท่านพ่อ เดี๋ยวก่อน…ท่านเอาพวกนี้ไปใช้ด้วย ”
ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเรียกอาวุธกับชุดเกาะออกมาอย่างละหนึ่ง และมอบให้หวังกังทันที เขามองอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยสายตาเบิกกว้างด้วยความใ ประหลาดใจ ทั้งที่หวังเฟยสามารถเรียกอาวุธออกมาจากอากาศนั่นหมายความว่าลูกชายของเขามีแหวนมิติที่แสนหายากและแสนแพงที่แม้แต่เขาก็ไม่มี
“ เฟยหลง นี้…นี้มัน…เ้าจะให้ข้าใช้จริงๆหรือ!? ”
“ แน่นอนสิ ต่อจากนี้มันจะเป็ของท่านแล้ว ขอเพียงท่านไม่ขายเป็พอ ”
อุปกรณ์ที่หวังเฟยหลงให้มันคืออุปกรณ์ระดับปฐีที่แสนจะหายากและมีราคาแพง ตระกูลอื่นๆ อย่างมากก็มีเพียงชิ้นเดียวทันนั้น และพวกเขาแทบจะไม่ใช้หรือแม้แต่พกติดตัวก็ยังไม่ทำ พวกเขาทำเหมือนพวกมันเป็สมบัติของตระกูลที่เอาไว้ส่งต่อให้รุ่นหลังเสียมากกว่า แต่หวังเฟยหลงเอาออกมาให้เขาง่ายๆตั้งสองชิ้น แล้วจะไม่ให้เขาใได้อย่างไร
“ ท่านพ่อ ตอนนี้ไม่มีเวลามาอ้ำๆอึ้งๆแล้ว ท่านต้องรีบไปจัดการ แล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยคุยรายละเอียดกันที่หลังเถอะ ”
“ ได้…พวกเ้าทุกคนจงฟัง จงปกป้องลูกชายของข้า!! ส่วนข้าจะไปจัดการสารเลวพวกนั้นเอง ”
เสียงดังกึกก้องทั่วบริเวณ คำพูดของหวังกังทำให้ฝ่ายของเขาฮึดสู้ไปอีก สีหน้าของหวังเข่อซิงกับหวงเปาซีดเผือก ตอนนี้หวังกังฟื้นคืนแล้ว และดูเหมือนจะมีพลังเพิ่มขึ้นมาด้วย แต่าได้เริ่มแล้ว พวกเขาจำเป็ต้องชนะเท่านั้นไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องตายแทน
“ พลังเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยแล้วอย่างไร พวกเรามีกันสองคน อย่าไปกลัว หวังเข่อซิง โจมตีพร้อมกับข้า ”
เมื่อเห็นว่าหวังกังพุ่งตัวออกมาพวกเขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะปะทะด้วยเช่นกัน พวกเขาทั้งสองรวมพลังกันโจมตีไปที่หวังกังอย่างพร้อมเพรียงด้วยพลังทั้งหมดที่พวกเขามี หวังกังเองก็ไม่ถอยเช่นกัน เขาใช้กระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของเขาพร้อมกับพลังทั้งหมด
ตูม!! การปะทะครั้งนี้ทำให้เกิดลมกรรโชกทั่วทุกสารทิศทำให้ฝุ่นคลุ้งจนมองไม่เห็นผลการปะทะ หวังเฟยหลงยิ้มในใจ เขามั่นใจการปะทะครั้งนี้อย่างไรพ่อของเขาก็ต้องชนะอย่างแน่นอน ทั้งเื่พลังที่เพิ่มขึ้นและเื่อุปกรณ์ที่เหนือชั้น
ต้องเข้าใจก่อนว่าระหว่างอุปกรณ์ชั้นยอดที่เหล่าเ้าตระกูลใช้กันกับอุปกรณ์ปฐีที่หวังกังกำลังใช้มีความต่างอย่างมาก อุปกรณ์ชั้นยอดมันจะดีขนาดไหนก็อยู่ที่คนใช้ แต่อุปกรณ์ระดับปฐีขึ้นไปนั้นต่างออกไป เพราะมันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของผู้ใช้ ขยายพลังปราณของผู้ใช้ให้แข็งแกร่ง ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการโจมตีของหวังกังในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการโจมตีของผู้ฝึกวรยุทธระดับกำเนิดปราณระยะปลายเลย
‘ นี้แหละเหตุผลที่หลายๆคนเกลียด พวกเทพทรู!! ’
เมื่อฝุ่นเริ่มจางหายภาพตรงหน้าก็ทำให้ทั่วทั้งบริเวณใด้วยความประหลาดใจ ฝ่ายตระกูลหวังมองภาพตรงหน้าด้วยความปิตยินดี ส่วนฝ่ายของตระกูลหลงและตระกูลหวงนั้นมองภาพตกหน้าด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เพราะหวังเข่อซิงกับหวงเปาถูกจัดการแม้จะรวมพลังกันแล้วก็ตาม
สภาพของทั้งสองคนตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก หวังเข่อซิงหมดสติส่วนหวงเปาแม้จะไม่ได้สลบแต่ก็ไม่อาจลุกขึ้นนยืนได้ง่ายๆ อาวุธพวกเขาพังไม่เหลือชิ้นดี และจากแรงปะทะทำให้เกาะพวกเขาก็อยู่ในสถาพที่ไม่อาจใช้งานได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้พวกเขายังาเ็ภายในอีก ตอนนี้พวกเขาได้หมดสภาพที่จะต่อสู้แล้ว
หันกลับไปดูสภาพของหวังกังที่ไม่มีแก้แต่รอยขีดข่วนใดๆ นี้แสดงให้เห็นถึงความต่างของระดับอุปกรณ์ ยิ่งมีอุปกรณ์ดีเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น นี้ก็ทำให้หวงเปาประหลาดใจอย่างมาก เพราะเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาตระกูลหวังทุ่มเททรัพยาเกือบทั้งหมดตามหายาที่ใช้รักษาหวังเฟยหลงจึงไม่มีทางที่จะมีอุปกรณ์ปฐีได้ และนี้ก็เป็เหตุผลที่พวกเขาไม่คิดจะนำอุปกรณ์ปฐีที่พวกเขามีมาด้วย
“ เ้า…อย่าบอกนะว่าอาวุธนั่น…ได้ยังไง เ้ามีมันได้ยังไง?? ”
“ ไม่ใช่เื่ที่เ้าจะต้องรู้!! เอาละ…ถึงเวลาตายของเ้าแล้ว ”
“ ปกป้องเ้าตระกูล!!!! ”
เห็นหวังกังค่อยๆเดินเข้าไปหาหวงเปา คนตระกูลหวงก็พลันได้สติขึ้นมาทันที พวกเขารีบกรู่เข้าไปปกป้องหวงเปาที่หมดแรงต่อต้าน ผู้คนตระกูลหวังก็เร็วไม่แพ้กัน พวกเขาไปยืนอยู่หน้าหวังกังเพื่อจะปกป้องหวังกัง
หลงเฮาเหลินมองดูสถานการณ์เขาผละตัวออกจากฉู่หลินเยาและรีบพุ่งไปหาหวงเปาทันที ฉู่หลินเยาไม่รอช้าสั่งให้คนของเขาไปล้อมไว้ ตอนนี้บทบาทมันเปลี่ยนไปแล้ว พวกเขาจะเป็ฝ่ายได้เปรียบแทน ฉู่หลินเยาเดินไปปิดทางหนีเอาไว้ หลงเฮาเหลินมองดูสถานการณ์รอบๆที่ตรึงเครียดอย่างมาก โดยเฉพาะคนของพวกเขาที่แสดงความวิตกกังวลออกมาชัดเจน
“ พวกข้าแพ้แล้ว ปล่อยพวกข้าไปแล้วพวกข้า อย่างไรพวกเราก็ได้ชื่อว่า 4 ตระกูล หลังจากกลับไปพวกข้าจะชดเชยให้สมกับความผิด ”
“ เ้าคิดว่ามันเป็ไปได้หรือไง?? หากเป็ข้าที่ขอร้องแทนพวกเ้าจะปล่อยไปหรือเปล่าละ!? ”
“ อย่ากดดันพวกข้าให้มากนัก ถึงจะเสียเปรียบแต่พวกข้าก็ไม่ยอมรอความตายอยู่เฉยๆเช่นกัน เ้ารับมือกับความสูญเสียได้หรือไม่ละ?? ”
มันเป็เื่จริง ยิ่งหมาที่จนตรอกจะยิ่งอันตรายเพราะฉนั้นไม่ควรจะกดดันพวกเขามากเกินไป แต่หากไม่สังหารตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาก่อเื่เช่นนี้อีกเมื่อไหร่ หวังเฟยหลงมองดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ ไม่ได้ออกความคิดเห็น เขายืนอยู่ข้างหลังหวังกัง เนื่องจากระดับพลังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินทำให้เขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าร่วมการต่อสู้เพราะระดับที่ต่ำที่สุดก็อยู่ระดับหลอมรวมระยะต้นแล้ว หวังเฟยหลงยังไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับรวบรวมเลยด้วยซ้ำ
“ ฉู่หลินเยา ท่านคิดเห็นอย่างไร ”
“ ข้าแล้วแต่เ้า แม้จะไม่อยากยอมรับแต่มันคือเื่จริง หากไม่อยากสูญเสียมากกว่านี้ การไว้ชีวิตและเรียกข้าชดเชยจะเป็อะรที่คุ้มกว่า แล้วอีกอย่าง มีเื่สงสัยอยู่ด้วย!! ”
“ สงสัย? ท่านสงสัยเื่อะไร ”
“ สิ่งที่พวกมัน้าจากตระกูลหวังถึงขั้นก่อาเช่นนี้ และดูเหมือนเ้าก็จะไม่รู้เหตุผลด้วยเช่นกันสินะ? ”
“ จริงด้วย!! ข้าอยากสังหารพวกมันจนลืมคิดไปเลย!? บอกมาว่าพวกเ้า้าอะไรกันแน่ ถึงได้้าทำลายตระกูลหวังเช่นนี้ ”
“ … ”